หลังจากที่ซูหนิงเดินทางกลับมาจนถึงจวน ใบหูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกำลังเดินพลุกพล่านเข้าออกจวนกันเสียจนชุลมุน ทันทีที่เท้าบางก้าวลงมาจากรถม้าสายตาก็พบกับบ่าวรับใช้ที่กำลังช่วยกันแบกหีบแดงขนาดยักษ์ที่ดูมีน้ำหนักมาก มามากมายกว่ายี่สิบหีบพร้อมกับยกเข้ามาในจวนกันอย่างทุลักทุเล
ทันทีที่นางลงมา สายตาก็ต้องหยุดชะงักลงกับหีบสีแดงมงคลจำนวนมากนี้ ในหัวฉุกคิดอย่างประหลาดใจ ‘อะไรกัน! สินสอดงั้นหรือ...ทำไมถึงมากมายขนาดนี้?’
ซูหนิงรีบเดินเข้ามาในจวนอย่างรีบร้อน ซึ่งทันทีที่เข้ามานางก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
ยังมีหีบมากมายที่มาตั้งวางรออยู่ก่อนแล้วอีกตั้งห้าหีบใหญ่!
ในขณะที่ซูหนิงกำลังตกตะลึงอึ้งอยู่กับสินสอดมากมายที่หลี่ไท่หนานส่งมา จู่ๆเสียงอันอบอุ่นและอ่อนโยนของมารดาก็ดังขึ้น “หนิงเอ๋อร์เจ้ากลับมาแล้ว!”
หยางฮูหยินรีบรุดเข้ามาหาบุตรสาวอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาเห็นบุตรสาวที่กำลังตกตะลึงอยู่กับสินสอดมากมายกองเท่าภูเขาของหลี่ไท่หนาน ทันทีที่มารดาเห็นดังนั้นมุมปากก็พลันกระตุกยิ้มขึ้นโดยปริยาย “ดูสิ...ชินหวังอ๋องทรงส่งสินสอดมาให้ลูกตั้งมากมายขนาดนี้ ชินหวังอ๋องคงต้องโปรดปรานลูกมากเป็นแน่ๆ” หยางฮูหยินกล่าวขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แสดงถึงความภาคภูมิใจในตัวของบุตรสาว ทางซูหนิงเมื่อได้ยินก็เปลี่ยนเป็นแสดงสีหน้างงงวยออกมา
เขาจะโปรดปรานข้าได้อย่างไร ในเมื่อข้ากับเขาพึ่งเจอกันเพียงแค่ครั้งแรก...
ในหัวของซูหนิงฉุกคิดประโยคขัดแข้งออกมาอย่างสุดใจ ในขณะที่นางกำลังยืนงงงวยกับการกระทำของหลี่ไท่หนานที่แสนจะคาดเดาไม่ได้ของเขาอยู่นั้น จู่ๆคนของจวนชินหวังอ๋องก็มายืนหนังสือรายการว่าภายในหีบทั้งหมดราวยี่สิบห้ากับยักษ์ใหญ่นี่มีอะไรบ้าง ทันทีที่มือบางรับหนังสือรายการออกมาเปิดดู ซูหนิงก็ถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง
อะไรกัน!
ภายในหนังสือกล่าวถึงรายการสินสอดมากมายดังเช่น หีบทั้งห้าอันแรกบรรจุเครื่องประดับที่ทำจากทองคำฝังอัญมณีและยังมีไข่มุกขนาดใหญ่หายากที่มีมากจนครบทุกสีสันจนนับไม่ถ้วน ส่วนอีกสิบหีบบรรจุเงินจำนวนหนึ่งแสนตำลึงทองรวมกันเป็นหนึ่งล้านตำลึงทอง ส่วนอีกเก้าหีบบรรจุผ้าไหมและผ้าเเพรชั้นดีนำเข้าจากเปอร์เซีย ส่วนอีกหนึ่งหีบหลังสุดท้ายบรรจุหยกคู่ล้ำค่าหายากที่ร้อยปีจะเห็นสักครั้งมาอีกหนึ่งคู่เพื่อเป็นสื่อถึงความหมายว่าเราจะอยู่คู่กันตลอดไปและไม่มีสิ่งใดแทนที่ได้...
ซูหนิงที่เห็นถึงรายการสินสอดมากมายนี้แล้ว หากคิดเป็นเงินคงมากมายจนนับไม่ถ้วนเป็นแน่ หยางฮูหยินเองเมื่อเห็นว่าหลี่ไท่หนานส่งสินสอดที่ทั้งชั้นดีหายากและมีราคามากมายมาให้บุตรสาวของตนเช่นนี้ นางที่เป็นมารดาก็รู้สึกอิ่มเอมใจที่บุตรสาวได้แต่งกับคนที่สามารถเลี้ยงดูบุตรสาวอันเป็นที่รักให้สบายโดยไม่ลำบากไปทั้งชีวิตได้
ช่างเป็นลูกเขยที่ดีเสียจริง...
“คุณหนูรอง ชินหวังอ๋องยังฝากข้ามาบอกท่านอีกว่า หากสินสอดที่ให้มานี้ยังไม่เพียงพอ พระองค์จะส่งคนให้นำสินสอดมาให้ท่านเพิ่มอีกตามที่คุณหนูต้องการ...” คำพูดของบ่าวชินหวังอ๋องถึงกับทำให้ซูหนิงรู้สึกประหลาดใจจนพูดอะไรไม่ออก ในใจฉุกคิดว่าเขาคิดจะทำอะไร ทั้งที่พึ่งเจอกันเพียงครั้งแรกแท้ๆ....