หนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1

    บทที่ 33: แผนที่ภูมิประเทศ

            บทที่ 33: แผนที่ภูมิประเทศ

            ความมืดมิดในมโนสำนึกของอีไลอัสถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างเจิดจ้าและภาพทิวทัศน์เบื้องล่างที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาแต่ยิ่งมองไกลออกไปเท่าไร อีไลอัสก็ยิ่งตระหนักได้ชัดเจนขึ้น… 

            หมู่บ้านเล็กๆของเขานั้น เป็นเพียง “จุดหนึ่ง”ที่แทบมองไม่เห็น เมื่อเทียบกับผืนป่ามหึมาที่แผ่ขยายออกไปหลายสิบกิโลเมตรในทุกทิศทาง

            เด็กชายวัยสิบสองปีนั่งหลับตาพริ้มเอนหลังพิงกำแพงบ้านหินอย่างผ่อนคลายทว่าจิตวิญญาณและประสาทสัมผัสการมองเห็นของเขากำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้าที่ความสูงกว่าห้าร้อยเมตร!นี่คือความมหัศจรรย์ของสกิล ‘วิสัยทัศน์เวหา ’ ที่เกิดจากพันธสัญญาระหว่างเขากับ‘ไพเพอร์’ นกอสูรสายลับสีขาวบริสุทธิ์ตัวน้อยที่บัดนี้รับหน้าที่เป็นโดรนสำรวจเวหาประจำรัฐอิสระเฮเซลบรุค

            "ไพเพอร์รักษาระดับความสูงไว้ที่ห้าร้อยเมตรบินวนเป็นวงกว้างรอบจุดศูนย์กลางคือน้ำตกม่านไพลินนะ"อีไลอัสส่งกระแสจิตสั่งการอย่างนุ่มนวล

            "รับทราบครับเจ้านาย!ลมบนนี้กำลังดีเลย ฉันจะร่อนให้เนียนกริบยิ่งกว่าใบไม้ร่วงเลยล่ะ!"เสียงใสแจ๋วของไพเพอร์ตอบกลับมาในหัวภาพที่ส่งผ่านสายตาของนกอสูรนั้นคมชัดระดับอัลตราเอชดี  ไร้ซึ่งอาการหน่วง  ใดๆ ทั้งสิ้น

            ในฐานะอดีตสถาปนิกและนักผังเมืองวัยสามสิบห้าปีการได้มองเห็นพื้นที่จากมุมมองเบื้องบน  คือสุดยอดปรารถนาและเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการประเมินศักยภาพของที่ดิน อีไลอัสเริ่มกวาดสายตาสำรวจอาณาบริเวณรอบๆทันที

            จุดศูนย์กลางของภาพคือ ‘น้ำตกม่านไพลิน ’ แหล่งน้ำบริสุทธิ์สายหลักที่ทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงชันมวลน้ำสีฟ้าใสปะทะกับโขดหินเบื้องล่างจนเกิดเป็นละอองน้ำสีขาวฟุ้งกระจายถัดจากน้ำตกเยื้องมาทางทิศใต้นั้น คือเนินดินเล็กๆ ที่เป็นที่ตั้งของ ‘รัฐอิสระเฮเซลบรุค’ ซึ่งประกอบไปด้วยบ้านหินแปลงผักยกแคร่ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับโมเดลจำลองผังเมือง

            "เอาล่ะ...มาเริ่มวิเคราะห์มหภาค  กัน"อีไลอัสพึมพำ

            เมื่อมองออกไปรอบๆรัศมีของน้ำตกม่านไพลินอีไลอัสพบว่าพื้นที่ที่พวกเขากำลังอาศัยอยู่นี้คือส่วนหนึ่งของ ‘ป่าชั้นนอก ’ อย่างแท้จริง ภาพจากมุมสูงแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ป่าชั้นนอกนั้นมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ต้นไม้ไม่ได้ขึ้นเบียดเสียดกันจนหนาทึบแสงแดดสามารถสาดส่องทะลุลงมาถึงพื้นดินได้เป็นบริเวณกว้างทำให้มีพุ่มไม้เตี้ยและทุ่งหญ้าสลับกันไป

            "พื้นที่ป่าชั้นนอกนี้...กินบริเวณกว้างขวางถึงร้อยละ 60 ของป่าต้องห้ามทั้งหมด"อีไลอัสคำนวณสัดส่วนพื้นที่ในหัวอย่างรวดเร็ว "ความลาดชันของพื้นที่  ก็ค่อยๆ ลดระดับลงอย่างสม่ำเสมอไม่มีหน้าผาสูงชันที่อันตรายนอกจากตัวน้ำตกเอง และด้วยความโปร่งของป่าทำให้การระบายอากาศ  ทำได้ดีเยี่ยม...นี่มันสุดยอดทำเลทองสำหรับการขยายโซนที่อยู่อาศัย  และโซนเกษตรกรรม  ในอนาคตชัดๆ!" เมื่อเขาลองเพ่งสายตาไปทางทิศตะวันออกสุดขอบการมองเห็นภาพที่ปรากฏคือแนวหน้าผาลึกที่ทอดยาว อยู่ห่างออกไปอย่างน้อยสามถึงห้ากิโลเมตรราวกับกำแพงธรรมชาติที่ปิดกั้นโลกฝั่งนั้นเอาไว้

            แต่เมื่อหันมองไปทางทิศตะวันตกภาพที่เห็นกลับยิ่งน่าตกตะลึงกว่า…  

            ไกลออกไปอีกหลายสิบกิโลเมตรคือแนวภูเขาสูงตระหง่านที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ จนกลืนหายไปกับหมอกบางบนขอบฟ้าพื้นที่ระหว่างนั้นคือทะเลป่าอันไม่มีที่สิ้นสุด

            ไพเพอร์กระพือปีกเปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าบินสูงขึ้นไปทาง ‘ทิศเหนือ’ตามคำสั่งของอีไลอัส

            “ถัดจากน้ำตกขึ้นไปดูเหมือนจะอันตรายนะ”

            เมื่อข้ามผ่านหน้าผาของน้ำตกและเนินเขาที่ตั้งของห้องเก็บเสบียงใต้ดินขึ้นไปภาพทิวทัศน์ก็เริ่มเปลี่ยนสีสันและบรรยากาศอย่างเห็นได้ชัดต้นไม้เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น ลำต้นหนาเตอะเรือนยอดของพวกมันแผ่กิ่งก้านสาขาจนบดบังแสงแดดเกือบมิด นี่คือเขตแดนของ ‘ป่าชั้นกลาง ’

            "รอยต่อระหว่างป่าชั้นนอกกับป่าชั้นกลางมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาหิน..."อีไลอัสหรี่ตามองผ่านสายตาของนกอสูร"ป่าชั้นกลางมีความหนาแน่นของต้นไม้สูงมาก และถ้าฉันตาไม่ฝาด... ออร่าของมานา ในบริเวณนั้นก็ดูจะหนาแน่นกว่าจนมองเห็นเป็นไอหมอกจางๆลอยอยู่ตามพื้นดิน"

            ป่าชั้นกลางเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นยอดมันอุดมไปด้วยแร่หินแกรนิตและไม้เนื้อแข็ง แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์อสูรระดับกลางถึงสูง อย่างเช่นฝูงหมาป่าทมิฬ  หรือวัวหินผา  อีไลอัสจดจำตำแหน่งรอยต่อของหน้าผาหินไว้ในสมองอย่างแม่นยำมันจะเป็นเสมือน ‘กำแพงธรรมชาติ’ที่กั้นระหว่างเขตเมืองกับเขตป่าอันตราย

            แต่สิ่งที่ทำให้อีไลอัสต้องรู้สึกขนลุกซู่แม้จะนั่งหลับตาอยู่ในบ้านหินก็คือภาพที่อยู่ไกลออกไปทางทิศเหนือสุดสายตา...

            ถัดจากป่าชั้นกลางขึ้นไป คือ ‘ป่าลึกเขตต้องห้าม ’

            เพียงแค่มองจากระยะไกลบนท้องฟ้าอีไลอัสก็สัมผัสได้ถึงความกดดันที่หนักอึ้งต้นไม้ในเขตนั้นมีขนาดมหึมาจนผิดสัดส่วนทางพฤกษศาสตร์ลำต้นของพวกมันใหญ่โตราวกับหอคอย และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ‘หมอกมานา’ สีเข้มที่หมุนวนอัดแน่นอยู่เหนือเรือนยอดไม้มันดูคล้ายกับพายุโซนร้อนที่ไม่มีวันสลายตัว มวลอากาศที่หนักอึ้งไปด้วยมานานั้นเป็นอันตรายต่อมนุษย์ทั่วไป หากสูดดมเข้าไปจะเกิดภาวะ ‘เมามานา’ จนถึงแก่ชีวิตได้

            "เขตแดง..." อีไลอัสกลืนน้ำลาย"ป่าชั้นในสุดคือที่สถิตของสิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติ  เราต้องขีดเส้นตาย ห้ามประชากรคนใดของเฮเซลบรุคล่วงล้ำเข้าไปในทิศเหนือนั้นเด็ดขาดจนกว่าเราจะมีโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ป้องกันที่พร้อมกว่านี้"แต่เมื่อพ้นเขตป่าต้องห้ามไป กลับเป็นสีขาวของป่าหิมะ ที่เรียกว่าดินแดนเหมันต์นิรันดร์ ที่อันตรายไม่แพ้กัน

            "เจ้านายครับ!ลมเปลี่ยนทิศแล้ว ฉันบินเหนือป่าชั้นกลางนานกว่านี้ไม่ไหวลมหนาวรวมทั้งออร่าของพวกมอนสเตอร์ข้างล่างมันทำเอาขนฉันลุกไปหมดแล้ว!"เสียงไพเพอร์รายงานกลับมา

            "พอแล้วไพเพอร์แกทำได้ดีมาก บินกลับมาที่ฐานได้เลย"

            วูบ!

            อีไลอัสลืมตาขึ้นตัดการเชื่อมต่อจากวิสัยทัศน์เวหา แสงอาทิตย์ยามสายสาดกระทบใบหน้าของเขาเด็กชายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หัวใจของเขาเต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัวแต่ด้วยความตื่นเต้นที่เอ่อล้นจนแทบจะระเบิดออกมา วิญญาณของ ‘นักผังเมือง’ และ ‘สถาปนิก’ ถูกจุดไฟให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง!

            เมื่อมีข้อมูลบริบทของพื้นที่ ที่แม่นยำอยู่ในหัวการออกแบบวางผังเมืองก็ไม่ใช่การเดาสุ่มอีกต่อไป!

            "ดัสตี้!บาร์นีย์!" อีไลอัสผุดลุกขึ้นยืน ตะโกนเรียกลูกบ้านเสียงดังก้อง

            ตุ่นอสูรหมวกเซฟตี้ที่กำลังนอนแทะมันเทศอยู่สะดุ้งโหยงรีบวิ่งเตาะแตะมาพร้อมกับหมียักษ์ที่เพิ่งตื่นนอน "มีอะไรเหรอบอส! ท่อน้ำแตกเหรอ!หรือกำแพงบ้านร้าว!" ดัสตี้ ทำหน้าตื่นตระหนกตามประสาคนบ้างานโยธา

            "ไม่มีอะไรพังทั้งนั้น!แต่เรากำลังจะสร้างประวัติศาสตร์!" อีไลอัสวิ่งไปที่กองวัสดุไม้หลังบ้าน"บาร์นีย์ ไปยกแผ่นไม้สนที่ใหญ่และเรียบที่สุดมาให้ฉันแผ่นนึง! ดัสตี้ไปคัดก้อนถ่านไม้จากเตาผิง เอาแท่งที่ดำและแข็งที่สุดมาให้ฉันสามสี่แท่ง!ด่วนเลย!"

            ลูกบ้านทั้งสองรับคำสั่งอย่างงุนงงแต่ก็รีบวิ่งไปจัดการตามที่บอก เพียงไม่กี่นาทีแผ่นไม้กระดานกว้างเกือบหนึ่งเมตรก็ถูกนำมาวางแหมะไว้บนโต๊ะทำงานช่างหน้าบ้านพร้อมกับก้อนถ่านไม้อย่างดี

            อีไลอัสไม่รอช้าเขายกมือขึ้นเหนือแผ่นไม้ เรียกใช้งานสกิล [สถาปนิกแห่งพงไพร] นิ้วที่เรืองแสงสีทองลูบไล้ไปตามผิวหน้าของไม้กระดานสกิลเวทมนตร์ทำการปรับสภาพผิวไม้ให้เรียบเนียนกริบราวกับกระดาษวาดเขียนชั้นดีลบรอยเสี้ยนและรอยนูนทั้งหมดออกไปจนหมดสิ้น

            "ฟินน์เดซี่ ไพเพอร์ มารวมตัวกันตรงนี้ให้หมด!"อีไลอัสกวักมือเรียกลูกบ้านทุกตัวให้มาล้อมวงรอบโต๊ะทำงาน

            "เจ้านายจะวาดรูปเหรอ?วาดรูปฉันด้วยนะ! เอาให้หล่อๆ เลย!" ฟินน์ กระดิกหางอย่างตื่นเต้น

            "ฉันไม่ได้จะวาดรูปเหมือนเว้ยไอ้หนู..."อีไลอัสจับก้อนถ่านไม้ในมือแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมและทรงภูมิปัญญา"...สิ่งที่ฉันกำลังจะสร้างคือสิ่งที่สถาปนิกและวิศวกรทุกคนต้องมีก่อนที่จะลงเสาเข็มสร้างเมือง มันคือ‘แผนที่ภูมิประเทศ ’ !"

            แกรก... แกรก...

            อีไลอัสเริ่มจรดปลายถ่านไม้ลงบนแผ่นกระดานเขาไม่ได้วาดรูปต้นไม้เป็นรูปก้อนเมฆ หรือวาดรูปภูเขาเป็นรูปสามเหลี่ยมทื่อๆแต่เขาเริ่มลาก ‘เส้นสายที่คดเคี้ยวไปมาและซ้อนทับกันเป็นวง’

            "บอส...ไอ้เส้นยึกยือนี่มันคืออะไรอะ? ลายแทงสมบัติเหรอ?"ดัสตี้เอียงคอมองด้วยความสงสัย

            "นี่คือ‘เส้นชั้นความสูง ’ " อีไลอัสอธิบายน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลในศาสตร์แห่งการวัดตัว  "ในทางวิศวกรรมแผนที่เราไม่สามารถวาดความสูงต่ำของภูเขาลงบนกระดาษแบนๆ ให้เห็นมิติได้ตรงๆเราจึงต้องใช้เส้นเหล่านี้เป็นตัวแทน เส้นหนึ่งเส้นจะแทนระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่เท่ากันตลอดทั้งแนว"

            เด็กชายลากเส้นวงกลมซ้อนกันหลายๆชั้น ถี่และชิดกันมากในบริเวณทิศเหนือ "ดูตรงนี้นะทีมงาน...ถ้าระยะห่างระหว่างเส้น  มันชิดกันมากๆแบบนี้ แปลว่าพื้นที่ตรงนั้นคือ ‘หน้าผาชัน ’ หรือภูเขาที่ตั้งตระหง่านอย่างรวดเร็วนี่คือตำแหน่งของหน้าผาน้ำตกม่านไพลินและเนินเขาด้านหลังบ้านเราที่ดัสตี้เพิ่งขุดห้องใต้ดินไป"

            จากนั้นเขาก็ลากเส้นให้กระจายตัวห่างออกจากกัน แผ่ขยายออกไปทางทิศใต้และทิศตะวันออก

            "แต่ถ้าเส้นชั้นความสูงมันอยู่ห่างกันมากๆแบบนี้..." อีไลอัสเคาะปลายถ่านไม้ลงบนพื้นที่กว้าง"แปลว่าพื้นที่ตรงนั้นมีความลาดชันน้อยมาก มันคือ ‘พื้นที่ราบ’ หรือเนินลาดเอียงเบาๆ ซึ่งก็คือบริเวณ ป่าชั้นนอก ที่พวกเรากำลังยืนอยู่ตอนนี้และมันกินพื้นที่ถึงร้อยละ 60 ของแผนที่ฉบับนี้!"

            "โอ้โห!แค่ดูเส้นยึกยือนี่ ก็รู้เลยเหรอว่าตรงไหนเป็นภูเขา ตรงไหนเป็นที่ราบ!บอสนี่มันอัจฉริยะวิศวกรรมโยธาที่แท้จริง!" ดัสตี้ตบมือ (กรงเล็บ) แปะๆด้วยความเลื่อมใสขั้นสุด หมวกเซฟตี้บนหัวสั่นพั่บๆ

            อีไลอัสยิ้มรับคำชมเขาเริ่มลงรายละเอียดในแผนที่ต่อเขาใช้ถ่านไม้วาดเส้นทึบเพื่อระบุแนวเส้นทางน้ำของลำธารที่ไหลต่อจากน้ำตก  และวาดสัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมเล็กๆระบุตำแหน่งของบ้านหิน แปลงผักยกแคร่ และส้วมหมักชีวภาพในปัจจุบัน

            "การรู้ระดับความสูงต่ำของพื้นที่คือกุญแจสำคัญที่สุดในการจัดการ ‘น้ำ’ และ‘ความปลอดภัย’ " อีไลอัสบรรยายต่อ"น้ำจะไหลจากเส้น Contour ที่สูงกว่าลงสู่เส้นที่ต่ำกว่าเสมอ และจะไหลตั้งฉากกับเส้น Contour ด้วยดังนั้น เมื่อเราเห็นแผนที่นี้ เราจะรู้ได้ทันทีว่าถ้าน้ำท่วมกระแสน้ำจะพุ่งไปทางไหน และเราควรจะสร้างถนนหรือบ้านเรือนหลบเลี่ยงจุดรับน้ำ  อย่างไร!"

            สถาปนิกน้อยเปลี่ยนก้อนถ่านไม้เป็นก้อนดินสอพองสีขาวที่ฟินน์เคยคาบมาให้เขาเริ่มแรเงาและกำหนดขอบเขต  ลงบนแผนที่

            "นี่คือข้อสรุปจากการสำรวจของไพเพอร์..."อีไลอัสขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจน "พื้นที่ 60 เปอร์เซ็นต์แรกคือ ป่าชั้นนอก  ตรงนี้คือ ‘โซนปลอดภัย ’ มีความอุดมสมบูรณ์พื้นที่ลาดชันกำลังดี ระบายน้ำเยี่ยม เหมาะที่สุดสำหรับการขยายอาณาเขตหมู่บ้านสร้างที่อยู่อาศัย และโซนเกษตรกรรม"

            เขาขีดเส้นทึบกั้นรอยต่อทางทิศเหนือ"ถัดขึ้นไปบนแนวเขาที่มีเส้น Contour ชิดกัน คือ ป่าชั้นกลาง  ตรงนี้คือ ‘โซนกันชนและแหล่งทรัพยากร’ เราจะไปที่นั่นเพื่อตัดไม้เนื้อแข็งและทำเหมืองหินแกรนิตแต่จะไม่มีการไปสร้างบ้านถาวรที่นั่น เพราะมันเป็นถิ่นของสัตว์อสูรดุร้าย"

            และสุดท้าย เขาแรเงาสีขาวขุ่นๆไว้ที่ขอบบนสุดของแผนที่

            "และลึกเข้าไปทางทิศเหนือสุด...ป่าลึกเขตต้องห้าม  และดินแดนเหมันต์นิรันดร์ตรงนี้คือ ‘เขตอันตรายสูงสุด ’ ห้ามเข้าเด็ดขาด!มานาที่นั่นหนาแน่นจนเป็นพิษ และไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่"

            เมื่อรายละเอียดสุดท้ายถูกขีดเขียนลงไปอีไลอัสก็วางก้อนถ่านและดินสอพองลงเขายกแผ่นไม้กระดานที่เต็มไปด้วยลวดลายวิจิตรบรรจงทางวิศวกรรมภูมิศาสตร์ขึ้นมาปัดฝุ่นออก

            แผนที่ภูมิประเทศ  ฉบับแรกและฉบับเดียวแห่งป่าต้องห้ามเสร็จสมบูรณ์แล้ว!

            มันไม่ได้บอกแค่ว่าอะไรอยู่ที่ไหนแต่มันบอกถึงมิติของแผ่นดิน ความชันของเนินเขา และทิศทางการไหลของพลังงานธรรมชาติมันคือพิมพ์เขียวรากฐานที่จะกำหนดชะตากรรมและการขยายตัวของรัฐอิสระเฮเซลบรุคในอนาคต

            "โฮก...ภาพ... สวยจัง... มีเส้น... เยอะแยะ..." บาร์นีย์ชะโงกหน้ามาดูด้วยความสนใจแม้จะอ่านแผนที่ไม่เป็น แต่มันก็สัมผัสได้ถึงความขลังของลายเส้น

            "เอาล่ะทีมงานเฮเซลบรุค!" อีไลอัสชูแผนที่แผ่นกระดานขึ้นเหนือหัวดวงตาของเด็กชายทอประกายเจิดจ้าแฝงไปด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำที่พร้อมจะสถาปนามหานคร"เราไม่ได้เดินคลำทางในความมืด หรือสร้างบ้านแบบสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไปแล้ว!แผนที่ฉบับนี้คือดวงตาของพวกเรา!"

            เด็กชายชี้มือไปยังผืนป่าโปร่งทางทิศตะวันออกและทิศใต้ที่กินพื้นที่ร้อยละ60 ของแผนที่"จากนี้ไป... เราจะเริ่มเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัว!รัฐอิสระแห่งนี้ จะไม่ได้มีแค่พวกเราอีกต่อไปแผ่นดินผืนนี้กว้างใหญ่พอที่จะเปิดรับผู้อพยพและผู้ที่ต้องการเซฟโซนที่ปลอดภัยที่สุด!"

            เสียงร้องเฮลั่นของเหล่าลูกบ้านสัตว์อสูรดังกึกก้องไปทั่วลานหน้าบ้านหินฟินน์เห่าหอน ไพเพอร์บินโฉบเฉี่ยว เดซี่กระทืบเท้าและดัสตี้ตะเบ๊ะรับคำสั่งอย่างแข็งขัน

            รากฐานที่มั่นคงถูกวางไว้แล้วและบัดนี้ เข็มทิศนำทางสู่การเป็นมหานครแห่งป่าต้องห้ามก็ได้ถูกวาดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบโดยสถาปนิกผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา!

    คล้ายกับเรื่องหนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1 ที่คุณอ่าน