บทที่8
พอกลับมาที่ลานซักล้าง เขาเล่าเื่ที่เขาไปพบคุณหนูใหญ่ให้จื้อจงฟัง พอฟังจบจื้อจงก็ตาลุกวาว ไม่คิดว่าสิ่งที่เขารู้มาจะทำเป็เงินได้ขนาดนี้ และในวันนั้นที่เขาให้ข้อมูลของเทียนไท่เพิ่มไปเขาก็ไม่ได้คิดเงินอะไรเถียนถิงเพิ่ม หรอก เพื่อเป็การซื้อใจและเขาก็คิดซะว่าให้โบนัสตัวละครที่เขาชื่นชอบด้วยแล้วกัน อีกอย่างเขาก็ได้มาเยอะแล้วด้วย…หรือเปล่านะ? เพราะตอนก่อนจะออกมาจากเรือนของเถียนถิง เถียนถิงถามเขาว่าค่าข้อมูลเขาคิดแค่นั้นจริงๆ ใช่หรือไม่…เขาคิดว่าตนเองจะต้องศึกษาเื่ราคาค่าข้อมูลจริงจังแล้วล่ะ ไม่เช่นนั้นเขาก็จะตีค่าราคาข้อมูลไม่เป็สักที
ส่วนนี่ก็ผ่านมาได้สองสามวันแล้วหนิงเหอและจื้อจงที่เพิ่งฝึกควบคุมพลังอยู่ลานซักล้างก็กำลังจะเดินกลับห้องตนเอง
สายตาของหนิงเหอเหลือบไปเห็นพวกพี่สาวทั้งสองยืนขวางระหว่างทางเดินกลับพอดี จื้อจงนั้นไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยแน่นอนเพราะจื้อจงนั้นมองไม่เห็นเื่นี้เขามั่นใจแล้ว ไม่ใช่แค่จื้อจงแต่ไม่มีใครในจวนนี้เห็นพวกนางเลยแหละ ตัวเขาเองที่เริ่มชินแล้วก็ทำเป็มองไม่เห็นเช่นกัน ทว่าพอเดินเข้ามาใกล้พวกนางทั้งสองก็ยื่นเท้าออกมาขวางทางเขากับจื้อจงทันที ไอ้เขาใว่าจะสะดุดล้มก็เผลอะโข้าม เหลือบไปมองจื้อจง…เดินผ่านทะลุเท้าของหนึ่งในพี่สาวมาเฉยๆ เลย
ชิบละ!
คิก คิก คิก เสียงพวกนางหัวเราะด้วยความชอบอกชอบใจ แต่สำหรับเขามันฟังแล้วหลอนๆชอบกล!
เพ้ย! ไอ้ที่ทำเป็มองไม่เห็นนี่มันเป็ไปได้ยากสำหรับเขาจริงๆ! อันที่จริงจะเดินทะลุผ่านไปแบบจื้อจงเลยมันก็ไม่เป็ไรหรอก แต่นี่พอเขาะโข้ามเท้าของนางมามันก็เป็เครื่องยืนยันชัดๆ ว่าเขามองเห็นพวกนาง โอ๊ย จะบ้าตายให้กับความเอ๋อของตัวเอง
“เป็อะไรรึอยู่ๆ ะโทำไม”
‘เ้าเห็นพวกข้า ข้ารู้หรอกน่า’
‘นั่นสิทำไมต้องทำเป็มองไม่เห็นพวกเราด้วยล่ะ’
เสียงเย็นๆก้องๆ ของพวกนางมากรอกหูเขาซ้ายขวา โอ๊ย ขนลุก! เห็นไม่เท่าไหร่เพราะเริ่มชิน แต่มาประชิดตัวกระซิบข้างหูแบบนี้มันก็ยังไม่ได้ป่ะ! และก็ชอบมาทำแกล้งเขาแบบนี้ใครจะยอมรับง่ายๆ
“ข้า…ออกกำลังกาย ะโกลับห้องน่าจะช่วยให้ขาแข็งแรงขึ้น”
โอ๊ย ข้อแก้ตัวบัดซบแมวมาก!
คิก คิก คิก พวกนางหัวเราะขบขันกับข้อแก้ตัวของเขา อืม หัวเราะไปเถอะให้ตายเขาก็ไม่หันไปมองหรอก
“หือ? ....เ้าสบายดีนะอาเหอ”
ส่วนอาจื้อคงคิดว่าเขาท่าจะประหลาดขึ้นทุกวันกระมัง เพราะ่นี้โดนพวกนางแกล้งบ่อยๆ เขาเลยเผลอทำตัวประหลาดๆ แบบนี้ให้อาจื้อเห็นบ่อยครั้งไปด้วย
“ดีสิ ดีมากเลย แหะๆ กลับห้องกันเถอะอย่าสนใจเลย”
เขาบอกก่อนจะจูงมือรีบพาจื้อจงกลับห้อง
ตกดึกเขาก็มานั่งขบคิดวิธีการหาข้อมูลต่างๆ เพิ่ม พร้อมกับรวบรวมข้อมูลจากนิยายที่มีอยู่ในหัว่นี้ด้วย ว่าเื่ใดน่าสนใจ และอีกเื่ที่คิดคือเมื่อช่วยเถียนถิงได้ในระดับหนึ่งแล้วเขาก็อยากจะช่วยเยว่เล่อด้วยเช่นกันจึงนึกไปถึงชายที่เยว่เล่อแอบชอบ ว่าตอนนี้เขามีข้อมูลใดเกี่ยวกับคนผู้นี้อยู่บ้าง
“อาจื้อข้าถามอะไรหน่อยสิ…เ้ารู้เื่ขององค์ชายเจ็ดเลี่ยงหรงบ้างหรือไม่”
หนิงเหอถามจื้อจงที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาภายในห้องนอน ที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่กันสองคนจริงๆ แต่มีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงด้วยอีกสองหน่อ นั่นก็คือพี่สาวทั้งสองคนนั้นแหละ
“ข้าจะไปรู้เื่ขององค์ชายที่อยู่ในวังหลวงได้อย่างไรเล่า”
ต่อให้จื้อจงจะรู้เื่พวกคุณหนูคุณชายโดยรอบนี้มากแค่ไหนแต่ก็ใช่ว่าเขาจะเก่งขนาดรู้ได้ทั้งเมืองหลวงเสียหน่อย ยิ่งเื่ของในวังยิ่งไม่ต้องพูดถึงใครมันจะไปรู้ขนาดนั้นกันจื้อจงคิดในใจ อาเหอก็ถามแปลก
“ก็ข้าเห็นเ้ายังรู้เื่รัชทายาทกับฮ่องเต้เลยนี่”
“ข้าก็รู้แต่เื่พลังมั้ยเล่า เื่พวกนี้พูดกันให้ทั่วเมืองหลวงมันเป็ข่าวดัง แต่เื่ภายในใครจะไปรู้เล่า”
‘แต่ข้าพอรู้นะ พี่สาวข้าทำงานอยู่ในนั้น’
“….”
หนิงเหอเหลือบสายตาไปมองข้างกาย หนึ่งในพี่สาวที่เขาบอกว่าไม่ใช่มนุษย์กำลังนอนลอยตัวอยู่บนที่นอนของเขาอย่างสบายใจนางพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ที่เหมือนจะมีชัยอยู่เล็กๆ
นี่ถ้าเขาอยากรู้เื่นี้จริงๆ ก็ต้องถามนางสินะ…นั่นแปลว่าเขาต้องยอมรับว่าเขามองเห็นพวกนางจริงๆ แม้พวกนางจะรู้อยู่แล้วก็เถอะว่าที่ผ่านมาเขาเพียงแค่แสร้งมองไม่เห็นและไม่ยอมรับความจริงเท่านั้น
แต่จะว่าไปการสื่อสารกับพวกิญญาได้ก็น่าจะมีประโยชน์กับเขาในเื่หาข้อมูลอยู่ไม่น้อยเลยนะ เพราะถ้าให้ิญญาที่ทุกคนมองไม่เห็นไปสืบข่าว ร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีใครจับได้แน่นอน…โอ้ว! เป็ความคิดที่เข้าท่าสุดๆ
เมื่อคิดถึงผลประโยชน์และผลพลอยได้ที่ตามมา ความกลัวทั้งหลายก็มลายหายไปทันที อีกอย่างพวกพี่สาวก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นเสียหน่อย บางทีนานๆ เข้าเขาก็น่าจะชินกับพวกนางไปเอง ขนาดตอนนี้ยังเริ่มชินและปรับตัวได้แล้วเลย…มันต้องลองๆ
“อาจื้อเ้ารีบเข้านอนเถอะ ข้าไปเข้าห้องน้ำสักครู่เดี๋ยวรีบกลับมา”
“อืม รีบไปรีบมาล่ะ”
หนิงเหอมองไปที่พี่สาวผู้นั้นก่อนจะยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย ซึ่งนางก็เผยรอยยิ้มกว้างก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นด้วยความรวดเร็วและเข้าประชิดเขาทันที นั่นทำเอาเขาแอบสะดุ้งไปเล็กน้อย…สงสัยเขาคงต้องปรับตัวให้เข้ากับิญญาพวกนี้อีกเยอะเชียว แต่ถ้าถามว่าตอนนี้เขาแยกคนกับิญญาออกได้อย่างไร ก็จากเวลาเกือบสามเดือนที่ผ่านมา สิ่งที่เขาเห็นจนชินตาคือถ้าสังเกตดีๆ ิญญาจะมีแสงรอบๆ ตัวอยู่เล็กน้อยซึ่งมนุษย์จะไม่มี และเสียงของพวกิญญาก็จะก้องกว่ามนุษย์ด้วย นั่นจึงทำให้เขาแยกระหว่างิญญากับมนุษย์ออกได้
‘ในที่สุดเ้าก็ยอมรับพวกข้าแล้ว’
นางหัวเราะคิกคักด้วยความดีใจก่อนจะลอยทะลุห้องออกไปด้วยความรวดเร็ว อืม เื่นี้มนุษย์ก็ทำไม่ได้….
เมื่อเขาเดินออกมาจากห้องก็มุ่งหน้าไปยังลานซักล้างซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำทันที
“….”
เขามองพวกนางที่ลอยตามเขามาจนถึงลานซักล้าง
‘เ้ายอมรับว่ามองเห็นพวกข้าแล้วจริงๆ รึ!’
“แฮ่ม…ก่อนอื่น พี่สาวทั้งสองคือใครรึ ทำไมถึงอยู่ในจวนนี้ได้”
เขากระแอมไอก่อนจะเริ่มถามพวกนางทั้งสอง เป็การพูดคุยกับพวกิญญาอย่างเป็ทางการครั้งแรก ยอมรับว่าแอบเกร็งอยู่นิดๆ สรุปเขานี่ไม่น่าจะปกติแล้วล่ะ ถึงกับมานั่งคุยกับิญญาเป็เื่เป็ราวแบบนี้ได้แล้ว…เอาน่าเพื่อเงิน…แค่กๆ หมายถึงเพื่อข้อมูลดีๆ ในภายภาคหน้า หวังว่าการเจรจาในครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี
‘ข้าอ้ายฝู ส่วนนี่น้องสาวข้าอ้ายเจีย เราสองคนเป็พี่น้องกัน’
ตามที่เขาสังเกตใบหน้าชัดๆ ของพวกนางทั้งสอง อ้ายฝูจะหน้าหวานกว่าและดูโตกว่าอ้ายเจียผู้เป็น้องสาวที่หน้าตาจะออกไปทางสวยแบบคมๆ ดูห้าวๆ อืม ก็ไหนๆ จะเปิดใจยอมรับกับตัวเองแล้วเขาก็ต้องพยายามเปิดใจให้ความสำคัญกับพวกนางด้วย
‘พวกเราสองคนเคยเป็บ่าวของจวนนี้ แต่จมน้ำตายกันไปเมื่อปีที่แล้ว’
อ้ายเจียอธิบายเพิ่ม
“จมน้ำตาย…ทั้งคู่เลยรึ?!”
‘ใช่ ตอนนั้นเราสองคนไปเก็บดอกบัวจะไปให้คุณชายรอง แต่เรือคว่ำเราว่ายน้ำกันไม่เป็เลยจมน้ำตายกันทั้งคู่’
โอ้ ซวยจริงๆ แล้วว่ายน้ำไม่เป็แต่ดันออกเรือกันไปแค่สองคนเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย!
‘นั่นทำให้คุณชายรองรู้สึกผิดกับพวกเราอยู่ไม่น้อย และที่ยังอยู่ดีมีพลังิญญาได้ขนาดนี้ก็เพราะคุณชายรองคอยทำบุญให้อยู่บ่อยๆ น่ะ’
พี่ฝูบอก
“อ่อ เื่เป็เช่นนี้เอง เช่นนั้นข้าขอเรียกพวกท่านว่าพี่ฝูกับพี่เจีย ได้หรือไม่”
‘เ้าไม่กลัวพวกข้าแล้วรึ’
อ้ายฝูถามด้วยความสงสัยเพราะที่ผ่านมาพวกนางรู้ดีว่าหนิงเหอกลัวและทำเป็มองไม่เห็นพวกนาง ดังนั้นพวกนางจึงออกมาให้เห็นบ่อยๆ เท่าที่พวกนางจะทำได้ อ่อ มีแอบแกล้งเล่นอีกเล็กน้อยด้วย หุหุ
“แรกๆ ยอมรับว่ากลัวและใมากเลยแหละ แต่พอนานเข้าก็เริ่มชิน จนตอนนี้ก็เริ่มไม่กลัวแล้ว”
หนิงเหอยอมรับโดยตรง
‘ดีจริง! เช่นนั้นข้าเรียกเ้าว่าอาเหอดีหรือไม่’
“ตามที่พี่สาวทั้งสองสะดวกเลย”
‘ว่าแต่เ้าอยากรู้เื่องค์ชายเจ็ดไปทำไมรึ’
อ้ายเจียถามเขา
“อ่อ เื่นั้น…เผื่อเป็ข้อมูลในวันข้างหน้าน่ะ ที่จริงข้าอยากรู้เื่คนในวังหลายคนเลย แต่ที่ผุดขึ้นมาตอนนี้เป็องค์ชายเจ็ดน่ะ”
ก็อย่างที่เขาขบคิดไปเมื่อครู่นี้ ว่าอยากรู้เื่ขององค์ชายเจ็ดเพราะองค์ชายเจ็ดเป็คนที่เยว่เล่อแอบชอบ ถ้าเถียนถิงจะสมหวังเขาก็อยากให้เยว่เล่อสมหวังด้วยเช่นกัน ทว่าองค์ชายเจ็ดนั้นแทบจะไม่ออกมาปรากฏในนิยายเลย ออกมาน้อยนิดมากทำให้มีแค่ข้อมูลบางส่วนเท่านั้น ที่อธิบายเกี่ยวกับรูปร่างอายุ ลักษณะนิสัยใจคอและพลังของเ้าตัว
‘เื่ในวังหลวง สำหรับคนอื่นๆ ข้าก็พอรู้แต่ก็รู้ไม่เยอะหรอก เื่องค์ชายเจ็ดก็เช่นกัน’
“ไม่เป็ไร เอาเท่าที่รู้ก็ได้ขอรับ พวกพี่เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่”
พวกนางพยักหน้าก่อนจะเริ่มเล่า
ทั้งสองเล่าเื่องค์ชายเจ็ดเลี่ยงหรงให้เขาฟังอย่างไม่หมกเม็ด ราวกับพวกนางไม่ได้คุยกับผู้อื่นมานานมาก พวกนางนั่งคุยกับเขายาวจนถึงยามโฉซึ่งเมื่อเห็นว่าไม่มีข้อมูลสำคัญอะไรเพิ่มเติมแล้วเขาก็เริ่มง่วงขึ้นมา จึงขอตัวไปนอนก่อน ทว่าก่อนจะไปนอนพี่สาวทั้งสองก็ได้บอกสิ่งที่น่าสนใจกับเขามาอีกหนึ่งเื่ และก็เป็สิ่งที่เขาคิดอยู่เลยด้วย
‘ถ้าเ้าอยากได้ข้อมูลอื่นๆ ในวังหลวงหรือที่อื่นๆ เพิ่มมากกว่านี้ล่ะก็…ทำบุญให้พวกข้าเยอะๆ สิ ถ้าพลังิญญาของพวกข้าสูงมากกว่านี้ พวกเราก็จะสามารถไปที่อื่นได้นอกจากในจวนนี้’
อ้ายฝูเสนอ และมันก็เป็ข้อเสนอที่น่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว เพราะอย่างที่บอกว่าถ้าให้พวกิญญาไปสืบร้อยทั้งร้อยอย่างไรก็ไม่มีทางถูกจับได้นอกจากคนที่มาตามจับจะมองเห็นิญญาเหมือนเขาเท่านั้นแหละ!
‘ก็ไม่ใช่ว่าที่คุณชายรองทำให้ทุกปีมันไม่เพียงพอหรอกนะ แต่มันเพียงพอแค่ให้พวกข้าอยู่อย่างสบายได้ภายในจวนนี้เท่านั้น แต่ถ้าออกไปนอกจวนพลังิญญาก็จะอ่อนแอลง’
‘ใช่ๆ! ถ้าเ้าหมั่นทำบุญให้พวกข้าบ่อยๆล่ะก็ พลังิญญาของพวกข้าก็จะสูงขึ้น ถ้าเป็เช่นนั้นพวกข้าก็จะออกไปสืบหาข้อมูลให้เ้าได้ไง คิดซะว่าเป็ค่าจ้างของพวกข้าก็ได้ เ้าเองเวลาทำงานยังได้ค่าจ้างเลย เช่นนั้นก็ให้พวกข้าทำงานให้เ้า แลกกับการที่เ้าทำบุญให้พวกข้าเป็ไง’
ทั้งสองกระตือรือร้นช่วยกันนำเสนอข้อดีในการคบค้ากับิญญาอย่างพวกนาง เพราะรู้ดีว่า่นี้หนิงเหอกำลังทำงานประเภทไหนอยู่ และการที่หนิงเหอทำบุญให้พวกนาง หนิงเหอย่อมได้ประโยชน์ในเื่นี้อย่างแน่นอน
“อืม….”
ส่วนทางหนิงเหอนั้นกำลังรู้สึกถูกใจพี่สาวทั้งสองคนนี้เป็อย่างมาก เขาไม่ต้องเสนอ พวกนางก็เป็ฝ่ายมาสนองเขาก่อนแล้ว จากคำพูดพวกนางรู้ดีว่าเขาทำอาชีพเสริมอะไรและ้าอะไรในเวลานี้ จึงไม่รีรอและรีบยื่นข้อเสนอนี้กับเขาทันที พวกนางดูฉลาดและเป็งานมากๆ เขาชอบ!
“ดูเหมือนพวกพี่จะอยากออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนนี้ด้วยสินะ เพราะที่ผ่านมาต้องอยู่แต่ในนี้ตลอด”
เขาถามอย่างรู้ทันในเื่นี้ด้วย มันก็คงจะอึดอัดไม่น้อยแหละที่ต้องติดอยู่แต่ในจวนนี้มาเป็ปีๆ
‘แหะๆ ก็ทำนองนั้น…แต่พวกข้ารับรองว่าจะตั้งใจทำงานให้เ้า ไม่ให้เสียเปล่าแน่นอน!’
พวกนางรีบออกตัวว่าจะตั้งใจทำงานไม่ให้เขาเสียเปล่า
“หึหึ ข้าเชื่อๆ ว่าพวกท่านทำได้แน่นอน เช่นนั้นพวกท่านอยากได้อะไรอื่นอีกหรือไม่ อย่างไรพรุ่งนี้ข้าก็ต้องออกไปตลาดอยู่พอดี เพราะขอลุงเฉินไว้ว่าจะเป็คนจ่ายตลาดเช้าให้ เช่นนั้นข้าจะซื้อของทำบุญมาเผื่อให้พวกพี่สาวเลย”
เขาถามทั้งสอง ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องรีบลงมือทำ ลงทุนกับิญญานี่แหละน่าจะเป็ทางเลือกที่ดีในการทำงานขายข้อมูลแล้ว!
‘จริงรึ พวกข้าขอได้รึ!’
“จริงสิ แต่อย่าแพงนะ ข้าไม่ค่อยมีเงิน”
พอพี่สาวทั้งสองบอกสิ่งที่้ามาคนละอย่างสองอย่างเขาก็รับปากและรีบขอตัวไปเข้านอนทันที เกือบลืมไปเลยว่าตนเองขอไปจ่ายตลาดเช้า หากตื่นสายลุงเฉินได้กินหัวเขาแน่
รุ่งขึ้นเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากการถูกปลุกโดยจื้อจง ปลุกธรรมดาโลกไม่จำ จื้อจงผู้รู้ว่าเขาชอบสิ่งใดมากที่สุด เพียงแค่ได้ยินเสียง กรุ๊กกริ๊ก ข้างหูก็ทำให้เขาสามารถสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ทันที
ส่วนตอนนี้พวกเขาก็ออกมานอกจวนเพื่อไปซื้อของในตลาดกันแล้ว ทว่าจื้อจงก็ยังบ่นมาตลอดทางถึงวิธีการปลุกเขา
“ข้าเรียกเ้าเป็สิบครั้งเ้ากลับไม่ตื่น ทว่าแค่ข้าหยิบถุงเงินออกมาเขย่าข้างหูเ้ากลับสะดุ้งตื่นอย่างง่ายดาย…ข้าไม่รู้จะพูดคำไหนจริงๆ”
“ก็นั่นมันของชอบของข้า เ้าเองก็เหมือนกันนั่นแหละอย่ามาว่าแต่ข้าเลย ยังไม่ต้องได้ยินเสียงแค่ข้าเอื้อมมือหยิบเ้าก็ตื่นแล้วเถอะ”
มาว่าแต่เขาตัวเองก็เหมือนกันนั่นแหละ
“ชะ…ช่างเื่ตื่นนอนกันเถอะ ข้าจะรีบไปซื้อของให้ เ้าก็รีบแยกไปทำธุระของเราเถอะ หากกลับช้าเดี๋ยวจะโดนดุอีก”
เขากับจื้อจงตกลงกันว่าจื้อจงจะแยกไปจ่ายตลาดเอง ส่วนเขาให้แยกไปทำธุระเื่ดูบ้านที่พวกเขาวาดฝันกันเอาไว้ เพื่อจะได้รู้ว่าราคาประมาณเท่าไหร่ และพวกเขาจะต้องช่วยกันหาเงินอีกมากน้อยเพียงใดถึงจะพอ
เมื่อถึงจุดที่ต้องแยกกันจื้อจงก็บอกเขาทันที
“หึหึ เช่นนั้นอีกสองเค่อเรามาเจอกันตรงนี้นะ ข้าไปล่ะ”
หลังจากที่แยกกันทางกันเรียบร้อยเขาก็ตรงดิ่งไปยังอาคารจัดหาบ้านหรือที่ดินทันที ครั้งที่แล้วออกมาจ่ายตลาดกับพี่อิ่งอิงบ่าวสาวประจำห้องครัวนางบอกเขาเอาไว้ว่าอาคารจัดหาบ้านอยู่ตรงนี้ อ่อ วันนั้นหลังจากที่มีเื่สกุลอี้เกิดขึ้นนางยังมาคุยเื่ของญาติผู้นั้นให้ฟังด้วยท่าทางสะใจอยู่เล็กๆ ด้วย เพราะเห็นว่านางก็ถูกลงโทษไปด้วย ถามว่าทำไมพี่อิ่งอิงถึงไม่รู้สึกเสียใจกับญาติคนนั้นพี่อิ่งอิงบอกว่านางชอบแกล้งพี่อิ่งอิงและชอบกดนางให้อยู่ต่ำกว่าเพราะนางเป็ถึงบ่าวขั้นหนึ่งแต่พี่อิ่งอิงเป็บ่าวขั้นสอง
เอ่อ…ทั้งที่ก็เป็บ่าวเหมือนกันจะกดกันไปเพื่ออะไรไอ้เขาก็งง
หนิงเหอเดินเข้าไปภายในอาคารเพื่อที่จะสอบถาม ก็มีคนเดินออกมาต้อนรับเขาพอดี
“มีอะไรให้ช่วยหรือไม่น้องชาย”
พี่ชายท่าทางใจดีถามเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“พอดีคุณชายของข้าให้มาสอบถามราคาของบ้านหรือที่ดินน่ะขอรับ อยากรู้ว่าตอนนี้มีที่ใดราคาเท่าใดบ้าง ข้าจะได้กลับไปรายงานคุณชายของข้าถูก”
เขาเลือกที่จะพูดไปแบบนั้นเพราะดูน่าเชื่อถือกว่าบอกว่ามาดูเอง เอาไว้ถ้ามีเงินมาซื้อเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน
“อ่อ งั้นเชิญทางนี้เลย ไม่ทราบว่าคุณชายของน้องชายดูบ้านแบบไหนไว้รึ ข้าจะได้เลือกมาให้ถูกแบบ”
พี่ชายคนนั้นถาม เขาก็นิ่งคิดไปสักพักก่อนจะเริ่มอธิบายรายละเอียดคร่าวๆ แบบที่้าให้ฟัง คือเปิดโรงน้ำชาและใช้เป็ที่พักได้
“คุณชายบอกว่าอยากเปิดโรงน้ำชาขอรับ พี่ชายช่วยแนะนำได้หรือไม่ว่าควรจะดูบ้านหรือร้านแบบไหนขนาดใดดี คือคุณชายท่านอยากไว้ใช้สำหรับพักอาศัยด้วย”
“โรงน้ำชาและเป็ที่พักในตัวรึ เช่นนั้นข้าจะที่เอาขนาดกลางและใหญ่ให้เ้าดู แล้วเ้าลองไปแจ้งคุณชายเ้าดูนะ หากไม่แน่ใจก็ให้คุณชายมาดูด้วยตนเองก็ได้”
‘เ้าเด็กคนนี้นี่ใช้ได้จริงๆ เพิ่งเข้ามาทำงานแต่ก็ต้อนรับผู้คนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกรับอย่างเ้าหน้าที่คนก่อนหน้านี้ สมน้ำหน้ามันจริงๆ ถูกร้องเรียนจนต้องถูกลดเงินเดือน หึหึ มันต้องคนแบบนี้สิถึงจะถูกใจข้า’
พอพี่ชายพูดจบ เขาก็ได้ยินเสียงก้องๆ คล้ายเสียงของพวกพี่สาวพูดแทรกต่อขึ้นมาทันที
“….”
อีกแล้ว…ิญญานี่มันมีอยู่เกือบทุกที่จริงๆ สินะ
ครั้งนี้เป็ท่านลุงที่ดูมีอายุสักสี่สิบกว่าปีได้ สูงสมส่วนและดูท่าทางใจดี…
‘เห้อ เป็เช่นนี้ข้าค่อยไปได้อย่างสงบหน่อย ไหนๆ พลังิญญาก็จะไม่เหลือให้อยู่ต่อได้แล้ว วันนี้ข้าจะตั้งใจดูเ้าทำงานอย่างเต็มที่เลยเ้าหนุ่มเอ๊ย!’
พลังิญญากำลังจะหมดก็จะหายไปงั้นรึ?
“พี่ชาย ข้าขอชาสักถ้วยได้หรือไม่ ข้าเดินเท้ามาไกลมากเลย เดี๋ยวต้องรีบเดินเท้ากลับไปรายงานคุณชายอีก ข้ารบกวนพี่ชายแล้ว”
เขาบอกพี่ชายตรงหน้า เพราะเขามีเื่สงสัยบางอย่างอยากจะถามิญญาท่านลุงผู้นั้น
“แย่จริงข้าก็ลืมเสียสนิท เสียมารยาทน้องชายแล้ว พอดีข้าเพิ่งมาทำงานได้ไม่นานขอน้องชายอย่าถือสา ข้าจะรีบไปเตรียมชามาให้”
“มิได้ๆ ข้าสิรบกวนพี่ชาย”
“รอสักเดี๋ยวนะน้องชาย”
พอพี่ชายผู้นั้นเดินจากไป ิญญาท่านลุงผู้นั้นก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและมองมาที่เขาราวกับพิจารณา
“ข้ามีอะไรผิดแปลกรึขอรับท่านลุง”
‘อ่า…ไม่แปลกๆ ข้าแค่มอ….ง อั๊ยหยา!!! เ้ามองเห็นข้าด้วยรึหลานชาย!!!’
ท่านลุงตอบเขาก่อนจะใที่เขามองเห็นตัวเอง
“ขอรับ ที่จริงก็ไม่อยากยอมรับหรอกขอรับว่ามองเห็น แต่ข้าเลือกแล้วว่าจะลองเปิดใจคุยกับิญญาที่มองเห็นดู ก็เลยลองทักท่านลุงดูน่ะขอรับ”
เขาตอบด้วยท่าทางนอบน้อม
อืม…ว่าแต่นี่เขากลายเป็คนที่สามารถนั่งคุยกับิญญาได้สบายๆ แบบนี้ไปแล้วสินะ! เหอะๆ
________________________
หุๆๆๆ น้องสร้างเครือข่ายและ 555+
เห็นอนาคตความโกงอยู่รำไร
เริ่มเข้าข่ายลูกรักGM ไปทุกทีนะน้องเหอ
สายสืบที่ไม่มีใครสามารถตามจับได้กำลังจะบังเกิด
ขอบคุณทุกคอมเม้นทุกกำลังใจนะคะ
รักและคิดถึงคนอ่านเช่นเคยจ้า ตุฟๆน้า