เหตุการณ์เมื่อครู่นี้นั้นสร้างความตื่นตกใจต่อผู้พบเห็น พวกมันนั้นไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าหนุ่มตรงหน้ามันจะมีความโหดร้ายป่าเถื่อนเช่นนี้ เสียงผู้คนโดยส่วนมากนั้นไม่ได้ไปในทางชื่อชมในความกล้าของหลินเทียน แต่โดยมากจะเป็นการสบประมาทว่าร้ายเสียมากกว่า ว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้ช่างเป็นผู้ที่ไม่รู้จักประมาณตน ว่าบุคคลที่ตัวของมันกล้าไปยั่วยุนั้นตัวของเขาเป็นตัวตนระดับไหน ความใจกล้าบ้าบิ่นของมันนั้นจะเป็นตัวดับอนาคตของมันเอง ผู้คนล้วนแล้วแต่แอบส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารไปให้กับหลินเทียน
“เห้อ เห้อ เจ้าหน้าใหม่ผู้นี้ความคิดความอ่านของมันช่างโง่เขลานัก อีกไม่นานเจ้าพวกหมิ่งยู่จะต้องมาจัดการเจ้าหน้าใหม่ผู้นี้เป็นแน่” ศิษย์ฝ่ายในเป็นจำนวนไม่น้อยที่กำลังพูดถึงเรื่องของหลินเทียนอย่างออกรส
“มันก็ไม่แน่เสมอไป เจ้าหลินเทียนผู้นี้ข้าติดตามมันมานาน ตัวของมันนั้นทำผลงานได้ดีตอนที่อยู่ศิษย์ฝ่ายนอก ไม่แน่ว่ามันอาจที่จะสามารถจัดการเจ้าพวกหมิงยู่นั่นได้ก็เป็นไปได้”
“ฮ่า ฮ่า นี่เจ้าพูดเรื่องเพ้อฝันอะไรกัน เพียงแค่มันรักษาชีวิตของมันให้อยู่รอดปลอดภัยได้ก็นับว่าเป็นวาสนาสูงสุดในชีวิตมันแล้ว เรื่องการเอาชนะนั้นอย่าไปพูดถึงมันเลย” พวกมันนั้นต่างรู้กันดีว่าเจ้าหมิงยู่ผู้นี้นั้นทรงพลังขนาดไหนในกลุ่มคนของศิษย์ฝ่ายใน และมันคือผู้ที่จะสามารถก้าวข้ามขึ้นไปเป็นศิษย์หลักภายในอนาคตตัวตนที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้พวกมันไม่เชื่อถืออย่างเด็ดขาดว่า เจ้าเด็กหน้าใหม่ผู้นี้จะเอาชนะได้ และพวกมันก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าชีวิตของหลินเทียนหลังจากนี้คงที่จะไม่อยู่รอดปลอดภัยนักเพราะเจ้าหมิงยู่ผู้นี้นั้นก็ไม่ใช่คนที่ใจกว้างอะไรมากนักผู้ที่ปฎิเสธคำเชิญของมันล้วนแล้วแต่จบไม่สวยสักลาย
ณ ห้องโถงแห่งหนึ่งเป็นสถานที่รวมตัวของกลุ่มหมิงยู่
“อ๊ากกก ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ เจ้าเดรัจฉานนั่นมันกล้ามาลองดีกับข้าอย่างงั้นเหรอ” หลังจากที่หมิงยู่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดตัวของมันก็เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นเป็นอย่างมาก การที่ตัวของหลินเทียนนั้นกล้าที่จะจัดการคนของมันต่อหน้าผู้คนมากมาย การกระทำของมันเช่นนี้นั้นเท่ากับว่าไม่เห็นมันผู้นี้อยู่ในสายตาเลย
“นายน้อยขอรับพอแค่นี้ก่อนเถอะ เดียวเจ้าเศษสวะนี่จะตายเอาได้มิเช่นนั้นคงเกิดปัญหาตามมาไม่น้อย” ลูกน้องคนสนิทของมันกล่าวเตือนต่อผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วงเพราะบัดนี้นั้นมีชายผู้หนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณใต้ฝ่าเท้าของมัน เจ้าคนผู้นี้ก็คือเจ้าสุนัขรับใช้ที่ตัวของหลินเทียนทำการสั่งสอนไปนั่นเอง
“เหอะมีอะไรต้องกลัว พี่ชายของข้าเป็นถึงศิษย์หลักแม้แต่ตัวของผู้อาวุโสก็ยังต้องไว้หน้า เพียงแค่เจ้าเศษสวะตายไปหนึ่งคนพวกมันจะกล้ามาเอาเรื่องข้าอย่างงั้นเหรอ” เจ้าหมิงยู่ผู้นี้นั้นกล่าวออกมาอย่างได้ใจ เพราะมันมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนที่เป็นถึงศิษย์หลักผู้ใดไหนเลยที่จะกล้ามาขัดขวางหรือกล้าขัดใจ มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเจ้าบัดซบผู้หนึ่งที่ตัวของมันกล้าทำตัววอนหาเรื่องเช่นนี้
“ชิ เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกันเพียงแค่เผลอทำเจ้าเศษสวะผู้หนึ่งตกตายไปตัวของข้านั้นจะแก้ปัญหาไม่ได้อย่างงั้นเหรอ อย่าให้มันมากไปนักข้ารู้ดีว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำไม่ต้องให้ขี้ข้าเช่นเจ้ามาสอน”
“ขอรับนายน้อย” ผู้ติดตามของเจ้าหลินยู่ตอบรับอย่างว่าง่ายถึงเจ้าคนตรงหน้ามันจะทำตัวบัดซบเพียงไร แต่พรสวรรค์และความสามารถของมันก็ล้วนแล้วแต่เป็นของจริงและชาติตระกูลของมันก็ยังไม่ธรรมดาอีกด้วย
“หลินเทียนข้าจะจดจำรายนามของเจ้าเอาไว้เมื่อเวลานั้นมาถึงตัวข้าจะคิดทั้งต้นทั้งดอกเลยคอยดู” ดูเหมือนว่าชีวิตของหลินเทียนในยามนี้นั้นจะปลอดภัยนักเพราะตัวของเขานั้นกำลังโดนถูกหมายหัวเอาไว้อยู่เจ้าคนบัดซบผู้นี้นั้นเป็นถึงจอมเวทที่แท้จริงขั้นที่ 5 อยู่สูงกว่าหลินเทียนมากถึง 3 ระดับ
“นายน้อยพวกเราจะจัดการมันอย่างไรดีถึงแม้ว่าแหล่งข่าวจะไม่แน่ชัดแต่ดูเหมือนว่าเจ้าหลินเทียนผู้นี้จะมีความสนิทสนมกับท่านผู้อำนวยการชิงหลงไม่น้อย หากเราจัดการมันโดยไม่คิดอะไรคงได้เกิดปัญหาตามมาแน่” ดูเหมือนว่าทานด้านกลุ่มคนของหมิงยู่นั้นจะรู้ถึงตัวตนหลินเทียนเป็นอย่างดีแสดงว่าก่อนที่พวกมันจะเชิญตัวเด็กหนุ่มพวกมันได้ทำการสืบข่าวจนหมดสิ้นแล้ว
“เหอๆ รอให้ประตูสวรรค์เปิดก่อนเถอะสถานที่แห่งนั้นจะกลายเป็นหลุมฝังศพของมัน ต่อให้ผู้อำนวยการชิงหลงจะสงสัยในตัวพวกเราหากตัวเขามีหลักฐานไม่เพียงพอเขาจะต้องไม่กล้าลงมือกับพวกเราเป็นแน่” ท่านปู่ของหมิงยู่ผู้นี้นั้นก็เป็นหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งของทวีปแห่งนี้ มันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยชื่อเสียงของท่านปู่ของมันผู้อำนวยการชิงหลงจะต้องไม่กล้าลงมือกับตนเป็นแน่ถ้าหากมีหลักฐานที่เพียงพอนับว่าชีวิตของมันผู้นี้นั้นวาสนาดีเสียเหลือเกินที่มีท่านพี่และท่านปู่ของมันคอยหนุนหลังไว้อยู่
ภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นนับว่ามีความอันตรายอยู่ไม่น้อยที่กำลังรอคอยหลินเทียน และตัวของหลินเทียนเองนั้นตัวของเขาก็รู้ดีว่าหลังจากที่ตนเองจัดการเจ้าสุนัขรับใช้นั่นไปปัญหามันคงที่จะไม่จบอยู่เพียงแค่นี้ มีเพียงแต่ที่ตัวของหลินเทียนจะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นที่ชีวิตของตนจะอยู่รอดปลอดภัย
ในช่วงวันเวลาก่อนที่หอคอยสวรรค์จะเปิดนั้นหลินเทียนยังคงที่จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขไม่มีผู้ใดแม้แต่คนเดียวที่มาหาเรื่องกับหลินเทียน แต่ก็มีบางครั้งบ้างที่ตัวของหลินเทียนต้องเดินสวนทางกับลูกน้องของ
หมิงยู่โดยบังเอิญสายตาของพวกมันแต่ล่ะคนที่จ้องมองมาทางตนนั้นราวกับว่าพวกมันกำลังสื่อข้อความกับหลินเทียนว่าให้ระวังตัวเอาไว้ให้ดี
“ที่พวกมันยังไม่ลงมือกับข้าหรือเป็นเพราะพวกมันจะจัดการข้าที่หอคอยสวรรค์อย่างงั้นเหรอ” ดูเหมือนว่าก่อนที่หอคอยสวรรค์จะเปิดขึ้นนั้นตัวของหลินเทียนจะต้องเตรียมตัวไว้ให้ปากเสียแล้วเพราะตัวของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะเสียเปรียบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นระดับพลังหรือจะเป็นกำลังคน ไม่ว่าจะด้านไหนตัวของเขาก็เสียเปรียบแต่นี่ก็นับว่าไม่เป็นปัญหาอะไร ตัวของเขานั้นก็เตรียมการที่จะจัดการพวกมันเช่นกัน หากมันหมายที่จะเอาชีวิตของตนหลินเทียนก็จะไม่มีวันที่จะแสดงความเมตตาต่อเจ้าคนพวกนี้อย่างเด็ดขาดถึงแม้ว่าตนเองจะต้องทำผิดกฏของโรงเรียนจอมเวทก็ตาม