War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 35

    ทันทีที่อ้อนเห็นชายที่ขานเรียกตน คนก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหายอึ้งแลลุกขึ้นจากเก้าอี้และกล่าว " พี่เตชิน "


    ฟีนิกซ์อยู่ระหว่างกลางคนทั้งสองแลเห็นคนทั้งสองมองกันด้วยสายตาที่ยังมีเยื่อใย คนก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้และบอกอ้อน " คอนัวร์ พี่ว่าคอนัวร์คุยกับเขาก่อนดีกว่ามั้ย "


    อ้อนไม่ตอบ เพราะว่าไม่รู้จะเอายังไงดี ฟีนิกซ์เห็นอ้อนเลือกไม่ได้ คนจึงเลือกให้เอง โดยการเดินออกมาจากจุดนั้น และปล่อยให้ทั้งสองคนนั่งคุย


    เมื่อทั้งสองนั่งประจันหน้ากันแล้ว เตชินก็กล่าวขึ้นก่อน " อ้อน พี่รู้สึกผิดแล้ว ที่ทำกับอ้อนแบบนั้น ที่พี่มาหาอ้อนวันนี้ พี่อยากจะ "


    เตชินยังกล่าวไม่ทันจบ อ้อนที่ได้ฟังมาถึงจุดนี้ ก็กล่าวขึ้น " จะมาขอโทษใช่มั้ยคะ "


    พออ้อนกล่าวเสร็จ จู่ๆอ้อนก็ของขึ้นและกล่าวต่อด้วยเสียงตวาด " ไม่ต้องมาขออะไรทั้งนั้นแหละค่ะ 

    พวกเราตอนนี้ ไม่มีอะไรต้องมาเกี่ยวข้องกันแล้วค่ะ "


    " แต่อ้อน อ้อนช่วยฟังเหตุผลพี่หน่อยได้มั้ย ที่พี่ทิ้งอ้อนกลางงานแต่งไปตอนนั้นอะ ไม่ใช่เพราะพี่ไม่รักอ้อนนะ แต่เป็นเพราะว่าพี่ยังไม่แน่ใจ ว่าพี่พร้อมจะมีชีวิตแต่ง

    งานรึยัง และอีกอย่างตอนนั้น พี่ยังเคลียร์ตัวเองกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ พี่ก็เลยคิดว่าจะขอเวลาเคลียร์ตัวเองก่อนพร้อมๆกับขอเวลาหาคำตอบว่าพี่พร้อมจะมีชีวิตสมรสหรือไม่ไปด้วย และตอนนี้พี่เคลียร์ตัวเองได้แล้วและพี่รู้คำตอบแล้ว "


    ก่อนที่เตชินจะได้บอกอะไรต่อ อ้อนก็กล่าว " เคลียร์ตัวเองได้แล้วหรอคะ รู้คำตอบแล้วหรอคะ มันสายเกินไปมั้ยคะ ที่เพิ่งมารู้คำตอบและมาเคลียร์ตัวเองได้เอาตอนนี้อะ "


    " อ้อน "


    " พี่หยุดปากและเงียบปากของพี่ได้แล้วค่ะ อ้อนไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น " อ้อนกล่าว


    " แต่เวลานี้ พี่พูดได้เต็มปากแล้วนะอ้อน พี่อยากแต่งงานกับอ้อน และอยากอยู่กับอ้อนจนชั่วชีวิต เรากลับมาคืนดีกันนะ " เตชินกล่าว


    อ้อนลุกขึ้นจากเก้าอี้แลกล่าวด้วยเสียงเด็ดขาด " ไม่มีวัน "


    จากนั้นก็เริ่มเดินหนี แต่ก่อนที่จะพ้นจากเก้าอี้ของ

    เตชิน เตชินก็ลุกขึ้นแลใช้แขนจับข้อมืออ้อนเอาไว้พลางกล่าว " เดี๋ยวก่อนอ้อน พี่รักอ้อนนะ "


    อ้อนตอบกลับ " แต่อ้อนไม่ได้รักพี่ แม้แต่จะให้ชอบพี่อ้อนก็ทำไม่ได้แล้ว "


    พออ้อนกล่าวเสร็จ คนก็สะบัดมือให้มือที่เตชินจับข้อมือตนอยู่ให้หลุด จากนั้นก็วิ่งจากไป


    เตชินที่เห็นอ้อนวิ่งจากไป ก็ไม่ตาม ทำเพียงทำหน้าสลด เพราะไม่รู้จะทำยังไงให้อ้อนกลับมาคืนดี


    ฟีนิกซ์ที่เห็นอ้อนวิ่งจากไป คนก็มองที่เตชินก่อน เมื่อเห็นเตชินไม่ตามไป คนจึงตัดสินใจวิ่งตามไปแทน


    อ้อนวิ่งไปได้ไม่ไกล คนก็หยุดวิ่ง และหันไปนั่งยังชิงช้าเด็กเล่นใกล้ๆแถวที่ตนหยุดวิ่ง ณ สวนสาธารณะ แทน เพื่อเป็นการสงบสติอารมณ์และปลดปล่อยอารมณ์แบบไม่เหนื่อย


    ฟีนิกซ์ที่ตามมา คนก็เจออ้อนนั่งร้องไห้อยู่ที่ชิงชาเด็กเล่น คนที่เห็นดังนั้น ก็ค่อยๆเดินเข้าหาและมาหยุดตรงหน้าอ้อน จากนั้นก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าอ้อน และใช้มือเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้


    เมื่อฟีนิกซ์มาอยู่ข้างหน้าอ้อนและเช็ดน้ำตาจนบางส่วนบนหน้าอ้อนออกแล้ว คนก็เริ่มกล่าวทัก " คอนัวร์ "


    อ้อนที่ถูกกล่าวทัก คนก็เงยหน้ามองฟีนิกซ์ทั้งๆที่น้ำตายังไม่หยุดไหลและกล่าวทักคืน " พี่กระตั้วน้อย " จากนั้นก็เข้าสวมกอดฟีนิกซ์


    อ้อนกอดฟีนิกซ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายการกอดออก แลพูดกับฟีนิกซ์ " คอนัวร์กำลังจะเริ่มต้นใหม่ได้อยู่แล้วแต่เพราะอะไรเขาถึงย้อนกลับมาหาคอนัวร์อะ ทั้งๆที่เขาทิ้งคอนัวร์ไปแล้ว เพื่ออะไรอะ "


    ฟีนิกซ์พูดกลับ " สงบใจก่อนนะ คอนัวร์ "


    อ้อนพูดต่อ " ตอนนั้นเขาทำกับคอนัวร์เหมือนคนไม่มีเยื่อใย แต่ตอนนี้เขากลับมาบอกว่าเขารักคอนัวร์ เขาต้องการอะไรอะ คอนัวร์ไม่เข้าใจ "


    ฟีนิกซ์พูดขึ้น " คอนัวร์ช่วยลองถามความรู้สึกตัวเองดูนะ ว่าคอนัวร์ยังมีความรู้สึกดีๆกับเขาอยู่รึเปล่า "


    อ้อนบอกกลับ " ถ้าพี่กระตั้วน้อยหมายถึงยังรักเขารึเปล่า คอนัวร์บอกตรงนี้ แม้แต่จะให้คอนัวร์ชอบ 

    คอนัวร์ก็ทำไม่ได้อะค่ะ "


    ฟีนิกซ์ถามกลับ " คอนัวร์แน่ใจนะ "


    อ้อนตอบด้วยการพยักหน้า


    " คอนัวร์รักเขามาตั้งแต่ต้น จนถึงดั่งเหมือนตอนจบของพระเอกนางเอกในละคร คือแต่งงานกันอะ แต่เขามาทำแบบนี้ มันเหมือนคนไม่เคยเห็นค่าความรักของกันและกันเลยอะ " อ้อนกล่าว


    " วันครบรอบที่เป็นแฟนกันเขาก็ลืม งานวันเกิด

    คอนัวร์เขาก็ยังลืมอีก ขนาดคอนัวร์แพ้หมึกรุนแรงเขาก็จำไม่ได้ แถมเขายังไปมีอะไรกับคนอื่นอีก อ้อนรับไม่ได้อะ " อ้อนบอก


    " แต่ถ้าเป็นพี่กระตั้วน้อย อ้อนเชื่อว่าเรื่องมือที่สามคงจะไม่มี และจะไม่ลืมสิ่งที่สำคัญของคอนัวร์ ขนาดเราห่างกันไปตั้งนาน พี่กระตั้วน้อยยังจำได้เลยว่า 

    คอนัวร์แพ้หมึกมากแค่ไหน " อ้อนกล่าว


    " เมื่อมันเป็นแบบนี้ คอนัวร์ยังจะให้คำว่าชอบ คำว่ารักกับเขาได้ยังไง " อ้อนกล่าว


    เมื่อฟีนิกซ์ฟังมาถึงจุดนี้ คนก็เริ่มกล่าวบ้าง " ถ้าคอนัวร์เลือกแบบนี้ มันก็ต้องเป็นแบบนั้นแล้วล่ะ แต่ไม่ว่า

    คอนัวร์จะเลือกทางไหน พี่อยากให้รู้เอาไว้นะ พี่จะอยู่กับคอนัวร์ทุกๆช่วงเวลาและทุกๆเส้นทางเลยนะ "


    ทันทีที่ฟีนิกซ์กล่าวจบ ทิ้งเวลามาสามวินาที เสียงเตชินก็ดังมาจากทางด้านข้างฟีนิกซ์ " อ้อน "


    ฟีนิกซ์ที่ได้ยินก็หันไปมองเตชิน ส่วนอ้อนนั้นเบือนหน้าหนี


    ฟีนิกซ์ที่เห็นเตชินมาแล้ว คนที่อยากให้คนทั้งสองเคลียร์ใจ คนก็ลุกขึ้นและเดินไปหลบยังมุมมุมหนึ่ง


    เมื่อฟีนิกซ์ลุกแล้ว เตชินก็เดินมานั่งยังชิงช้าอีกตัวด้านข้างอ้อน


    เตชินเริ่มกล่าว " พี่ได้ยินหมดแล้ว มันก็จริงอย่างที่อ้อนพูดนั่นแหละ พี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ ทั้งวันสำคัญของเราพี่ก็จำไม่ได้ อ้อนแพ้อะไรพี่ก็จำไม่ได้ แถมยังมีเรื่องผู้หญิงอื่นอีก ควรแล้วที่อ้อนไม่ยอมยกโทษให้พี่ และมันก็คงช้าเกินเยียวยา ที่อ้อนจะกลับมาคืนดีกับพี่อีกครั้ง "


    พอเตชินกล่าวมาถึงจุดนี้ คนก็ล้วงกระเป๋ากางเกงและหยิบบางสิ่งออกมา มันคือสร้อยคอเพชรนั่นเอง


    เตชินกล่าวต่อ " งั้นสร้อยคอเพชรนี้ พี่ขอคืนให้อ้อนแล้วกันนะ พี่รักอ้อนมากนะ "


    เมื่อเตชินกล่าวบอกว่ารักอ้อนมากเสร็จ คนจับมืออ้อนและยัดสร้อยคอเพชรใส่มืออ้อนเอาไว้ จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินจากอ้อนไป


    ครั้นเตชินไปแล้ว ฟีนิกซ์ก็เดินกลับมาหาอ้อนและคุกเข่าข้างหนึ่งเบื้องหน้าอ้อนดั่งเคย และกล่าวเรียก 

    " คอนัวร์ "


    อ้อนไม่ปล่อยให้ฟีนิกซ์พูดต่อ คนถามฟีนิกซ์ " เขาจากไปแล้วใช่รึเปล่า "


    ฟีนิกซ์ยังไม้ทันตอบ อ้อนก็เข้าสวมกอดฟีนิกซ์


    ฟีนิกซ์ปล่อยให้อ้อนกอดอยู่สักพัก ก่อนจะกล่าวถาม

    " คอนัวร์ยังอยากมีเขาอยู่ในชีวิต ในจุดที่เรียกว่าคนรักกันใช่รึเปล่า "


    อ้อนตอบกลับ " แล้วมันจะมีความหมายอะไร เขาจากไปแล้ว "


    ฟีนิกซ์บอกกลับ " มีความหมายสิ เพราะอย่างน้อย มันก็ทำให้พี่รู้ว่า ควรพูดอะไร "


    ฟีนิกซ์ดันตัวอ้อนออกจากการกอด จากนั้นก็กล่าว 

    " คอนัวร์ พี่ว่า คอนัวร์ กลับไปหาเขาเถอะ นะเชื่อพี่แล้วคอนัวร์จะมีความสุข"


    ฟีนิกซ์กล่าวต่อ " ไม่ว่าเขาจะทำผิดกับคอนัวร์มากแค่ไหน แต่ตอนนี้ที่พี่ได้ฟังน้ำเสียงและคำพูดของเขา พี่ขอยืนยันให้เลยว่า เขารู้สึกผิดแล้วจริงๆ พี่ว่าอะไรที่มันเลยมาแล้ว ก็ให้มันเลยไปน่าจะดีที่สุด "


    ฟีนิกซ์บอกต่อ " เขาเคลียร์ตัวเองกับผู้หญิงคนนั้นแล้วและเขาก็รู้คำตอบแล้วว่าต้องการอยู่กับอ้อน ตอนนี้ยังไม่สายนะอ้อน ที่อ้อนจะกลับไปหาเขา เชื่อพี่อ้อน และอ้อนจะมีความสุขที่สุดในชีวิต "


    ฟีนิกซ์นำมือเช็ดน้ำตาอ้อน จากนั้นค่อยกล่าวต่อ " กลับไปหาคนที่เขารักอ้อนและอ้อนก็รักเขาเถอะ นะเชื่อพี่ "


    อ้อนพยายามกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้น และกล่าวถามฟีนิกซ์ " ถ้าคอนัวร์กลับไปหาเขา แล้วเขายังทำให้

    คอนัวร์เสียใจแบบเดิมอีกล่ะ พี่กระตั้วน้อย "


    " ถึงวันนั้น ถ้ามันมีจริง ก็ให้คอนัวร์นึกถึงพี่ เพราะพี่ชายคนนี้จะยืนเคียงข้างน้องคอนัวร์เสมอ " ฟีนิกซ์กล่าวและนำมือไปเช็ดน้ำตาอ้อนอีกครั้ง


    " แล้วถ้าคอนัวร์กลับไปหาพี่เตชิน แล้วพี่กระตั้วน้อยล่ะ " อ้อนกล่าวถาม


    ฟีนิกซ์บอก " พี่ไม่เป็นอะไรหรอก ไปเถอะ "


    อ้อนพยักหน้า จากนั้นก็ตอบกลับ " ขอบคุณค่ะ "


    ฟีนิกซ์ยิ้มให้ จากนั้นก็สวมกอดอีกครั้ง


    คนสองกอดกันได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายการกอดออก เมื่อการกอดถูกคลายแล้ว อ้อนก็เดินจากฟีนิกซ์ไป แต่เดินไปได้สามสี่ก้าวคนก็ชะงักและหันมามองฟีนิกซ์เพื่อดูอาการ ส่วนฟีนิกซ์ก็ทำได้แต่ยิ้มอย่างเข้มแข็งและโบกมือลาบอกลาพลางกล่าว " ไปเถอะ "


    อ้อนที่เห็นฟีนิกซ์เข้มแข็งดี คนพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง


    ครั้นอ้อนจากไปแล้ว ฟีนิกซ์ก็เงยหน้าขึ้นมองฟ้า ทันทีที่คนมองฟ้า ภาพตอนที่คนอยู่กับอ้อนก็รีรันผุดขึ้นมาพร้อมน้ำตาคลอเบ้า


    สามวันต่อมา เวลาตอนเที่ยง หรือคือวันที่ ยี่สิบ เมษายน เวลาเที่ยง


    ฟีนิกซ์ก็กำลังนั่งเหม่อลอยใช้ช้อนจิ้มเค้กซ้ำไปซ้ำมาอยู่ ณ ร้านนั่งเล่น 

    ฝัดกับโอมที่เห็น ก็พอรู้ว่าคนกำลังนั่งเหม่อลอยคิดอะไรอยู่


    คนสองมองหน้ากัน ก่อนฝัดจะตัดสินใจวางสิ่งที่ทำและเดินเข้าหาฟีนิกซ์ จากนั้นก็กล่าวถาม " พี่ฟีนิกซ์ พี่โอเคมั้ยพี่ "


    ฟีนิกซ์ไม่มองไปทางอื่นนอกจากเค้กตรงหน้า คนยิ้มออกมา แลพูดขึ้น " ทำไมกูจะไม่โอเคล่ะ กูโอเคอยู่แล้วเว้ย "


    ฝัดกล่าวบอก " พี่โอเค ก็ดีแล้วพี่ "


    ' อาการแบบนี้ ไม่โอเคชัดๆ ' ฝัดคิด


    " ถ้าพี่โอเค ก็กินเค้กได้แล้ว พี่จิ้มเค้กจนสภาพเหมือนอาหารเปียกแมวอยู่แล้วเนี่ย " ฝัดกล่าว


    ฟีนิกซ์บอก " เออ เออ เดี๋ยวกูกินเองแหละ ไปทำงานมึงเถอะ "


    ฟีนิกซ์ลงมือกินเค้กไปได้ห้าหกคำ จู่ๆก็มีคนผลักเปิดประตูร้านนั่งเล่นเข้ามา


    โอมที่ได้ยินเสียงกระดิ่งประตูร้านดัง พร้อมกับประตูถูกดันผลักเข้ามา คนจึงกล่าวต้อนรับ " ร้านนั่งเล่นยินดีต้อนรับครับ "


    ทันทีที่โอมเห็นว่าใครเข้ามา คนก็กล่าวทัก " อ้าว คุณอ้อน คุณเตชิน "


    เมื่อโอมกล่าวบอกว่าใครเป็นคนเข้ามา ฟีนิกซ์ก็หันไปมอง จากนั้นจึงค่อยลุกขึ้น แลกล่าวทัก " อ้าวสวัสดี 

    เตชิน สบายดีมั้ยคอนัวร์ "


    อ้อนบอก " พี่ฟีนิกซ์ อ้อนสบายดีค่ะ "


    ฟีนิกซ์ที่ได้ยินอ้อนเรียกชื่อตัวเองแทนสรรพนามแล้ว คนก็ทำสีหน้าไม่ถูกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเรียกปรับเปลี่ยนอาการอย่างรวดเร็วและยิ้มกล่าว " อ้อนมาที่นี่ มาซื้อของกินใช่มั้ย "


    อ้อนบอกกลับ " ไม่ได้มาซื้อของค่ะ มาหาพี่ฟีนิกซ์กับทุกคนโดยเฉพาะเลย "


    ฟีนิกซ์กล่าวถาม " มาหาพี่ ? มีอะไรให้ช่วยรึเปล่า บอกมาได้นะไม่ต้องเกรงใจ "


    " มีน่ะมีค่ะ แต่ไม่รู้พี่ฟีนิกซ์กับทุกคนจะทำได้รึเปล่า " อ้อนบอก


    ฟีนิกซ์ยิ้มพลางหัวร่อ และกล่าว " พี่ทำได้อยู่แล้ว อ้อนก็รู้จักพี่ดี มีอะไรที่พี่ทำไม่ได้บ้างล่ะ "


    " งั้นพี่ฟีนิกซ์ ก็ช่วยมางานแต่งอีกครั้งของอ้อนกับ

    พี่เตชินได้รึเปล่าคะ " อ้อนกล่าวเสร็จ ก็ยื่นการ์ดงานแต่งให้


    ฟีนิกซ์ทำสีหน้าไปไม่ถูกอีกครั้ง คนเป็นอย่างงั้นไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มและรับการ์ดงานแต่งมา


    เมื่อฟีนิกซ์รับการ์ดงานแต่งไปแล้ว เตชินก็กล่าว " คุณฟีนิกซ์ต้องมาให้ได้นะครับ หากขาดคุณฟีนิกซ์งานคงไม่สมบูรณ์ เพราะคุณฟีนิกซ์คือคนสำคัญของเรา ถ้าไม่มีคุณฟีนิกซ์ อ้อนคงไม่ยกโทษให้ผม และเราอาจจะไม่ได้คืนดีกันและอาจจะไม่มีงานแต่งงานของเราอีกครั้งเลยก็ได้นะครับ "


    ฟีนิกซ์ยิ้มมองทั้งสองคน ก่อนจะกล่าว " ผมต้องไปแน่นอนครับ เชื่อได้เลย"


    หลังจากฟีนิกซ์บอกเสร็จ อ้อนก็ยื่นมือมาจับมือฟีนิกซ์ แลกล่าว " พี่ฟีนิกซ์พูดแล้วนะคะ "


    พออ้อนกล่าวเสร็จ อ้อนก็บอกต่อ " งั้นอ้อนขอตัวก่อนก็แล้วกัน พอดีมีเรื่องต้องทำอีกเยอะน่ะค่ะ"


    อ้อนกล่าวจบ คนก็คลายมือที่จับมือฟีนิกซ์ออกและกล่าวลากับทุกคน " ไปก่อนนะทุกคน มางานอ้อนให้ได้นะ " 


    " โอเคครับไปแน่ครับ " ฝัดกล่าว


    " ผมก็เช่นกันกับพี่ฝัดครับ " โอมกล่าว


    ครั้นอ้อนกล่าวเสร็จ คนกับเตชินก็เดินออกจากร้านไปในเกือบทันที


    เมื่ออ้อนกับเตชินจากไปแล้ว ฝัดก็กล่าวถามฟีนิกซ์ขึ้น

    " พี่จะไปจริงๆหรอ "


    ฟีนิกซ์ตอบ " จริงสิ "


    วันเวลาผ่านไป จนถึงวันที่ ยี่สิบห้า เมษา ซึ่งคือวันงานแต่งของอ้อนกับเตชินมาถึง


    ณ ร้านนั่งเล่น เวลา เก้าโมงเช้าห้าสิบ ฟีนิกซ์ โอม ฝัด แคน กิลด์ ซีค อัลเบียน อาท ก็รวมตัวกันอยู่ที่นี่ เพื่อจะไปงานแต่งของอ้อนกับเตชินพร้อมๆกัน


    เมื่อคนที่จะไปงานแต่งอ้อนมากันครบแล้ว อัลเบียนก็กล่าวขึ้น " เราไปกันเลยมั้ยครับ นี่ก็เก้าโมงเช้าห้าสิบแล้ว เดี๋ยวเราไปไม่ทันแล้วงานสังสรรค์กับพิธีการกล่าวคำอวยพรจะเลิกเอา "


    " ฉันโอเคตามนั้น " กิลด์กล่าวบอกอัลเบียน


    " แล้วพวกมึงล่ะ จะไปกันตอนนี้เลยเปล่า แล้วใครจะติดรถกูไปบ้าง " กิลด์กล่าวถาม


    " ผมติดรถคุณกิลด์แล้วหนึ่งคนครับ " ซีคบอก


    " ผมติดรถพี่กิลด์ไปด้วยคนพี่ " ฝัดกล่าว


    " กูด้วยที่จะติดรถมึงไปกิลด์ " แคนกล่าว


    " แล้วมึงล่ะ ไอ้ฟีนิกซ์ ไอ้โอม ไอ้อาท " กิลด์ถาม


    " กูไปรถกูเว้ย " อาทบอก


    " ส่วนกูไปกับไอ้อาทก็แล้วกัน " ฟีนิกซ์บอก


    " ส่วนผม " โอมกล่าวยังไม่ทันจะบอกว่าจะไปกับใคร


    อัลเบียนก็กล่าวขึ้น " โอมไปกับผมก็แล้วกันนะครับ "


    โอมที่ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะไปกับกิลด์หรืออาทดี แต่เมื่ออัลเบียนเสนอตัวมาเช่นนั้น คนจึงตัดสินใจ " โอเคครับ ผมไปกับคุณอัลเบียนก็ได้ "


    เมื่อทุกคนได้ข้อสรุปกันแล้ว พวกคนก็เริ่มพากันเดินออกจากร้านนั่งเล่น เพื่อไปยังรถที่จะนำพวกคนไปยังงานแต่งของอ้อนกับเตชิน


    ทว่าทางด้านอาท ยังไม่ทันได้ออกประตู ได้แค่ใกล้ๆประตู จู่ๆวอวิทยุสื่อสารคนก็ดังขึ้น คนจึงรับแลกล่าวถามว่ามีอะไร


    ทางด้านวอวิทยุสื่อสารอีกด้านหนึ่ง ตอบมา " มีคนหลอนยา กำลังจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน ขอกำลังเสริมด่วน "


    อาทตอบกลับ " โอเคเดี๋ยวไป "


    ครั้นอาทตอบกลับวิทยุสื่อสารอีกด้านหนึ่งไปดังนั้นแล้ว คนที่รู้ว่าอาจไปงานแต่งช้า คนจึงกล่าวถามฟีนิกซ์ว่าจะไปกับตนต่ออยู่รึเปล่า " ไอ้ฟีนิกซ์ กูต้องแวะทำงานก่อน อาจไปงานแต่งช้า มึงจะไปกับกูอยู่รึเปล่า "


    ฟีนิกซ์คิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับ " ไปดิ ช้านิดช้าหน่อยเป็นไรไป "


    " โอเค งั้นไปกัน " อาทกล่าว


    พออาทกล่าวเสร็จ ทั้งอาทและฟีนิกซ์ก็พากันไปขึ้นรถและมุ่งสู่ที่เกิดเหตุ คนหลอนยาจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน


    ทางด้าน กิลด์ อัลเบียน โอม แคน ซีค ฝัด ไม่นานก็มาถึงยังงานแต่งอ้อน และเจออ้อนกับเตชิน กำลังคุยกับแขกอยู่


    แคนที่เห็นอ้อนในชุดแต่งงานแบบไทย คนก็กล่าวขึ้น " อ้อนในชุดแต่งงานแบบไทยเนี่ยสวยจริงๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นแฟนไอ้ฟีนิกซ์ "


    หลังจากแคนกล่าวเสร็จ เตชินกับอ้อน ก็หันมาเจอกับพวกกิลด์ เมื่อคนเห็น คนจึงเดินเข้ามาหา


    " สวัสดีครับ " เตชินกล่าว


    " สวัสดีค่ะ " อ้อนกล่าว


    """""" สวัสดีครับ """""" พวกกิลด์กล่าวสวัสดีพร้อมๆกัน


    " ยินดีด้วยนะครับ คุณอ้อน คุณเตชิน " โอมกล่าว


    " ขอบคุณมากๆเลยนะครับที่มา " เตชินกล่าว


    " แล้วคุณฟีนิกซ์ล่ะครับ " เตชินถาม


    โอมตอบ " เดี๋ยวตามมาครับ "


    อ้อนกับเตชินพยักหน้าเข้าใจ


    อ้อนที่เห็นอัลเลียนมาด้วย และเห็นสาวๆในงานมอง

    อัลเบียนกันตาเป็นมัน คนก็กล่าวทักขึ้น " พี่อัลเบียนนี่ยังหล่อเสน่ห์แรงเหมือนเดิมเลยนะคะ ดูสิสาวๆในงานมองกันเป็นตาเดียวเลย "


    " ถ้าติดว่าอ้อนไม่รักพี่เตชินนะ อ้อนคงจีบพี่อัลเบียนไปแล้ว " อ้อนบอก


    " อย่าพูดแบบนั้นสิอ้อน พี่หวงนะ " เตชินกล่าว


    อัลเบียนบอกกลับ " ขอบคุณครับที่ชม น้องอ้อน "


    หลังอัลเบียนกล่าวจบ พิธีกรงานแต่งที่อยู่บนเวที ก็กล่าวขึ้น " เอาล่ะครับ ผมว่า ณ ตอนนี้ ทุกคนคงอยากเห็นคู่บ่าวสาวมาแสดงความรักที่มีต่อ ผ่านการพูดคุยจะแย่แล้วใช่มั้ยครับ งั้นขอขอเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นมาพูดคุยกันบนเวทีหน่อยนะครับ "


    ก่อนอ้อนจะเดินจากไปกับเตชิน คนก็กล่าวถามขึ้นเอาความมั่นใจเกี่ยวกับฟีนิกซ์ว่าจะมามั้ย " พี่ฟีนิกซ์จะมาแน่นะคะ "


    โอม ฝัด แคน ซีค กิลด์ ที่ได้ฟังดังนั้นก็มองหน้ากันเพราะไม่รู้ว่าฟีนิกซ์จะมาแน่มั้ย เลยตอบไม่ได้


    อัลเบียนที่ได้ฟังและเห็นพวกตนคนอื่นไม่ตอบ คนจึงตอบแทนด้วยความมั่นใจ " ฟีนิกซ์ต้องมาแน่ครับ พี่เอาหัวเป็นประกันได้เลย "


    อ้อนที่ได้ยินแบบนั้นก็ชื่นใจ ก่อนจะกล่าวขอตัวลา " งั้นขอตัวก่อนนะคะ "


    พวกอัลเบียนพยักหน้าตอบรับ หลังจากพวกอัลเบียนพยักหน้าตอบรับ อ้อนกับเตชินก็ควงแขนกันไป ขึ้นไปบนเวที


    ทันทีที่อ้อนขึ้นไปถึงบนเวที ฟีนิกซ์กับอาทก็เข้ามาถึงยังในงานแต่งพอดี แคนที่เป็นคนหันหลังไปเจอคนแรก ก็กล่าวบอกแก่ทุกคนที่เป็นพวกตน " มันแล้ว "


    ฟีนิกซ์ที่มาแล้ว ก็ยืนดูอ้อนกับเตชินควงแขนแนบชิดกันอยู่บนเวที


    พิธีกรกล่าว " แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้พูดอะไร ผมขอพูดก่อนครับว่า โอ้โห เรียกได้ว่าเป็นพรพระลิขิตก็ว่าได้ครับ ที่ทั้งสองได้เจอกันที่วัด และมาตกหลุมรักกัน ทั้งๆคนหนึ่งอยู่ราชรี มารักกับสาวที่อยู่สามพรานนครปฐม ห่างกันชั่วโมงนิดๆ ผมว่าในตอนนี้ หนุ่มๆราชรีทั้งหลายคงอกหักกันเป็นระนาวเป็นแน่นอนเลยครับ "


    แคนหลังจากได้ยินพิธีกรพูดดังนั้น คนก็กล่าว " แม่นอย่างกับตาเห็น พิธีกรเป็นหมอดูรึเปล่าวะ เพราะมีตรงนี้ยืนอยู่คนหนึ่งที่อกหักอะ "


    พิธีกรกล่าวต่อ " ณ วันนี้เป็นวันสำคัญของทั้งคุณอ้อนและคุณเตชิน ซึ่งเป็นคู่บ่าวสาว ผมที่เป็นพิธีกรและหมดคำจะพูดแล้ว ณ ตอนนี้ ผมเลยคิดว่าทั้งสองควรจะกล่าวอะไรสักเล็กน้อยบนเวที คู่บ่าวสาวมีอะไรจะกล่าวมั้ยครับ "


    เตชินยื่นมือไปรับไมค์มาจากพิธี และกล่าว " ผมขอเริ่มก่อนเลยนะครับ ผมมีสองสิ่งที่อยากขอบคุณกับอ้อนหนึ่ง ผมอยากขอบคุณอ้อนที่ให้อภัยผม แม้สิ่งที่ผมทำไปแก่อ้อนจะรุนแรงกับจิตใจอ้อนมากแค่ไหน สอง ผมขอขอบคุณที่อ้อนมอบการเริ่มต้นใหม่ให้ผมอีกครั้ง ผมขอให้คำมั่นว่าจะไม่ทำให้อ้อนเสียน้ำตาด้วยความเศร้าใจในเรื่องเดิมๆอีก พี่จะอยู่เคียงข้างอ้อนไปตลอดจนชั่วชีวิต พี่รักอ้อนนะ "


    ทันทีที่เตชินกล่าวจบ เสียงของแขกในงานยกเว้นพวกฟีนิกซ์ ก็กล่าวดังเป็นแนวทางเดียวกัน " หอมเลย หอมเลย หอมเลย "


    เตชินที่ทนคำยุยงไม่ไหวและเห็นว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไร คนจึงหอมแก้มอ้อนไปหนึ่งฟอด


    ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มให้ยินดี


    หลังจากเตชินหอมแก้มอ้อนเสร็จ และหันลงมามองยังด้านล่างเวที และเห็นว่าฟีนิกซ์มาแล้ว 


    เตชินก็กล่าว " ขอขัดจังหวะทุกคน สักแป๊บหนึ่งนะครับ พอดีว่า ณ ตอนนี้มีบุคคลสำคัญคนหนึ่งสำหรับเราทั้งสองคน มาอยู่ในงานนี้ เขาสำคัญขนาดที่ว่า หากไม่มีเขา คงอาจจะไม่มีงานนี้ เขาชื่อฟีนิกซ์ครับ ขอเชิญคุณฟีนิกซ์ขึ้นมากล่าวอะไรสักหน่อยครับ "


    ฟีนิกซ์เมื่อได้ยินดังนั้น ยืนนิ่งปรับอารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มเดินช้าๆย่างขึ้นไปบนเวที


    ครั้นขึ้นมาอยู่บนเวทีและรับไมค์ต่อจากเตชินแล้ว คนนิ่งไม่ยอมกล่าวอะไร


    โอมที่เห็นก็กล่าวถามพวกตนทุกคน " คุณฟีนิกซ์เขาต้องเจ็บใจมากแน่ๆ ถึงไม่ยอมกล่าวอะไรเลยอะ "


    อาทบอก " ใช่ มันคงเจ็บทั้งแผลกายแผลใจเลยแหละ "


    โอม ฝัด แคน กิลด์ ซีค ที่ได้ยินคำอาทบอก พวกคนก็งง


    แคนที่สงสัย จึงกล่าวถาม " แผลอะไรวะ "


    อาทบอก " เดี๋ยวค่อยบอก ฟังไอ้ฟีนิกซ์พูดก่อน "


    ฟีนิกซ์ที่รู้สึกว่าตนยืนนิ่งมาพอควรแล้ว คนจึงเริ่มกล่าว " ขอบคุณคุณเตชินนะครับ ที่ให้เกียรติผมขึ้นมา

    กล่าวอะไรสักอย่างบนเวทีอันแสนสำคัญของคุณและน้องสาวของผม อ้อน ผมอยากจะบอกว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากครับ ที่ได้เห็นน้องสาวที่ผมรักมากคนนี้ได้ใส่ชุดแต่งงานชุดไทยอันสวยสง่า ผมในฐานะพี่ชายที่รักน้องสาวคนนี้อย่างสุดใจ ผมขอให้น้องอ้อน ขอให้น้องอ้อนมีความสุขกับชีวิตที่ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสามีภรรยาอย่างที่น้องต้องการมากๆนะ "


    " ส่วนสิ่งที่ผมอยากบอกกับคุณเตชินก็คือ ผมเชื่อมั่นว่า คุณเตชินจะรักและดูแลอ้อนเป็นอย่างดีอย่างแน่นอนตลอดชั่วลมหายใจของคุณ และจะไม่ทำผิดในเรื่องเดิมๆอีก และผมก็มั่นใจว่าอ้อนคงจะมีความสุขมากที่สุดในช่วงเวลาชีวิตที่ยังมีลมหายใจหรือแม้กระทั่งสิ้นลมหายใจไปแล้วแน่ๆ ที่ได้อยู่เคียงข้างคุณจนตลอด ผมฝากดูแลอ้อนด้วยนะครับ " ฟีนิกซ์กล่าว


    เตชินโอบไหล่อ้อน และตอบกลับ " ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลอ้อนเป็นอย่างดีเลยครับ "


    ฟีนิกซ์ยิ้ม จากนั้นก็กล่าว " ขอบคุณที่รับปากครับ "

     

    พอฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ คนก็เดินลงมาหาพวกอัลเบียน คนยืนตรงอยู่หน้าพวกอัลเบียนได้สักครู่หนึ่ง ก่อนเข่าข้างหนึ่งจะร่วงลงสู่พื้น


    พวกของฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้นก็ตกใจว่าฟีนิกซ์เป็นอะไร ยกเว้นอาทกับอัลเบียนที่ไม่ตกใจ


    แคนกับกิลด์ที่อยู่ใกล้ ก็ช่วยพยุงตัวฟีนิกซ์ให้ยืนขึ้นอีกครั้ง


    แคนที่อยากรู้ว่าฟีนิกซ์เป็นอะไร จึงกล่าวถามฟีนิกซ์ " ไอ้ฟีนิกซ์ มึงเป็นอะไรวะ "


    อาทตอบ " ไอ้ฟีนิกซ์ มันโดนฟันที่อกมา "


    อาทอธิบายต่อ " ก็ตอนที่กูกำลังเกลี้ยกล่อมคนหลอนยาอยู่อะดิ ไอ้ฟีนิกซ์มันเห็นโอกาสเลยวิ่งเข้าชาร์จ แต่คนหลอนยามันไหวตัวทัน เลยหันมาฟันไอ้ฟีนิกซ์ "


    แคนถามอาท " แล้วมึงก็ปล่อยให้มันมางานแต่งอ้อน ทั้งๆที่มันเจ็บเนี่ยนะ "


    อาทบอก " กูบอกให้มันไม่ต้องมาแล้ว แต่มันดื้อจะมาให้ได้ จะให้กูทำไง มันให้กูทำแผลเบื้องต้นให้ก็ดีแค่ไหนแล้ว "


    ฟีนิกซ์ที่เห็นแคนกับอาทคุยกันเสียงดังพอควร คนก็กล่าวขึ้น " อย่าเสียงดังอย่าทำตัวกระโตกกระตากสิวะ เดี๋ยวคนอื่นหรืออ้อนตกใจหมด "


    " มึงเจ็บขนาดนี้ มึงยังจะห่วงอ้อนอีกหรอวะ " แคนถาม


    " กูว่า " แคนกล่าวถึงแค่คำว่า "กูว่า" ยังไม่ทันได้ต่อ


    ฟีนิกซ์ก็กล่าวขึ้น" กูรู้มึงเป็นห่วงกูเว้ย แต่กูขออยู่ดูอ้อนกับเตชินแสดงความรักต่อกัน สักพัก แล้วกูจะกลับเอง "


    " งั้นก็แล้วแต่มึงก็แล้วกัน " แคนกล่าว


    ฟีนิกซ์ยืนดูเตชินกับอ้อนหยอกล้อแสดงความรักหวานๆออกมาได้ประมาณสิบนาที ซึ่งเป็นเวลาญาติผู้ใหญ่อวยพรเสร็จพอดี คนที่พอใจแล้วก็หันหลังเดินออกจากงานแต่งไป พร้อมมีพวกตนตามคนออกไปด้วย


    หลังออกจากงานแต่งอ้อนมาแล้ว พวกคนก็มารวมตัวกันอยู่ที่ร้านนั่งเล่น


    ฟีนิกซ์ที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ที่โต๊ะกลางร้านอยู่กับแคนและกิลด์ที่ช่วยทำแผลให้ คนก็นั่งหน้าเศร้าไปไม่มีใครเข้ามาปลอบอยู่เป็นเวลาพอควร


    พอกิลด์ทำแผลเสร็จ แคนก็กล่าวกับฟีนิกซ์ " ฟีนิกซ์ไม่เป็นอะไรแน่นะ "


    ฟีนิกซ์ตอบ " แน่ดิ ไม่เป็นอะไรหรอกกูอะ เรื่องแค่นี้ "


    " ถ้าไม่เป็นอะไรก็ร่าเริงสิวะ จะทำหน้าเศร้าอยู่ทำไม ร่าเริงสิ " แคนกล่าว


    พอฟีนิกซ์โดนแคนพูดมาแบบนั้น คนก็แสดงท่าทีร่าเริงพลางกล่าว " ก็ร่าเริงอยู่นี่ไง มองไงกูเศร้าวะ "


    " ถ้ามึงร่าเริงจริง งั้นวันนี้มึงต้องมาปาร์ตี้กับพวกกูโอเคมั้ย ถ้ามึงไม่ไปแสดงว่ามึงโกหกว่าไม่เศร้าอยู่ " แคนกล่าว


    ฟีนิกซ์บอกพลางทำท่าทีเข้มแข็ง " ไปก็ไปสิวะ ใครเศร้าใครโกหกที่ไหน "


    " ว่าแต่ ที่มึงชวนกูไปนี่ มึงเลี้ยงใช่มั้ย " ฟีนิกซ์ถาม


    แคนตอบ " หึ อัลเบียนเลี้ยง "


    อัลเบียนที่ได้ฟังดังนั้น ก็พูดขึ้น " อ้าว ไหงเป็นงั้นไป พูดซะดิบดีเหมือนตัวเองจะเลี้ยง แต่สุดท้ายไหงให้ผมเลี้ยงล่ะเนี่ย "


    แคนกล่าว " ก็อัลเบียนเป็นหัวหน้าคนหนิครับ ลูกน้องมีปัญหา เลยอยากจะสังสรรค์ หัวหน้าก็ต้องช่วยสิครับ "


    อัลเบียนที่ได้ฟังเหตุผลของแคนมาดังนั้น แม้จะฟังไม่ขึ้น แต่คนก็ตอบรับข้อเสนอ " เอา เอา ผมเลี้ยงก็ได้ครับ "


    " ว่าแต่ แคนพูดมาแบบนี้ได้ถามคนอื่นๆยังว่าจะไปด้วยมั้ย " อัลเบียนถาม


    " เออว่ะ ลืมถาม " แคนกล่าว


    " แล้วพวกมึงจะไปกันมั้ยล่ะ ไอ้กิลด์ ไอ้คุณซีค ไอ้ฝัด ไอ้โอม ไอ้อาท " แคนกล่าวถาม


    อาทตอบ " ไปดิ นานๆจะว่างพร้อมกันทุกคน "


    " ผมก็ไปครับ " โอมกล่าว


    " กูก็ไปเว้ย " กิลด์กล่าว


    " ผมก็ไปเหมือนกันครับ " ซีคกล่าว


    " ผมก็ไปเหมือนกันพี่ " ฝัดกล่าว


    " เมื่อทุกคนตัดสินใจว่าจะไปสังสรรค์ด้วยกันแล้ว เห็นแล้วก็อย่าช้าเลย ไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ ลุกๆ คืนนี้เราจะไปปาร์ตี้กันที่บาร์เอ็นเด็ก " แคนกล่าว


    เมื่อแคนกล่าวจบ พวกคนยกเว้นฝัดกับโอมก็พากันลุกและเดินมุ่งไปยังประตูเชื่อมมิติ เพื่อไปสะสางงานของตนกันให้เสร็จ


    แต่ก่อนที่ฟีนิกซ์จะได้ตามเข้าประตูมิติไป คนก็กล่าวบอกกับพวกแคนขึ้น " พวกมึงไปกันก่อนเลย กูขอเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งเว้ย "


    " เออ เออ รีบๆมาแต่งตัวเปลี่ยนชุดให้หล่อล่ะ " แคนบอก


    " ว่าแต่มึงไปรถใครวะ " แคนถาม


    ฟีนิกซ์ตอบ " ไปรถไอ้อาทเว้ย กูอะ "


    ครั้นฟีนิกซ์บอกจบ ฟีนิกซ์ก็รอให้คนสุดท้ายเข้าประตูไปและปิดประตูปิดลง เมื่อประตูปิดลงการเชื่อมมิติก็ปิดลงด้วย ปัจจุบันมันคือประตูที่เชื่อมกับห้องน้ำธรรมดาๆ คนที่เห็นว่าประตูมิติกลายเป็นประตูเชื่อมสู่ห้องน้ำธรรมดาๆแล้ว คนก็กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องน้ำไป 

    แต่ก่อนที่คนจะได้เข้าห้องน้ำ คนก็เปิดโทรศัพท์ดูเฟซของอ้อน ดูรูปที่อ้อนใส่ชุดแต่งงานยืนคู่กับเตชินบนหน้าเฟซของอ้อน คนที่เห็นดังนั้นก็ฝืนยิ้มแม้ไม่มีใครเห็น และกล่าว " โชคดีและมีความสุขมากๆนะ คอนัวร์ " หลังจากนั้นก็ค่อยเข้าห้องน้ำไป

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน