วันต่อมาองค์กรโลกสมัยใหม่ได้ปรากาศเรื่องที่น่าตื่นตกใจ เรื่องแรกพวกเขาประกาศว่าคนที่ลาออกไปจะไม่สามารถกลับเข้ามาทำงานได้อีก ทำให้ใครหลายๆคนเสียใจและสาปแช่งพวกญาติห่างๆที่ให้พวกเขาลาออก แม้แต่คนที่ถูกให้ลาออกโดยบริษัทผลิตอาวุธก็ได้ด่าทอพวกบริษัทเหล่านั้น แม้ว่าเงินที่ได้รับมาจะมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับจากองค์กรจะมากกว่า 10-20 เท่า แต่มันก็แค่นั้น เงินจำนวนนั้นอยู่ได้ไม่เกินสองปีมันก็หมด
และอีกเรื่องที่ทำให้หลายคนตื่นเต้น นั่นก็คือการเปิดรับสมัครแรงงานและพนักงานใหม่ ทำให้เหล่าคนที่เดินเตะฝุ่นเพราะไม่มีงานทำพากันมาสมัครงานที่นี่พวกเขาเพียงแค่หวังว่าจะได้รับชีวิตที่ดีกว่านี้และองค์กรโลกสมัยใหม่ก็สามารถให้พวกเขาได้
แน่นอนว่าการรับสมัครพนักงานและแรงงานครั้งนี้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดไม่เหมือนครั้งที่แล้วๆมา และฝ่ายบุคคลอย่างสินธ์ก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งในส่วนนี้เหมือนกับว่าอำนาจของเขาถูกลดทอนลงแต่อยู่ในต่ำแหน่งเดิม
“โธ่เว้ย!!” สินธ์ทุบโต๊ะด้วยความโกรธ เขาไม่สามารถทำอะไรเรื่องนี้ได้เขาเป็นแค่พนักงงานคนหนึ่งเช่นกันแต่มีความใฝ่สูงที่คิดจะยึดองค์กรเป็นของตัวเอง แต่เป็นเพราะทางองค์กรยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดเขาจึงยังรอดตัวอยู่บวกกับอิทธิพลในองค์กร
แต่ว่าตอนนี้คนจำนวนในองค์กรได้ออกไปซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นคนที่เขารู้จึกทั้งสิ้นและยังมีเส้นสายกับบริษัทผลิตอาวุธหลายแห่ง ทำให้ตอนนี้เขาไม่มีคนมาคอยสนับสนุนตัวเองเหมือนเมื่อก่อน
ในความจริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของเพราะยังไงเขาก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ดี แต่เขาเพียงต้องควบคุมองค์กรนี้เท่านั้นเพื่อคอยรับผลประโยชน์มากมาย มันเป็นเหมือนความโลภของคนต่ำต้อยคนหนึ่งแค่นั้น
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเขาทำหลายอย่างสำเร็จและมีเส้นสายมากมายทำให้เขามีอำนาจในองค์กรแม้จะเป็นเพียงพนักงานก็ตาม
แต่ว่าตอนนี้เส้นสายและคนของเขาที่อยู่ในองค์กรได้หายไปเกือบหมด เขาเริ่มรู้สึกว่าใกล้ถึงจุดจบ
“เป็นเพราะพวกมัน ตั้งแต่ที่พวกมันกลับมาทุกอย่างโดนพวกมันทำลายหมด!!” สินธ์คำรามด้วยความโกรธ
“นึกออกแล้ว!! มันนี่เอง!!” อยู่ๆสินธ์ก็จำได้ว่าโจเป็นใคร เขานึกย้อนไปเมื่อประมาณสิบปีก่อน ตอนนั้นก็เป็นเพราะโจที่ขัดขวางเขาและเขาก็พยายามสืบหาข้อมูลส่วนตัวของโจแต่ไม่ว่าจะใช้อำนาจมากแค่ไหนก็ไม่สามารถค้นหาต้นตอของโจได้
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาอยากจะจัดการโจแต่โจกลับหายไปและเขาก็มารู้ทีหลังว่าโจคือหนึ่งในผู้บุกเบิกรุ่นแรก เนื่องจากตัวขัดขวางไม่อยู่เขาก็ดำเนินแผนการต่อเนื่องอย่างลับๆและเกือบจะสามารถมีอำนาจมากกว่าประธานได้แล้ว แต่อยู่ๆพวกรุ่นบุกเบิกก็กลับมาและทำลายแผนการทั้งหมดของเขา
“ต้องทำลายมัน!!” นัยตาของเขาดุร้าย แน่นอนว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับโจด้วยกำลังได้ ดังนั้นเขาจะใช้อย่างอื่นในการทำลายโจ
สามวันผ่านไป เกือบจะครบ 2 สัปดาห์แล้วที่รุ่นบุกเบิกกลับมา แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่หาได้ยาก รุ่นบุกเบิกหลายคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว แต่ก็มีหลายคนที่กลับมาแล้วได้พบเพียงหลุมศพของคนที่ตัวเองรัก บางคนสูญเสียคนรักไปเพราะตัวเองไม่มีเวลาให้
แม้ว่าพวกเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูจะไม่หวั่นเกรงและไม่เคยแม้แต่จะเสียน้ำตาเมื่อได้รับความเจ็บปวดจากการต่อสู้ แต่พวกเขาไม่สามารถอดกลั้นน้ำตาให้กับเรื่องราวที่น่าเศร้าที่พวกเขาได้พบเจอเมื่อกลับมาที่โลก
อย่างไรก็ตามทุกคนรู้ดีว่าเรื่องเช่นนี้ต้องเกิดขึ้นและทำใจมาตั้งแต่เนิ่นๆแล้วจึงปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
บางคนได้กลายเป็นลุง เป็นน้า ทั้งๆที่หน้าตาของตัวเองคล้ายกับอายุ 20 ต้นๆ แต่เพื่อนของพวกเขาเริ่มมีรอยย่นบนใบหน้าและมีลูกมีครอบครัวกันแล้ว
บางครั้งเมื่อยืนต่อหน้าเพื่อนของตัวเองก็ทำให้หลายคนรู้สึกว่ากำลังคุยกับเพื่อนข้ามรุ่นอย่างไรอย่างนั้น
……
โจได้ออกจากองค์กรและเดินทางไปห้างโดยขับรถหรูที่ได้มาจากองค์กร เขามักจะออกมาข้างนอกเป็นประจำทุกวัน ส่วนใหญ่แล้วเขาจะไปที่ร้านหนังสือ
อย่างไรก็ตามวันนี้เขาตั้งใจมาซื้อชุดใหม่ให้ตัวเอง เขาเดินเข้าแบรนด์หรูและมองหาชุดอยู่ครู่หนึ่งก็ไปถูกใจชุดหนึ่งเข้า
มันเป็นเสื้อสีแดงแขนยาวและมีลายดอกไม้ เขารู้สึกถูกใจเสื้อตัวนี้มากจึงไม่ลังเลเลยที่จะซื้อมันมาพร้อมกับกางเกงสีแดงที่เป็นลายเดียวกัน
เขาใช้เวลาซื้อชุดใหม่ไม่เกินครึ่งชั่วโมงดังนั้นเขาจึงยังมีเวลาอีกเยอะ เขาจึงเดินไปรอบๆห้างและเห็นคาเฟ่แห่งหนึ่ง ตกแต่งสไตล์น่ารัก เขาเดินเข้าไปด้านในร้านและเห็นหนุ่มสาวหลายคนนั่งพูดคุยกัน ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิงที่อยู่ในร้าน
โจมองไปรอบๆและเห็นว่าทุกโต๊ะเต็มหมด
แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับก็มีพนักงานสาวเดินเข้ามาหาเขา
“ยินดีต้อนรับสู่คาเฟ่คิสคิสค่ะ”
“ครับ…เอ่อผมเห็นว่าโต๊ะเต็มหมดแล้วและผมกำลังจะกลับค่อยมาใหม่วันหลัง” โจกล่าว
พนักงานสาวมองรอบๆก่อนจะหันมาพูดกับโจว่า “ช่วยรอสักครู่นะคะ” จากนั้นเธอก็เดินจากไป
โจใช้เวลานี้มองดูเมนูต่างๆที่ติดตามกระจกอยู่ไม่นานนักพนักงานสาวคนเดิมก็กลับมาหาเขา
“คุณลูกค้าคะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไรมีโต๊ะหนึ่งที่มีลูกค้าคนเดียวนั่งอยู่ คุณสามารถนั่งกับลูกค้าท่านนั้นได้ค่ะ” พนักงานสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“โอ้…งั้นก็ได้ครับ” เขาคิดว่าไหนๆก็มาแล้ว แค่นั่งร่วมโต๊ะกับคนอื่นคงไม่เป็นไร ดังนั้นเขาจึงเดินตามพนักงานสาว
เมื่อมาถึงโต๊ะที่พนักงานสาวพามาเขาก็ได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ ผมส่วนหนึ่งของเธอถูกถักเปียเล็กๆและยาวประมาณกลางหลัง ใบหน้าเล็กๆดูน่าถนุถนอมกับริมฝีปากอมชมพูที่กำลังดูดน้ำจากหลอดเล็กๆ
โจมองเธอไม่วางตาและนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูน่าสนใจ เธอไม่ได้มีอะไรพิเศษนอกจากสวยและน่ารักกว่าหญิงสาวทั่วไป และเธอไม่ได้เป็นผู้ใช้พลัง เธอเป็นแค่คนธรรมดา
อย่างไรก็ตามท่าทางของเธอทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปได้
“ขอโทษนะครับ ผมขอนั่งด้วยคนนะ” โจยิ้มพลางกล่าว
หญิงสาวได้ยินเสียงโจจึงเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจเล็กน้อย “อ๊ะ…เชิญเลยค่ะ” เธอยิ้มและจำได้ว่านี่คงเป็นคนที่จะขอร่วมโต๊ะกับเธอ