ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 89 รอฉันเดี๋ยว

    “ผู้ฝึกตนเหรอ” ในตาของฉินลู่เกิดประกายบางอย่างจากนั้นก็หันไปพูดกับซุนอิงและชุยฮุ่ยฮุ่ยว่า “พวกเธอไปรอในพื้นที่พักผ่อนก่อนเดี๋ยวฉันรีบตามไป”

            “อืมๆ” ซุนอิงพยักหน้า จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “นายจะไปไหนเหรอ”

            ฉินลู่บอกปัดผ่านๆว่า “ฉันจะกลับไปเดินดูที่โซนหินหยกหน่อยดูว่ายังมีของดีอีกหรือเปล่า”

            “งั้นก็ได้ เราจะไปกินของว่างในโซนพักผ่อนรอนายนะ”

            “ตกลง”

            ฉินลู่พยักหน้าจากนั้นก็พรางตัวตามมุมอับ แอบวิ่งตามชายหัวโล้นคนนั้นไปช้าๆ

            ฉินลู่แอบอยู่หลังโต๊ะวางเครื่องหยกในโซนหินหยกพร้อมกับแอบสังเกตผู้ฝึกตนหัวโล้นคนนั้น

            อันที่จริงฉินลู่ก็ไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาคือผู้ฝึกตนหรือเปล่าแต่ว่า ดูจากสายตาที่เขามองหินหยกแล้ว อย่างไรก็คงไม่พ้นการเป็นผู้ฝึกตนอย่างที่คิดแน่

            ชายหัวโล้นทำท่าเหมือนกำลังเดินดูของไปเรื่อยๆแต่ความจริง เขากำลังจับตามองของโบราณที่ราคาสูงเอาไว้ เขาไม่ได้จะซื้อ แค่มองเฉยๆ

            เมื่อเห็นว่าของมีค่าที่เขาคอยจับตาอยู่ถูกซื้อไปแล้วเขาก็จะเดินตามคนที่ซื้อสิ่งนั้นไป แถมยังแอบถ่ายรูปไว้ด้วย

            “เจ้าบ้านี่...คงไม่ได้คิดจะวิ่งราวหรอกใช่ไหม ทำท่าทีลับๆล่อๆ อยู่ได้” จู่ๆ ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นในหัวของฉินลู่

            ฉินลู่คิดที่จะแอบตามไปสังเกตชายหัวโล้นอีกสักหน่อยแต่เขาดันหายไปกับฝูงชนในโซนของเล่นโบราณเสียแล้ว

            “เป็นคนที่ต้องระวังคนนึงเลยแฮะ” ฉินลู่ทำหน้าเครียดนานมากกว่าเขาจะออกจากโซนของเล่นโบราณ แล้วเดินไปที่โซนพักผ่อน

            5 นาทีผ่านไป ฉินลู่เดินมาถึงโซนพักผ่อน เขามองไปก็เห็นซุนอิงกับชุยฮุ่ยฮุ่ยทันที

            “นายกลับมาแล้วเหรอ ได้ซื้ออะไรเพิ่มหรือเปล่า” ซุนอิงเห็นฉินลู่เดินมาก็พูดพร้อมยิ้มขึ้นมาทันที

            “ฉันไปเจอของดีเยอะแยะเลยล่ะ แต่แพงเกินไป ฉันไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นก็เลยไม่ได้ซื้อทำได้แค่มองตาปริบๆ ...” ฉินลู่แสร้งทำเหมือนจำใจและยักไหล่ขึ้นเบาๆ

            “ถ้านายชอบจริงๆ ฉันมีเงินนะ!” ซุนอิงพูดพลางชี้กระเป๋าที่ตัวเองสะพายอยู่“ตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงไม่ได้เปิดทุกวันถ้าครั้งนี้นายเจอของที่ชอบแต่ไม่ซื้อ ครั้งหน้าอาจจะไม่มีแล้วก็ได้นะ”

            ฉินลู่หัวเราะออกมาทันที“นั่นมันเงินของเธอจะให้ฉันใช้เงินเธอได้อย่างไร แบบนั้นฉันก็กลายเป็นพวกแมงดากันพอดี ทำไม คุณหนูซุนอิงอยากรับเลี้ยงฉันเหรอถ้าเธออยากรับฉันไปเลี้ยงจริงๆ ฉันให้โอกาสนี้กับเธอได้นะ!”

            “หน้าไม่อาย!” ซุนอิงนั่งก้มหน้าเพราะเขินมาก

            “อ๊ากกก !” ชุยฮุ่ยฮุ่ยที่อยู่ข้างๆหยุมหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง “พวกเธอหยุดหวานกันสักทีจะได้ไหม!คนโสดอย่างฉันเห็นแล้วอึดอัดมากนะรู้ไหม!”

            “ฮุ่ยฮุ่ย! อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!” ซุนอิงหน้าร้อนผ่าว ใบหน้าและหูแดงไปหมด

            ทั้ง3 คนทำตัวกระอักกระอ่วนกันอยู่สักพัก จากนั้นก็กลับเข้าไปเดินในโซนของโบราณอีกครั้งสุดท้ายก็เดินออกจากตลาดกลางคืนนี้มาด้วยกัน

            ฉินลู่จับหินหยกในมือสีหน้าดูพึงพอใจ

            การมาเดินตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงในครั้งนี้ฉินลู่เป็นคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ส่วนซุนอิงที่เป็นคนอยากมาแท้ๆกลับไม่ได้ซื้ออะไรเลยนี่ทำให้ฉินลู่เริ่มรู้สึกสงสัยว่าซุนอิงแค่อยากจะนัดเขาเพื่อออกมาเดทด้วยจริงๆใช่ไหม

            หรือว่าเธอจะตกหลุมรักฉันเข้าแล้ว?

            แบบนั้นก็...เยี่ยมไปเลยสิ!

            ฉินลู่ไม่ใช่คนโง่ความรู้สึกที่ซุนอิงมีให้เขา ตัวเขาก็ต้องรับรู้อยู่แล้ว

            เมื่อทั้ง3 คนเดินกลับมายังที่จอดรถ ก็พากันขึ้นรถไป

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยยังคงเลือกที่จะนั่งตรงตำแหน่งข้างคนขับและไม่ลืมที่จะหันไปทำท่าเหมือนตัวเองชนะใส่ฉินลู่ด้วย

            ฉินลู่ถึงกับกุมขมับ“วางใจเถอะ ฉันไม่คิดจะแย่งที่นั่งเธอหรอก”

            “เหอะๆต่อให้นายอยากแย่งฉันก็ไม่หลีกให้หรอก จำไว้เลยนะ ต่อไปถ้ามีฉันไปด้วยที่นั่งตรงนี้เป็นของฉัน ต่อให้ในอนาคตพวกนายแต่งงานกันแล้วก็ตาม ฉันก็ยังจะนั่งตรงนี้เสมอเข้าใจไหม!”

            ฉินลู่ยังไม่ทันได้พูดอะไรซุนอิงก็ดีดตัวขึ้นด้วยความประหม่า ง้างกำปั้นทุบหัวชุยฮุ่ยฮุ่ยเข้าเต็มเปา“นี่แน่ะ ชอบพูดจาเหลวไหลดีนัก!”

            “โอ๊ย เจ็บๆๆๆ ! ไม่พูดแล้วฉันจะไม่พูดอีกแล้ว อย่าทำฉันเลย!”ชุยฮุ่ยฮุ่ยแกล้งทำท่าโอเวอร์เกินจริงพลางอ้าปากร้องบอกว่าเจ็บ

            เครื่องยนต์เริ่มทำงาน รถก็แล่นไปตามท้องถนนระหว่างที่ซุนอิงขับรถอยู่ ทุกคนต่างเงียบงัน ไม่ได้คุยอะไรกัน เป็นแบบนั้นอยู่นานกว่าซุนอิงจะหาประเด็นมาคุยกับฉินลู่ได้“ฉินลู่ ถ้าตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงจัดขึ้นอีก นายอยากจะมาอีกไหม”

            ฉินลู่ไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว จึงพยักหน้าและพูดว่า“อยากสิ ตลาดกลางคืนแบบนี้น่าสนใจมากแถมยังมีของดีมากมายที่หาไม่ได้ในตลาดทั่วไปด้วยถ้ามีตลาดแบบนี้อีกและเธอก็ไม่ได้ยุ่งอะไร งั้นก็พาฉันมาอีกนะ”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยที่นั่งอยู่ตรงข้างคนขับหันมาด้านหลังและยิ้มระรื่นพลางพูดว่า “ขอแค่ได้มากับนาย พี่สาวก็ว่างให้นายได้ตลอดแหละ”

            “ยัยเด็กบ้ายังจะพูดจาเหลวไหลอีก ถ้ารู้แบบนี้แต่แรก ฉันไม่พาเธอมาด้วยแน่ให้เธอกลับบ้านคนเดียวไปเลย” ซุนอิงพูดกลบเกลื่อนความเขินอาย

            “เห็นผู้ดีกว่าเพื่อน! เห็นผู้ดีกว่าเพื่อนที่แท้ทรู!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยแกล้งทำหน้าน้อยใจและพูดว่า“นี่พวกเธอรังเกียจฉัน เพราะฉันมาเป็นก้างขวางคอพวกเธอใช่ไหม งั้นเธอก็จอดรถเลยทิ้งฉันไว้ตรงนี้ก็ได้ เฮ้อการเป็นคนโสดนี่ไม่ได้รับสิทธิมนุษยชนอย่างคนอื่นบ้างเลย...”

            ซุนอิงกับฉินลู่ต่างหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้

            ทั้ง3 คนคุยเล่นกันสนุกสนาน ไม่นาน ก็มาถึงชุมชนที่ฉินลู่พักอาศัยอยู่

            “เอี๊ยด!”

            ซุนอิงเหยียบเบรก จอดข้างรถตำรวจของชุยฮุ่ยฮุ่ย“ลงไปเถอะ กลับกันได้แล้ว โดยเฉพาะเธอชุยฮุ่ยฮุ่ย ตอนนี้ดึกมากแล้วรีบขับรถตำรวจกลับบ้านไปซะ”

            “แบร่ๆๆ !“ชุยฮุ่ยฮุ่ยแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ซุนอิง จากนั้นก็เปิดประตูลงรถ ขึ้นไปนั่งรถตำรวจของตัวเอง

            “ขอบคุณนะ งั้นฉันกลับก่อนล่ะ”ฉินลู่ยิ้มพลางพูดกับซุนอิง

            “ไม่เป็นไร อันที่จริง วันนี้ฉันก็อยากซื้อของโบราณบ้างเหมือนกันแต่กลับพบว่ามันแพงมาก ก็เลยทำใจซื้อไม่ได้” ซุนอิงพูดพลางถอนหายใจ

            ฉินลู่เพียงหัวเราะเบาๆ ไม่ได้เค้นอะไรต่อ“งั้นถ้าครั้งหน้ามีตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงอีก เธอต้องพาฉันไปนะ”

            “แน่นอน” ซุนอิงยิ้มหวานจนแก้มปริ

            “ไว้เจอกันนะ!”

            “ไว้เจอกัน”

            ฉินลู่ลงจากรถ หันไปโบกมือให้รถตำรวจจากนั้นก็เดินเข้าประตูใหญ่หน้าชุมชนไป

            “ตี๊ดๆ !”ชุยฮุ่ยฮุ่ยบีบแตร เธอลดกระจกรถพร้อมโบกมือให้ฉินลู่ จากนั้นก็สตาร์ทรถ ขับหายเข้าไปในความมืดพร้อมรถลินคอล์นของซุนอิง

            ฉินลู่เดินขึ้นตึกเปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น พอเขาเงยหน้าขึ้นไปมองเวลาบนนาฬิกาก็ถึงกับสะดุ้ง

            “จะเที่ยงคืนแล้วเหรอเนี่ย เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ”

            ฉินลู่ไม่ชักช้ารอเวลา เขาเดินเข้าห้องครัวไปเริ่มตุ๋นยาเหมือนทุกวันจากนั้นก็ลงไปแช่ในอ่างยา และสุดท้ายก็ฝึกบำเพ็ญวิชา

            เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นท้องฟ้าทางทิศตะวันออกก็เริ่มแย้มแสงสีทองแล้ว

            เพราะวันนี้ไม่ต้องไปทำงานดังนั้นฉินลู่จึงไม่ได้รีบร้อนอะไร เขาเข้าไปอาบน้ำเย็นจากนั้นก็โยนหินหยกพลังวิญญาณที่ถือเล่นในมืออยู่นานใส่เข้าปากและอมไว้นอนลงบนเตียง เริ่มฝึกเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิตด้วยการโคจรมหาจักรวาล

            แต่ฉินลู่เพิ่งเอาหินหยกเข้าปากไม่นานก็รู้สึกถึงพลังไอเย็นแทรกซึมออกมาจากหินหยกนั้นและแผ่ซ่านไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายทันที

            “นี่มัน...พลังวิญญาณ!”

            ฉินลู่ประหลาดใจ แต่ก็ไม่รอช้า รีบโคจรมหาจักรวาลทันที

            “ฟึ่บๆ !”

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน