นางซูกำลังง่วนอยู่กับการล้างหม้อใหญ่สองใบอยู่เมื่อได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นขวับ “ไม่ไปหรือ?เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?”
“เอ่อ... ข้าจะไปเที่ยวหมู่บ้านตงอั้นกับหยางหลิ่วเจ้าค่ะและจะแวะเรียนขี่ม้าระหว่างทางด้วย” เย่ชิงชิงเดินไปนั่งข้างหยางหลิ่วจะให้บอกว่าถูกเผยรุ่นจือโรคจิตผู้นั้นลวนลามจนไม่อยากเห็นหน้าเขาสักพักได้อย่างไร!
นางซูถลึงตาใส่บุตรสาว“เด็กตัวกะเปี๊ยก นางไปพบคู่รัก เจ้าไปยุ่งอะไรด้วย?”
เมื่อพูดเช่นนี้หยางหลิ่วก็หน้าแดงขึ้นในทันทีเวลานี้เติ้งอาหลัวยังมีงานที่ยังคั่งค้างไม่เสร็จ จึงยากที่จะปลีกตัวมาหานางจึงเป็นฝ่ายไปที่หมู่บ้านตงอั้นมากกว่า
ผู้อาวุโสฝ่ายเติ้งอาหลัวล่วงลับไปหมดแล้วเหลือเพียงยายตาบอดผู้เลี้ยงดูเขาอยู่ข้างกาย หยางหลิ่วไม่ยอมรับบิดาผู้เลวทรามนางก็ถือว่าไม่มีผู้อาวุโสเช่นกัน ทั้งสองเป็นคนไม่ถือตัวจึงตัดสินใจเรื่องงานแต่งงานด้วยตนเอง กำหนดไว้ในเดือนหน้า
เย่ชิงชิงไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่ากำลังเป็นก้างขวางคอนางกล่าวว่า “ข้าก็แค่อยากตามไปด้วย”
การขี่ม้าเป็นเรื่องที่สง่างามย่อมต้องเรียนรู้แต่เนิ่นๆ บัดนี้มีครูพร้อมสอน แต่ในภายหน้าก็ไม่แน่เมื่อหยางหลิ่วออกเรือนไปแล้ว นางจะกล้าไปรบกวนเวลาส่วนตัวของผู้อื่นได้อย่างไร
เย่ชิงชิงยืนกรานว่าจะไม่ไปบ้านสกุลเผยนางซูก็ไม่ได้คิดมากและการเยี่ยมเยียนเด็กสาวเช่นนี้ไม่เหมาะให้เย่จื้อเฟิงออกหน้าจึงคิดแล้วก็เลิกล้มไป
อีกไม่นานเทศกาลชีซี[1]ก็ใกล้เข้ามาแล้ว บนถนนเริ่มมีของเล็กๆ น้อยๆที่เป็นคู่จัดวางเรียงรายอยู่มากมายเหล่าบัณฑิตและหญิงงามที่จะออกมาเดินเที่ยวในวันนี้มากมายจนจินตนาการออกมาเป็นภาพไม่ได้เลย
เย่ชิงชิงเคยคิดว่าในวันชีซีมารดาจะให้พวกนางพี่น้องได้หยุดพักบ้าง จะได้ออกไปเดินถนนร่วมสนุกสนานกับผู้อื่นใครจะรู้ว่ากลับเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นทำให้ความรื่นเริงของพวกนางมลายหายไปสิ้น
คู่แข่งได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว!
เมื่อไม่นานมานี้บนถนนจิ้นเหมินมีร้านค้าแห่งใหม่เปิดขึ้นนามว่า เชียนเว่ย (พันรสชาติ) ขายเนื้อตุ๋นหม้อดินและปลาหมักหม้อดินเช่นกันรูปลักษณ์ภายนอกดูเหมือนสิ้นค้าร้านไป่เว่ยของพวกนางไม่มีผิดเพี้ยนรสชาติของเนื้อและปลาหมักเหล่านั้นก็ถือว่าพอใช้ แม้จะเทียบกับของร้านไป่เว่ยไม่ได้แต่ก็แย่งลูกค้าไปได้ไม่น้อย
เย่ชิงชิงมั่นใจในสินค้าของตนเองที่มีน้ำในมิติหนุนนำสามารถเพิ่มความสดใหม่ได้ถึงแปดส่วน นางจึงไม่ค่อยกังวลว่ารสชาติจะด้อยกว่าแต่หากวันใดเป็นเช่นนั้นขึ้นมาจริงๆ ก็ถือว่าผู้อื่นมีความสามารถมากกว่าคงจะโทษใครมิได้
แม้ร้านเชียนเว่ยจะเลียนแบบไป่เว่ยในหลายๆด้าน แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่าได้ทุกทางประกอบกับร้านไป่เว่ยมีลูกค้าประจำจำนวนมากอยู่แล้ว จึงไม่ถือเป็นภัยคุกคามอันใด
แต่เมื่อสองวันก่อนถั่วเหลืองหมักสองไหใหญ่ที่นางซูเพิ่งทำเสร็จได้หายไปอย่างน่าประหลาดใจและบังเอิญเหลือเกินที่อีกไม่นานสินค้าที่ร้านเชียนเว่ยนำมาขายกลับมีรสชาติคล้ายคลึงกับของพวกนางอย่างยิ่งเห็นความไม่ชอบมาพากลในเรื่องนี้ชัดเจน
เมื่อยอดขายทุกวันนี้เพิ่มขึ้นมากนางซูก็ไม่สามารถดูแลทุกอย่างได้ด้วยตัวเองการทำเนื้อตุ๋นหม้อดินและปลาหมักหม้อดินจึงได้มอบหมายให้ผู้อื่นทำทั้งหมดสิ่งเดียวที่นางยังคงควบคุมดูแลอยู่คือวัตถุดิบ โดยเฉพาะถั่วเหลืองหมักสูตรพิเศษที่นางจะทำสำรองไว้ครั้งละหลายไหใหญ่
ทำมานานถึงเพียงนี้นางซูย่อมรู้ดีว่าถั่วเหลืองหมักของตนแตกต่างจากของผู้อื่นอย่างไรนางมีห้องครัวเล็กๆ ส่วนตัวที่ทุกๆ วันจะปิดไว้แน่นหนาแต่ห้องที่ปิดแน่นหนาอย่างดีเช่นนี้ กลับมีถั่วเหลืองหมักหายไปเฉยๆ ถึงสองไหใหญ่
“ขนาดใหญ่เพียงนั้น การขนย้ายด้วยกำลังคนคงต้องใช้เวลาและแรงงานมากนักจะต้องมีรถม้าเป็นแน่...” เย่จื้อเฟิงยิ่งคิดก็ยิ่งตกใจ“คนในบ้านเรามากมายเพียงนี้ มันจะถูกขนย้ายไปต่อหน้าต่อตาเชียวหรือ!”
นางซูล้วงกุญแจที่พกติดตัวออกมาพร้อมขมวดคิ้วกล่าวว่า “มันน่าสงสัยมิใช่หรือ?กุญแจที่ไขได้มีเพียงสองดอก ดอกหนึ่งไม่เคยห่างกายข้าส่วนอีกดอกก็เก็บไว้อย่างดีใครกันเล่าจะมีความสามารถบุกเข้ามาเปิดประตูได้ด้วยมือเปล่า?”
เมื่อสอบถามชาวบ้านในหมู่บ้านทุกคนต่างก็บอกว่าไม่เห็นรถม้าแปลกหน้าหรือน่าสงสัยใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นกุญแจห้องครัวเล็กก็ยังอยู่ในสภาพดี ไม่มีร่องรอยเสียหายแม้แต่น้อยในสถานการณ์เช่นนี้จะเปิดประตูได้อย่างไร? ถั่วเหลืองหมักสองไหใหญ่มีปีกงอกบินไปเองกระนั้นหรือ!
ข้อสงสัยมากมายพรั่งพรูออกมาแม่ลูกทั้งสามยิ่งคิดก็ยิ่งตกใจ นางซูเริ่มคิดไปในทางงมงายนี่เป็นฝีมือมนุษย์จริงๆ หรือ?
ไม่ใช่แค่คดีโจรกรรมห้องลับหรอกหรือเย่ชิงชิงไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ แม้จะมีสิ่งเหล่านั้นอยู่จริงเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่จะมองเห็นถั่วเหลืองหมักเพียงน้อยนิดนั้นอยู่ในสายตาหรือ?นางกลัวก็แต่...ภัยจากมนุษย์
หากร้านเชียนเว่ยนั้นมีผู้เชี่ยวชาญอยู่เบื้องหลังสามารถเข้าออกบ้านชาวนาได้อย่างอิสระ การงัดแงะประตูและไขกุญแจคงไม่ใช่เรื่องยากนี่ต่างหากที่เป็นเรื่องน่ากลัว!
ครานี้พวกมันสามารถขโมยถั่วเหลืองหมักไปได้อย่างราบรื่นยากนักที่จะไม่มีครั้งที่สองหรือครั้งที่สาม เมื่อพวกมันไม่พอใจหยุดเพียงเท่านี้ก็อาจจะหาวิธีล้วงความลับของถั่วเหลืองหมักไปอีกหรือไม่?
เย่ชิงชิงร้อนใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากบอกนางซูและพี่ชายเพราะแม้แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าความพิเศษของถั่วเหลืองหมักที่บ้านตนนั้นมาจากที่ใดย่อมไม่เข้าใจความกระวนกระวายและความกังวลของนาง
ของในบ้านหายไปคนงานหลายคนและหยางหลิ่วต่างโต้แย้งกันว่าไม่น่าจะเป็นฝีมือขโมยที่เข้ามาในเวลากลางวันพวกเขาทุกคนต่างจับตามอง คนงานก็เดินเข้าออกสวนไร่นาอยู่ตลอดอีกทั้งยังมีหญิงสาวชาวบ้านที่มาช่วยบรรจุไหด้วย!
“หมายความว่าเวลากลางคืนหรือ? ตอนที่ทุกคนกลับไปแล้วหลังซูเหนียงจื่อหลับไปแล้ว...” จินหลันยิ่งพูดก็ยิ่งกลัวกล่าวว่า “ชาวบ้านเถียนซินเราจิตใจดีงามเหตุใดจึงมีโจรเช่นนี้ หรือว่าจะเป็นคนนอกบุกเข้ามา!”
แต่เย่จื้อเฟิงกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเขาจึงวิเคราะห์ว่า “กลอนประตูปิดสนิทไม่มีร่องรอยเสียหายโจรที่มีความสามารถถึงเพียงนี้จะยังมาสนใจถั่วเหลืองหมักสองไหของเราหรือ?”
“อมิตาภพุทธ หายไปเฉยๆ เช่นนี้ อย่าบอกนะว่าท่านเทพจิ้งจอกกลับมาแล้ว...”จินหลันพนมมือพึมพำ
“ไม่ว่ามันคืออะไร คืนนี้ข้าจะเป็นคนเฝ้ายามเอง” หยางหลิ่วตบเข่าฉาดแล้วลุกขึ้นยืนกล่าวว่า “มาดูกันว่ามันจะมาขโมยอีกหรือไม่!”
เชิงอรรถ
[1]เทศกาลชีซี (七夕节) วันแห่งความรักของจีนเป็นวันที่มาจากตำนานหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า