ณ ค่ายหลวงนครเอเลน ชั่วขณะก่อนรุ่งสาง
องค์ชายรองคิมบอลยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้ากระโจมพักของตน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังทิศทางกระโจมของไท่เซวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘เหตุใดนานายังไม่ส่งสัญญาณมาอีก! หรือว่าแผนจะล้มเหลว? เป็นไปไม่ได้! เจ้าไท่เซวียนหน้าโง่นั่นจะต้านทานได้อย่างไร!’ ความคิดสับสนตีกันในหัว แต่แล้ว...เขาก็เห็นไท่เซวียนเดินออกมาจากกระโจมด้วยท่าทีปกติสุข
‘บ้าน่า! หรือว่านานาจะทำงานพลาด!?’ คิมบอลพยายามจะติดต่อนานาผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารลับ แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับ ‘นางหายไปไหน! หรือว่า...ถูกเจ้าไท่เซวียนนั่นจับได้แล้ว!?’
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ข้อสรุปใดๆ เสียงแตรเขาสัตว์ก็ดังขึ้น! ราชาคิมสันปรากฏกายขึ้นหน้ากองทัพด้วยพระพักตร์เคร่งขรึมแต่แฝงความมุ่งมั่น! "ทหาร! เตรียมตัวเคลื่อนขบวน! คืนนี้...เราจะบดขยี้พวกชาซอนให้สิ้นซาก!"
ณ ค่ายทหารของเมืองชาซอน(เขต 175) ชายแดนติดกับเมืองชาซอน ยามรัตติกาลอันเงียบสงัด
"เฮ้อ...เวรยามคืนนี้ช่างน่าเบื่อเสียจริง" ทหารยามร่างผอมนายหนึ่ง ซึ่งประจำการอยู่บนหอสังเกตการณ์ใกล้ประตูค่าย เอ่ยกับสหาย ที่ยืนอยู่ข้างๆ
"เจ้าว่าหน่วยลาดตระเวนของเราจะเจออะไรบ้างไหม? หรือจะกลับมามือเปล่าเหมือนเคย ข้าชักจะง่วงเต็มทีแล้ว"
"ข้าว่าคงไม่มีอะไรหรอกน่า" ทหารอีกคนตอบอย่างเกียจคร้าน พลางหาวหวอด "สมรภูมินี้มันเงียบสงบมานานเกินไปแล้ว จนข้าแทบจะลืมวิธีจับดาบไปแล้วกระมัง”
ทหารยามอีกคู่หนึ่งที่เดินตรวจตราอยู่บริเวณประตูค่ายก็พูดคุยกันด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน
"คืนนี้ข้าว่าจะแอบไปหลับสักงีบที่โรงเสบียง เจ้าเอาด้วยไหม"
"ดีเลย! ข้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง! ยามดึกสงัดเช่นนี้ จะมีใครบ้าบุกมากันเล่า"
พวกเขาหารู้ไม่ว่า...ในเงามืดใต้กำแพงค่ายนั้น เงาร่างของทหารเอเลนหน่วยพิเศษหลายนายได้แทรกซึมเข้ามาตั้งแต่หัวค่ำแล้ว พวกเขาเคลื่อนไหวเงียบกริบราวกับภูตพราย รอคอยสัญญาณจากผู้บังคับบัญชาอย่างใจจดใจจ่อ
ทันใดนั้น! เสียงนกฮูกร้องดังขึ้นสามครั้งจากป่าทึบที่อยู่ไม่ไกล! เป็นสัญญาณเริ่มปฏิบัติการ!
"ลงมือ!" หัวหน้าหน่วยแทรกซึมของเอเลนกระซิบสั่ง!
ทหารเอเลนสองนายที่เชี่ยวชาญการปลดกลอนและทำลายกับดักเป็นพิเศษ พุ่งเข้าจัดการกับทหารยามบริเวณประตูค่ายอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ!
ฉึ่ก! อึ๊ก!
เสียงมีดสั้นที่กรีดผ่านลำคอและเสียงร่างที่ล้มลงดังขึ้นแผ่วเบา ทหารยามหน้าประตูทั้งสองนายสิ้นใจตายคาที่โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องใดๆ! ทหารเอเลนอีกกลุ่มรีบเข้าไปปลดกลอนสลักประตูค่ายอันหนักอึ้งอย่างชำนาญ!
"ประตูเปิดแล้ว! ส่งสัญญาณบุก! "
“เฮ้ๆๆ!!! เฮ้ๆๆ!!!” “ฆ่า!!! ฆ่า!!!”
พลัน! เสียงโห่ร้องอันน่าสะพรึงกลัวของทหารเอเลนที่ซุ่มรออยู่ด้านนอกก็ดังกึกก้องขึ้นในความมืดมิด! ราวกับอสูรร้ายนับพันตนกำลังเคลื่อนทัพ! เปลวเพลิงจากการโจมตีด้วยศาสตราเวทย์สาดส่องให้เห็นเงาร่างของเหล่าทหารเอเลนที่ทะยานเข้าใส่ประตูค่ายที่บัดนี้เปิดอ้ารับการมาเยือนของมัจจุราช!
"อะไรวะ! เสียงอะไร!?" ทหารบนหอสังเกตการณ์สะดุ้งสุดตัว!
"เฮ้ย! ประตูค่าย! ประตูค่ายมันเปิดออกได้ยังไง!" พวกเขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด! "พวกเรายังไม่ได้เปิดเลยนะ!"
"ศัตรูบุก! ศัตรูบุก! เป่าแตรสัญญาณเร็วเข้า! ไอ้พวกเวรข้างล่างมันทำอะไรอยู่!" เขาตะโกนลั่นคอแทบแตก!
เหล่าทหารเมืองเขต 175 ที่กำลังหลับใหลหรือทำกิจกรรมส่วนตัวอยู่ในกระโจม ต่างลนลานอย่างไม่คาดคิดเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณรบและเสียงโห่ร้องของศัตรู!
"เกิดอะไรขึ้น!?" "พวกเอเลนมันบุกมาได้ยังไง!"
"กำแพง! กำแพงถูกตีแตกแล้วรึ!" พวกเขาพยายามจะคว้าอาวุธและตั้งแนวป้องกัน แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว!
ทหารเอเลนซึ่งมาด้วย "ร่างจริง" ทั้งหมด พร้อมด้วย "ศาสตราเวทย์" ที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทะลวงเข้ามาในค่ายราวกับกระแสน้ำป่าที่เชี่ยวกราก! ดาบและหอกของพวกเขาเปล่งประกายสังหาร ฟาดฟันเข้าใส่ร่างของทหารเมืองเขต 175 ที่ยังคงสับสนและไม่ทันได้ตั้งตัว!
"อ๊ากกก! ช่วยด้วย!"
"พวกมันเข้ามาแล้ว! ต้านไว้! ต้านพวกมันไว้!"
"ศาสตราเวทย์ของพวกมันแข็งแกร่งเกินไป! เราสู้ไม่ได้!"
"เพลงดาบชาซอน กระบวนท่าคลื่นคลั่ง!" ทหารนายหนึ่งของเมืองเขต 175 ตวาดลั่น มันตวัดดาบสร้างคลื่นพลังเข้าใส่ทหารเอเลนที่อยู่ใกล้ที่สุด!
"ฮึ่ม! แค่นี้รึ!" ทหารเอเลนอีกนายตะโกนตอบ มันใช้โล่ปัดป้องคลื่นพลังนั้น ก่อนจะแทงหอกสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว!
ฉึก!
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงอาวุธปะทะกันดังระงมไปทั่วทั้งค่าย! ทหารเมืองเขต 175 ที่ส่วนใหญ่ยังคงใช้ศาสตราเวทย์ระดับต่ำหรืออาวุธธรรมดา มิอาจต้านทานอานุภาพของศาสตราเวทย์ชั้นสูงของทหารเอเลนได้เลยแม้แต่น้อย! ชุดเกราะของพวกเขาถูกทะลวงราวกับเป็นเพียงเศษกระดาษ! โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนดินจนแดงฉาน!
ตามหลักการแล้ว ทหารเมืองเขต 175 จะต้องพยายามต้านทานการบุกของเอเลนไว้ให้นานที่สุด จนกว่ากำลังเสริมจากเมืองหลวงของตนจะเดินทางผ่านประตูมิติเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งโดยปกติแล้วก็ใช้เวลาไม่นานนัก แต่ทว่า...แม่ทัพเอเลนก็รู้ถึงจุดนี้ดี พวกเขาจึงเน้นการบุกด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ! ไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูได้ตั้งตัวหรือส่งข่าวขอความช่วยเหลือได้ทัน!
ณ ใจกลางค่ายศัตรู ร่างเสมือนขององค์ชายสองพระองค์และองค์หญิงอีกหนึ่งพระองค์จากเมืองเขต 175 กำลังบัญชาการรบอย่างตื่นตระหนก พวกเขาคือความหวังสุดท้ายที่จะต้านทานการบุกครั้งนี้ องค์ชายใหญ่คิมทัน องค์ชายรองคิมบอล และองค์หญิงคิมรยา แห่งเอเลน จึงอาสาเข้าปะทะด้วยตนเอง!
"เจ้าพวกเมือง 175 ผู้โอหัง! วันนี้ข้าคิมทันจะสั่งสอนพวกเจ้าเอง!" องค์ชายใหญ่คิมทันคำรามลั่น เขาปลดปล่อยพลัง "ทักษะเวทย์ กายามังกร" ร่างของเขามีเกล็ดมังกรสีทองอ่อนๆ ปรากฏขึ้นเป็นหย่อมๆ ดวงตาคมกริบดุจมังกร! "เพลงดาบแห่งเอเลน! กระบวนท่ามังกรทะยานฟ้า!" ดาบราชสีห์คู่กายเปล่งแสงสีทอง สับลงไปยังร่างขององค์ชายใหญ่ฝ่ายศัตรูอย่างรุนแรง!
"อย่าได้ใจไปนักเลย!" องค์ชายใหญ่เมืองเขต 175 ตวาดกลับ มันปลดปล่อย "ทักษะเวทย์ กายาพยัคฆ์" ร่างของมันดูแข็งแกร่งขึ้น ก่อนจะใช้ "เพลงดาบชาซอน กระบวนท่าพยัคฆ์คำราม!" เข้าปะทะ!
ตูม! เสียงดาบปะทะกันราวอัสนีบาต! "ทักษะเวทย์ มังกรคำราม!" คิมทันส่งเสียงคำรามคล้ายมังกร คลื่นเสียงกระแทกเข้าใส่องค์ชายใหญ่เมืองเขต 175 จนมันต้องถอยร่น! แต่ก็พยายามโจมตีสวน
"ทักษะเวทย์ เกล็ดมังกร!" เกราะพลังงานรูปเกล็ดมังกรปรากฏขึ้นป้องกันการโจมตีสวนกลับขององค์ชายใหญ่เมืองเขต 175 ได้อย่างหวุดหวิด!
องค์หญิงคิมรยาก็ไม่น้อยหน้า นางปลดปล่อย "ทักษะเวทย์ กายามังกร" เช่นกัน เกล็ดสีเงินปรากฏบนแขนขาของนาง "เพลงดาบแห่งเอเลน! กระบวนท่าวายุเริงระบำ!" คมกระบี่ของนางว่องไวดุจสายลม กรีดผ่านอากาศสร้างเสียงหวีดหวิว!
"ทักษะเวทย์ บอลน้ำมังกร!" ลูกพลังงานน้ำขนาดใหญ่ถูกยิงออกจากปลายกระบี่ พุ่งเข้าใส่ร่างขององค์หญิงเมืองเขต 175!
"อย่ามาดูถูกกันนะ!" องค์หญิงฝ่ายศัตรูตวาด "ทักษะเวทย์ ม่านบุปผาเหล็ก" สร้างโล่ดอกไม้เหล็กขึ้นป้องกัน!
การต่อสู้ระหว่างเหล่าทายาทเป็นไปอย่างดุเดือด! คิมทันและคิมรยาสามารถรับมือกับองค์ชายองค์หญิงของศัตรูได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่คิมบอลกลับพลาดท่า! เขาถูกองค์ชายรองของเมืองเขต 175 นามว่า "เฟยหลง" ซัดกระเด็นด้วยทักษะวายุอันรุนแรง! แม้จะใช้ "กายามังกร" แล้วก็ตาม แต่เฟยหลงนั้นเชี่ยวชาญการใช้ "เพลงดาบชาซอน กระบวนท่าลมกรด" ที่เน้นความเร็วและความพลิกแพลง!
"ฮ่าๆๆ! เจ้าองค์ชายเอเลน! อ่อนหัดสิ้นดี! ตายซะเถอะ!" เฟยหลงแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัย ดาบในมือเงื้อขึ้นสูงหมายจะฟันซ้ำ! คิมบอลพยายามจะยิงทักษะเวทย์ "ลูกไฟมังกร" สวนกลับไป แต่ก็ไม่ทันการณ์!
‘บัดซบ! ข้าพลาดไปได้อย่างไร!’ คิมบอลคิดอย่างหัวเสียและหวาดกลัว
แต่ก่อนที่ดาบนั้นจะถึงตัวคิมบอล! ร่างของไท่เซวียนก็ปรากฏขึ้นราวกับพายุ! กระบี่วายุคำรณในมือตวัดออกด้วยความเร็วสูง! อาญาตัดศูนย์ วรรคที่สาม ตัดวงโคจรพลัง! สกัดกั้นทักษะวายุของเฟยหลงได้อย่างเฉียดฉิว! พร้อมกับใช้ วรรคที่สี่ พันธนาการเงาตามติด! เข้าประชิดและสังหารเฟยหลงลงได้ในพริบตา!
"เจ้า...เจ้าคนต่ำช้า! กล้าดียังไงมาลอบโจมตีข้า!" ร่างเสมือนของเฟยหลงตวาดลั่นด้วยความอาฆาตแค้น ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงหายไป!
ชัยชนะเป็นของเอเลนอย่างสมบูรณ์แบบ! เสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าทหารดังกึกก้องไปทั่วทั้งค่ายที่บัดนี้ถูกยึดครอง!
"เอเลนจงเจริญ! ฝ่าบาทจงเจริญ! เอเลนจงเจริญ! ฝ่าบาทจงเจริญ!"
ราชาคิมสันแย้มพระสรวลกว้าง "ไท่เซวียน! เจ้าทำได้ดีมากอีกแล้ว!" พระองค์กล่าวชมโอรสองค์สุดท้องด้วยความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง
เหล่าพี่น้องคิมต่างพากันตำหนิคิมบอลที่เกือบจะทำให้แผนเสีย! "เจ้ามันไม่ได้เรื่องจริงๆ คิมบอล! หากไม่ได้ไท่เซวียนช่วยไว้ ป่านนี้เจ้าคงถูกส่งกลับค่ายไปแล้ว!" องค์หญิงคิมรยาซ้ำเติมอย่างไม่พอใจ
"ข้า...ข้าแค่พลาดไปนิดเดียวเท่านั้น! ต่อให้ไท่เซวียนไม่เข้ามา ข้าก็เอาชนะมันได้อยู่แล้ว!" คิมบอลประท้วงเสียงดัง แต่ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อถือในคำพูดของเขาแม้แต่น้อย
"เอาล่ะ! เราต้องรีบฉวยโอกาสนี้บุกยึดค่ายของเมืองปารูต่อไป!" ราชาคิมสันประกาศ "แผนการโจมตีสายฟ้าแลบเช่นนี้ คงจะใช้ได้ผลอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น! ก่อนที่พวกมันจะทันรู้ตัวและเสริมกำลังป้องกัน!"
"แต่ทูลฝ่าบาท" องค์ชายใหญ่คิมทันเอ่ยคัดค้านเล็กน้อย
"หากเราทุ่มกำลังทั้งหมดไปกับการบุก ค่ายหลวงของเราจะว่างเปล่าไร้การป้องกันนะพ่ะย่ะค่ะ หากศัตรูเมืองอื่นล่วงรู้ถึงแผนการนี้ แล้วฉวยโอกาสยกทัพมาตีค่ายของเรา พวกเราอาจจะกลายเป็นฝ่ายเสียทีได้นะพ่ะย่ะค่ะ เราควรส่งกองกำลังบางส่วนกลับไปเสริมการป้องกันที่ค่ายหลวงของเราให้มากขึ้น"
ราชาคิมสันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "อืม...ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล แต่จะส่งใครกลับไปดีเล่า? กำลังรบของเราในตอนนี้ก็ตึงมือพอสมควรแล้ว"
"ให้เป็นหน้าที่ของไท่เซวียนเถิดพ่ะย่ะค่ะ!" คิมทันรีบเสนอทันที "เขาเพิ่งจะผ่านศึกมาสองครั้งติด คงจะเหนื่อยล้าพอสมควรแล้ว การให้เขากลับไปพักและดูแลความปลอดภัยของค่ายหลวง น่าจะเป็นการดีที่สุด"
"ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ!" คิมบอลและคิมรยารีบช่วยเสริมทัพพี่ชายทันที
ราชาคิมสันมองไท่เซวียนด้วยแววตาที่ซับซ้อน ก่อนจะพยักพระพักตร์ "ก็ได้ ในเมื่อพวกเจ้าเห็นสมควรเช่นนั้น...ไท่เซวียน เจ้าจงนำทหารหน่วยของเจ้ากลับไปดูแลค่ายหลวงแทนข้าก็แล้วกัน"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ" ไท่เซวียนรับคำอย่างนอบน้อม แต่ในใจกลับครุ่นคิด 'พวกมันต้องมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ ที่จงใจผลักไสข้ากลับไปเช่นนี้'
เมื่อไท่เซวียนจากไปแล้ว คิมทันก็หันไปกระซิบกับน้องๆ ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ข้ามีแผนที่เสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็มั่นใจว่ารับมือได้ พวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน" เขาลอบส่งข่าวไปยังค่ายศัตรูที่เหลืออีกสามเมืองอย่างลับๆ ว่าบัดนี้ค่ายหลวงของเอเลนเปิดโล่งไร้การป้องกัน พวกมันย่อมต้องคิดว่าเป็นกับดักแน่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะส่งหน่วยสอดแนมมาตรวจสอบ และเมื่อเห็นว่าค่ายเราป้องกันเบาบางจริงๆ พวกมันจะต้องส่งกองกำลังมาทดสอบกำลังอย่างแน่นอน!
"เนื้อดีวางล่อใจเสือ แม้รู้ว่าอาจมีอันตราย เสือร้ายย่อมมิอาจหักใจไม่ลองลิ้ม" นอกจากจะทำให้กำลังพลในค่ายของพวกมันลดน้อยลง ง่ายต่อการที่เราจะบุกยึดในภายหลังแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะให้พวกศัตรูจัดการกับเจ้าไท่เซวียนนั่นด้วย! “แผนการนี้ของข้า...เปรียบดังยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวโดยแท้!”
เมื่อเราบุกชนะค่ายอื่นๆ แล้ว จะรีบกลับไปสมทบกับกองกำลังที่เตรียมยื้อไว้ที่ค่ายหลวงทันที! เจ้าไท่เซวียนจะต้องเผชิญหน้ากับกองทัพศัตรูสามด้านระหว่างทางกลับอย่างแน่นอน และนั่น...จะเป็นวันตายของมัน!'
แผนการอันแยบยลของคิมทันดูเหมือนจะได้ผล! หน่วยสอดแนมจากอีกสามเมืองที่เหลือได้แทรกซึมเข้ามาตรวจสอบค่ายหลวงของเอเลนแล้ว และผลก็ปรากฏว่าเป็นดังที่คิมทันคาดการณ์ไว้
ทหารยามของเอเลนดูเบาบางและหละหลวมอย่างน่าประหลาด! พวกมันรีบส่งข่าวกลับไปยังค่ายของตน เตรียมระดมพลเพื่อฉวยโอกาสทองในครั้งนี้ทันที! สงครามหลายด้าน...กำลังจะอุบัติขึ้นพร้อมกัน! และไท่เซวียน...กำลังจะเดินเข้าสู่กับดักมรณะที่พี่ชายของเขาเองเป็นผู้วางไว้!