จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    ตอนที่ 40 : ตกตะลึงในความยอดเยี่ยม


    “เด็กดี เจ้าเติบโตขึ้นแล้วจริงๆ !!”

     

    มารดาของ หวัง ชง ทั้งรู้สึกประหลาดใจ และดีใจอย่างยิ่ง นางอดไม่ได้ที่จะยกฝ่ามือขึ้นปาดน้ำตาจากความสุขบนแก้มออก นางสามารถบอกได้ทันทีว่าการแสดงออกของบุตรชายผู้นี้ ย่อมได้รับการยอมรับจากสมาชิกตระกูล หวัง ทุกผู้ทุกนาย

     

    นางมีบุตรทั้งหมดสี่คน มีบุตรชายสาม และบุตรสาวหนึ่งคน แต่ในบรรดาลูกๆ ทั้งหมดแล้ว นางเป็นกังวลเกี่ยวกับบุตรคนที่สามของนางมากที่สุด

     

    จะมีแม่คนใดไม่ต้องการเห็นลูกของตัวเองประสบความสำเร็จ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เป็นแม่ต่างปรารถนาหรอกหรือ !?

     

    ในเวลานี้ บุตรชายที่นางเป็นกังวลมากที่สุด ได้เติบโตขึ้นมาก มันทำให้นางรู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุขเปี่ยมล้น

     

    “หลังจากนั้นล่ะ !?”

     

    หวัง เกิ่น กล่าวถามขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าน้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุดัน และเข้มงวดเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาอีกต่อไป

     

    เห็นได้ชัดว่าคำกล่าวของ หวัง ชง นั้นทำให้เขาประทับใจไม่น้อย อีกทั้งยังทำให้ทัศนคติที่เขามีต่อ หวัง ชง เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

     

    “ข้าได้ตรวจสอบแผนที่แนวชายแดนอย่างละเอียด เพื่อมองหาจุดที่ เหยา กวงยี่ สามารถใช้ประโยชน์ได้ แน่นอนว่าการที่ท่านพ่อที่ซึ่งไม่อาจเคลื่อนไหวใดๆตามแนวชายแดนได้ และผนวกกับ เหยา กวงยี่ ที่ไม่สามารถเคลื่อนทัพของเขาได้โดยพลการเช่นกัน ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขาคือการรุกล้ำของชนเผ่าหู !!”

     

    ขณะที่ หวัง ชง กล่าวออกมาเช่นนั้น แววตาของเขาเปล่งประกายกล้า ร่างกายของเขาเผยให้เห็นกลิ่นแห่งปราชญ์ผู้หยั่งรู้ที่น่าเคารพ เมื่อเห็นสิ่งนี้มันก็ทำให้ทุกๆ คนต่างประหลาดใจอย่างมาก

     

    พวกเขาจับตามองพฤติกรรม หวัง ชง มาโดยตลอด แต่ทว่าพวกเขาไม่เคยเห็น หวัง ชง เติบโตได้ถึงเพียงนี้

     

    “ในที่สุดเด็กคนนี้ก็เติบโตขึ้นแล้วจริงๆ !!”

     

    ป้าของเขา หวัง รู่วซวง ครุ่นคิดพลางพยักหน้ารับเบาๆ นางยินดีสำหรับการเปลี่ยนแปลงตัวเองของ หวัง ชง มากทีเดียว ก่อนหน้านี้นางได้ยินมาว่าเขาได้ก่อปัญหาขึ้นภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล นั่นทำให้นางโกรธอย่างมาก และมองว่าเขายังเป็นเพียงแค่เด็กไม่รู้จักโตเท่านั้น

     

    แต่ทว่าในตอนนี้นางไม่ได้คิดเช่นนั้นอีกต่อไป

     

    “มีคำพูดที่ว่า แม้แต่เด็กที่เกเรมากที่สุด วันหนึ่งก็จะถึงว่าที่เขาเติบใหญ่ ดูเหมือนว่า ชงเอ๋อ จะมาถึงวันนั้นแล้ว !!”

     

    หวัง รู่วซวง รู้สึกยินดี และมีความสุขอย่างเหลือล้น

     

    แม้ว่านางจะแต่งงานเข้าตระกูลมา จึงถูกมองว่าเป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลก็ตาม แต่ถึงอย่างไรทั้งนาง และสามีก็ยังผูกพันกับตระกูล หวัง อยู่วันยังค่ำ

     

    ในที่สุดบุตรชายคนเล็กแห่งตระกูล หวัง ก็ได้เติบโตขึ้นในที่สุด อีกทั้งพรสวรรค์ และความสามารถที่เขาได้แสดงออกมานั้น ยังเป็นสิ่งที่ล้ำเลิศ นี่คือสิ่งที่ตระกูล หวัง ควรยินดี และเฉลิมฉลองให้กับตระกูล

     

    “ข้าได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด และมันน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุด หากว่าข้าคิดผิด.......ข้าจะไม่พูดถึงสิ่งนั้นดีกว่า แต่ถ้าข้าคิดถูก เหยา กวงยี่ จะต้องรีบเดินทางออกจากเมืองหลวง เพื่อมุ่งหน้าไปยังชายแดน และสิ่งที่เกิดขึ้นก็ได้พิสูจน์แล้วว่าข้าคิดถูก !!”

     

     ในตอนนี้ เขาน่าจะผ่านการยอมรับจากทุกๆ คนแล้ว เมื่อมองไปยังการแสดงออกของลุงใหญ่แล้ว มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะพอใจต่อคำตอบนี้ และสามารถเล่าให้ท่านปู่ของเขาได้รับฟังอย่างตรงไปตรงมาได้

     

    อย่างไรก็แล้วแต่ หวัง ชง ยังตระหนักดีว่าเพียงเท่านี้มันยังไม่เพียงพอ ที่จะทำให้เขาได้รับการยอมรับจากทั้งตระกูล และยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาถูกผลักดันเข้าเป็นศูนย์กลางของตระกูลได้

     

    มากที่สุดเขาก็ทำได้เพียงแค่เปลี่ยนแปลงทัศนคติของทุกๆคนที่มาพบเขาในวันนี้เท่านั้น หากว่าเขาต้องการมากกว่านี้ เขาก็จำเป็นต้องแสดงความสามารถ และศักยภาพของเขาออกมาให้มากขึ้น

     

    “ท่านลุงใหญ่ แม้ว่าเรื่องที่ชายแดนจะจบลงไปแล้ว และ เหยา กวงยี่ จะได้รับความพ่ายแพ้ไปถึงสองครั้งก็ตาม แต่ความมั่นคงของตระกูล เหยา ก็หยั่งรากลึกเกินกว่าจะสั่นคลอนได้ หากข้าคิดไม่ผิดบรรพบุรุษตระกูล เหยา จะต้องไปพบกับท่านปู่ในเร็วๆ นี้เพื่อขอยุติการต่อสู้ชั่วคราวแน่นอน !!”

     

    หวัง ชง กล่าว

     

    “อะไรนะ!! บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา จะขอสงบศึกกับท่านบรรพบุรุษของเรางั้นรึ เป็นไปได้อย่างไร !?"

     

    เมื่อได้ยินคำกล่าวของ หวัง ชง เช่นนั้น ใบหน้าของทุกคนต่างแสดงความตกตะลึงออกมาทันที

     

    “หวัง ชง เจ้ากำลังพูดตลกอะไรงั้นรึ !? บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา เป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มีแผนการล้ำลึกมากที่สุด ด้วยสถานะของเขาไม่มีทางเขาจะขอสงบศึกกับท่านปู่ของเจ้าแน่ นั่นไม่เท่ากับเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ต่อท่านปู่หรอกรึ เขาจะไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน !!” 

     

    ลูกพี่ลูกน้องของเขา หวัง จูเหยียน เป็นคนตั้งคำถามออกมาเป็นคนแรก หลังจากนั้นสายตาของทุกๆ คนต่างก็จ้องมองไปยัง หวัง ชง เป็นตาเดียวกันอีกครั้ง พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้แม้แต่นิดเดียว ว่าทำไมเขาถึงมั่นใจว่าบรรพบุรุษตระกูล เหยา ถึงจะต้องมาขอสงบศึก

     

    มันเป็นความจริงที่ตอนนี้ตระกูล เหยา กลายเป็นที่หัวเราะเยาะภายในเมืองหลวง แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้อำนาจของพวกเขาตกต่ำลง มากสุดก็ทำได้เพียงแค่ให้พวกเขาเลิกตอแยกับตระกูล หวัง เพียงชั่วคราวเท่านั้น

     

    อย่างไรก็ตาม หวัง ชง กลับกล่าวว่าบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ที่สามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับราชสำนักได้อย่างง่ายดายผู้นั้น จะมาขอสงบศึกกับบรรพบุรุษของพวกเขา มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากเกินไป

     

    แต่ทว่า ใบหน้าของ หวัง ชง ในตอนนี้ มันบ่งบอกว่าเขาจริงจังกับคำกล่าวนี้มากเพียงใด นั่นทำให้ทุกๆ คนรอฟังคำอธิบายจากเขาอยู่เงียบๆ

     

    “พี่หญิงรอง ท่านยังไม่ได้ไตร่ตรองเรื่องนี้ละเอียดมากพอ หากว่าไม่ได้ใคร่ครวญอย่างรอบคอบแล้ว ความพ่ายแพ้ของ เหยา กวงยี่ จากแผนการของมันย่อมไม่ส่งผลให้บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ต้องเคลื่อนไหว!! แต่ว่าทุกๆคนคงจะลืมไปแล้ว ......ว่าเรื่องนี้บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ได้กราบทูลต่อองค์จักรพรรดิ !!”

     

    หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มบางๆ

     

    ***** ฮึมมมม *****

     

    คำกล่าวนี้เปรียบได้กับสายฟ้าฟาดลงมากลางห้องโถง มันทำให้ทุกคนประจักษ์ถึงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ในที่สุดพวกเขาก็สามารถเข้าใจความหมายของ หวัง ชง ได้ชัดขึ้น

     

    “ตอนนี้ตระกูล เหยา ไม่เพียงแต่ต้องปรับความเข้าใจต่อตระกูล หวัง ของเราเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องคลี่คลายความไม่พอใจขององค์จักรพรรดิอีกด้วย ด้วยการกระทำของ เหยา กวงยี่ ที่ชายแดน ทุกคนต่างก็สามารถบอกได้ว่านั่นเป็นความจงใจของมัน แล้วเช่นนั้นองค์จักรพรรดิผู้มากความปรีชาจะไม่สามารถมองออกหรือ !?”

     

    “ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา จะต้องเคลื่อนไหวแน่นอน เพราะอย่างไรแล้วสถานะของ เหยา กวงยี่ ก็ยังคงต่ำต้อยเกินไปที่จะอยู่หน้าพระพักต์องค์จักรพรรดิ !!”

     

    “หึ !! เขาจะต้องทำเช่นนั้นแน่ นี่เป็นสิ่งที่จิ้งจอกเฒ่ากำลังเล็งเอาไว้ !!”

     

    หวัง ชง เค้นเสียงขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แสดงถึงความไม่พอใจ

     

    หวัง ชง ไม่ได้กล่าวออกมาลอยๆ เท่านั้น ทันทีที่เขารับรู้ว่าแผนการของ เหยา กวงยี่ ล้มเหลว เขาก็ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ในทันที สถานการณ์เช่นนี้ เหยา กวงยี่ ย่อมไม่สามารถรับมือกับความกราดเกรี้ยวขององค์จักรพรรดิได้แน่นอน และภายในตระกูลเหยา ก็มีเพียงบรรพบุรุษของพวกเขาเท่านั้น ที่สามารถทำได้

     

    นอกจากว่าตระกูล เหยา จะยินดีที่จะสละเกียรติยศ และความมั่งคั่งของตระกูลทิ้งไป ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากว่าบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา จะไปพบกับท่านปู่ของเขาเพื่อขอสงบศึกเท่านั้น

     

    แม้ว่าบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา จะไม่ได้กล่าวขอโทษต่อหน้าท่านปู่ของเขาก็ตาม แต่มันก็ยังต้องไปยังตำหนักสี่ฤดูเพื่อยอมรับความผิด และขอการอภัยโทษต่อองค์จักรพรรดิ

     

    นี่เป็นสิ่งที่มันไม่มีทางเลือก นอกจากต้องทำเท่านั้น

     

    “หากข้าคิดไม่ผิด บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา น่าจะเริ่มเคลื่อนไหวในสองวันนี้ !!”

     

    หวัง ชง กล่าว

     

    แต่เดิมแล้วทุกคนต่างคิดว่า หวัง ชง เพียงแค่พูดเรื่องไร้สาระออกมาเท่านั้น แต่ยิ่งพวกเขาได้ฟังคำอธิบายออกมามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้พวกเขาตระหนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นมากเท่านั้น

     

    “ชงเอ๋อ ข้ารู้ว่าเจ้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ !!”

     

    ท่านป้า หวัง รู่วซวง กล่าวพลางมองไปยัง หวัง ชง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบตัวตนที่แท้จริงของเขาก็ว่าได้

     

    “ในอดีตเจ้าคงไม่มีทางพูดเช่นนี้ออกมาแน่ ดูเหมือนว่าเรื่อง หม่า โจว ที่เกิดขึ้นจะเป็นพรอันประเสริฐทีเดียว มันทำให้เจ้าเติบโตขึ้นมาจริงๆ !!”

     

    “ฮี่ๆ !! รู่วซวง ไม่ว่า ชงเอ๋อ จะเคยเป็นเช่นไร อย่างไรเขาก็มีสายเลือดของท่านบรรพบุรุษ ไม่ว่าเขาจะเคยขลาดเขลาเพียงใด เขาก็ไม่ใช่คนเช่นนั้นไปโดยตลอด ข้าว่านี่คงเป็นตัวตนที่แท้จริงๆ ของเขา ในอดีตอาจจะเป็นเพียงแค่ความดื้อรั้นของเขาเท่านั้น !!”

     

    หลี่ หลิน ลุงของ หวัง ชง อีกคนกล่าว เขาเป็นคนที่มีเครายาว แม้แต่การนั่งอยู่กับที่ของเขาเช่นนี้ ร่างกายของเขาก็ยังตั้งตรงตระหง่าน เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนของกองทัพอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    ในความจริงแล้ว ลุง หลี่ หลิน ผู้นี้ก็เป็นนักรบจากกองทัพมิผิด แต่เขาแตกต่างจาก หวัง หยาน บิดาของ หวัง ชง มาก ด้วยหน้าที่ของเขาภายในกองทัพ มันจึงทำให้เขาเป็นคนพูดน้อย และมักจะไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมามากนัก

     

    ทว่าเขาก็แตกต่างจากลุงใหญ่ และท่านป้า เขาไม่มีอคติใดๆ ต่อ หวัง ชง มาก่อน ตามที่เขาได้กล่าวออกมา เด็กผู้ชายย่อมมีช่วงที่ดื้อรั้นในชีวิต และ หวัง ชง ที่ยืนอยู่ต่อหน้าทุกๆ คนในตอนนี้ น่าจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา

     

    “หึหึ!! ท่านไม่ควรชมเขามากเกินไป เดี๋ยวเขาก็เหลิงกันพอดี !!”

     

    แม้ว่า จ้าว ซูฮัว จะกล่าวออกมาเช่นนี้ แต่นางก็รู้สึกปลาบปลื้มมิใช่น้อย

     

    ไม่มีผู้เป็นมารดาคนใดไม่ชอบการที่ลูกชายของตนได้รับการชื่นชมสรรเสริญ การแสดงออกของ หวัง ชง ในวันนี้แม้แต่ลุงใหญ่ของเขาก็ยังให้การยอมรับ

     

    ในวันนี้เขาได้ทำให้มารดาของเขาภูมิใจอย่างมาก

     

    “ท่านพ่อ หากว่าเป็นอย่างที่ เสี่ยวชง บอก ท่านปู่จะต้องดีใจมากแน่ !!”

     

    หวัง จูเหยียน กล่าวพลางถูมือไปมา

     

    ท่านปู่ของ หวัง ชง เป็นศัตรูต่อบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ไม่นานมาแล้วพวกเขาเคยเผชิญหน้ากันมาก่อน ทั้งสองจึงไม่ยินดีที่จะก้มหัวให้อีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว

     

    หากว่าบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ไปพบกับท่านปู่ของเขาเพื่อขอสงบศึกแล้วนั้น มันย่อมทำให้ท่านปู่ของเขามีความสุขมากแน่นอน

     

    ลุงใหญ่ หวัง เกิ่น นั่งเงียบ โดยไม่ได้ตอบรับ หรือปฏิเสธคำกล่าวของบุตรสาว หวัง จูเหยียน แต่อย่างใด

     

    แม้ว่าคำกล่าวของ หวัง ชง จะเป็นเพียงแค่การคาดเดาก็ตาม แต่เขาก็ตระหนักดีว่ามันมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นเช่นนั้น หลังจากที่ได้รับรู้ความพ่ายแพ้ของ เหยา กวงยี่ ต่อ หวัง หยาน ที่ชายแดนแล้วนั้น เขาก็รีบมาที่นี่เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทันที

     

    นั่นทำให้เขาไม่ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ หากว่า หวัง ชง ไม่ได้กล่าวออกมาเช่นนี้ เขาคงจะลืมเลือนเรื่องบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ไปแล้วแน่นอน

     

    “ไม่น่าแปลกใจที่ท่านบรรพบุรุษจะส่งข้ามาที่นี่ ท่านอาจจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูล เหยา อยู่ก่อนแล้ว !!”

     

    ทันใดนั้น หวัง เกิ่น ก็ตระหนักได้ชัดเจนมากขึ้น เขาจ้องมองไปที่ หวัง ชง อีกครั้ง แต่ทว่าในครั้งนี้ความสับสนมากมายกำลังปะทุขึ้นภายในใจของเขาอย่างรุนแรง

     

    หวัง หยาน น้องชายคนที่สามของเขามีบุตรชายทั้งหมดสามคน แลบุตรสาวหนึ่งคน พี่ชายคนโตสองคนได้พิสูจน์ความสามารถของพวกเขาออกมาแล้ว และในเวลานี้บุตรชายคนที่สามที่ถูกมองว่าเป็นเพียงแค่คนไร้ค่า ก็ได้พิสูจน์ความสามารถอันน่าอัศจรรย์ออกมาอย่างชัดเจนเช่นกัน สิ่งนี้อาจจะทำให้อำนาจของเขาในฐานะพี่คนโตแห่งตระกูล หวัง สั่นคลอนได้

     

     อำนาจ และอิทธิพลที่บรรพบุรุษตระกูล หวัง ที่ซึ่งส่งมอบต่อลงมาให้เขากำลังจะเบาบางลงไป และนั่นย่อมไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับเขา

     

    ทว่าตระกูล หวัง ที่อาศัยอยู่โดยการพึ่งพาต่อกันแล้วนั้น ถึงแม้จะเป็นบุตรของ หวัง หยาน ก็ตามที แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีอะไรสำหรับภาพรวมของตระกูล

     

    ครั้งนี้ หากไม่ใช่เพราะความสามารถของ หวัง ชง แล้วนั้น บางทีตระกูล หวัง อาจจะต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ไปแล้วเป็นได้

     

    โดยรวมแล้วหากว่ามีคนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้อยู่ภายในตระกูล มันย่อมทำให้ตระกูลก้าวหน้าขึ้นไปอีกมาก และนั่นย่อมเป็นผลดีสำหรับเขาเช่นกัน

     

    ชั่วครู่นั้น หวัง เกิ่น รู้สึกสับสนภายในใจของเขาอย่างมาก

     

    “ท่านลุงใหญ่ แม้ว่าตระกูล เหยา จะทำพลาดไปแล้ว และบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา จะมาขอสงบศึกกับท่านปู่ก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ความปลอดภัยสำหรับตระกูล หวัง ของเรา !!”

     

    หวัง ชง สามารถล่วงรู้ความคิดของ หวัง เกิ่น ได้อย่างชัดเจนผ่านใบหน้าของเขา หากเป็นช่วงชีวิตที่แล้ว หวัง ชง ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไม่ให้รกหัว แต่อย่างไรก็ตาม หวัง ชง รู้ดีว่าอีกไม่นานต้าถังกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่

     

    ก่อนที่จะเผชิญกับหายนะนั้น หวัง ชง จะไม่พยายามทำให้เกิดความขัดแย้งภายใน และก่อให้เกิดความอ่อนแอของตัวเองก่อนแน่นอน

     

    หวัง ชง ต้องการรวบรวมความแข็งแกร่งทั้งหมดที่เขาสามารถเข้าถึงได้ และนั่นก็รวมไปถึงความแข็งแกร่งของลุงใหญ่ของเขาด้วยเช่นกัน แม้ว่าการได้รับการยอมรับที่ได้มามันจะมากพอแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังต้องเปลี่ยนทัศนคติของลุงใหญ่ที่มีต่อเขาให้ดีขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ควรให้ลุงใหญ่มองเขาว่าเป็นศัตรู

     

    “แม้ว่าในครั้งนี้ตระกูล เหยา จะพ่ายแพ้ไปแล้วก็ตาม แต่ข้าว่าพวกเขายังไม่ยอมแพ้อย่างศิโรราบเป็นแน่ ดังนั้นมีโอกาสที่พวกเขาจะพยายามวางกลอุบายบางอย่างเอาไว้เพื่อเล่นงานพวกเราอีก !!”

     

    “ด้วยความสนใจขององค์จักรพรรดิในตอนนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะกล้าเล่นงานท่านพ่อ , ท่านลุงใหญ่ , ท่านป้า และท่านลุง แต่สำหรับคนอื่นๆนั้นนับว่าพูดได้ยาก ข้าได้ยินมาว่าท่านลุงใหญ่กำลังจะเลื่อนตำแหน่งให้กับพี่ใหญ่ บุตรคนโตของท่านอยู่ใช่หรือไม่ !?”

     

    หวัง ชง กล่าวพร้อมกับมองตรงไปยัง หวัง เกิ่น

     

    ***** ฟุ่บ *****

     

    แต่เดิมแล้ว หวัง เกิ่น นั่งอยู่กลางห้องโถงด้วยความสงบตลอดเวลา แต่เมื่อเขาได้ยินคำกล่าวนี้ มันก็ทำให้เขารีบลุกขึ้นยืนราวกับถูกสายฟ้าฟาด พร้อมกับจ้องมองไปที่ หวัง ชง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

     

    เขาทำงานภายในราชสำนักมานานหลายสิบปี นั่นจึงทำให้เขาสามารถเข้าใจคำกล่าวของ หวัง ชง ได้ทันที มันจึงทำให้แผ่นหลังของเขาอาบชโลมไปด้วยเหงื่อเย็นอย่างกะทันหัน

     

    ทุกคนย่อมมีความเห็นแก่ตัวเป็นของตัวเอง เพื่อต่อต้านอิทธิพลของ หวัง หยาน ในกองทัพ เขาจึงได้เสนอชื่อบุตรชายคนโตของตัวเองเข้าในการเลื่อนตำแหน่งของราชสำนัก

     

    เขาตั้งใจจะใช้อำนาจของบรรพบุรุษเฒ่าของตระกูล หวัง และอำนาจของตนผลักดันบุตรชายคนโตของเขา หวัง หลี่ ก้าวขึ้นสู่ขุนนางระดับสูงของราชสำนัก เขาไม่หวาดระแวง และไม่ได้กังวลสิ่งใดทั้งสิ้น หลังจากที่ส่งรายชื่อให้กับกรมขุนนาง

     

    แต่หากว่าตระกูล เหยา เพ่งเล็งที่จุดนี้ มันย่อมหมายถึงหายนะอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หวัง เกิ่น ก็ไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไป

     

    .......................

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิข้ามกาลเวลา ที่คุณอ่าน