ไตเติ้ลถอนหายใจ
นิ่งคิดลำดับเรื่องราวในหัวของตนเองนานอยู่ชั่วครู่แล้วอยู่ดี ๆ ก็พูดขึ้นมาว่าหิวข้าว ทำเอาเฮียฮั้วหน้าเหวอ
แต่ก่อนที่เถ้าแก่เจ้าของโรงพิมพ์จะได้ทัดทานใด ๆทิดวัฒน์ก็กลับหันไปบอกลูกชายว่า ให้ลงไปทานข้าวข้างล่างก่อน อาหารที่เฮียฮั้วปิดซอยเลี้ยงมีมากมายหลายอย่างลูกพลับอยากทานอันไหนก็เลือกทานได้เลยแล้วให้ดูว่าเมนูไหนอร่อยก็เอาขึ้นมาฝากป๊ะป๋าด้วย
ลูกพลับได้ยินอย่างนั้นก็ยอมเดินออกมาจากห้องทำงานของเฮียฮั้วแต่โดยดีเด็กชายหัวไวจึงเดาออกว่าป๊ะป๋ามีเรื่องสำคัญของผู้ใหญ่ที่จะคุยกับเฮียฮั้วโดยให้เด็กรู้ไม่ได้เขาจึงยอมทำตามคำสั่งของพ่ออย่างไม่อิดออดใด ๆ
“อันที่จริงก่อนหน้านี้ผมเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งครับ”
ทิดวัฒน์เริ่มประโยคเมื่อลูกพลับเดินออกจากห้องไปแล้วเฮียฮั้วที่ยังไม่ทันจะตั้งตัวถึงกับขมวดคิ้วทันควัน
“ฮะ? ยังไงนะ?”
เถ้าแก่เจ้าของโรงพิมพ์ถึงกับหน้าเหวอตอนแรกก็เดาเรื่องไปว่าทิดวัฒน์อาจจะโดนหลวงตาแช่มจับไปบวชแล้วนั่งสมาธิจนเกิดดวงตาแห่งปัญญาสว่างไสว
ภานุวัฒน์สบตากับเฮียฮั้วแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่ๆ ที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจเล่าเรื่องของตนตามที่ได้เคยเล่าให้หลวงตาแช่มฟังไป
การพูดว่าเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งได้ไปพบเห็นสิ่งต่าง ๆแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมานั้นมันน่าเชื่อได้มากกว่าการที่จะบอกว่าเป็นคนจากโลกจริง ๆทะลุมิติมาเกิดใหม่ในนิยายแบบนี้
แต่ถึงจะน่าเชื่อได้มากกว่าแต่เฮียฮั้วก็ยังอ้าปากเหวอจนกระทั่งไตเติ้ลเห็นยุงบินวูบเข้าปากจนเถ้าแก่สำลักออกมาทำลายบรรยากาศความเงียบสงบ
“ไอ้หยา! เจ้ายุงเวรนี่ ทำไมบินมากวนกันตอนนี้”
เฮียฮั้วรีบหันไปคว้ากาน้ำชาบนโต๊ะมารินชาจีนใส่แก้วชาใบเล็กแล้วยกขึ้นซดให้ลื่นคอ
“เรื่องนี้ผมไม่อยากให้เล่าลือกันไปนะครับเฮีย” ไตเติ้ลพยายามกลั้นขำด้วยสีหน้าจริงจังอย่างเต็มที่
“ทิดวัฒน์ก็ว่าไปเรื่องอย่างนี้เฮียไปเล่าให้ใครฟังแล้วใครเขาจะเชื่อ” เฮียฮั้วขมวดคิ้วปัดมือไล่ยุงผ่านหน้าไปมา
‘แหม่...ที่ผมเล่าก็มีคนเชื่อมาแล้วสองคนรวมเฮียด้วยนะครับบอกแล้วว่ามันน่าเชื่อถือกว่าการเล่าความจริงว่าทะลุมิติมาตั้งเยอะ’
ชายหนุ่มแอบคิดอยู่ในใจก่อนจะพูดต่อ
“ที่ผมฟื้นขึ้นมาใหม่ได้นี้เป็นเพราะอยากจะมาดูแลลูกพลับให้เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กดี ผมก็จะรักลูกพลับให้มาก ๆชดเชยกับสิ่งที่พ่อเลว ๆ อย่างไอ้เดชไม่เคยมอบให้ลูกพลับเลยผมอยากให้ลูกพลับเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีความสุข เป็นเด็กดีที่มีอนาคตสดใสครับ”
ภานุวัฒน์เจตนาที่จะย้ำเหตุผลตามนี้เผื่อว่าเฮียฮั้วจะได้เข้าใจว่าเวลาทั้งหมดทั้งสิ้นในชีวิตของเขานั้นเป็นของลูกชายเถ้าแก่เจ้าของโรงพิมพ์จะได้ไม่ต้องขยายความเรื่องราวสู่บุคคลภายนอกและไม่พาเขาไปออกรายการแปลกสายมูจนกลายเป็นทิดวัฒน์จิตสัมผัสให้วุ่นวายไปอย่างไม่อาจควบคุมได้
คราวนี้เฮียฮั้วก็กลับเป็นฝ่ายนิ่งอึ้งไปแทนเขาเชื่อเรื่องทั้งหมดตามที่ทิดวัฒน์ได้เล่าออกมาเพราะทิดวัฒน์ไม่มีสาเหตุอะไรที่จะโกหก อีกทั้งคนคนนี้ยังทำนายทายทักแม่นยำสร้างปาฏิหาริย์เอาไว้มากมาย ก็ไม่แปลกหรอกที่จะเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งแล้วพอฟื้นขึ้นมาก็ได้พรจากสวรรค์ รวมถึงไปบวชเรียนปฏิบัติธรรมฝึกฝนตนเองจึงทำให้มีตาทิพย์สามารถมองเห็นวิญญาณต่าง ๆ ได้ นี่นะ…
ถึงแต่ก่อนจะเป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมา แต่ตอนนี้ก็คือเป็นผู้มีบุญบารมีสุดๆ ไปเลยไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่มีบุญจริงคนเราใครจะตายไปแล้วสวรรค์ยังส่งให้ฟื้นขึ้นมาเพื่อกลับตัวกลับใจกันได้ล่ะ
"หนูลูกพลับนี่โชคดีจริง ๆถึงแต่ก่อนจะมีพ่อเมาหยำเป แต่พ่อคนนั้นก็รักลูกมากถึงขนาดฝืนความตาย ฟื้นขึ้นมากลับตัวกลับใจเพื่อหวังจะให้อนาคตของลูกอยู่ดีมีสุข"
เฮียฮั้วสรุปซึ่งไตเติ้ลก็กราบขอบพระคุณอยู่ในใจที่เฮียสรุปออกมาได้แบบนั้น
"แล้วนี่ทิดจะตายอีกทีเมื่อไหร่ล่ะ" เจ้าของโรงพิมพ์ถาม
เดี๋ยวดิเฮีย! คนเราเพิ่งผ่านความตายมาได้สามสี่เดือนนี่เฮียคิดจะให้เขาตายอีกรอบแล้วเหรอ? ตายคราวนี้อีกทีก็น่าจะตายของจริงไม่มีทะลุมิติไปอยู่โลกไหนอีกแล้วล่ะมั้ง
"ผมก็ไม่รู้หรอกครับให้มันเป็นเรื่องของอนาคตไปก็แล้วกันตอนนี้ก็คิดอยู่แค่ว่าอยากชดเชยให้กับเจ้าลูกพลับที่โดนพ่อทุบตีมาตลอดอยากเลี้ยงดูให้ดี ให้เขาได้มีความสุขเหมือนกับเด็กอื่น ๆ บ้างก็เท่านั้น"ภานุวัฒน์ตอบ
ไอ้เรื่องชดเชยนั่นน่ะ ถึงแม้ว่าจริง ๆแล้ววิญญาณในร่างนี้จะไม่ใช่พ่อของลูกพลับก็ตาม แต่เขาก็มีความทรงจำของไอ้เดชและรู้ว่าเด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาอย่างไร ต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างเพียงเท่านี้ต่อให้ไม่มีจิตวิญญาณของความเป็นพ่อ แต่ในฐานะของผู้ใหญ่ที่ดี ถ้านิสัยใจคอไม่ได้โหดเหี้ยมมากจนเกินไปไม่ว่าใครก็คงหวังอยากจะให้เด็กคนนี้ได้รู้จักกับความสุข ได้รับความอบอุ่นมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเหมือนกับเด็กอื่น ๆ ทั่วไปอยู่แล้วแหละ
"หนูลูกพลับโชคดีมาก ๆ”
เฮียฮั้วได้ยินคนเป็นพ่อว่าอย่างนั้นก็คลี่ยิ้มแล้วได้แต่ย้ำประโยคเดิมๆ
"มีพ่อที่ดีอย่างนี้ลูกพลับจะต้องเติบโตมาเป็นเด็กดีแน่ๆ เห็นอย่างนี้เฮียก็วางใจ หนูพลับพลึงลูกสาวเฮียได้สามีที่ดี ชีวิตก็จะต้องมีความสุขอย่างแน่นอนเหมือนกัน"
"ใครได้สามีดีนะครับ?" ภานุวัฒน์ขมวดคิ้ว เผลอสวนคำถามไปได้ฉับพลันอีกครั้ง
"พลับพลึงลูกสาวเฮียไงคนพี่ชื่อลูกพลับคนน้องชื่อพลับพลึง ชื่อพ้องกัน เป็นแฟนกันน่ารักหนุงหนิงออกจะตาย"
เดี๊ยยยยววววว เฮี๊ยยยยย!
พ.ศ.2538 จะสิ้นใจ... เอ๊ย! จะสิ้นปีอยู่แล้วยุคนี้สมัยนี้ไม่มีใครเขาตั้งชื่อลูกสาวว่าพลับพลึงกันแล้วม๊างงงงเฮีย
เฮ้ย! ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นสิลูกสาวเฮียยังไม่เกิดเลยนะครับแล้วจะมาได้สามีดีตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เกิดได้ยังไงกัน
ทิดวัฒน์ได้แต่หลั่งน้ำตาอยู่ในใจทั้งที่ไร้คำโต้เถียง
ถึงตอนนี้พูดอะไรไปเฮียฮั้วก็คงไม่ยอมฟังแล้วล่ะปล่อยให้แกโมเมไปก่อนเถอะ ไว้ถ้าพลับพลึงโตขึ้นมาแล้วไม่พอใจชื่อตัวเองน้องก็คงจะเปลี่ยนชื่อเป็นลิลลี่ให้เข้ากับยุคสมัยได้ตามใจอยาก
แล้วถึงเวลานั้นเขาคงจะหาผู้ชายหล่อ ๆ ดี ๆให้มาเดินเฉี่ยวหน้าเด็กสาวสักหน่อย เผื่อว่าลูกพลับจะได้มีแคนดิเดตให้พลับพลึงได้มีสิทธิ์เลือกสามีในอนาคตของตนเองบ้างถ้าเวลานั้นมาถึงขึ้นมาเฮียฮั้วก็คงจะไม่ขัดขวางอะไรใด ๆ กับชีวิตรักของลูกสาวสุดที่รักของตนเองอยู่แล้วละมั้ง
ส่วนตอนนี้ก็ปล่อยเฮียแกเพ้อเจ้อไปก่อนเถอะคนแก่กำลังดีใจที่ได้ลูกสาวน่ะนะ ก็คงจะเพ้อเจ้อกันแบบนี้ทุกคนนั่นแหละ (มั้ง)
ในขณะที่ทิดวัฒน์กำลังอ้ำอึ้งและเฮียฮั้วก็กำลังเพ้อฝันถึงอนาคตอันสวยงามของลูกสาวอย่างมีความสุขในตอนนั้นลูกพลับก็นั่งกอดเข่าจ๋องอยู่หน้าห้องทำงานของเฮียฮั้ว
เด็กชายเดินกลับมาที่ห้องทำงานของเฮียฮั้วได้สักพักแล้วเขายังมีถุงผัดไทยกับแก้วกาแฟเย็นที่หิ้วมาฝากป๊ะป๋าติดมือมาด้วยแต่ตอนที่มาถึงก็เห็นว่าผู้ใหญ่สองคนกำลังคุยกันสีหน้าเคร่งเครียดจึงนั่งหลบมุมรออยู่หน้าห้องเพื่อว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคุยกันเสร็จเมื่อไหร่เด็กชายจะได้เข้าไปหากการนั่งจ๋องอยู่ตรงนั้นลูกพลับก็ไม่คิดเลยว่าตนเองจะบังเอิญได้ยินเรื่องสำคัญเข้าพอดี
เขาเพิ่งรู้ว่าจริง ๆ คืนนั้นพ่อตายไปแล้วแต่เพราะว่าพ่อรักแล้วก็เป็นห่วงเขามากก็เลยกลับฟื้นขึ้นมาเพื่อดูแลเขา
มิน่าล่ะว่าทำไมหลังจากคืนนั้นพ่อถึงเลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาดพูดดีกับลูกพลับทุกวัน แล้วก็ลูบหัวลูกพลับบ่อย ๆ อย่างที่พ่อไม่เคยทำมาก่อน
แต่ก่อนลูกพลับคิดว่าพ่อคงจะเกลียดเขามากถึงได้ตบแล้วก็ตีเขาทุกวันคิดไม่ถึงเลยว่าจริง ๆ แล้วพ่อจะรักเขามากถึงขนาดนี้
ลูกพลับก็หลงน้อยใจ คิดว่าตัวเองเป็นเด็กไม่ดีถึงได้ถูกพ่อเกลียด แต่พอรู้ว่าจริง ๆ มันไม่ใช่อย่างนั้นเขาก็รู้สึกดีใจมากแต่ความจริงนี้ก็กลับต้องแลกมาได้ด้วยความตายของพ่อ...
ถ้าตอนนั้นพ่อตายไปเลยแล้วฟื้นกลับคืนมาไม่ได้อย่างนี้เด็กชายก็คงจะคิดว่าตัวเองถูกพ่อเกลียดไปตลอดชีวิตเลยแน่ ๆ ลูกพลับดีใจที่ตัวเองได้รู้ความจริงแต่ก็เกิดหวั่นใจขึ้นมาว่าถ้าตอนนั้นพ่อไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยมันจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องอยู่คนเดียวในบ้านที่พวกผีชอบเข้ามาเยี่ยมเยือนหลังนั้นแล้วก็อาจจะโดนผีพวกนั้นมาหลอกหลอนจนตายไปแต่เพียงลำพังด้วยความหวาดกลัวก็เป็นได้
ข้างในอกของเด็กชายตัวเล็ก ๆคนหนึ่งในเวลานี้กลับมีความรู้สึกมากมายหลากหลายปะทุขึ้นมาอย่างไม่สามารถอธิบายได้เด็กน้อยรู้เพียงแค่ว่าน้ำตาของตนค่อย ๆ ซึมออกมาคลอเบ้าโดยที่ไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้ร้องไห้ออกมา
ในเวลานี้เด็กชายตัดสินใจอย่างแน่นอนแล้วว่า ณอนาคตวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่โตขึ้นมาเป็นอันธพาล นิสัยไม่ดีเขาจะไม่มีวันทำให้ผู้คนต้องเดือดร้อนเป็นอันขาด ลูกพลับจะเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กดีมีความสุข จะไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเหมือนอย่างที่ป๊ะป๋าฝันเห็นจะต้องเป็นคนดีเหมือนอย่างป๊ะป๋าแล้วก็จะทำให้ป๊ะป๋าเป็นป๊ะป๋าที่มีความสุขที่สุดในโลกให้ได้เลย
เด็กชายตัดสินใจอย่างนั้นโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในวิญญาณดวงเล็ก ๆ ของตนเองนั้นมีจิตมารอันยิ่งใหญ่แฝงซ่อนอยู่และมันก็พร้อมที่จะนำพาให้เขาหลงผิด จมดิ่งลงสู่ความมืด
ไปได้อยู่ในทุกช่วงเวลาของลมหายใจ.