แม้บรรยากาศในสำนักชิงเหอยามเช้าจะดูเหมือนเดิม
ทว่าในใจของศิษย์ภายในกลุ่มใหม่อย่างเซียฉินและพรรคพวกกลับตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก
วันประลองกับศิษย์จากสำนักเทียนหลงใกล้เข้ามาทุกขณะ พวกเขารู้ดีว่า ถึงจะฝึกฝนหนักเพียงใด
ก็ยังเทียบไม่ได้กับศิษย์ของสำนักระดับที่สอง ที่ถูกบ่มเพาะมาอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้น
ในยามสาย ร่างเล็กของหญิงสาวผู้หนึ่งเดินเข้ามาในลานหน้าห้องพัก
กล่องไม้ที่ใช้เก็บโอสถระดับสูงถูกวางไว้ตรงหน้า เซียฉินมองขึ้นอย่างแปลกใจ
ก่อนจะเห็นรอยยิ้มอบอุ่นของ ฉู่หลั่น และเงาด้านหลังที่เขาคุ้นเคยดี — ลู่เหมยฉิง
“พวกเจ้าใกล้ถึงวันประลองแล้วใช่ไหม?” ฉู่หลั่นพูดพลางนั่งยองข้างกล่อง “ข้าเลยเอาของมาฝาก”
พอเปิดกล่อง ทุกคนก็แทบไม่เชื่อสายตา ข้างในคือ โอสถรักษาอาการบาดเจ็บระดับกลาง
และ ยาเพิ่มพลังปราณระดับสูง ซึ่งแม้ในหมู่ศิษย์ภายในก็ยังหาได้ยาก
เซียฉินจ้องมองเม็ดยาสีครามอมม่วง “นี่มัน...ยาเพิ่มพลังระดับสูง?”
“ใช่แล้ว” ลู่เหมยเป็นคนตอบแทน “ฉู่หลั่นเป็นคนหลอมเองทั้งหมด”
ทุกคนชะงัก
หงเทียนลูบคาง “เจ้าว่าไงนะ?”
ฉู่เหยียนถึงกับขยับตัวไปดูใกล้ ๆ
“ไม่จริงมั้ง...หลอมระดับนี้ได้ ต้องใช้เปลวปราณพิเศษกับความสามารถระดับสูงเชียวนะ!”
“ข้าสอนนางมาเอง” ลู่เหมยกล่าวเรียบ ๆ แต่แฝงอำนาจบางอย่างในน้ำเสียง
“และนางก็มีพรสวรรค์ด้านนี้เกินกว่าที่ใครคิด”
ฉู่หลั่นยิ้มเขิน “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก… ข้าแค่ตั้งใจฝึก
และพี่ลู่เหมยก็ช่วยเตือนตลอดว่าต้องมีสติเวลาใช้เปลวปราณ”
เซียฉินหยิบยาเม็ดหนึ่งขึ้นมาดูอีกครั้ง
“ถ้าคนทั่วไปกิน1หรือ2เม็ดนี้ คงเพิ่มระดับพลังขึ้นได้อย่างน้อยหนึ่งขั้น”
ลูเหมยพยักหน้า “ใช่ แต่สำหรับเจ้าคงต้องใช้สิบเม็ดขึ้นไป...”
“รู้ด้วยหรือ?” เซียฉินแปลกใจ
“ร่างกายเจ้า น่าต้องใช้มากกว่าปกติ”
ลู่เหมยอธิบายสั้น ๆ ก่อนจะหันไปทางฉู่หลั่น
“ในอนาคต ถ้าเจ้าต้องการหลอมโอสถระดับสูงกว่านี้ ข้าจะสอนเจ้าเอง”
ทันใดนั้นเอง...
ริมระเบียงไม้ของหอพักหลังถัดไป หญิงสาวในชุดของศิษย์สำนักเทียนหลงยืนเงียบอยู่
นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นจับจ้องไปยังร่างของลูเหมยอย่างไม่กระพริบ
เธอคือ เซี่ยซูหลาน ศิษย์จากสำนักเทียนหลงผู้ได้รับมอบหมายให้มาสังเกตและฝึกสอนศิษย์ภายในของชิงเหอในช่วงสั้น ๆ
‘เป็นไปไม่ได้...’ เธอคิดในใจ ขณะเงาเบาบางของความทรงจำเริ่มโผล่ขึ้นในสมอง
ธิดาโอสถ ลำดับหนึ่งของสำนักโอสถเทวะ... ศิษย์สายตรงของเทพโอสถ
หญิงสาวผู้ที่แม้แต่เจ้าสำนักระดับสามยังต้องคารวะสามครั้งก่อนพูดด้วย
เธอจำได้แม่นยำ ลู่เหมยฉิงในตอนนั้นนั่งอยู่บนแท่นหินกลางลานโอสถ
เปลวปราณของนางสว่างจ้าขณะหลอมโอสถระดับ “ชั้นเลิศ” ทั้งที่อายุยังไม่ถึงสิบหกปี
‘แล้วทำไม...นางถึงมาอยู่ในสำนักชิงเหอ ที่แสนจะต่ำต้อยแบบนี้? ไม่สิ... ไม่มีใครรู้หรือว่าเธอเป็นใคร?’
เซี่ยซูหลานหายใจเข้าอย่างหนัก ควบคุมสีหน้าไม่ให้เปลี่ยน ก่อนจะหันหลังจากไปโดยไม่พูดอะไร
‘ยังไม่ถึงเวลา...แต่ข้าจะหาโอกาสเข้าไปคารวะนางให้ได้’
—
ทางฝั่งลานฝึก เซียฉินและพรรคพวกเริ่มจัดตารางฝึกใหม่โดยมีโอสถที่ได้เป็นตัวเร่ง
หงเทียนกำลังผูกหอกกับน้ำหนักเหล็ก หัวเราะเบา ๆ
“ถ้าอย่างน้อยข้าเพิ่มได้อีกหนึ่งขั้น ข้าก็จะไม่โดนเหวี่ยงไปติดต้นไม้ละนะ”
ฉู่เหยียนยกหอกขึ้นฟาดอากาศเบา ๆ ก่อนจะใช้พลังธาตุลมแทรกเข้าไปในท่าแทง
“ถ้าข้าทำให้ปลายหอกเบาและเร็วขึ้นกว่านี้...ข้าอาจทะลุเกราะของพวกมันได้ในทีเดียว”
เซียฉินนั่งหลับตาเรียกพลังจากภายใน ปลายกระบี่เริ่มสั่นเบา ๆ
เพราะพลังปราณที่ถูกเร่งให้เคลื่อนที่ผ่านเส้นชีพจรเร็วขึ้น เขารู้สึกถึงกระบวนท่าที่ลื่นไหลขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
ลู่เหมยยืนอยู่ไม่ไกล สังเกตการเคลื่อนไหวของทั้งห้าคนอย่างเงียบ ๆ พลางพยักหน้าช้า ๆ
“ระดับพลังของพวกเขา…เริ่มสมดุลกันแล้ว”
ไป๋อี้หาน — ระดับ ก่อรากปราณ ขั้นที่ 6, ธาคุลม เชี่ยวชาญกระบี่ ควบคุมจังหวะการรุกและรับด้วยความแม่นยำ
ฉู่เหยียน — ระดับ ก่อรากปราณ ขั้นที่ 5, ธาตุไฟและลม, ใช้หอกสองมือ เน้นความเร็วและการทะลวง, ฝึกควบคู่วิชาเร่งจังหวะลมหอก
หงเทียน — ระดับ ก่อรากปราณ ขั้นที่ 5, ธาตุไฟ, ใช้ได้ทั้งหอกและกระบี่, (ติดการใช้หอกจากฉู่เหยียน) สายลุยแนวหน้า
หลี่เหยิน — ระดับ ก่อรากปราณ ขั้นที่ 5, ธาตุน้ำ, ผู้เชี่ยวชาญวิชาผนึก, สายป้องกันและควบคุมสนามรบ
เซียฉิน — ระดับ ก่อรากปราณ ขั้นที่ 5, ธาตุไม้, ฝึกกระบวนกระบี่, มีความรู้เรื่องสมุนไพร และทำโอสถสำหรับต่อสู้
หากเทียบกับเมื่อแรกเข้ามายังสำนัก นี่คือความก้าวหน้าที่ไม่มีใครคาดคิด
ลู่เหมยหันกลับช้าๆ ไปยังศาลาไม้ซึ่งมีชายชราผู้หนึ่งยืนรออยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปอย่างสง่างาม
“เซียฉินและพวก...พวกเขาทำได้ดี” เธอกล่าวเรียบ
ชายชราผู้นั้นยิ้มบาง ๆ พร้อมตอบกลับ
“เพียงแต่ยังต้องคอยดูพวกเขาอีกระยะ… ถึงจะตัดสินใจได้ ว่าควรดันให้ถึงจุดไหน”
จากมุมสูง ผู้คุ้มกันของลู่เหมยสองคนเฝ้าดูสถานการณ์โดยไม่เคลื่อนไหวแม้แต่นิด
พวกเขาคือยอดฝีมือของหอโอสถระดับสูง ผู้ที่แม้แต่ปรมาจารย์ระดับต้นก็ยังไม่กล้าท้าทาย
ลู่เหมยที่ทุกคนเห็นเหมือนเพียงหญิงสาวผู้มีฝีมือโอสถดีเยี่ยม
ในความจริงนั้นเป็นบุคคลที่ถูกจัดอยู่ในลำดับ “ไม่ควรถาม” ของสำนักชั้นสูง
และแม้จะกลับบ้านอย่างเงียบงัน…ก็ใช่ว่าโลกจะไม่รู้ว่าดอกไม้พิษล้ำค่ากำลังเบ่งบานอยู่ที่ใด