ซากโบราณสถานซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นป่าไม้โบราณตอนนี้ได้กลายเป็นทะเลเพลิงลาวาไปแล้ว
หม้อหลอมปฐมกำเนิดแห่งสรรพสิ่งได้กดดันสวรรค์และปฐพีลอยคว้างอยู่ในห้วงอากาศ โซ่ตรวนแห่งระเบียบและอักขระไหลเวียนวนอยู่ ทำให้พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายซึ่งแปรเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์ถูกกดเอาไว้แน่นไม่สามารถขยับได้
[ติ๊ง!ตรวจพบสตรีผู้เป็นที่รักแห่งสวรรค์ที่มีโชคชะตาสี [ม่วงทอง] นาม เยี่ยนจี พรสวรรค์ระดับสุดยอด องค์หญิงแห่งเผ่าพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพราย พลังแห่งโชคชะตาสีม่วงทองภายในซ่อนสายเลือดของหงส์เพลิงเก้าพิภพไว้หากปลุกพลังแล้วจะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นหงส์เพลิงเก้าพิภพได้แนะนำให้แต่งเป็นฮูหยิน!]
เสียงโลลิต้าที่คุ้นเคยดังขึ้นอย่างกระทันหันในสมองของซูฉางเซิง ยังคงความเย็นชาและไม่สนิทสนมเช่นเดิม
อย่างไรก็ตามซูฉางเซิงก็ชินกับเสียงโลลิต้าที่เย็นชานี้แล้ว
เยี่ยนจีงั้นรึ
ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับโชคชะตาสีม่วงทองแถมยังมีสายเลือดของหงส์เพลิงเก้าพิภพอีกด้วย!
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบในใจของซูฉางเซิงก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หงส์เพลิงเก้าพิภพนั้นเป็นหนึ่งในสิบสัตว์อสูรในยุคบรรพกาลที่ถูกจัดอันดับใหม่ต่อจากสิบสัตว์อสูรในยุคบรรพกาลเป็นสัตว์ประหลาดในเผ่าหงส์ ทว่ากลับทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้!
แม้ว่าสมาชิกของเผ่านี้จะหายากอย่างยิ่งแต่หงส์เพลิงเก้าพิภพแต่ละตัวก็เป็นผู้ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับสวรรค์ทั้งเก้าและดินแดนทั้งสิบ!
ทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้!
เมื่อกางปีกออกก็จะสามารถบดบังดวงอาทิตย์และท้องฟ้าได้เปลวเพลิงเก้าพิภพที่น่าสะพรึงกลัวยังสามารถเผาผลาญสรรพสิ่งในโลกได้เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
กระทั่งในสมัยโบราณ แม้แต่หงส์ที่สืบสายเลือดแท้ๆในเวลานั้นก็ยังด้อยกว่ามันเล็กน้อย!
“น่าสนใจจริง”
“ไม่คิดเลยว่าเผ่าพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายจะมีสัตว์ประหลาดเช่นนี้ปรากฏออกมา…”
ซูฉางเซิงคิดในใจ รอยยิ้มบางๆก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างเงียบๆ
ในเมื่อระบบพูดเช่นนี้แล้วแน่นอนว่าเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
ตอนนี้เยี่ยนจียังไม่ได้ปลุกสายเลือดของหงส์เพลิงเก้าพิภพยังสามารถบรรลุระดับกึ่งราชันเซียนอมตะได้หากนางสามารถปลุกพลังได้สำเร็จจะต้องบรรลุระดับราชันเซียนอมตะอย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้นด้วยสายเลือดและพรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวของนางก็ไม่มีทางที่จะเป็นราชันเซียนอมตะระดับธรรมดาได้อย่างแน่นอน
หากสามารถให้กำเนิดทายาทที่มีพลังสายเลือดเช่นนี้ได้รางวัลที่ระบบจะมอบให้ก็จะต้องไม่ด้อยไปกว่ากันเป็นแน่!
เมื่อคิดถึงจุดนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของซูฉางเซิงก็ยิ่งสดใสขึ้นอีกหลายส่วน
เยี่ยนจีมองดูซูฉางเซิงที่กำลังใช้สายตาพินิจพิจารณาตนเองตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับรอยยิ้มนั้นก็รู้สึกรังเกียจขึ้นมาในทันที
นางเป็นถึงองค์หญิงแห่งเผ่าพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพราย มีสถานะสูงส่งกลับต้องมาตกอยู่ในมือของชายผู้มากด้วยราคะผู้นี้เสียได้
ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้นางรู้สึกอัปยศอย่างยิ่ง
แต่น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้นเหนือกว่านางมากนัก
นางไม่มีโอกาสที่จะหลบหนีไปได้เลย
“น่ารังเกียจ! เจ้าต้องการจะทำกระไร”
“อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้านะข้าคือองค์หญิงแห่งเผ่าพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพราย บรรพบุรุษให้ความสำคัญกับข้าเป็นอย่างมาก หากกล้าทำกระไรข้าเจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ!”
ในขณะนี้มือทั้งสองข้างของเยี่ยนจีถูกมัดไว้แน่นแม้แต่พลังปราณก็ไม่สามารถรวมตัวได้ ทำได้เพียงขู่ซูฉางเซิงเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้วภูมิหลังของนางก็ถือว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง
บรรพบุรุษของเผ่าพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายนั้นแม้แต่ในดินแดนอมตะแห่งความมืดมิดก็ยังถือได้ว่าเป็นผู้ที่น่าสะพรึงกลัวในระดับสูงสุด
ยิ่งไปกว่านั้นเผ่าพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายยังรักใคร่และหวงแหนลูกหลานของตนเองเป็นอย่างมาก
แทบจะถึงขั้นไม่มีเหตุผลว่าหากผู้ใดกล้าทำร้ายคนในเผ่าไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ก็จะกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับเผ่าพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายไปตลอดกาล!
ไม่ตายก็ต้องพินาศ!
นี่คือวิธีการและพลังข่มขู่ของเผ่าพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพราย เพื่อสืบสานและขยายสายเลือดของตน!
ท้ายที่สุดแล้วยิ่งสัตว์เทพที่ทรงพลังมากเท่าไหร่ความยากในการสืบพันธุ์ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
จึงทำให้สมาชิกแต่ละคนในเผ่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง!
ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็นถึงองค์หญิงผู้ที่มีความหวังที่จะปลุกพลังสายเลือดของหงส์เพลิงเก้าพิภพอีกด้วย
หากเกิดกระไรขึ้นกับนาง ผลที่ตามมาก็คงคิดไม่ยาก!
แต่น่าเสียดาย…
โชคไม่ดีที่นางได้พบกับซูฉางเซิง
“หึหึ…”
“ดังนั้นเจ้ากำลังขู่ให้ข้าปล่อยตัวเจ้างั้นรึ”
มุมปากของซูฉางเซิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูเยาะเย้ยพลางเดินเข้าไปใกล้เยี่ยนจี และถามด้วยความสนใจ
เยี่ยนจีมองดูซูฉางเซิงที่อยู่ห่างจากตนเพียงคืบแทบจะชิดตัวกันแล้ว ในดวงตาก็เกิดความตื่นตระหนกขึ้นในทันที
สายตาก็เริ่มหลบหลีก
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามเช่นนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยยิ้มที่ดูเยาะเย้ยและสายตาที่จ้องมองอย่างเล่นตลกของซูฉางเซิง ยิ่งทำให้นางรู้สึกอับอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เจ้า… เจ้ากล้า!”
เยี่ยนจีหันหน้าหนีไปใบหน้าสวยสง่ากลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความตื่นตระหนก พร้อมกับตะโกนออกไป
ซูฉางเซิงมองดูเยี่ยนจีที่หันหน้าหนีไปทำท่าทีว่าจงรักภักดีและไม่ยอมจำนน รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ต้องบอกว่าสตรีตรงหน้าผู้นี้สวยงามจริงๆ
แม้ว่าจะมีนิสัยที่ดุดันแต่กลับเย็นชาและหยิ่งผยองราวกับภูเขาน้ำแข็งพันปี ซึ่งทำให้ผู้คนหลงใหลได้ไม่ยาก
“ข้าเกลียดคนที่ขู่ข้าที่สุด…”
ซูฉางเซิงเปลี่ยนท่าทีไปในทันทีร่างกายถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พลิกฝ่ามือ
“ฟึบๆ!”
หม้อหลอมปฐมกำเนิดแห่งสรรพสิ่งก็สั่นสะท้านขึ้นในทันทีโซ่ตรวนแห่งระเบียบที่พันอยู่รอบตัวเยี่ยนจีก็เริ่มรัดแน่นขึ้นในทันที
ในพริบตาเดียว เยี่ยนจีก็ถูกลากเข้าไปในหม้อหลอมปฐมกำเนิดแห่งสรรพสิ่ง และถูกกดดันเอาไว้โดยตรง!
“เจ้าคนสารเลว! ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
เยี่ยนจีโกรธจัดเมื่อมองดูตนเองที่เพิ่งหลุดพ้นจากพันธนาการได้ไม่นานกลับต้องถูกกดดันและกักขังอีกครั้ง สีหน้าก็แทบจะเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น
แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะนางอ่อนแอเกินไปเมื่ออยู่ต่อหน้าซูฉางเซิง
ไม่มีหนทางที่จะขัดขืนได้เลย
“ตึง!”
เยี่ยนจีถูกเก็บเข้าไปในหม้ออย่างสมบูรณ์ฝาหม้อปิดลงพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำ
ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความสงบ ซูฉางเซิงยกมือขึ้น หม้อหลอมปฐมกำเนิดแห่งสรรพสิ่งที่กดดันสวรรค์และปฐพีก็บินกลับมาอย่างรวดเร็วย่อขนาดลงและหายไป
เมื่อมองดูภาพเหตุการณ์นี้สีหน้าของจีหวงและฉางเยวี่ยก็เริ่มเปลี่ยนไปมองไปยังซูฉางเซิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“ดีจริงๆ ท่านคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาอีกแล้วใช่หรือไม่”
“เดี๋ยวกลับไปแล้วดูว่าพี่หญิงกู้จะจัดการท่านอย่างไร!เชอะ!”
จีหวงจ้องเขม็งใส่ซูฉางเซิงด้วยความโกรธพร้อมกับบ่นออกมา
ส่วนฉางเยวี่ยก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนอยู่ข้างๆ
ตั้งแต่เยี่ยนจีขู่ซูฉางเซิง และซูฉางเซิงไม่ได้สังหารนางแต่กลับเพียงกดดันนางไว้ สองสาวก็รู้แล้วว่าซูฉางเซิงกำลังคิดกระไรอยู่
ท้ายที่สุดแล้วผลงานอันรุ่งโรจน์ของชายผู้นี้ก็มีไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อตอนที่พวกนางถูกชายผู้นี้หลอกล่อมานั้นก็ดูเหมือนว่าจะใช้วิธีนี้เหมือนกัน
“เป็นกระไรไป หรือว่าเจ้าหึงหวงแล้วรึ”
ซูฉางเซิงไม่ได้สนใจคำขู่ของจีหวงแม้แต่น้อยแต่กลับเดินเข้าไปใกล้จีหวงด้วยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูสมใจของซูฉางเซิง จีหวงก็ชะงักไปในทันทีท่าทางดูตื่นตระหนกเล็กน้อย
“ที่… ที่ไหนกันเล่า”
“ผู้ใดจะไปหึงกันเล่า! อย่าได้ใจไปหน่อยเลย!”
จีหวงหันหน้าหนีไปด้วยความอับอายท่าทางพองลมของนางทำให้ซูฉางเซิงหัวเราะออกมา
ส่วนฉางเยวี่ยก็ไม่ได้พูดกระไรสักคำหลบไปดูความวุ่นวายอยู่ข้างๆ
สำหรับการที่ซูฉางเซิงจะแต่งงานมีฮูหยินเพิ่มนั้นพวกนางก็ไม่ได้คัดค้านกระไร
สำหรับคนที่มีความแข็งแกร่งอย่างซูฉางเซิง การมีผู้หญิงเพิ่มอีกสักสองสามคนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“เอาล่ะ เสียเวลาไปไม่น้อยกับที่นี่แล้วไปสำรวจดินแดนเซียนบรรพกาลแห่งนี้กันต่อเถิด ตอนที่ข้าทำลายกำแพงเมื่อครู่ข้าก็รับรู้ได้ว่าในกำแพงนั้นดูเหมือนจะมีกลิ่นอายของหงส์ที่สืบสายเลือดแท้ๆอยู่…”
ซูฉางเซิงไม่ได้ล้อเล่นกับจีหวงอีกต่อไปเขากระจายสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป ดวงตาเป็นประกาย พร้อมกับกล่าวออกมาอย่างเบาๆ