ใครมาแต่เช้านะ?
หากเธอก็วางมือจากการจัดเก็บของที่เกี่ยวกับเขาคนนั้นลงยกมือขึ้นกดซับน้ำตาที่คลอหน่วยตาออก ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูบ้านเพื่อรับแขก
“หนึ่ง...มาแต่เช้าเลย”เธอเอ่ยทักคนที่มาหา ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อวานคงจะเป็กุลทีป์นี่แหละที่โทรมาหาเธอแต่เธอไม่รับและยังจะกดปิดเครื่องด้วยทำให้เพื่อนต้องเร่งรุดมาหาที่บ้านด้วยความร้อนรุ่มกลุ้มใจและเป็ห่วง
“ดาว!”
“โทษทีมึงเข้ามาในบ้านก่อนสิ”
“ดาว!”
“ใอะไรนักหนา”คงเป็เพราะการเปลี่ยนแปลงของเธอที่ทำให้กุลทีป์ถึงกับตื่นตะลึงระคนงงงัน พันดาวส่งยิ้มให้เพื่อนที่ร้องอุทานเพราะสภาพใหม่ของตัวเอง
ในเมื่อจะตัดเขาออกไปจากวงจรของชีวิตอะไรที่คิดว่าเกี่ยวกับเขา...เธอก็จะเปลี่ยนแปลงมันไปให้หมดเหมือนเคยรับรู้ว่าเขาชอบผู้หญิงผมยาว ก็เลยไว้ผมยาว รักษามันเป็อย่างดีมาตอนนี้เธอก็...เลือกที่จะหั่นผมตัวเองจนสั้นเต่อ
“เป็ไงบ้างมึงดูปราดเปรียวเปรี้ยวดีใช่ไหม”
“มึง...”
เธอยิ้มเพราะกลทีป์อ้าปากพะงาบๆ โดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
“กูไม่เป็ไรในเมื่อเลือกที่จะหยุดทุกอย่าง ก็ต้องทำในสิ่งที่แตกต่างบ้างสิ”
“แต่ผมมึง”
“ถึงจะรักมันมากแค่ไหนแต่มันก็แค่ผมที่ตัดแล้วไม่นานก็ยาวใหม่ได้นะ กูจะได้เริ่มต้นหล่อเลี้ยงใจตัวเองให้เข้มแข็งเหมือนกับเส้นผมที่มันจะค่อยๆ ยาวขึ้นอย่างช้า ๆ ไงมึง”
เธอเดินเข้าไปในครัวรินน้ำให้กับกลทีป์และตัวเองก่อนจะเดินย้อนกลับออกมานั่งที่ห้องรับแขก บ้านนี้มีเนื้อที่เพียงแค่ไม่มากแต่ก็แบ่งสัดส่วนเป็ห้องครัว ห้องรับแขกและห้องนอนได้อย่างไม่คับแคบ
“มึงคงมาเื่งานที่กูให้ถามไปตกลงว่ายังไง มีไหม”
“ฮื่อ...แต่ว่ามีแค่งานที่อยู่ครัวกับงานพวกทำขนมแล้วล่ะ”
“ก็ไม่เป็ไรนี่งานหนักหน่อย แต่ถ้าไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็ได้อยู่นะ แต่ว่าเขาจะรับกูไหมล่ะ”ถึงกลทีป์จะรู้จักกับพี่เปรม...เปรมชัยที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาทำงานตำแหน่งอะไรก็เถอะ
“พี่เปรมบอกว่าถ้าทำมะรืนก็เดินทางไปกับพี่เปรมได้เลยเขาจะรีบไปเตรียมงานกับพาคนที่รับไว้แล้วลงไปอยู่ เพราะอีกไม่กี่วันโรงแรมก็เปิดแล้ว แต่ถ้าไม่สะดวกก็รอไปอีกสักสองสามอาทิตย์ ให้ไปพร้อมกับเ้านายก็ได้นะ”
“ไปพร้อมกับพี่เปรมเลยดีกว่ามึงให้ไปกับเ้านาย...เราไม่รู้จักเขา ไม่รู้ด้วยว่าเขาเป็คนยังไง อึดอัดใจเปล่า ๆนี่กูก็เริ่มต้นเก็บข้าวของที่มันไม่จำเป็บ้างแล้ว” จากสิ่งที่มีค่าเป็ความทรงจำที่ดีของเธอ ในตอนนี้เธอก็จะขอเก็บมันไว้เป็เพียงแค่ความทรงจำที่จะอยู่ลึกที่สุดในความรู้สึกให้มันค่อย ๆ หายไปทีละน้อย...จวบจนไม่เหลืออีกเลย
“เอาไปทิ้งนะ”เพียงเธอบอก...กุลทีป์ก็อ้าปากค้าง
ของเหล่านี้เดิมทีเธอพยายามที่จะขวนขวายเพื่อให้ได้มาอย่างสุดความสามารถบางครั้งถึงกับเจ็บตัวเลยด้วยซ้ำ เธอเก็บรักษาข้าวของทุกชิ้น จดบันทึกลงในสมุดตลอดของชิ้นไหนได้มาเมื่อไหร่ มีความทรงจำอะไรบ้าง แต่ตอนนี้ถ้ามันไม่วางอยู่บนพื้นมันก็อยู่ในถุงสีดำที่พร้อมจะระเห็จไปอยู่ในถังขยะ หรือบางชิ้นถ้าไม่อยากให้คนอื่นเห็น ก็สมควรที่จะเผาให้มอดไหม้...ไม่เหลือไว้ให้เห็นให้ปวดร้าวชอกช้ำใจ
“ว่าแต่พี่เปรมบอกไหมว่ามีอะไรให้บ้างส่วนที่ไม่มี กูจะได้เตรียมไป”
“เขามีห้องพักให้อยู่กันห้องละสามถึงสี่คน แล้วก็มียูนิฟอร์มให้ เราก็เตรียมไปแค่ข้าวของส่วนตัวไม่ต้องเยอะนะ เผื่อแกอยู่ไม่ได้”
“ถ้าไปแล้ว...ยังไงก็ต้องอยู่ให้ได้แหละมึงจะกลับมาที่นี่ทำไมอีกล่ะ”
ไปแล้วก็ไปให้มันนานหน่อย...ทำใจกับสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วได้เมื่อไหร่ค่อยย้อนกลับมาเพื่อคืนของให้กับคุณย่าความจริงเธออยากจะเอาไปคืนในตอนนี้เลยนะแต่ไม่แน่ใจว่าคุณย่ากลับมาจากไปปฏิบัติธรรมมาหรือยัง ครั้นจะเอาไปฝากไว้กับคนอื่นที่บ้านหลังนั้นบอกเลยว่าเธอไม่ไว้ใจใครสักคน...แต่จะไว้ที่บ้านหลังนี้ตอนที่เธอไม่อยู่ก็ไม่ได้อีก ทางเดียวที่จะสามารถทำได้ก็คือ...เก็บรักษามันไว้ก่อน จนถึงเวลาของมันของชิ้นนั้นก็คงจะได้กลับคืนสู่เ้าของที่แท้จริง
“แน่ใจแล้วใช่ไหมดาว”
“ถามอะไรนักหนา...หือวันนี้บ้านกูครึกครื้นดีจัง นอกจากมึงแล้วก็ยังมีคนอื่นมาอีก” ถึงจะพูดไปแบบนั้นหากพันดาวก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะปกติแล้วคนที่จะมาหาเธอที่บ้านนอกจากเพื่อนรักอีกสองคนซึ่งตอนนี้ก็ทำงานอยู่ต่างจังหวัดก็เห็นจะมีแต่กลทีป์นี่แหละแต่ตอนนี้กลทีป์อยู่ที่นี่ แล้วใครมาหาเธอกันล่ะ
“กูไปดูก่อนนะใครมาหาแต่เช้า” ที่เมื่อเห็นคนที่มาหาเธอถึงกับอึ้งและตกตะลึงได้แต่ยืนมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของตัวเองตาโตคิดว่าคงนานกว่าที่เธอจะเรียกสติที่มันหลุดไปกลับคืนมาได้