นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลือดหยดที่ 40 หนีตาย

    .............................


    " แฮ่ก  แฮ่ก แฮ่ก......"หรั่งโซซัดโซเซไปตามทาง ลมหายใจหอบถี่ เพราะเหนื่อยจากการหลบหนีสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ไม่รู้จัก  แถมยังเจ็บหนักในบางจุด  ด้วยถูกเหล่าปีศาจเล่นงานถึงหลายครั้ง


    " ต้องสู้  เพียงแค่ยื้อให้ถึงเวลาเช้า  เราก็จะรอดแล้ว "

          


           ทว่าร่างกายของมนุษย์ก็มีขีดจำกัดที่ไม่ค่อยสูงนัก  หรั่งเลยฟุบที่ทางเท้า  ในใจรู้สึกอ่อนล้า


    " ไปต่อไม่ไหวแล้ว  เราจะต้องมาตายที่นี่จริงหรือ "

            


           ขณะที่หรั่งเริ่มทอดอาลัย  เสียงเคลื่อนที่ของบางสิ่งก็วิ่งมากระทบใบหูที่แนบชิดทางเท้า  และจากประสบการณ์  เขาบอกได้ทันทีว่านั่นคือ.......รถยนต์


    " บรืน....."

            


           ไฟแห่งความหวังลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง และสิ่งนั้นก็บงการให้หรั่งรีบยันกายลุกขึ้นยืน ทำให้พบกับพาหนะสีเขียวเหลืองที่มีป้ายไฟติดด้านบนว่า......TAXI


    " เฮ้ย  รอดแล้ว ช่วยจอดรอดด้วยครับ " หรั่งตะโกนดัง พร้อมโบกไม้โบกมือเป็นการใหญ่ หวังให้รถรับจ้างจอด และพอพาหนะคันดังกล่าวเทียบท่า  เขาก็รีบเปิดประตู  พร้อมก้าวเข้าไปนั่ง  ปากก็ออกคำสั่ง


    " รีบไปจากตรงนี้ก่อนครับ  ไปไหนก็ได้ เร็วๆด้วย "

           


            พลขับวัยกลางคนถึงกับไปไม่เป็น เพราะไม่เคยเจอผู้โดยสารแบบนี้ สายตาส่องสำรวจอยู่ตลอด ทำให้พบกับสภาพที่ยับเยินพอๆกับแมวจร


    " รีบออกรถสิครับ  รออะไร อยากตายหรือไง มีบางอย่างไล่ล่าผม  ถ้าชักช้า  พวกเราจะไม่รอด "

           


           แน่นอนว่าพลขับย่อมไม่อยากเจอเรื่องยุ่งยาก  ด้วยเขาเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ  แต่พอมาประสบกับเหตุการณ์ประหลาดแบบปุ๊บปั๊บ  ก็ไม่อาจตั้งตัวติด  จึงทำได้เพียงรับคำ 


    " ครับ....."


    ................................

              

           แท็กซี่แล่นจากจุดเกิดเหตุได้ครึ่งนาที ก็มีหญิงสาวก้าวออกมาจากซอยมืด  คนผู้นั้นก็คือ.....อลิซ  แต่เธอดูเชื่องช้าลงพอสมควร  ซึ่งนั่นเป็นเพราะดาเมจที่หรั่งเป็นคนก่อ  ดวงตาคู่งามจ้องมองไปยังทิศทางที่หนุ่มหล่อจากไป  ก่อนที่เจ้าหล่อนจะแสยะยิ้มชั่วร้าย


    " หึ  หึ หึ  คิดหรือว่าจะหนีชั้นพ้น "

            


           อึดใจต่อมา ปีกสีดำก็โผล่พรวดที่กลางหลังของปีศาจสาว และพอสิ่งนั้นกระพือแรง  ก็บังเกิดสายลมที่พัดพาให้ร่างเพรียวบางลอยขึ้นมา  ปิดท้ายด้วยการโผบินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว


    .............................

            

            อัลเบิร์ตนั่งประจำอยู่ข้างคนขับ  โดยมีวอนจองโดยสารเบาะท้าย ส่วนหน้าที่สารถีย่อมหนีไม่พ้นเด็กสาววัยใสอย่างยูมิโกะ 

            


           บรรยากาศในรถค่อนข้างเงียบ เพราะแต่ละคนล้วนมีเรื่องขบคิด พอเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที วอนจองก็เอ่ยปากเป็นรายแรก


    "แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าควรไปทางไหน ใช้อะไรเป็นเรดาร์ "


    " หึ  หึ หึ  พี่วอนจองอยากรู้เหรอ  ลองถามตาแก่นั่นดูสิ "ยูมิโกะหัวเราะเบาๆ  ก่อนจะพยักพเยิดไปทางอัลเบิร์ต  วอนจองรีบหันมามองชายฉกรรจ์  แต่เขากลับถอนหายใจ  ก่อนจะตอบเรียบๆว่า......


    "ข้ามีความสามารถทางด้านดมกลิ่น ขอเพียงได้ไปสำรวจที่จุดเริ่มต้น ก็จะล่วงรู้ว่าพ่อหนุ่มคนนั้นและปีศาจสาวเดินทางไปที่ไหน "

             


           วอนจองทึ่งเหลือประมาณ  เพราะเธอเป็นเพียงนักวิทยาศาสตร์คนนึง  เลยไม่เคยพบเจอสิ่งมีชีวิตใดที่มีศักยภาพสูงส่งขนาดนี้  ทว่ายูมิโกะกลับแทรกกลาง  ด้วยถ้อยวาจาที่ดูเจ็บแสบ


    " เป็นไงล่ะ  ตาลุงนี่เก่งมั้ย  ความสามารถระดับนี้  แม้แต่หมาตำรวจชั้นดียังทาบไม่ติดเลยนะ "


    " อุบ  คิก คิก " วอนจองรีบเอามือปิดปาก เพราะกลั้นขำไม่อยู่ ทว่าบุรุษผู้ถูกนินทาซึ่งหน้า กลับเอาแต่เมินเฉย


    .............................

            

           ทั้งสามใช้เวลาไม่นาน  ก็มาถึงจุดเกิดเหตุ  และทันทีที่ก้าวเข้าห้อง  กลิ่นคาวเลือดก็ลอยตลบอบอวลอย่างรุนแรง  วอนจองจึงรู้สึกคลื่นเหียน


    " อื้อหือ......นะ.....นี่มัน.....โรงเชือดรึไงนะ" ยูมิโกะเปิดก่อนตามระเบียบ เพราะเธอคือสาวแก่นประจำกลุ่ม ดวงตาเรียวที่สดใสเหลียวมองรอบห้อง ทำให้พบกับเลือดกองโตที่เนืองนองอยู่หลายจุด  แต่สิ่งที่ทำให้สองสาวตกใจที่สุด  กลับเป็น.......ศีรษะของจ๊ะจ๋า


    " ว้าย......" วอนจองกรีดร้องเบาๆ ส่วนยูมิโกะก็นิ่งไปถนัดตา คิ้วเรียวบนใบหน้าขมวดนิ่ว ปากก็บ่นพึมพำเบาๆ  เป็นเชิงไม่พอใจ


    " นี่ทำกันถึงขนาดนั้นเลยหรือ  เธอยังเด็กอยู่เลยนะ  ดีไม่ดี ก็อายุน้อยกว่าชั้น "


    " ใช่แล้ว  น้องคนนี้น่าสงสารจังเลย "วอนจองเดินเข้ามาดูศีรษะของเด็กสาว ดวงตาคู่งามฉายแววโศก ส่วนยูมิโกะกัดกรามแน่น พร้อมตะโกนถามเสียงดัง


    " ลุงได้เรื่องหรือยัง  จะได้ไปต่อซักที "

            


            อัลเบิร์ตหันมามองแวบนึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้จมูกทำงานอย่างเต็มที่


    " ใจเย็นๆ  เด็กน้อย ข้ากำลังคำนวณทิศทางอยู่ "

           


          ทว่าคำตอบนั้นก็สร้างความไม่พอใจให้แก่ยูมิโกะอยู่เหมือนกัน  เพราะเธอไม่ชอบให้ใครเรียกตัวเองแบบนั้น


    " ชิ.....ตาแก่เลิกเรียกแบบนั้นซักที ชั้นไม่ใช่เด็กแล้วนะ "

           


          อัลเบิร์ตสูดดมไม่ถึงอึดใจ ก็กลับคืนสู่ภาวะปกติ พร้อมกล่าวกับสองสาวที่ยืนรอ


    " อืม........ข้ารู้แล้วว่าพวกนั้นไปหนใด เดี๋ยวจะบอกทางให้ "


    " งั้นรีบไปกันเถอะ  จะได้ตามไปโดยเร็ว " วอนจองเร่งเร้า  เพราะเธอกลัวว่าหนุ่มหล่อที่ถูกพูดถึง  จะกลายเป็นศพหัวขาดแบบเด็กสาวนางนี้  แต่กลับถูกยูมิโกะฉุดรั้งเอาไว้  พร้อมยิ้มให้นิดๆ


    " พี่วอนจองยังไม่ต้องไปไหน  ให้ลุงพาเราไปส่งดีกว่า  จะได้ถึงรถเร็วหน่อย "


    " เอ๊ะ!  เธอหมายความว่าไง "วอนจองไม่เข้าใจ  ยูมิโกะเลยเฉลยให้ฟัง


    " ก็หมายความว่า......ปล่อยให้ลุงเขาโชว์เถอะ จริงมั้ยล่ะ  ตาแก่ "

             


           อัลเบิร์ตไม่กล่าวคำใดให้มากความ เขาเดินเข้ามาหา  จากนั้นก็โอบเอวของสองสาวไว้ในวงแขนคนละข้าง  แล้วยกขึ้นมาจนร่างบางลอยเหนือพื้น


    " ว้าย.....คุณอัลเบิร์ตจะทำอะไรน่ะ " วองจองตกใจ  ยูมิโกะเลยปลอบ


    " ใจเย็นๆ  พี่สาวเพิ่งออกภาคสนามครั้งแรก  เลยไม่รู้ว่าลุงทำอะไรได้บ้าง  ดังนั้นเบิ่งตามองให้ดีๆ  ความมันกำลังมาเยือน "


    " ความมันอะไร  ไม่นะ พี่ขอลงลิฟต์ตามปกติไม่ได้หรือ " ถึงตอนนี้  วอนจองเริ่มรู้แล้วว่าตนเองจะต้องเจอกับอะไร  จึงโวยดัง แต่อัลเบิร์ตไม่สนใจ แถมยังวิ่งไปที่ระเบียง ก่อนจะกระโดดลงจากตึกที่สูงหลายสิบเมตร


    " กรี๊ด......." วอนจองหลับตาปี๋ ผิดกับยูมิโกะที่ฉีกยิ้มโรคจิต


    " ฮ่า  ฮ่า ฮ่า.....เยี่ยมไปเลย  กี่ทีกี่ทีก็ยังสะใจ "


    " ตึง......"

           


           และแล้ว  ช่วงเวลาหฤโหดก็จบลง  เมื่อวอนจองรับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนที่รุนแรง  ไม่นาน เธอก็สัมผัสได้ว่าสองเท้ากำลังเหยียบพื้น จึงค่อยๆลืมตามอง  ทำให้พบกับ.......รถทรงคลาสสิกที่จอดอยู่เบื้องหน้า


    " ว้าย.....นี่คุณอัลเบิร์ตพาชั้นกระโดดทีเดียวมาถึงรถของเราเลยเหรอ "


    " ฮะ  ฮะ ฮะ  ใช่แล้ว  พี่สาว เจ๋งมั้ยเล่า " ยูมิโกะเป็นฝ่ายตอบแทน  ก่อนจะส่งยิ้มยียวน


    " เลิกพูดเล่นได้แล้ว  รีบไปกันเถอะ "ทว่าอัลเบิร์ตไม่ได้กล่าวคำใด แถมยังเร่งให้พลพรรครีบขึ้นรถ  ยูมิโกะเลยแลบลิ้นใส่ซะหนึ่งที  ก่อนจะดันวอนจองที่กำลังช็อกขึ้นรถ  ส่วนตัวเองก็ไปประจำหน้าที่พลขับ


    " เชอะ  ไปก็ได้ ตาแก่จอมเคร่ง "


    .............................


    " แฮ่ก  แฮ่ก แฮ่ก......." หรั่งหอบถี่อยู่พักใหญ่  ดวงตาแอบมองกระจกมองหลังอยู่ตลอด  เพื่อดูว่ามีอะไรติดตามมาหรือไม่  ส่วนพลขับที่นั่งข้างๆก็ยังอยู่ในอาการระแวง เพราะไม่รู้ว่าผู้โดยสารหนุ่มนายนี้ประสบเหตุใดมา


    " น้องหน้าหล่อคนนี้เป็นอะไร  ท่าทางงอมเหมือนเพิ่งถูกรุมสกัมมา  แถมยังดูลุกลี้ลุกลน  หรือว่าหมอนี่จะวิกลจริต "

           


          ด้วยเหตุนี้ โชเฟอร์วัยกลางคนจึงไม่กล้าเอ่ยถาม แถมยังนั่งตัวเกร็งไปตลอดทาง ประมาณว่ากลัวหนุ่มที่คาดว่าจิตไม่ปกติ หันมาเชือดคอเล่นในยามว่าง


    " อย่าเอ็ดตะโรให้มันตกใจ  และพยายามชิ่งหนีไป "

            


           พอโชเฟอร์วัยกลางคนได้คิด  เขาก็เปิดปากเป็นครั้งแรกในรอบสิบห้านาที


    " เอ่อ.....ถ้าคุณผู้โดยสารยังไม่รู้จะไปไหน ขอแวะห้องน้ำที่ปั้มข้างหน้าได้มั้ย พอดีผมปวดฉี่น่ะ "


    " ไม่ได้ครับ  อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด  รีบขับไปเรื่อยๆ  เพราะเรายังหนีมันไม่พ้น "หรั่งรีบร้องละล่ำละลัก  สีหน้าฟ้องว่าเสียขวัญสุดขีด

           


           ถึงโชเฟอร์วัยกลางคนจะตื่นกลัวต่อท่าทีที่เปลี่ยนไปของผู้โดยสาร  แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี  จึงรวบรวมความกล้าอยู่ชั่วขณะ  แล้วเอ่ยถาม


    " ที่พูดมาหมายความว่าไง  คุณไปเจออะไรมา  และเรากำลังหนีอะไร "

          


          หรั่งดูสับสน เพราะไม่รู้จะอธิบายยังไง ด้วยสิ่งที่เพิ่งเจอมา มันเหนือธรรมชาติจนสาธยายเป็นคำพูดไม่ได้  จึงเสไปเรื่องอื่น  หวังให้พลขับไม่เสียขวัญไปมากกว่านี้


    " เอ่อ.....ผมโดนมาเฟียไล่ล่า และไม่แน่ใจว่าพวกมันขับตามมาหรือเปล่า เลยอยากให้พี่พาไปส่งในที่ห่างไกล  "

           


           คำตอบนั้น  ทำให้โชเฟอร์วัยกลางคนกะพริบตาถี่รัว ก่อนจะสำนึกได้ว่าตนไม่น่ารับหนุ่มผู้นี้ขึ้นมาเลย  แต่เมื่อเรื่องมันก็แล้วไปแล้ว  เขาจึงเลิกสนในประเด็นนี้  พร้อมทุ่มทั้งใจและกาย  เพื่อหนีให้พ้นภัยพาล


    " แล้วทำไมเพิ่งมาบอก  พี่ก็นักซิ่งเก่า รับประกันเลยว่าเรื่องแข่งความเร็วนั้นยืนหนึ่ง  ไม่มีสอง " สิ้นคำกล่าว  โชเฟอร์วัยกลางคนก็บิดคันเร่งสุดกำลัง ทำให้พาหนะโดยสารวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ไม่ต่ำกว่า 140 กิโลเมตร



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน