ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 117 ตายโดยไม่รู้ตัว
เต๊ง เต๊ง เต๊ง!
เสียงระฆังดังเหง่งหง่าง ก้องไปทั่วทุกพื้นที่ในคฤหาสน์ตระกูลหวงหลง สมาชิกทุกคนต่างหยุดกิจกรรมของตนเองแล้วลุกขึ้นยืน หันหน้ามองไปยังทิศทางหนึ่งของเขตตระกูล
ตระกูลหวงหลงเป็นตระกูลที่ใหญ่มาก พื้นที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง ผู้อาวุโสแต่ละคนต่างก็มีเรือนขนาดใหญ่เป็นของตนเอง แยกตัวออกไปอยู่ตามทิศต่างๆ
ตอนนี้ทุกคนต่างมองไปยังทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือทิศทางที่มีเสียงระฆังดังแว่วมา จากสัญญาณเสียงที่ได้รับ เหมือนว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นที่เรือนของผู้อาวุโสสาม
ชนชั้นนำรวมถึงคนอื่นๆ ในตระกูลหวงหลงคิดตัดสินใจเล็กน้อยก่อนจะพากันพุ่งตัวไปตามเสียงสัญญาณที่ดังขึ้นทันที ในหมู่คนเหล่านี้มีทั้งหน่วยลาดตระเวน ผู้อาวุโส ผู้นำตระกูล รวมถึงหัวกะทิของตระกูลที่ว่างเว้นจากการฝึกฝน
ทางด้านจินที่เล่นต่อสู้อยู่กับชายชราชุดทองก็ได้ยินเสียงสัญญาณนี้เช่นเดียวกัน ลอบพยักหน้าให้กับตนเองเบาๆ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขารอคอยกำลังจะมาถึง
หมัดที่รวดเร็วอยู่แล้วยิ่งเพิ่มความเร็วมากขึ้น หวดเข้าใส่ชายชราชุดทองจนแทบไม่ได้พัก ร่องรอยบอบช้ำม่วงเขียวมองเห็นได้ทั่วทั้งตัว ต่อให้อีกฝ่ายมีพลังป้องกันที่สูงแล้วอย่างไร เมื่อเจอการโจมตีซ้ำๆ อย่างไรก็ต้องได้รับบาดเจ็บกลับไปไม่น้อย
ร่างกายของชายชราเริ่มช้าลงและไม่ตอบสนองต่อคำสั่ง หมัดที่ถูกย้ำเข้าใส่ไม่ใช่แค่ทำให้ร่างกายด้านนอกบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังบอบช้ำไปจนถึงภายใน ยิ่งพยายามฝืนเพื่อถ่วงเวลามากเท่าไหร่ ร่างกายของมันก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ อ่อนล้าจนแทบจะสิ้นเรี่ยวแรงอยู่แล้ว ถึงตอนนี้อยากจะหลบหนีไป ก็ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ได้แต่ขอให้คนอื่นๆ ในตระกูลมาช่วยเหลือทันเวลา
“ผู้อาวุโสสาม เกิดอะไรขึ้น?” เป็นหน่วยลาดตระเวนที่มาถึงก่อน ตะโกนร้องถามออกมาจากที่ไกลๆ
หน่วยลาดตระเวนเหล่านี้มีทั้งสมาชิกของตระกูล และคนที่ตระกูลชุบเลี้ยงเอาไว้ พวกมันแต่ละคนล้วนเป็นอเวกระดับหกขึ้นไปทั้งสิ้น คนที่มีระดับพลังสูงที่สุดเป็นอเวกระดับแปด
จินไม่ได้หันไปมองคนกลุ่มดังกล่าวแม้แต่น้อย จากสัมผัสที่ได้รับ อีกฝ่ายไม่ได้เป็นอันตรายต่อตัวเขาเท่าไหร่ จึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก รีบจัดการคนตรงหน้าให้ไร้ทางสู้ดีกว่า กองกำลังหลักที่มาสมทบหลังจากนี้จะได้ไม่ตึงมือมากจนเกินไป
ผลั่กๆๆ!
“อั่ก” หมัดของจินยังคงระดมเข้าใส่ชายชราจนร่างกายม่วงช้ำ อวัยวะภายในบอบช้ำจนถึงขีดสุด ทำให้มันกระอักเลือดเสียออกมาท่วมพื้น ตอนนี้มันไม่สามารถทนต่อไปได้อีกแล้ว
“ท่านผู้อาวุโส!” หน่วยลาดตระเวนที่เข้ามาใกล้ เมื่อเห็นสภาพของผู้อาวุโสก็ตกตะลึงทันที อีกฝ่ายเป็นถึงอเวกระดับเก้า ถึงแม้จะเพิ่งข้ามผ่านระดับมาได้ไม่นาน แต่ก็ไม่ใช่ตัวตนที่จะถูกปราบปรามได้โดยง่าย เหตุไฉนจึงตกอยู่ในสภาพนี้กัน?
ในตอนแรกที่มาถึง จิตใจของพวกมันเต็มไปด้วยความฮึกเหิม พร้อมเข้าปะทะกับศัตรู แต่เมื่อเห็นสภาพผู้อาวุโสลำดับที่สาม...ต่างก็ชะงักงันกันอยู่ที่โถงทางเดิน ไม่กล้าเข้าไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย
แม้แต่ผู้นำหน่วยลาดตระเวนที่เป็นถึงอเวกระดับแปดก็ไม่กล้าผลีผลามเข้าไปช่วยเหลือ เพราะตัวมันเพียงคนเดียวคงไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ มันหยุดรอสมาชิกตระกูลคนอื่นที่อาจตามมาทีหลัง เพราะสัญญาณนี้ต้องดังไปทั่วเขตตระกูล ไม่มีทางที่ผู้อาวุโสคนอื่นจะไม่ได้ยิน
ด้วยเหตุนี้หน่วยลาดตระเวนที่มาใหม่ได้แต่ยืนมองชายชราชุดทองถูกทุบตีจนแทบปางตาย ตอนนี้ร่างของมันเกือบล้มทั้งยืน ที่ฝืนยืนอยู่ได้ก็เป็นเพราะแรงใจล้วนๆ
“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงที่ดูมีอำนาจดังขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามของโถงทางเดิน เป็นชายชราอีกคนในชุดสีทอง ท่วงท่าการเดินของมันดูโออ่า แต่รัศมีที่เปล่งออกมากลับด้อยกว่าผู้อาวุโสลำดับที่สามเสียอีก
“ผู้อาวุโสสี่! ผู้อาวุโสสามแย่แล้ว!” หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนรีบตะโกนออกไปทันทีเพื่อให้อีกฝ่ายเร่งรีบมากขึ้น
ร่างชายชราในชุดทองพุ่งเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ ในที่สุดก็เห็นสภาพอันน่าอดสูของชายชราเคราขาวที่บัดนี้ลงไปนอนกองอยู่กับพื้นภายในห้องโถงขนาดใหญ่ด้านหลังบานประตู ตามเนื้อตัวไม่มีจุดใดที่ไม่ม่วงช้ำ
ดูเหมือนว่าการต่อสู้ของทั้งสองจะลากยาวจากโถงทางเดินมาจนถึงห้องโถงใหญ่
“ผู้อาวุโสสาม! โถ่เอ้ย! เข้าไปช่วยผู้อาวุโสสามด้วยกันเดี๋ยวนี้!” ผู้อาวุโสสี่ที่มาถึง เมื่อเห็นสภาพอันน่าอนาถของชายชราเคราขาวก็หันไปตะโกนใส่หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนทันที
แม้ผู้อาวุโสสี่จะเป็นเพียงอเวกระดับแปด อ่อนแอเสียยิ่งกว่าผู้อาวุโสสาม แต่ด้วยสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน เขาไม่อาจทนดูอีกฝ่ายถูกทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้ จึงตะโกนสั่งให้หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนลงมือร่วมกับตน
หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนพยักหน้าตกลง โบกมือสั่งการให้ทุกคนในหน่วยเตรียมพร้อมลงมือ ทุกคนก้าวฉับเข้าไปด้านในห้องโถง
ทางด้านชายหนุ่มชุดขาว เมื่อรู้ว่าสมาชิกตระกูลหวงหลงเริ่มทยอยมากันแล้ว ก็ฟาดฝ่ามือครั้งสุดท้ายเข้าใส่ชายชราเคราขาว จนอีกฝ่ายแน่นิ่งไป
ในจังหวะนั้นกลุ่มผู้อาวุโสที่เหลือและหัวหน้าตระกูลหวงหลง'หวงหรงชิ่ง'ก็เดินทางมาสมทบเป็นที่เรียบร้อย เห็นผู้อาวุโสสี่เข้าไปอยู่ในระยะต่อสู้แล้ว
“โจมตีมันร่วมกันเถิด! อย่าให้มันได้เหลือเศษซากกลับออกไป” ดวงตาของผู้อาวุโสสี่กลายเป็นแดงฉาน เห็นสภาพของผู้อาวุโสสามแล้วอดสะท้านในใจไม่ได้ นอนแน่นิ่งไม่รู้เป็นหรือตาย จึงกัดฟันหันกลับมาชักชวนผู้คนที่มาใหม่ให้จัดการคนตรงหน้าร่วมกัน
ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่อย่างน้อยก็ต้องเป็นอเวกระดับเก้าแน่นอน
เหล่าผู้อาวุโสและหัวหน้าที่มาใหม่ไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ แต่ก็รู้ว่าดีว่าคนตรงหน้าคือศัตรู ไม่อาจปล่อยให้มันหลุดลอดออกจากเขตของตระกูลไปได้ หากไม่จัดการมันให้สิ้นซากในวันนี้ ตระกูลหวงหลงของพวกเขาคงเสียหน้าเป็นอย่างมาก
กลุ่มผู้อาวุโสทั้งหมดและหัวหน้าตระกูลพุ่งเข้าไปล้อมชายหนุ่มชุดขาวทันที โดยมีสมาชิกตระกูลคนอื่นๆ ล้อมอยู่ด้านนอกอีกที
ผู้อาวุโสแต่ละคนอย่างน้อยก็เป็นอเวกระดับแปด โดยมีผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งและลำดับที่สองที่เป็นอเวกระดับที่เก้าเช่นเดียวกับหัวหน้าตระกูล
ด้วยกำลังคนมากมาย นำโดยอเวกระดับเก้าถึงสามคน พวกมันมั่นใจมากว่าจะจัดการคนตรงหน้าลงได้อย่างง่ายดาย และสุดท้ายจะต้องทรมานให้มันตายช้าๆ จนกว่าจะสาสมกับที่กล้ามาดูหมิ่นตระกูลหวงหลง ทั้งยังต้องเค้นข้อมูลออกมาให้ได้ว่าใครที่ส่งมันมา
คนจากตระกูลหวงหลงที่ล้อมรอบชายชุดขาวต่างปลดปล่อยไอพลังอันรุนแรงออกมาจนน่าตกใจ
แรงกดดันของเหล่าอเวกระดับสูงจำนวนมาก หาใช่สิ่งที่อเวกทั่วไปจะทานทนได้
แต่น่าเสียดายที่จินหาใช่อเวกทั่วไปไม่
เมื่อเห็นสมาชิกระดับสูงของตระกูลหวงหลงมารวมตัวกันและพร้อมจะลงมือกับตนเอง จินก็ลอบพยักหน้าอย่างพึงพอใจ สิ่งที่เขาต้องการประสบผลสำเร็จแล้ว...หลังจากนี้ สถานที่แห่งนี้จะต้องนองไปด้วยเลือด
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ค่อยๆ โคจรพลังงานไปตามวิชาเผาโลหิต เลือดเนื้อภายในร่างร้อนเร่าดั่งไฟเผา และยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จนผิวด้านนอกของจินกลายเป็นสีแดงก่ำ
พลังงานปะทุออกมาจากร่างอย่างรุนแรง แม้ว่ากลิ่นอายที่ออกมาจะยังเป็นอเวกระดับเก้า แต่ปริมาณพลังที่พวยพุ่งอยู่ตลอดเวลานี้ใกล้เคียงกับอีโวลระดับหนึ่งมาก
ที่พลังรุนแรงมากขนาดนี้เป็นเพราะจินใช้วิชาเผาโลหิตจนถึงขีดสุด แทบจะเผาเลือดเนื้อจนเหือดแห้ง กระดูกเองค่อยๆ หลอมละลาย การทำเช่นนี้อาจทำให้มีผลต่อร่างกายในระยะยาวและหากฝืนใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาจทำให้ถึงตายได้
แต่นั่นใช่เรื่องที่วิญญาณบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ต้องกังวลหรือ? ร่างกายนี้ก็เป็นเพียงกายเทียมที่เขาจะใช้มันทิ้งขว้างอย่างไรก็ได้ เพราะมันจำกัดเวลาที่หนึ่งชั่วโมงอยู่แล้ว ต่อให้ไม่เผาโลหิตจนร่างสลาย แต่ร่างกายนี้ก็จะหายไปอยู่ดีเมื่อครบกำหนดเวลา ฉะนั้นทำไมเขาไม่เค้นศักยภาพของมันออกมาให้เต็มที่ก่อนที่ร่างจะสลายหายไปเล่า?
พลังงานที่พวยพุ่งออกมาทำเอาอเวกระดับสูงบางคนต้องถอยกลับไปหนึ่งก้าว ใบหน้าของสมาชิกตระกูลหวงหลงเริ่มซีดลง โดยเฉพาะกับเหล่าผู้อาวุโส
นี่ไม่ใช่อเวกระดับที่เก้าธรรมดาๆ แล้ว! พลังงานที่อีกฝ่ายปล่อยออกมามันรุนแรงกว่าหัวหน้าตระกูลที่เป็นอเวกระดับเก้าขั้นสูงสุดเสียอีก
หัวหน้าตระกูลหวงหลงนิ่วหน้าทันทีที่สัมผัสได้ถึงพลังงานที่รุนแรงของอีกฝ่าย หลายอย่างไม่ถูกต้อง พลังงานที่ปล่อยออกมามันดูผิดธรรมชาติไปมาก ความหนาแน่นระดับนี้ตัวมันเคยสัมผัสจากแค่อดีตผู้อาวุโสสูงสุดที่เป็นอีโวลเท่านั้น แต่คนตรงหน้าที่ดูอย่างไรก็เป็นเพียงอเวกระดับเก้า ไม่มีทางมีแรงกดดันระดับนี้ได้เลย
เมื่อเห็นความลังเลใจในสายตาของผู้อาวุโสหลายคน หัวหน้าตระกูลหวงหลงก็คิดว่าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เขาคาดเดาว่าอีกฝ่ายคงใช้วิธีการบางอย่างเพื่อข่มขวัญพวกตน ฉะนั้นเขาจะให้อีกฝ่ายทำลายขวัญกำลังใจจนสำเร็จไม่ได้
“ไม่ต้องกังวล มันเป็นแค่ทักษะบางอย่างเท่านั้น มันกำลังหลอกให้เราสับสน โจมตีเข้าไปพร้อมกันเลย อย่างไรพวกเราก็มีจำนวนมากกว่า!” หัวหน้าตระกูลหวงหลงตะโกนเรียกกำลังใจของสมาชิกทุกคนกลับมา ไม่ให้ไปหลงกลเล่ห์เหลี่ยมของอีกฝ่าย
เมื่อได้ยินดังนั้นผู้อาวุโสหลายคนก็คิดได้ อีกฝ่ายจะต้องใช้ทักษะบางอย่างเพื่อเพิ่มแรงกดดันเป็นแน่ พวกเขาจะต้องไม่ถูกอีกฝ่ายหลอก
ผู้อาวุโสสี่เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าใส่ และนั่นเป็นการกระตุ้นผู้อาวุโสคนอื่นๆ ให้โจมตีตามเข้าไปด้วย
จินที่ยืนอยู่กึ่งกลางวงล้อมมองทุกคนที่เข้ามาใกล้เป็นภาพช้า สมาชิกตระกูลหวงหลงทุกคนเคลื่อนไหวราวกับเต่าคลาน
เมื่อเพิ่มพลังขึ้นจนถึงขีดสุดของวิชาเผาโลหิต ร่างกายที่ร้อนจนแทบไหม้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ เขารู้สึกว่าตนเองสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างง่ายดาย ประสาทสัมผัสว่องไวขึ้นหลายเท่า พลังงานมากมายในร่างเองก็เอ่อล้นรอการปะทุ เหมือนกับได้ก้าวผ่านไปยืนอยู่ในขอบเขตของอีโวลครึ่งก้าว
บางที......อีโวลคงรู้สึกมีอำนาจขนาดนี้เลยสินะ หรือบางทีอาจจะมากกว่านี้ด้วยซ้ำ จินคิดในใจขณะจ้องมองไปยังศัตรูที่พุ่งเข้ามา และสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ผู้อาวุโสสี่ซึ่งพุ่งเข้ามาเป็นคนแรกด้วยความโกรธแค้น
บูม!
ชายหนุ่มชุดขาวปล่อยหมัดตรงออกไปเบื้องหน้า เป็นหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาล มันมากมายจนแม้แต่จินที่เป็นอเวกระดับเก้ายังต้องตกตะลึง
เผละ!
ร่างของผู้อาวุโสสี่แตกกระจายทันทีที่ปะทะกับพลังงานที่ห่อหุ้มหมัดของจิน ช่วงตัวทั้งหมดระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อ เหลือไว้เพียงส่วนหัวและส่วนรยางค์อย่างแขนขาเท่านั้นที่ยังพอมีสภาพสมบูรณ์อยู่
ส่วนศีรษะของผู้โชคร้ายตกลงสู่พื้นโดยที่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองเสียชีวิตไปแล้ว