ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    ผลการสอบหลอมโอสถ 4

            “น่าหลันเฟยหยาหลอมโอสถเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”เสียงอันเย้ายวนดังขึ้น นางเป็นฝ่ายเดินไปส่งขวดยาให้แก่อาจารย์ทั้งสามด้วยตัวเองทำให้ได้ใจของเหล่าอาจารย์ไปไม่น้อย

            นับว่านางเป็นเด็กมีมารยาทที่ดี

            รอยยิ้มของเหล่าอาจารย์อ่อนโยนมากกว่าเดิมน้ำเสียงที่กล่าวกับนางก็ยังดีกว่าคนอื่น

            “เสร็จแล้วหรือ? มา เอามาให้อาจารย์ดูหน่อย”

            น่าหลันเฟยหยาส่งขวดยาให้อย่างนอบน้อมแล้วถอยมารอฟังอย่างสงบ ช่างขัดกับรูปลักษณ์อันเย้ายวนใจของอีกฝ่ายจริงๆ

            การหลอมโอสถน้ำเป็นวิชาที่พบได้ยากมีไม่กี่คนที่ใช้การหลอมเช่นนี้นับว่าพวกเขาต่างก็รอดูโอสถน้ำของตระกูลน่าหลันมากที่สุดแล้ว

            ขวดยาทั้งสองขวดถูกส่งให้ชายชรากับอาจารย์ผู้ชายอีกคนทั้งคู่เปิดฝาขวดแล้วดมครู่หนึ่งก่อนจะปิดฝาขวดลงทันที แล้วส่งให้อาจารย์หญิงอีกคนนางทำเช่นเดียวกัน เปิดฝาแล้วดมหมุนขวดอยู่ครู่หนึ่งรอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของอาจารย์ทั้งสามคน

            สมแล้วที่เป็นตระกูลหลอมโอสถน้ำที่เลื่องลือนางสมกับที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะหญิงในรอบร้อยปีของตระกูลน่าหลันจริงๆ

            “โอสถฟื้นฟูพลังเวทสองขวดนี้ทางสำนักจะขอเก็บไว้เจ้าคงไม่ว่าอะไร?” อาจารย์ชราถามเสียงนุ่มนวล ดวงตาเป็นประกายทว่าไม่ใช่ความโลภแต่เป็นความชื่นชม

            “โอสถทั้งสองขวดย่อมเป็นของทางสำนักอยู่แล้วเจ้าค่ะ”น่าหลันเฟยหยางดงามทว่านอบน้อมนิสัยต่างกับรูปลักษณ์และต่างกับมู่เหลียนฮวาอย่างสิ้นเชิง

            ตามกฎที่ตั้งไว้ในตอนแรกโอสถที่หลอมขึ้นจะต้องส่งมอบให้กับทางสำนักอยู่แล้วแต่ชายชราก็ยังคงเอ่ยปากขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่สตรีน้อยตรงหน้าด้วยในบรรดาคนที่เข้าสอบทั้งห้าคนนี้ ความสามารถของนางน่าสนใจที่สุดอีกทั้งยังมีตระกูลที่ทรงพลังอยู่เบื้องหลัง

            ทางสำนักนั้นอยากจะเชิญนางเข้าร่วมสำนักโดยไม่ต้องสอบเลยด้วยซ้ำทว่ากฎอย่างไรก็ต้องเป็นกฎ สำนักสวรรค์รับเฉพาะผู้ที่มีความสามารถเท่านั้นหากรับเอาน่าหลันเฟยหยาเข้ามาโดยไม่ต้องสอบแล้วต่อไปสำนักจะยังเป็นที่เชื่อถือได้อย่างไร? คงไม่พ้นถูกนินทาไปอีกนาน

            แต่ถึงอย่างนั้นทางสำนักก็คงต้องยอม หากไม่มีทางเลือกจริงๆ...

            ตอนนี้เมื่อน่าหลันเฟยหยาแสดงฝีมือเป็นที่ประจักษ์แล้วทางสำนักก็พร้อมอ้าแขนรับอย่างเต็มที่อาจารย์ทั้งสามท่านยังให้เกียรตินางมากกว่าผู้อื่นถึงสองส่วน

            น้ำเสียงและสีหน้าจึงอ่อนโยนเอ็นดูมากโข

            อาจารย์ชรายิ้มพอใจที่นางรู้ความ พยักหน้าอยู่ไม่กี่ทีแล้วส่งขวดโอสถให้แก่ศิษย์ที่อยู่ด้านหลังให้เอาไปเก็บไว้

            “น่าหลันเฟยหยาหลอมโอสถน้ำฟื้นฟูพลังเวทระดับสองขั้นกลางสองขวดผ่าน!” อาจารย์ชราประกาศก่อนยื่นป้ายหยกให้นางรับไว้คำนับแล้วเดินลงจากเวทีด้วยท่าทางอันเย้ายวนเป็นธรรมชาติ 

            ซูเจินไม่แปลกใจกับผลการตัดสินใจครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าโอสถน้ำที่นางหลอมมาเป็นของที่มีคุณภาพดีเยี่ยม แม้ทางสำนักไม่ประกาศแต่นางก็รู้ดีว่าโอสถสองขวดนั้นมีความบริสุทธิ์สูงถึงเก้าส่วนในตอนนี้นางมีความสามารถมากที่สุดแล้ว

            ต่อไปคงต้องมาดูเหลียงจือบ้างว่าเขาจะมีความสามารถมากแค่ไหน?

            เพราะเหลือผู้เข้าสอบที่กำลังหลอมโอสถอยู่คนเดียวทั้งยังยืนอยู่กลางเวทีเหลียงจือจึงตกเป็นเป้าสายตามากมายที่กำลังจับจ้อง ทั้งกดดันทั้งเอาใจช่วย

            เหลียงจือผู้ต้องพิษพยายามอย่างสุดความสามารถหากเขาใช้เตาหลอมของตัวเองก็คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้ แต่นี่เขาต้องใช้เตาหลอมเก่าๆหลอมโอสถทั้งๆที่ถูกพิษ

            ช่างทรมานตัวเองจริงๆ

            เหลียงจือต้องใช้ไฟต่ำเพื่อประคองเตาหลอมทำให้การหลอมเป็นไปอย่างเชื่องช้าเวลาจวนเจียนใกล้จะครบสองชั่วยามแล้วเหลือเพียงอีกไม่ถึงเค่อเหลียงจือก็หลอมเสร็จพอดี

            ตู้ม!

            เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับที่เหลียงจือเปิดฝาเตาพอดีเศษเตาหลอมกระจายออกไปทิศทางต่างๆอย่างแรงแน่นอนว่าพวกซูเจินที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดก็โดนเศษเตาปลิวมา

            “กรี๊ด!” ไห่จินเฟิ่งกรีดร้องอย่างตกใจไห่จินจูกดพี่สาวให้หมอบลงไปอย่างรวดเร็วส่วนตัวเองก็ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าพี่สาวอีกที

            ไม่ต้องรอให้สองสาวใช้และจือเหลียงจัดการตอนพวกเขากำลังจะขยับตัวบุรุษทั้งสองคนที่นั่งข้างนายหญิงก็ยกมือสะบัดเศษเตาให้กลายเป็นผุยผง

            “เป็นอย่างไรบ้าง?”

            “เจ็บตรงไหนหรือไม่?”

            ฮุ่ยชินอ๋องและโจวอ๋องหันมาถามสตรีข้างกายพร้อมกัน

            “เอ่อ..” ซูเจินหันมองซ้ายขวาก่อนจะยิ้มเจือ “หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง”

            “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”โจวอ๋องยิ้มกว้างเมื่อสตรีในดวงใจตอบตนก่อน ขณะที่ฮุ่ยชินอ๋องใบหน้าบึ้งตึง 

            “ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้ ข้าไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน”ซูเจินกล่าวกับฮุ่ยชินอ๋องด้วยรอยยิ้ม พระองค์จึงหายขุ่นเคืองใจ พยักหน้าตอบเบาๆ

            สองสาวใช้และจือเหลียงมองหน้ากันแล้วถอยกลับไปอยู่ที่เดิม

            ไห่จินจูดึงพี่สาวลุกขึ้นกล่าวปลอบใจนางอยู่สองสามประโยคให้หายตกใจ

            คนที่ตื่นตกใจที่สุดคือเหล่าคนที่อยู่บนเวทีอาจารย์ชราและอีกสองท่านได้ศิษย์ทั้งหลายช่วยไว้ เขารีบบอกให้ไปดูเหลียงจือด้านหน้าทันที

            “แค่กๆ”เสียงไอดังขึ้นพร้อมกับเหลียงจือที่คลานออกมาจากที่เดิมช่วงจังหวะที่เตาระเบิดเขาก็ก้มตัวต่ำหลบไปได้อย่างฉิวเฉียดจึงไม่โดนแรงระเบิดหรือเศษเตาปลิวใส่

            ซูเจินถอนหายใจเช่นเดียวกับคนอื่นๆเมื่อเห็นว่าคนบนเวทีปลอดภัยดี 

            เตาระเบิดไม่ใช่เรื่องตลกมีหลายครั้งที่เตาหลอมระเบิดขณะทำการหลอมอยู่ เป็นเหตุให้ผู้หลอมเสียชีวิตยังดีที่ครั้งนี้หลอมเพียงโอสถระดับสองและก็ไม่ได้ระเบิดรุนแรงจึงไม่มีใครเป็นอะไร

            นี่เป็นเหตุผลที่เตาหลอมสำคัญกับการหลอมผู้ปรุงโอสถจำเป็นมากที่ต้องมีเตาหลอมดีๆใช้ เพราะมันเกี่ยวพันกับชีวิตของตัวเอง

            “เป็นอย่างไรบ้าง?”ศิษย์พี่ผู้หนึ่งเข้าไปประคองให้เหลียงจือลุกขึ้นช่วยเขาปัดฝุ่นบนร่างกายออกพลางสำรวจไปด้วยเมื่อเห็นว่าเขาปลอดภัยดีไม่ได้มีบาดแผลแต่อย่างใดก็หันกลับไปรายงานอาจารย์ทั้งสามท่านด้านหลัง

            “หลอมสำเร็จหรือไม่?” อาจารย์บุรุษหนุ่มเอ่ยปากถามเป็นการยากที่จะรู้ว่าในช่วงเวลาสำคัญเขาหลอมโอสถได้เป็นผลสำเร็จหรือไม่จริงๆ

            เหลียงจือปัดๆเสื้อผ้าแล้วเดินไปหาอาจารย์ทั้งสามท่านเขาพยักหน้าพร้อมยิ้มแฉ่ง แบมือที่กำเอาไว้แน่นข้างหนึ่งออกให้พวกเขาดู

            อาจารย์ชราเห็นเม็ดโอสถอยู่ห้าเม็ดก็โล่งใจ เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากในตอนทดสอบคุณสมบัติเขามีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมสำหรับนักปรุงโอสถที่สุดท่าทางเองก็ใช้ได้ หากเขาหลอมโอสถไม่สำเร็จคงเสียดายไม่น้อย

            ถึงแม้จะยังมีทางอื่นที่จะให้เขาเข้าสำนักได้ก็เถอะ

            คนเช่นนี้ทางสำนักไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปแน่นอนอยู่แล้วนักปรุงโอสถนั้นหายากไม่ว่าใครก็ต้องการตัว แต่นั่นก็จะทำให้เป็นข้อถกเถียงอย่างไรสอบเข้าสำนักอย่างถูกต้องย่อมดีที่สุด

            ทันใดนั้นกลิ่นหอมอ่อนๆก็โชยมาซูเจินสูดดมครั้งเดียวก็ต้องยกนิ้วให้เหลียงจือในใจเลย

    “กลิ่นนี้...” อาจารย์ทั้งสามท่านพึมพำ “เร็ว…เอาโอสถมาให้อาจารย์ดูหน่อย”

    คล้ายกับเรื่องตำนานยอดหญิงซูเจิน ที่คุณอ่าน