มู่จื่อรั่วอุทานเบาๆแววตาอ่อนโยนแต่แฝงการตำหนิ “คุณหนูไป๋ แม้น้าสามของเจ้าพอมีเกียรติคุณอยู่บ้าง ทั้งเขายังเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท ทว่านั่นไม่ใช่เจ้าหญิงสามัญชนธรรมดาเช่นเจ้าบังอาจทำร้ายเชื้อพระวงศ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การล่วงเกินรังแกบุตรีในบริวารของฝ่าบาทอย่างข้ามู่จื่อรั่วแล้วหากเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ เจ้าควรรีบคำนับขอขมาเถิดดีกว่าให้เรื่องบานปลายจนต้องรับโทษตายหน้าบัลลังก์นะ”
เพ็ดทูลฝ่าบาท? ก้มหัวคำนับหนึ่งพันหน? พวกนางทั้งสองก็อุตส่าห์คิดเรื่องพรรค์นี้ออกมาได้
หยวนจิ่นผู้นี้เป็นคนโง่ไร้สมองโดยแท้ถูกมู่จื่อรั่วใช้เป็นหมาก คิดจริงๆ หรือว่าฮ่องเต้เหยียนตี้แห่งต้าฉีจะรับบัญชาเจ้าเจ้าอยากฆ่าใครก็ทำได้ตามใจชอบ?
ช่างประเด็นอื่นก่อนต่อให้โดนทูลฟ้องต่อพระองค์จริง ฮ่องเต้ก็จะไม่ลงโทษนางอย่างร้ายแรงเพราะเห็นแก่น้าสามของนางนอกจากนี้ เนื่องด้วยเหตุในอดีตชาติ นางจะไม่เข้าใจวิสัยของฮ่องเต้เชียวหรือ การทำให้ชายคนนั้นปล่อยตนไปมันสุดแสนจะง่ายดาย!
ไป๋เซียงจู๋กระตุกมุมปากเผยยิ้มเยือกเย็นตอบกลับด้วยท่าทีเฉื่อยชา “ถ้าข้าไม่ทำเล่า”
“ฮึ! เช่นนั้นข้าก็จะทูลฝ่าบาท ขอให้พระองค์เด็ดหัวเจ้า!” เยียนหยวนจิ่นชะงักไปเล็กน้อย แต่แล้วก็ทำท่าขู่
และนางยังแสร้งทำเป็นจะดึงตัว ‘พยาน’ อย่างมู่จื่อรั่วไปเดี๋ยวนี้ด้วย ประหนึ่งว่าตัดสินใจแน่แล้ว
เมื่อตู้เจวียนเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงคลานไปคว้าชายกระโปรงของหยวนจิ่นไว้มั่น หมอบคำนับพร้อมกับอ้อนวอน “องค์หญิงโปรดเมตตาหม่อมฉันขอรับผิดและขอขมาต่อองค์หญิงแทนคุณหนูเพคะ...” ตู้เจวียนโขกหน้าผากพลางวิงวอนพลางเลือดที่มุมปากไหลออกมาไม่ขาดสาย ทว่านางกลับไม่หยุด มีแต่วิงวอนมากขึ้นเรื่อยๆ “ขอองค์หญิงทรงปรานีเถิดเพคะ อย่า...”
คราบเลือดที่มือและมุมปากเปรอะเปื้อนชายกระโปรงของนางทันใดนั้นหยวนจิ่นก็โกรธจัดจนสีหน้าเปลี่ยน บันดาลโทสะถีบตู้เจวียนจนคว่ำพื้นรองเท้าบดขยี้นิ้วมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลของตู้เจวียน “นางขี้ข้าเจ้ากล้าทำเสื้อผ้าของข้าสกปรกหรือ ชีวิตบ่าวไพร่ชั้นต่ำอย่างเจ้ามีค่าอะไรมาขอร้องแทนนางต่อให้เจ้าตายพันครั้งก็ชดใช้กระโปรงข้าไม่ได้!”
เยียนหยวนจิ่นตวาดอย่างเลือดเย็นออกแรงที่เท้ามากยิ่งขึ้น เดิมทีตู้เจวียนก็บาดเจ็บอยู่แล้วบัดนี้นางถูกเยียนหยวนจิ่นเหยียบนิ้วมือไว้ เจ็บจนเกร็งไปทั้งร่างทว่าไม่กล้าครวญครางแม้สักนิด หน้าผากปกคลุมด้วยเม็ดเหงื่อ
“องค์หญิงกรุณาปล่อยบ่าวของข้า!” ไป๋เซียงจู๋กำหมัดแน่นนางพยายามต่อรองอย่างใจเย็น
นางกำลังอดกลั้นอดกลั้นไม่ให้ตัวเองลงไม้ลงมือ แต่นางใกล้ทนไม่ไหวแล้วทั้งที่ตู้เจวียนบาดเจ็บอยู่ บัดนี้กลับ...
“เจ้าเป็นใครกัน ให้ข้าปล่อยนาง? ข้าจะไม่ปล่อยตอนนี้ต่อให้เจ้ายอมรับว่าตัวเองเป็นคนชั้นต่ำก็ช่วยนางไม่ได้!” หยวนจิ่นคึกคะนอง พอเห็นท่าทางขุ่นเคืองทว่าทำอะไรตนไม่ได้ของไป๋เซียงจู๋ใจพลันสำราญยิ่งนัก
นางเผลอออกแรงเหยียบลงไปอีกได้ยินเสียงข้อกระดูกนิ้วมือแตกหักดังกรอบแกรบในที่สุดตู้เจวียนก็เจ็บปวดจนต้องร้องออกมา ความชั่วร้ายทะลักล้นออกมาจากนัยน์ตาของหยวนจิ่นนางไม่เชื่อเป็นอันขาดว่าไป๋เซียงจู๋จะกล้าแตะต้องนางแม้เกิดขึ้นจริงก็ยิ่งเป็นไปตามที่นางประสงค์ เมื่อไรที่ไป๋เซียงจู๋ทำร้ายตนถึงเวลานั้นทุกอย่างจะพร้อมสรรพทั้งคนผิดและหลักฐาน สองนายบ่าวรับโทษตายด้วยกันและหากไม่ขัดขืน ก็จะทรมานพวกนางให้หนำใจ!
ไป๋เซียงจู๋รับรู้ได้ถึงความคิดที่แฝงอยู่ในดวงตาหยวนจิ่นนางก้มหน้าลง น้ำเสียงลำบากใจ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันทำได้เพียง...”
“เจ้าทำได้เพียงอะไร”
นึกว่านางจะก้มหัวศิโรราบจริงมู่จื่อรั่วตาเป็นประกาย ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด
ทว่ารอยยิ้มของนางยังไม่ทันได้แย้มกว้างเต็มที่จู่ๆ ไป๋เซียงจู๋ก็เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาช่วงโชติดุจเปลวเพลิงโบกสะบัดแขนเสื้อฉับพลัน
ฟึ่บ—
เข็มเงินสามสิบกว่าเล่มพุ่งออกมาจากแขนเสื้อจากนั้นจึงเห็นหยวนจิ่นที่เมื่อครู่กำลังลำพองใจกลายสภาพเป็นดั่งเสาไม้ล้มลงกับพื้นทั้งที่ตัวแข็งทื่อเช่นนั้น
หากเพ่งดูอย่างละเอียดจะพบว่ามีรอยบวมเล็กๆที่บริเวณข้อมือเยียนหยวนจิ่น แต่เข็มเงินนั้นได้ฝังเข้าไปในเนื้อจนไม่เหลือร่องรอยแล้ว
ต่อให้หมอหลวงมาตรวจไป๋เซียงจู๋ก็มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่เจอความผิดปกติใดๆ
ครั้งนี้พวกนางบีบให้นางต้องทำบทลงโทษสถานเบาไม่สามารถปัดเป่าแค้นฝังใจของไป๋เซียงจู๋ได้ความทุกข์ทรมานหลังจากนี้ต่างหากที่เป็นของจริง ไป๋เซียงจู๋เคยสาบานไว้ผู้ที่ข่มเหงนางจะต้องชดใช้คืนเป็นทวีคูณ
มู่จื่อรั่วอ้าปากค้างเมื่อเห็นหยวนจิ่นหมดสติล้มลงกับพื้นเช่นนี้สีหน้าของนางเปลี่ยนทันที แล้วอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ไป๋เซียงจู๋ เจ้าไม่รักชีวิตหรือ!”
นางหมดความอดทนจนทำร้ายองค์หญิงอย่างที่คาดดีเลย คราวนี้สวรรค์ก็ช่วยนางไม่ได้
“ชีวิตของข้าล้ำค่ามากข้าถนอมชีวิตยิ่ง จะไม่รักชีวิตได้อย่างไร” ไป๋เซียงจู๋ถือโอกาสประคองตู้เจวียนขึ้นมาช้อนตามองอย่างไม่ยี่หระ แววตาในเสี้ยววินาทีนั้นราวกับคมมีดอาบยาพิษทำเอามู่จื่อรั่วเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
นึกไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้มีแววตาเฉียบคมเยือกเย็นแบบนี้ด้วยไป๋ชิงโหรวบอกว่าพี่สาวคนนี้เป็นแค่พวกไร้น้ำยามิใช่หรือ มิเช่นนั้นมีหรือจะก้มหน้าก้มตายอมอยู่ท้ายจวนให้คนเขากดขี่โดยไม่ปริปากสักคำอีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นลูกไม่มีพ่อ ไฉนคนน่าอดสูเช่นนี้จึงมีแววตาเยือกเย็นแบบนี้เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด จู่ๆคนไร้ค่าอย่างนางจะฉลาดหลักแหลมขึ้นมาได้อย่างไรกระทั่งความอาจหาญยังมีมากจนน่ากลัว!
มู่จื่อรั่วไม่เชื่อนางพ่ายแพ้ให้แก่ผู้หญิงแบบนี้ไม่ได้เป็นอันขาด
มู่จื่อรั่วเรียกสติที่กระเจิงไปกลับมาอย่างรวดเร็วนางหรี่ตามองอีกฝ่ายและเอ่ยค่อนขอดเบาๆ “องค์หญิงเป็นกิ่งทองใบหยก [1] ไป๋เซียงจู๋ เจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตแล้วสินะ! หากเจ้าคุกเข่าคำนับข้าเสียตอนนี้อีกเดี๋ยวข้าจะขอความเมตตาให้ ทูลขอให้พระสนมเสียนเฟยไว้ชีวิตเจ้า”
นางเป็นฝ่ายได้เปรียบในสถานการณ์ตอนนี้เนื่องจากไป๋เซียงจู๋กล้าลงไม้ลงมือกับองค์หญิงจริงๆ องค์หญิงเป็นผู้สูงศักดิ์ล้ำค่าแม้ว่าน้าสามของนางจะทรงเกียรติเพียงใดก็ต้องมีคำอธิบายให้แคว้นเยียนอยู่ดีเพราะฉะนั้น วันนี้ไป๋เซียงจู๋จะจบชีวิตลงที่นี่อย่างแน่นอน!
ตู้เจวียนอกสั่นขวัญหนีเพราะการกระทำของไป๋เซียงจู๋ออกปากถามนายตนทันที “คุณหนูแล้วคุณหนูจะทำอย่างไรดีเล่า...”
ถ้าถูกตัดสินด้วยข้อกล่าวหานี้คุณหนูของนางได้รับพระราชทานโทษฆ่าตัวตาย [2] เป็นแน่!
ไม่ได้คุณหนูทำทุกอย่างเพื่อนาง จะให้คุณหนูเจอปัญหาไม่ได้
พอตู้เจวียนคิดถึงจุดนี้ก็พลันปาดน้ำตาผลักไป๋เซียงจู๋ที่ประคองตนออกไป “คุณหนูมู่... บ่าวไม่ระวังผลักองค์หญิงล้มเอง ไม่เกี่ยวข้องกับคุณหนูของบ่าวบ่าวเป็นเพียงสาวใช้ต่ำต้อยของคุณหนู ถึงตายก็ไม่ควรค่าให้เสียดายชีวิตคุณหนูรีบไปจากที่นี่เถิด รีบไปเจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวราชองครักษ์มาจะสายเกินไป”
“คิดจะหนีหรือ ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก!” มู่จื่อรั่วขวางหน้าไป๋เซียงจู๋ทันควันหลังจากได้ยินตู้เจวียนพูดดังนั้นใบหน้านางดูบิดเบี้ยว รอยยิ้มบ้าคลั่งยิ่งกว่าเก่า ในตอนนี้นางไม่อยากจะสงวนภาพลักษณ์ด้วยซ้ำนางไม่มีทางปล่อยโอกาสครานี้ไป โอกาสที่จะทำให้ไป๋เซียงจู๋ม้วยมรณา
ขอเพียงราชองค์รักษ์มาถึงพอบอกเล่าให้ทุกคนรับรู้ว่านางทำร้ายองค์หญิง ชีวิตนี้ของไป๋เซียงจู๋ก็จบสิ้นแล้ว!
“ตู้เจวียนรีบลุกขึ้น” ไป๋เซียงจู๋เข้าไปพยุงตู้เจวียนด้วยแววตาสั่นไหว
ไม่เสียแรงที่ตนเอ็นดูเด็กคนนี้จริงๆจงรักพิทักษ์นายสุดหัวใจ อย่างไรก็ตามการที่วันนี้ตนเลือกทำเลยเถิดจนถึงขั้นนี้ได้ ย่อมเหลือทางหนีทีไล่ไว้อย่างแน่นอนเพราะฉะนั้น!
“คุณหนูคุณหนูรีบหนีไปเถิด ขอร้องล่ะเจ้าค่ะ เกิดชาติหน้าฉันใด ตู้เจวียนขอเป็นสาวใช้ปรนนิบัติคุณหนู...”
“แหมๆ ...มิตรภาพพี่น้องช่างลึกซึ้งเสียจริงนะ ไป๋เซียงจู๋เจ้าไม่ไปเป็นบ่าวไพร่มันช่างน่าเสียดายเหลือเกิน” มู่จื่อรั่วไม่ลืมที่จะล้อเลียนและเยาะเย้ย
เชิงอรรถ
[1]金枝玉叶 กิ่งทองใบหยก หมายถึงผู้ที่สืบเชื้อสายจากราชวงศ์หรือตระกูลชั้นสูง
[2]赐死 ประทานโทษฆ่าตัวตาย คือการที่พระเจ้าแผ่นดินในสมัยโบราณรับสั่งลงอาญาประหารชีวิตแต่วิธีนี้พิเศษกว่าการประหารชีวิตรูปแบบอื่นตรงที่ผู้ต้องโทษจะเป็นผู้ปลิดชีวิตตนเองโดยอาจได้รับพระราชทานเหล้าพิษ กระบี่ ผ้าแพรขาว หรือเชือกเพื่อนำไปฆ่าตัวตาย