ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่83 จงใจสร้างปัญหา (1)

    49 1-2

    ตอนที่83 จงใจสร้างปัญหา (1)

    “ใครบอกกันว่าแม่ทัพผู้นี้จงใจสร้างปัญหาแก่เจ้าเพราะหยุนซี?ที่ข้าลงโทษเจ้าเพราะเมื่อวานเจ้าโดดเรียน”

    สำหรับคำพูดประโยคนี้ของเซียถงทำเอาแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วโกรธจนหน้าผันแปรเป็นสีขาวสลับดำ ใจหนึ่งยอมรับตามตรงเขาค่อนข้างครั่นคร้ามหยุนซี เนื่องด้วยนางปีศาจนั่นมีนิสัยวิปริต ฝีปากร้ายกาจและที่สำคัญชอบหักหน้าสร้างความอัปยศต่อตัวเขาเป็นที่สุดแทบจะทุกครั้งที่ปะทะคารมกันแม่ทํพจางเจิ้งกั๋วมักจะเป็นฝ่ายพลาดพลั้งในมือของนางเสมอ และยิ่งโดนเซียถงพูดจาจี้ปมเช่นนี้ยิ่งทำให้เขาทนไม่ได้เข้าไปใหญ่

    “หาใช่ว่าข้าโดดเรียนแต่กลับมีสาเหตุที่ต้องจำต้องขาดเรียนอย่างมีเหตุมีผลทุกประการข้าทำเรื่องขอลาหยุดกับท่านอาจารย์หยุนซีเอาไว้เรียบร้อยแล้วและการที่ท่านแม่ทัพยังพยายามยัดเหยียดบทลงโทษให้แก่ข้าอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ยังหมายความถึงอะไรได้อีก? เพราะเกรงกลัวท่านอาจารย์หยุนซีท่านแม่ทัพผู้สูงส่งต้องถึงขั้นลดตัวมารังแกเด็กน้อยคนหนึ่งเชียวรึ?”

    เซียถงได้ปูพื้นทัศนคติใหม่ให้แก่เหล่าศิษย์สาวกทุกคนภายในห้องต่อแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วเป็นที่เรียบร้อยเป็นที่เข้าใจโดยทั่วแล้วว่า การที่แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วลงโทษเซียถงอย่างไม่สนความเป็นเหตุเป็นผลเช่นนี้เป็นเพราะความขัดแย้งส่วนตัวกับหยุนซี และต่อจากนี้ยิ่งแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วพยายามเถียงและยัดเหยียดบทลงโทษแก่นางมากเท่านั้นนี่จะกลายเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีแก่ทุกคนเลยว่า แม่ทัพผู้สูงศักดิ์คนนี้กำลังระบายความโกรธที่มีต่อหยุนซีลงกับเด็กสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวนางหนึ่งเท่านั้น

    “เซียถงข้าจะไม่โต้เถียงวาจาไร้สาระกับเจ้าอีกต่อไปแล้ว”

    ในส่วนนี้แม่ทัพจางจิ้งกั๋วย่อมเข้าใจถึงเจตนาของเซียถงได้อย่างชัดแจ้ง สีหน้าการแสดงออกของเขามืดทมิฬลงหลายส่วน ชี้ไปที่ประตูและคำรามขึ้นว่า

    “ไปหลังภูเขาแล้วไปตักน้ำจากนั้นจงแบกใส่หลังกลับมาให้ข้าเห็น!”

    เซียถงลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินออกไปแต่โดยดีแต่ระหว่างเดินไปยังประตูนางก็สบถขึ้นกับตัวเองลอยๆ ว่า

    “นึกไม่ถึงเลยว่าแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วที่ข้าเคยปลาบปลื้ม แท้จริงแล้วจะไร้ซึ่งคุณธรรมปานนี้ทั้งที่มีความแค้นต่อท่านอาจารย์หยุนซี แต่กลับระบายสิ่งเหล่านั้นลงกับข้าแทนไม่กล้าแม้กระทั่งจะเผชิญหน้ากับนางเสียด้วยซ้ำ เกิดมาเป็นชายชาติทหารแท้ๆแต่กลับหวาดกลัวผู้หญิงนางหนึ่งจนหัวหด ช่างน่าขันโดยแท้ ช่างน่าขันโดยแท้!”

    พอกล่าวจบ เซียถงพลางส่ายหน้าด้วยความหน่ายใจเหลืออด

    ได้รับฟังเช่นนั้นก็มีศาย์สาวกบางคนในห้องเรียนถึงกับส่ายหัวตามเช่นกันการลงโทษแบบไม่มีเหตุผลเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในสถานศึกษาเซิงหลิงทุกคนย่อมไม่ได้ตระหนักทราบถึงความขุ่นเคืองระหว่างแม่ทัพจางจิ้งกั๋วกับเซียถงดังนั้นพอได้ยินบทสนทนาทั้งหมด พวกเขาจึงเข้าใจไปว่าที่แม่ทัพจางจิ้งกั๋วออกปากลงโทษเซียถงทั้งหมดเป็นเพราะปมความแค้นส่วนตัวระหว่างตนเองกับอาจารย์หยุนซียิ่งได้ฟังคำตัดพ้อของเซียถงยิ่งรู้สึกผิดหวังเข้าไปกันใหญ่

    แม่ทัพจางเจิ้นกั๋วกล่าวได้ว่าเป็นต้นแบบของเด็กผู้ชายทุกคนในห้องเรียนแห่งนี้บ้างถึงกับลงเรียนวิชากลยุทธ์เพื่ออยากจะเจอเขาตัวเป็นๆ โดยเฉพาะแต่ไม่คิดเลยว่าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ์ในดวงใจของพวกเขากลับหวาดกลัวผู้หญิงนางหนึ่ง...

    ชั่วพริบตาต่อมาศิษย์สาวกทุกคนภายในห้องเรียนต่างจับจ้องมาทางแม่ทัพจางเจิ้นกัวด้วยสายตาแปลกๆ

    แม่ทัพผู้เจนจัดสมรภูมิรบนับครั้งไม่ถ้วนต้นแบบแห่งชายชาติทหารแห่งจักรวรรดิตงหลี่แท้ที่จริงกลับเกรงกลัวต่อรัศมีของอาจารย์หยุนซีจริงๆ รึนี่?

    “หยุดเดี๋ยวนี้!”

    แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วตระหนักได้ถึงทุกสายตาที่จับจ้องและรีบตะโกนหยุดเซียถงมิให้ออกจากประตูห้องเรียนในทันทีกล่าวสีหน้าบูดบึ้งสุดขีดว่า

    “กลับไปที่นั่งของเจ้า”

    หากเซียถงต้องแบกถังน้ำที่ตัดจากหลังภูเขาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์จริงๆนี่เท่ากับว่า เขากลับไม่ต่างอะไรกับลูกเต่าที่มีแต่หดหัวและคือการยอมรับเป็นนัยแล้วว่า ตนเองไม่กล้าเผชิญหน้ากับหยุนซีจริงๆ ถึงได้มาลงกับสาวน้อยคนนี้หากเกิดขึ้นในกรณีนั้นนี่นับเป็นเรื่องอัปยศสุดขีดสำหรับคนที่รักเกียรติยศศักดิ์ศรียิ่งชีพอย่างตัวเขาและแน่นอนแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วไม่ยอมทำให้ตนเองเสียชื่อเสียงกับเรื่องแบบนี้เป็นอันขาด

    จะอย่างไรเซียถงก็เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของเขา ในอนาคตต่อไปในระหว่างการฝึกเชิงกลยุทธ์ในภาคสนามเขาย่อมต้องหาโอกาสกลั่นแกล้งนางให้หนักอย่างสาสมกับที่สร้างวีรกรรมไว้แน่นอน!

    ประกายแสงริบหรี่สาดสะท้อนออกจากดวงตาคู่นั้นของเซียถงเหลือบหางตามองแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วไปทีหนึ่งและเดินกลับมายังที่นั่งของตนเองอย่างแช่มช้า สำหรับแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วคนนี้นางรู้จุดอ่อนของเขาแล้ว และต่อจากนี้นางย่อมใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนดังกล่าวเพื่อควบคุมให้อยู่ในกำมือของนาง

    แม้มั่พจางจิ้งกั๋วจะมิสัยไม่ค่อยสู้ดีนักแต่เซียถงก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกันว่าเขานับว่าเป็นผู้บัญชาการกองทัพทหารที่เก่งกาจอยู่ใฝนระดับอัจฉริยะอย่างแท้จริงทฤษฎีเชิงกลยุทธ์และการวิเคราะห์สถานการณ์ต่อสู้ยอดเยี่ยมเสียยิ่งกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารในโลกยุคสมัยใหม่ที่นางเคยอยู่เสียอีกหลังจากเรียนจบคาบ เซียถงได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับการศึกกลยุทธ์และมีความเคารพในตัวเขาหนึ่งส่วน

    ก่อนจากชั้นเรียนไปแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วส่งหางตาสาดใส่เซียถงด้วยความเกลียดชังไปทีหนึ่งและสับเท้าเดินออก

    หลังรับประทานอาหารเที่ยงกับฉีหมิงเยว่ในโรงอาหารที่เดิมเซียถงกางตารางเรียนของตนขึ้นมาเพื่อตรวจสอบคาบเรียนในช่วงบ่ายเป็นคาบเรียนแขนงวิชายุทธ์ ส่วนพรุ่งนี้มีแขนงวิชาโอสถยังพอมีเวลาว่างระหว่างนี้ ฉีหมิงเยว่ขอตัวเดินจากออกจากสถานศึกษาเซิงหลิงในขณะที่เซียถงเองก็ออกไปด้วยเช่นกัน เดินเข้าป่าไผ่เขียวบริเวณใกล้เคียงเสาะพบสถานที่สงบเงียบแห่งนี้นางจึงขึ้นนั่งบนแท่นหินยักษ์และขัดสมาธิเริ่มบำเพ็ญตบะเพื่อบ่มเพาะความแกร่งกล้า

    ผ่านไปได้ครึ่งชั่วทางนางจับสังเกตได้ว่า มีใครบางคนกำลังเดินเท้าเข้ามาใกล้ตนอย่างเงียบงันและแม้ผู้เยี่ยมเยือนในคราวนี้จะจงใจกลั้นหายใจเพื่อปิดบังกลิ่นอายแต่เซียถงก็ยังสามารถสัมผัสได้อย่างชัดแจ้งถึงรัศมีขอบเขตที่แผ่ซ่านออกมาพออีกฝ่ายตรงเข้ามาใกล้ขึ้นและใกล้ขึ้น นางโพล่งตาตื่นรู้กระโจนขึ้นเตรียมเข้าจู่โจมปานสายฟ้าแลบ!

    ทว่าพอเห็นว่าผู้มาเยี่ยมเยือนเป็นใครเซียถงถึงกับถอนหายใจใส่เฮือกใหญ่ ลดมีดสั้นในมือลง

    “ปฏิกิริยาไวมากขนาดข้ากลั้นหายใจลอบเข้ามาขนาดนี้ เจ้าก็ยังสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของข้าได้ไม่เลว ไม่เลว”

    หยุนซีเงยหน้ามองเซียถงบนแผ่นหินก้อนนั้นและพยักหน้าเอ่ยปากชมเชย

    “ไฉนท่านอาจารย์หยุนซีถึงอยู่ที่นี่ได้?”

    เซียถงเลิกคิ้วมองสวนตอบด้วยความสงสัยหยุนซีในวันนี้มาในทรงผมรวบขึ้นเป็นหางม้า ทัดติดด้วยผ้าพันลายดอกไม้ สวมผ้าพันคอเนื้อบางถือตะกร้าไม้สานรองพื้นด้วยผ้าหยาบสีเขียว ส่วนมืออีกข้างถือพลั่วขุดแม้ว่าการแต่งกายของนางจะดูคล้ายชาวบ้านธรรมดาทั่วไปแต่รัศมีกลิ่นอายความแกร่งกล้าที่แพร่สะพัดออกมาก็ยากเกินกว่าจะปกปิด

    “มาขุดหาสมุนไพร”

    หยุนซีเขย่าตะกร้าในมือเล็กน้อย

    “มีสมุนไพรตั้งมากมายในสถานศึกษาไยท่านไม่ไปขอ?”

    เซียถงเอ่ยถามอีกครั้งเจือแววฉงนใจในฐานะที่เป็นอาจารย์แขนงวิชาโอสถในสถานศึกษาเซิงหลิงหยุนซีย่อมสามารถขอเบิกสมุนไพรเพื่อนำมาใช้ได้ตามต้องการ

    “สมุนไพรจากสถานศึกษามันไม่พอใช้สำหรับข้านี่สิก็เลยต้องออกมาขุดหาเอง”

    หยุนซีส่งยิ้มมอบให้เซียถง

    เซียถงพยักหน้าตอบเก็บมีดสั้นลงใต้แขนเสื้อดังเดิมและไม่พูดอะไรต่อไปอีก

    “เซียถงเจ้าจะจ่ายหนี้ข้าเมื่อใด?”

    หยุนซีมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมเอ่ยถามขึ้น

    “มีเงินเมื่อใดย่อมจ่ายให้”

    เซียถงกล่าวตอบสั้นๆ กลับไป

    “เช่นนั้นข้าจะคิดดอกเบี้ยเพิ่มอัตราดอกเบี้ยวันละหนึ่งเหรียญทอง หากมีเหรียญทองติดตัวเท่าไหร่เอามาขัดดอกให้ข้าก่อน”

    หยุนซีมิได้บีบบังคับให้เซียถงจ่ายหนี้สินที่ติดค้างไว้ในทันทีทันใดแต่เผยแววตาสีลูกท้อสวยยิงเข้าใส่ และกล่าวอธิบายเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้ฟัง

    ดอกเบี้ยวันละหนี่งเหรียญทอง? ไฉนไม่ปล้นกันเลยล่ะ?

    “ท่านอาจารย์หยุนซีท่านปล้นข้าเลยดีกว่า ข้าไม่มีเงินคือไม่มีจริงๆและดูเหมือนว่าข้าคงต้องติดหนี้ท่านไปทั้งชีวิตแล้ว”

    หางตากระตุกอย่างแรงเมื่อได้ฟังำดอกเบี้ยมหาโหดเซียถงเอ่ยปากยอมรับไปตามตรงว่า ตนไม่มีเจตนาที่จะจ่ายค่าชำระหนี้ดังกล่าวแก่อีกฝ่าย

    หยุนซีจ้องหน้านางโดยมิได้เอ่ยกล่าวอะไรใดๆแต่ทันใดนั้นพลั่วในมือของนางพลันกระตุกวูบพุ่งทะลวงฉีกอากาศขวางเข้าใส่ทางเซียถงประดุจปาหอก เซียถงตกลึงงันไปชั่วขณะก่อนจะรีบขับเคลื่อนลมปราณในกายเลี่ยงหลบในเสี้ยวพริบตาถึงแม้จะสามารถเลี่ยงหลบพลั่วแหลมคมที่พุ่งเข้าเสียบได้แต่ชายผ้าคลุมใบหน้ากลับหนีไม่พ้นรัศมี ถูกกระชากดึงออกมาโดยตรง

    เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยจุดด่างดำอันแสนอัปลักษณ์ต่อหน้าหยุนซีมีดสั้นใต้แขนเสื้อเลื่อนเข้ากระชับจับถนัดบนมือ เซียถงหรี่สายตาแคบมองไปทางหยุนซีส่อแววระแวดระวังสุดขีด ระหว่างนั้นก็เร่งระดมพลังลมปราณขุมใหญ่กรอกเทลงสู่คมมีดสั้นในมือโดยไว

    ตราบใดที่หยุนซีเคลื่อนไหวอีกครานางจะโต้กลับไม่ไว้หน้าแล้วเช่นกัน

    สองหญิงสาวสบสายตาปะทะกันอย่างเงียบงันท่ามกลางป่าไผ่อันสงบสุขสายลมอันโอนอ่อนพัดผ่าน เสียงต้นไผ่สั่นไสวดังกรอบแกรบ

    “ลอยจุดด่างดำพวกนั้นได้ทำลายใบหน้าจริงอันแสนงดงามของเจ้าไปจนหมดน่าเสียดาย น่าเสียดาย”

    สบสายตาของกันและกันเสร็จสรรพหยุนซีก็ถอดผ้าพันคอลงและโยนให้แก่เซียถง กล่าวน้ำเสียงเสียอกเสียดายไม่น้อย

     

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984