สุดยอดนักผจญภัย

    คำสั่งของไลท์

    เมืองสเตนทาวน์เป็นเมืองเล็ก มีประชากรเพียงแค่สามแสนคน ซึ่งส่วนมากจะทำอาชีพเกษตรกรไม่ก็ฟาร์มเลี้ยงสัตว์

    ดาร์กโซลก็ค่อยๆจอดเทียบท่าอย่างช้าๆ

    “ เบเรียลอีกกี่วันพวกยูเทียจะมาถึงงั้นหรอ? ” ไลท์หันมาถามเบเรียลที่ยืนอยู่ข้างๆ

    “ ก็เห็นว่าตอนนี้ก็ใกล้ที่จะถึงภูมิภาคกลางแล้ว ถ้าหากเดาไม่ผิดก็จะประมาณแปดถึงเก้าวันก็น่าจะมาถึงที่นี้แล้ว ” เบเรียลตอบ

    “ เข้าใจแล้ว งั้นพวกเราก็เที่ยวเล่นที่เมืองนี้ไปก่อนแล้วกัน ” ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะพาทุกๆคนไปเช่าโรงแรมก่อนเป็นอันดับแรก

    หลังจากที่เช่าโรงแรมเสร็จแล้วไลท์ก็ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเที่ยวเล่นเอง 

    แม้ว่าเมืองสเตนทาวน์จะไม่ใหญ่มากแต่ก็มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิด

    ไลท์และเบเรียลเดินเล่นรอบเมืองสเตนทาวน์ฆ่าเวลา นอกจากนี้ทั้งสองก็ยังซื้อของเล่นน่ารักๆเก็บไว้อีกด้วย 

    พอเห็นว่าเที่ยงแล้วไลท์ก็พาเบเรียลไปกินอาหารที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่งที่ไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียว

    “ แปลกแหะทำไมร้านนี้ถึงไม่มีลูกค้าเลย ” เบเรียลถามในขณะที่นั่งอยู่ในร้านแล้ว

    “ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ” ไลท์ส่ายหน้าเบาๆ 

    จากนั้นพวกเขาก็สั่งอาหารกับพนักงานของร้าน

    ร้านอาหารแห่งนี้แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารเล็กๆและไม่มีคนแต่ก็นับว่าฝีมือการทำอาหารอร่อยกว่าที่ไลท์และเบเรียลคิด 

    “ อาหารที่นี้ก็อร่อยอยู่นะทำไมถึงไม่มีใครมากิน ” เบเรียลสงสัยพร้อมกับมองดูรอบๆร้าน ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้ก็ดูจะสะอาดและมีระเบียบ

    ในขณะที่พวกไลท์กำลังกินข้าวอยู่นั้น จู่ๆก็มีกลุ่มอันธพาลหลายคนเดินเข้ามาที่ร้านอาหารพร้อมกับทำลายร้านอาหารในขณะที่ไลท์และเบเรียลกำลังกินอยู่ 

    ไลท์และเบเรียลพากันขมวดคิ้วพร้อมกับมองพวกอันธพาลเหล่านั้นด้วยความไม่พอใจ

    “ ทีแมนถึงเวลาจ่ายเงินแล้ว ” หัวหน้าอันธพาลตะโกนขึ้นพร้อมกับทุบโต๊ะไปด้วย

    ทีแมนคือเจ้าของร้านอาหารที่พวกไลท์กำลังนั่งกินอยู่

    ทีแมนเดินออกมาพร้อมอาวุธในมือจากนั้นก็มองไปที่พวกอันธพาลด้วยแววตาหวาดกลัวแต่ก็แฝงไปด้วยความโกรธ

    “ คองบรีส ฉันบอกพวกแกไปแล้วไงว่าขอเวลาให้ฉันอีกสิบวันเดี๋ยวฉันจะหาเงินมาคืนพวกแก ” ทีแมนตะโกนขึ้น

    “ ทีแมนแกคิดว่าพวกเราจะโง่งั้นหรอ? นี้มันก็ผ่านไปสามเดือนแล้วนะนับตั้งแต่ถึงกำหนดการคืนเงินให้กับพวกเรา และทุกครั้งที่พวกเรามาแกก็จะขอผลัดไปเรื่อยๆ ” คองบรีสตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ

    “ เหอะอย่าคิดว่าฉันจะไม่รู้ พวกแกเล่นสั่งไม่ให้มีคนเข้ามากินอาหารที่ร้านของฉันแล้วฉันจะไปหาเงินคืนพวกแกได้อย่างไง ” ทีแมนตะโกนด้วยความโกรธ

    “ จุ๊ๆทีแมน แล้วแกไม่เห็นหรอว่าในร้านอาหารของแกก็มีลูกค้านั่งอยู่ แล้วทีนี้แกจะมาบอกได้อย่างไรว่าพวกฉันสั่งห้ามไม่ให้มีคนมากินอาหารของแก ” คองบรีสหัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็มองไปที่ไลท์และเบเรียลด้วยแววตาเย็นชาทันที

    แน่นอนว่าเขาได้สั่งห้ามไม่ให้มีคนมากินอาหารที่ร้านอาหารของทีแมนแล้วแต่ทำไมถึงยังมีไอบ้าสองคนมานั่งกินอาหารที่ร้านของมันอีก หรือว่ามันไม่กลัวว่าฉันจะหักขาของพวกมันหรือยังไง

    พวกอันธพาลเองมองไปที่ไลท์และเบเรียลเช่นกัน แต่เมื่อพวกมันเห็นเบเรียลก็พากันทำสีหน้าหื่นกามใส่ทันที 

    “ ลูกพี่ดูเหมือนว่าจะมีสาวสวยมานั่งกินอาหารที่นี้ด้วยแหะ ” อันธพาลคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    “ พวกแกว่าถ้าหากฉันพาสาวสวยคนนี้ไปหาหัวหน้าใหญ่ พวแกคิดว่าหัวหน้าใหญ่จะตอบแทนฉันไหมว่ะ? ” หัวหน้าอันธพาลพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

    “ แน่นอนสิลูกพี่ ฉันคิดว่าหัวหน้าใหญ่จะต้องตอบแทนลูกพี่ด้วยการเลื่อนขั้นให้แน่ๆ ” อันธพาลอีกคนเสริมออกมาด้วยความตื่นเต้น

    คองบรีสเดินไปที่โต๊ะของไลท์จากนั้นเขาก็เอาฝ่ามือตบลงไปที่โต๊ะอย่างรุนแรง

    “ ไอหนุ่มถ้าหากแกยังไม่อยากตายก็ออกไปจากที่นี้ซะแล้วก็ทิ้งสาวสวยคนนี้ไว้ที่นี้ ” คองบรีสหัวเราะออกมาพร้อมกับมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารเพื่อที่จะขู่ให้ไลท์กลัวจนต้องหนีไป 

    “ ที่รักเจ้าหมอนี้บอกให้ฉันทิ้งเธอไปน่ะ ฉันควรทำอย่างไงดี ” ไลท์ทำสีหน้าหวาดกลัวออกมาพร้อมกับมองไปที่เบเรียล

    “ ที่รักก็ลองทิ้งฉันดูสิแล้วคืนนี้ก็นอนนอกห้องนะจ๊ะ ” เบเรียลยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์

    ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าทันทีและพูดขึ้นว่า “ ดูเหมือนว่าแฟนของฉันจะไม่ให้ฉันหนีไปไหนน่ะสิ เอาแบบนี้ไหมมาเรามาเปลื่ยนบทบาทกันมั้ง ถ้าหากพวกแกยังไม่ไปจากหน้าฉัน ฉันจะจัดการพวกแกทั้งหมดนี้แหละ ” 

    ทันทีที่ได้พวกอันธพาลได้ยินคำพูดของไลท์ก็มองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมา

    “ พวกแกได้ยินไหมว่าเจ้าหมอนี้บอกว่าจะจัดการกับพวกเราว่ะ ” คองบรีสพูดขึ้น

    “ แล้วพวกแกรู้ไหมล่ะว่าคนที่แข็งแกร่งน่ะเขาไม่จำเป็นต้องแสดงมันออกมาหรอก ” ไลท์หัวเราะเบาๆก่อนที่เขาจะโบกมือเล็กน้อย

    ทันใดนั้นลูกน้องของคองบรีสก็ลองกระเด็นไปคนละทิศคนละทางก่อนที่จะตกลงมาพร้อมกับร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด

    คองบรีสมองไปที่ไลท์ด้วยความตกใจ เพียงแค่โบกมือเบาๆก็ทำให้ลูกน้องของเขาได้รับบาดเจ็บกันหมดแล้ว แสดงว่าชายหนุ่มที่ดูใสซื่อคนนี้จะต้องเป็นจอมเวทย์แน่ๆ นอกจากตัวตนระดับสูงของกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งในระดับDหรือC ที่เหลือก็เป็นเพียงคนธรรมดากันหมด

    “ เจ้าของร้านติดหนี้พวกนายเท่าไร? ” ไลท์ถามขึ้น

    คองบรีสแสดงสีหน้าเลิ่กลั่กจากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆว่า “ สามแสนจีเซลเมื่อรวมกับดอกเบี้ยแล้วก็เป็นสี่แสนสามหมื่นจีเซลครับ ”

    “ ถ้าหากแกได้เงินไปแล้วจะมาทำลายร้านนี้ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ ไม่แล้วครับ! ” คองบรีสส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

    “ ดี ” ไลท์พยักหน้ารับจากนั้นเขาก็มองไปที่ทีแมนเจ้าของร้าน

    “ นายชื่อทีแมนใช่ไหม ” ไลท์ถามขึ้น

    ทีแมนมองไปที่ไลท์ด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าไลท์จะมาถามชื่อเขาทำไม

    “ ใช่ครับ ” ทีแมนตอบ

    “ ในอดีตเจ้าพวกนี้พังร้านของนายไปกี่ครั้ง? ” ไลท์ถามขึ้น

    ทีแมนมองไปที่ไลท์ก่อนที่จะเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะพูดมันออกมาเพราะถ้าหากไลท์ไปแล้วก็เป็นเขาเองที่ซวย

    ไลท์เห็นสีหน้าของทีแมนก็เข้าใจได้ทันทีว่าทีแมนกำลังหวาดกลัวต่ออิทธิพลของพวกอันธพาล

    “ งั้นนายบอกฉันมาว่าพวกอันธพาลกลุ่มนี้อยากให้พวกมันหายไปจากโลกไหม ถ้าหากมันสมควรหายฉันก็จะทำให้มันหายไปจากโลกเอง ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มขี้เล่น

    คองบรีสตัวสั่นด้วยความกลัว จากนั้นก็รีบมองไปที่ทีแมนด้วยแววตาคาดหวัง

    ทีแมนมองไปที่ไลท์จากนั้นเขาก็มองไปที่คองบรีสที่กำลังมองมาที่เขาจากนั้นเขาก็มองไปที่ไลท์อีกครั้ง สีหน้าของทีแมนก็ยังคงลังเลอยู่

    “ เห้ยแกน่ะกลุ่มของแกชื่อว่าอะไรแล้วก็ยังมีกลุ่มอันธพาลแบบแกอีกไหมในเมืองนี้? ” ไลท์ถามคองบรีส

    “ กลุ่มของพวกเราชื่อวิญญาณ เป็นกลุ่มขนาดเล็กเท่านั้นครับ ภายในเมืองยังมีกลุ่มอันธพาลที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่มพวกเราอยู่อีกหลายกลุ่มเลยครับ ” คองบรีสตอบด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

    “ เข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าจะต้องเก็บกวาดเมืองครั้งใหญ่เลยนะเนี้ย ” ไลท์พึมพำออกมาจากนั้นเขาก็หยิบเครื่องมือสื่อสารโทรไปหาใครสักคน ไม่นานเขาก็วางสายไป 

    “ ทีแมนที่เจ้าหมอนี้พูดเป็นความจริงไหม? ” ไลท์หันมาถามทีแมน

    “ เป็นความจริงครับ เจ้าพวกนี้แม้ว่าจะทำตัวเลวแค่ไหนแต่พวกมันก็ไม่เคยฆ่าใครอย่างมากก็แค่ทำลายร้านครับ นอกจากนี้ผมก็ยังสามารถผลัดเงินของกลุ่มนี้ได้นานถึงสามเดือนแล้ว ถ้าหากเป็นกลุ่มอื่นล่ะก็ป่านี้ผมคงได้ตายไปแล้วล่ะครับ ” ทีแมนตอบ

    “ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้าจากนั้นก็หันมามองคองบรีสและยิ้มขึ้นเบาๆ “ โชคดีนะที่กลุ่มพวกแกทำตัวดี ไม่อย่างนั้นพวกแกได้หายไปทั้งหมดแน่ ” 

    คองบรีสตัวสั่นเมื่อได้ยินคำพูดของไลท์

    ผ่านไปสักพักลูกน้องของคองบรีสก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนได้ทีละคน ตอนนี้พวกมันทั้งหมดก็มายืนด้านหลังของคองบรีสด้วยความหวาดกลัว พวกมันไม่กล้าที่จะหนีออกไปจากร้านแม้แต่ก้าวเดียว เพราะพวกมันรู้ดีว่าไลท์คือตัวตนที่แข็งแกร่งคนหนึ่งและเขาสามารถจัดการกับคนที่คิดหนีได้อย่างสบายๆ เพราะเหตุนี้ทุกคนจึงพากันยืนอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่กล้าที่จะหนีไปไหน

    เมื่อไลท์ยังไม่ไปไหนทุกๆคนก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

    ผ่านไปกว่ายี่สิบนาที ในที่สุดก็มีกลุ่มคนเดินเข้ามาในร้านอาหารของทีแมน

    ทีแมนและคนอื่นๆหันไปมองก็พบว่าเป็นกลุ่มคนหลายคนที่พวกเขาไม่รู้จักหน้าตา แต่มีอยู่คนหนึ่งที่พวกเขารู้จักหน้าตาอย่างดี คนๆนั้นก็คือเจ้าเมืองสเตนทาวน์ที่ชื่อว่า เลอซิยอส

    ทุกๆคนรู้ดีว่าเลอซิยอสคือหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมือง ความแข็งแกร่งของเลอซิยอสคือระดับA มีเพียงแค่คนเดียวที่แข็งแกร่งกว่าเลอซิยอสคือผู้นำกิลด์จอมเวทย์ดาร์กวูฟเท่านั้น

    แต่ตอนนี้ตัวตนระดับนี้กลับเดินตามหลังต้อยๆราวกับข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะต้องแข็งแกร่งกว่าท่านเลอซิยอส

    “ ลูกพี่พาตัวเจ้าเมืองมาแล้ว ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงเก้าอี้ทันที ส่วนคนอื่นๆเองก็นั่งเก้าอี้ด้วยเช่นกัน แต่ทว่าเลอซิยอสกลับยืนอยู่พร้อมกับประสานมือไว้ด้านหน้าและทำตัวสุภาพ

    “ ท่านครับมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ? ” เลอซิยอสมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัว

    เมื่อกี้ในขณะที่เขากำลังนั่งดื่มชายามบ่ายอยู่ จู่ๆก็มีคนกลุ่มนี้เดินเข้ามาด้านในก่อนที่จะสั่งให้เขาตามมาด้วยกัน แน่นแนว่าเขาต้องปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะเขาคือเลอซิยอสตัวตนที่แข็งแกร่งอันดับสองของเมืองสเตนทาวน์ แล้วจะให้เขาทำตามที่คนอื่นสั่งได้อย่างไร 

    แต่จู่ๆไลก้าก็ระเบิดออร่าระดับSออกมาทำให้เลอซิยอสต้องถอยหลังและคุกเข่าลงเพราะไม่สามารถต้านทานออร่าของไลก้าได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องเดินตามพวกไลก้ามาด้วยความหวาดกลัว เขาเองก็ไม่รู้ว่าพวกนี้จะพาเขาไปไหนแต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเพราะความแข็งแกร่งของเขาสู้กลุ่มคนด้านหน้าไม่ได้

    ตอนนี้เขาก็มาเจอกับหัวหน้าของกลุ่มคนด้านหน้านี้ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเข้าไปใหญ่ คนที่สามารถเป็นหัวหน้าของตัวตนระดับSได้แสดงให้เห็นว่าหัวหน้าจะต้องแข็งแกร่งกว่าระดับSคนนี้แน่

    “ ฉันแค่อยากจะถามนายว่า ทำไมถึงปล่อยให้มีพวกอันธพาลทำตัวผิดกฏหมายอยู่ในเมืองได้มากมายขนาดนี้? ” ไลท์มองมาที่เลอซิยอสพร้อมกับถามออกมา

    “ เอ่อ…คือ? ” เลอซิยอสใบ้กิน เขาไม่คิดว่าไลท์จะถามคำถามแบบนี้กับเขา

    “ ตอบไม่ได้งั้นหรอ? งั้นฉันอยากให้นายไปทำลายกลุ่มอันธพาลเหล่านั้นให้หมด นายจะไปทำให้ฉันไหม? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ เอ่อ..ได้ครับ ” เลอซิยอสพยักหน้าด้วยความลังเล

    “ งั้นฉันให้เวลานายเป็นเวลาสามวัน ถ้าหากกลุ่มอันธพาลยังไม่หายไปจากเมืองฉันจะเป็นคนลงมือเอง นอกจากนี้ฉันจะทำโทษแกด้วย ไม่สิฉันจะปลดแกออกจากการเป็นเจ้าเมืองเลยดีกว่า ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงข่มขู่

    ในช่วงที่รอให้เลอซิยอสมา เขาก็ได้ถามข้อมูลของพวกอันธพาลในเมืองนี้มาแล้ว

    กลุ่มอันธพาลในเมืองนี้มีอยู่ทั้งหมดสี่กลุ่มใหญ่ด้วยกันได้แก่ กลุ่มอสรพิษ กลุ่มดอกเบญจมาศ กลุ่มโลกมรณะ กลุ่มแสงจันทร์ 

    แต่ละกลุ่มต่างก็ทำเรื่องเลวๆไว้มากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าผู้บริสุทธิ์ เผาบ้านเรือน ตีกันจนสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านนับไม่ถ้วนและยังไม่จ่ายค่าเสียให้กับชาวบ้านอีกด้วย 

    แล้วเจ้าหน้าที่ทำอะไรล่ะ? ไม่ได้ทำอะไรเลย มาหลังจบเรื่องและเคลียพื้นที่ให้เรียบร้อยเท่านั้นก่อนที่จะจากไป ชาวบ้านไปร้องเรียนก็เอาแต่อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ชาวบ้านถูกอันธพาลกดขี่อยู่ตลอดเวลา

    “ ไลก้า คอลรุย นายตามดูเจ้าหมอนี้เอาไว้ว่าได้ทำตามที่พูดไหม ถ้าหากไม่ทำตามก็สั่งสอนเจ้าหมอนี้สักหน่อยแล้วกัน ” ไลท์พูด

    “ ไม่ได้นะ พวกคุณไม่กลัวจะว่าผมจะไปฟ้องสภาจอมเวทย์งั้นหรอ? ” เลอซิยอสมองไปที่พวกไลท์และรีบพูดออกมาอย่างหวาดกลัว นอกจากนี้การที่จะปลดเขาออกจากตำแหน่งเจ้าเมืองอีกยิ่งทำให้เขาหวาดกลัวเข้าไปใหญ่

    “ สภาจอมเวทย์งั้นหรอ? ฉันคนนี้ไม่เคยกลัวสภาจอมเวทย์เลยด้วยซ้ำ ” ไลท์ยิ้มให้กับเลอซิยอส

    “ พวกคุณไม่กลัวสภาจอมเวทย์หรือว่าพวกคุณคือคนขององค์กรมืด? ” เลอซิยอสตัวสั่นยิ่งกว่าเก่า เขารู้ดีว่ากลุ่มคนที่ไม่กลัวสภาจอมเวทย์ก็คือพวกองค์กรมืด 

    “ เปล่าหรอกพวกเราเป็นนักผจญภัย แต่พวกเราสนิทกับสภาจอมเวทย์มากจนกระทั้งเคยนั่งกินข้าวร่วมกับผู้พิทักษ์มาแล้ว ” ไลท์หัวเราะออกมา

    ‘ เชี่ย! นั่งกินข้าวกับผู้พิทักษ์สภาจอมเวทย์มาแล้ว! ’ ทุกๆคนนอกจากพวกไลท์ก็พากันตกใจ ทุกคนรู้ดีว่ากำลังหลักของสภาจอมเวทย์คือผู้พิทักษ์ทั้งสิบสองคน พวกเขาคือตัวตนที่เป็นดั่งเสาหลักของสภาจอมเวทย์ พวกเขาคือตัวตนระดับSSที่แข็งแกร่ง แต่คนๆนี้กลับไปนั่งกินข้าวกับตัวตนระดับนั้นได้ 

    “ แล้วสรุปนายจะทำตามที่ฉันสั่งไหม? ” ไลท์หรี่ตามองไปที่เลอซิยอสด้วยแววตาเย็นชา

    “ ครับ ผมจะรีบดำเนินการเลยครับท่าน ” เลอซิยอสรีบตะโกนออกมา

    “ ดี งั้นนายไปได้แล้ว ” ไลท์พยักหน้า

    เลอซิยอสรีบวิ่งออกไป 

    “ ไปกันเถอะคอลรุย ” ไลก้าพูดพร้อมกับเดินออกไปจากร้านอาหารไป

    “ เอาล่ะต่อมาก็พวกแก ” ไลท์หันมามองคองบรีสที่ยืนตัวสั่นอยู่ 

    " พวกแกกลับไปที่ฐานแล้วก็นำเงินมาให้กับฉันล้านนึง ไม่สิๆ เดซี่ เวโรนิก้า เมลิซ่า พวกเธอตามเจ้าพวกนี้ไปที่ฐานของพวกมันแล้วก็เอาเงินมาหนึ่งล้านจีเซล ถ้าหากพวกมันปฏิเสธฆ่าทิ้งทั้งหมด ” ไลท์พูดขึ้น

    “ รับทราบอาจารย์/หัวหน้า ” สามสาวตอบรับ 

    คองบรีสและลูกน้องที่ได้ยินคำสั่งของไลท์ก็พากันตัวสั่นยิ่งกว่าเก่า

    พวกคองบรีสรีบเดินพาพวกเดซี่ไปทันที พวกเขาคิดว่ารีบไปจากที่นี้ดีที่สุดพวกเขาไม่อยากอยู่ใกล้กับไลท์เพราะพวกเขาหวาดกลัวไลท์มาก

    หลังจากที่คนอื่นๆไปหมดแล้ว ไลท์ก็บอกให้ทีแมนทำอาหารมาให้กับเขาชุดใหม่ 

    ทีแมนที่ได้ยินว่าไลท์จะกินข้าวต่อก็ประหลาดใจแต่ก็รีบวิ่งไปทำอาหารทันทีเพราะเขากลัวว่าไลท์จะเปลื่ยนใจ

    “ กินด้วยกันไหมเฮลเฟลช? ” ไลท์ถามเฮลเฟลช

    “ เอาสิ ฉันเองก็รู้สึกหิวๆอยู่เหมือนกัน ” เฮลเฟลชพยักหน้ารับ