หลังจากจบการประชุมข้อสรุปของการประชุมนั้น ไม่สามารถตัดสินอะไรได้เลย จึงเอาตามแผนของหลินฝานคือสังหารไปเรื่อยจนกว่าจะหมดหรือยอมจำนน เท่านั้นเพียงแต่ต้องรอให้สัตว์อสูรจากมิติอื่น ๆ เข้ามาเสียก่อนและจะทำการวางแผนใหม่อีกครั้งหลินฝานที่เดินกลับมาที่ร้านขายยาของตนเอง พบว่าในตอนนี้ร้านยาของหลินฝานเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย คนจากทุกเขตเข้ามาซื้อยาในร้านของหลินฝานมากมาย ขนาดที่หลินฝานจะเดินเข้าไปในร้านยังไม่สามารถเดินเข้าไปได้เลยแม้แต่น้อย
“นี้มันอะไรกัน ทำไมมีคนเยอะขนาดนี้ละ ร้านอื่นไม่มียาจะขายหรือยังไงกัน” หลินฝานกล่าวออกมาเสียงดังทำให้คนที่ได้ยินบริเวณรอบ ๆ นั้นไม่ชอบใจนักแต่ทำได้เพียงไม่สนใจเพราะกลัวจะซื้อยาไม่ทัน
“แบบนี้ข้าจะเข้าไปในร้านได้อย่างไรเนี่ย เอาไว้ค่อยกลับมาก็ได้” หลินฝานตัดสินใจเดินออกมาจากร้านขายยาและเดินออกไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมาย
กลับมาที่โลกสีฟ้า โลกใบเก่าของหลินฝาน ในตอนนี้ทางโลกสีฟ้ากำลังสับสนวุ่นวายเพราะมีอสูรมากมายบุกรุกเข้ามาทางรอยแยกมิติ นักสู้ของดาวโลก ต่างพากันป้องกันไม่ให้ดาวโลกถูกรุกราน จนกระทั่งมีนักสู้จากดาวดวงอื่นเข้ามาช่วยสนับสนุนทั้งกำลังพล และทรัพยากรในการฝึกตน ทำให้ดาวโลกในตอนนี้ สามารถติด 10 อันดับแรกของดวงดาวที่แข็งแกร่ง ได้แล้วในจักรวาลของดาวโลก
“ท่านหัวหน้าในตอนนี้ มีดาวดวงหนึ่งถูกสัตว์อสูรต่างมิติโจมตี พวกเราจะเข้าไปช่วยเหลือหรือไม่ เนื่องจากดาวดวงนั้นยังไม่ได้เป็นสมาชิกของจักรวาลพวกเรา กระผมจึงมาขอความคิดเห็นของท่านก่อน” นักสู้ระดับ S คนหนึ่งกล่าวออกมา
“พวกเจ้าไปช่วยเหลือพวกเขา แต่อย่าให้พวกเขารับรู้การมีตัวตนของเจ้า ไม่อย่างนั้นการพัฒนาของพวกเขาจะก้าวกระโดดจนเกินไป แบบนั้นเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ อาจจะเกิดเหตุการณ์เหมือนดาวดวงนั้นที่พวกเรามอบเทคโนโลยีให้โดยที่ไม่รอบคอบ” หัวหน้าหน่วยฟงหวิน กล่าวออกมา
“รับทราบแล้วครับ ทางเราจะไปช่วยเหลือพวกเขาอย่างลับ ๆ” นักสู้คนนั้นกล่าวออกมาและเดินเข้าประตูมิติที่เปิดขึ้นด้านหลังในทันที
ทางด้านหลินฝาน ที่เดินจนออกนอกเขตที่ 10 มาแล้วหลินฝานพบว่าสามารถขยายเขตได้อีกมากมาย ในตอนนี้ประชากรในเขตนั้นมากกว่าที่เขตจะรับได้แล้ว หลินฝานจึงตัดสินใจจะกล่าวเรื่องนี้กลับชิงเทียนหัวหน้าเขตที่ 10 หากพบกันอีกครั้งแต่ในตอนนั้นเอง หลินฝานได้ตรวจพบรอยแยกมิติ ที่ปรากฏขึ้นมาไม่ไกลจากตัวเขา ทำให้หลินฝานตื่นตัวในทันทีเพราะกลัวว่าจะมีสัตว์อสูรบุกอีกครั้ง
“ระบบช่วยตรวจสอบให้ฉันหน่อย รอยแยกมิติมาจากที่ใด” หลินฝานกล่าวบอกระบบในทันที
[เรียนนายท่าน รอยแยกมิติที่ปรากฏนั้นมาจากเทคโนโลยีขั้นสูง ของเผาพันธ์ แห่งแสง ที่สามารถเดินผ่านมิติเพื่อไปยังดางดาวอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่ดวงดาวที่ท่านอาศัยอยู่นั้นยังไม่สามารถใช้เทคโนโลยีระดับนี้ได้ พวกเขาก็คงจะไม่สนใจดาวดวงนี้แต่ทำไมจึงมีคนของเผ่าแห่งแสงปรากฏที่นี้ได้ ระบบไม่สามารถบอกได้] ระบบกล่าวอธิบายให้หลินฝานฟัง
“จักรวาลนี้ช่างตื่นเต้นเสียจริง เมื่อไรฉันจะสามารถออกไปท่องจักรวาลได้สักทีเนี่ยเจ้าระบบ” หลินฝานกล่าวออกมาอย่างมีความหวังและสักเกตุรอยแยกมิติอยู่ห่าง ๆ
แต่ไม่นานนัก ได้มีมนุษย์เดินออกมาจากรอยแยกมิติกลุ่มหนึ่งพร้อมกับอาวุธครบมือและอุปกรณ์มากมายที่หลินฝานไม่รู้จัก
“ที่นี้นะหรอดาวดวงที่กำลังมีอสูรบุกรุกหน่ะ” ชายในกลุ่มกล่าวถามขึ้นมา
“ใช่แล้วละ ที่นี้ละ จำเอาไว้พวกเราต้องทำตัวกลมกลืน ไม่ให้คนบนดาวดวงนี้จับได้ว่าเรามาจากดาวดวงอื่น ไม่งั้นจะทำให้เกิดความวุ่นวายได้” หัวหน้ากลุ่มนักสู้ระดับ S กล่าวออกมา
หลินฝานที่ได้ยินทุกอย่างที่พวกเขากล่าวกันออกมาแต่ก็ไม่ได้แปลกใจเพราะหลินฝานนั้นรับรู้เรื่องนี้นานแล้วเพียงแต่เหตุใดที่พวกเขาต้องแอบเข้ามาในดาวดวงนี้ ทำให้หลินฝานนั้นกำลังสนใจในตัวพวกเขาเป็นอย่างมาก
[เรียนนายท่าน ในตอนนี้ระบบไม่สามารถกักเก็บค่า EXP ของท่านได้อีกแล้ว หากท่านไม่หาที่เลื่อนขั้นในตอนนี้ทางระบบจะต้องบังคับเลื่อนขั้นในทันที] อยู่ ๆ ระบบก็ได้กล่าวแจ้งหลินฝานออกมา เนื่องจาก ร่างจำแลงของหลินฝานนั้นแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมและทำการล่าสังหารสัตว์อสูรไปมากมายนัก ทำให้การกักเก็บ EXP ไม่สามารถสะสมได้อีกต่อไป ระบบจึงต้องบังคับใช้ในทันที