ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่284 ทำนา

ลลิชตื่นนอนตอนเช้า ไปทำงานตามปกติเช่นเคย แต่วันนั้นหลังจากที่กลับมาถึงห้องก็พบว่ายายเป้ยมายืนรออยู่ก่อนแล้ว

“เป็นไง ได้เจอคุณไอแซคหรือเปล่า”

นี่คือคำถามแรกหลังจากที่เธอสอบเสร็จมาถึงห้อง ยายนี่ดูเหมือนว่าไม่อยากรู้เรื่องบนเรือเลย นอกจากกัปตันที่ดูอบอุ่นคนนั้น

“ได้เจอสิ”

พอได้ยินพลันทำให้เป้ยดี๊ด๊าเป็นพิเศษ

“จริงเหรอๆ แล้วเขาได้ถามถึงฉันหรือเปล่า”

“ไม่นะ เราไม่ได้คุยกัน ฉันก็สอบของฉันแล้วกลับนี่แหละ”

“โธ่...น่าเสียดายจัง”

ใช่เป้ยเสียดายและเธอเองก็เช่นกัน

ได้พบกับคุณเจมส์ทั้งทีแต่ไม่มีโอกาสเข้าไปพูดคุยใกล้ๆ ทำได้เพียงมองอยู่ตรงนั้น ดูห่างเหินราวกับคนไม่รู้จัก

แต่ลลิชก็เข้าใจดีนั่นแหละ ในฐานะคนร่ำรวย เขาจะมาสนใจผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอได้ยังไง อีกทั้งวันนี้เป็นการสอบคัดเลือกผู้มีความสามารถ ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยส่วนตัว

3 วันผ่านไปราวกับกระพริบตา

ลลิชได้รับข่าวจาก 'ธันเดอร์โบ๊ท' เธอผ่านการสอบ!

และที่น่ายินดีกว่านั้นคือเธอได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1! ข่าวนี้ทำให้ลลิชมีความสุขมาก แต่กระนั้นข่าวที่ได้รับก็ทำให้เธอไม่ยินดีจนเกินไป

“การทดสอบ 1 เดือนหลังจากนี้คือของจริงสินะ ชักอยากจะรู้แล้วสิ ว่าใครจะได้อันดับ 2!” ลลิชดวงตาเป็นประกาย เมื่อมีเป้าหมายใหม่เธอไม่ลังเลเลยที่จะทิ้งงานในมหาลัยเถาองุ่น แล้วไปที่ 'ธันเดอร์โบ๊ท' เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

...........

เจมส์มีหลายเรื่องให้ทำ เรื่องเรือต้องใช้เวลาในการโปรโมท ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงตัดต่อวิดีโอโฆษณา ฟังว่าราว 1 สัปดาห์น่าจะแล้วเสร็จ เขาจึงใช้เวลาช่วงนี้เดินทางมายังสัตหีบ ดูไร่ที่ถูกปรับหน้าดินจนโล่งเตียน มีคูน้ำอยู่ในระหว่างกลาง ต่อให้หน้าแล้งมาถึงก็ไม่มีปัญหา ด้วยน้ำที่มีอยู่ภายในรับรองได้ว่าผลผลิตจะอุดมสมบูรณ์ตลอดปี

“คุณเจมส์...” ข้าวทักทายด้วยรอยยิ้ม นี่ก็ผ่านมานานแล้ว บาดแผลที่ถูกรักษาด้วยคลินิก 'JSV' หายดีเป็นปลิดทิ้ง ทำให้เธอมีความมั่นใจมากขึ้น และยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นเขา

เจมส์พยักหน้าให้เธอแล้วเข้าไปในไร่ เดินไปคุยไป นอกจากข้าวแล้วยังมีหุ่นแบนเนอร์ โดยหุ่นแบนเนอร์ที่ถูกนำมาเป็นหัวหน้าดูแลไร่โยกย้ายมาจากสวนทุเรียนที่วังน้ำเขียว ชื่อทิงเกอร์

หุ่นยนต์หน้าตี๋รูปงามคนนี้มีความสามารถอยู่ก่อน เขาจึงได้รับหน้าที่สำคัญในการดูแลไร่ และเทรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งถูกนำออกมา

“เจ้านาย หน้าดินถูกยกระดับขึ้นเสร็จแล้ว นอกจากนั้นยังขุดคลองน้ำลัดเลาะไปตามเส้นทางต่างๆ ยังมีท่อน้ำที่ฝังอยู่ใต้ดิน เวลาจะรดน้ำก็แค่กดปุ่มไม่จำเป็นต้องถือถังตัก จากสภาพการณ์ไร่ตอนนี้พร้อมสำหรับปลูกพืชผักทุกชนิด ไม่ทราบว่าเจ้านายต้องการปลูกอะไรครับ” ทิงเกอร์ หุ่นหน้าตี๋ถามเสียงเรียบ

เรื่องนี้ข้าวเองก็อยากรู้เช่นกัน

ที่ดินขนาดใหญ่ที่ได้มาจากมาเฟีย นอกจากจะอยู่ในทำเลที่ดีแล้วยังอุดมสมบูรณ์ ติดกับถนนใหญ่ จากเส้นทางนี้สามารถลำเลียงสินค้าเข้าออกได้อย่างง่ายดาย

สำหรับคำตอบนั้นเจมส์เตรียมไว้อยู่แล้ว เขาได้ครุ่นคิดมาหลายวัน หลังจากที่ได้รับที่ดินผืนใหญ่

“ผมจะปลูกข้าว”

“ปลูกข้าว...คุณเจมส์ ข้าวเปลือกราคาในตลาดตอนนี้แค่ 15 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าเป็นผลิตผลที่ไม่คุ้มทุน กว่าจะได้เป็นข้าวต้องใช้ปุ๋ย ใช้เวลานาน แม้เดี๋ยวนี้จะพัฒนาขึ้นแต่ราคาค้าขายยังตกต่ำ ผิดกับค่าปุ๋ยที่พุ่งสูง ทำยังไงก็ไม่มีทางรวย...คุณจะปลูกข้าวจริงๆ เหรอคะ ไม่ปลูกอย่างอื่นเช่นผลไม้ที่ให้ราคาสูง อย่างทุเรียน ส้ม องุ่น..ฯลฯ”

ข้าวมาจากครอบครัวธรรมดาทั่วไป แม้ที่บ้านจะไม่ประกอบอาชีพเกษตรกรทว่ายังมีเพื่อนฝูง ที่ประกอบอาชีพเหล่านั้น

ฟังว่าปีนึงให้ผลผลิตค่อนข้างน้อย วันดีคืนดีฝนตกผลผลิตที่ควรได้ก็เสียหาย หรือถ้าหากไม่มีน้ำก็แย่เลย นอกจากนั้นบางช่วงยังเสี่ยงน้ำท่วม เนื่องมาเขื่อนปล่อยน้ำมาโดยไม่บอกกล่าว อีกทั้งยังปล่อยมาในคราวเดียวไม่สนใจหัวอกชาวบ้าน หัวกลวงเข้าว่า

นอกจากนั้นการลงทุนในการทำนาก็มากกว่าหนึ่งแสนบาท ได้กลับมาเท่าไหร่กันเอง บางทีอาจขายได้แค่แสนกว่า หรืออาจน้อยกว่านั้น บวกลบแล้วก็ได้คืนมาไม่กี่หมื่น....แต่มันจะเรียกว่าได้กำไรเหรอ เวลาที่หมดไปกับที่ดินไร้ประโยชน์ และข้าวเปลือกถูกๆ ที่โดนกดราคา

สายตาของเจมส์ที่มองดูที่ดินผืนใหญ่มีความลุ่มลึกประมาณหนึ่ง กล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ในเมื่อมันมีราคาถูก งั้นก็ต้องสร้างคุณค่าให้มัน”

“ยังไงคะ?”

“แปรรูป”

แปรรูป...ข้าวพอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เฝ้ารอเขาพูดต่อไปเงียบๆ

“ผมจะใช้ข้าวสายพันธุ์ใหม่ของผม ที่เพิ่งวิจัยมาปลูกที่นี่ มันชื่อว่าข้าวสีทอง”

“ข้าวสีทอง...ไม่เคยได้ยินชื่อ”

“แหงสิ เพราะมันเป็นข้าวสายพันธุ์เดียวไม่มีสอง”

นี่คือคำโกหกที่เตรียมไว้

ยังไงซะก็คงไม่มีคำอธิบายใดดีไปกว่าการวิจัย และด้วยฐานะของเจมส์ เป็นการง่ายที่จะโกหก อย่างน้อยข้าวก็รู้ว่าเขารวยย่อมต้องมีทุนวิจัยเป็นธรรมดา ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ต้องอธิบายมาก

“ผมจะปลูกข้าวสีทอง มาทำเป็นเบียร์แบรนด์ใหม่” เจมส์พูดถึงผลแปรรูปของข้าวสีทองหลังจากนี้

“เบียร์...มิน่าล่ะคุณเจมส์ถึงอยากปลูกข้าว พูดถึงเบียร์ในตลาดราคาตอนนี้ค่อนข้างสูง อย่างต่ำก็ 60 บาทต่อขวด หรือเป็นกระป๋องก็ 35 บาท แพงมาก หากเทียบกับข้าวเปลือกราคา 15 บาท” ข้าวเปรยขึ้นหลังจากรู้ว่าเขาต้องการทำอะไร

แม้จะเห็นว่าเธอเป็นแค่ผู้จัดการไร่ ทว่าในความจริงแล้วมีความรู้ไม่น้อย

“เพราะงั้นไง การย่ำอยู่กับที่โดยไม่พัฒนามันถึงได้ไม่สามารถเพิ่มคุณค่าของสินค้าได้ ดังนั้นการแปรรูปเพื่อนำไปสู่สิ่งใหม่นั่นแหละ จึงถือว่าคุ้มค่าในการปลูกข้าว ไม่งั้นแล้วผมจะปลูกทำไม”

ข้าวพยักหน้าเห็นด้วยกับเจมส์ นี่สินะนักธุรกิจ พวกเขาไม่มีทางทำสิ่งที่ตัวเองขาดทุนอยู่แล้ว

“เอาล่ะวันนี้เราจะปลูกข้าวกัน ทิงเกอร์ฝากด้วยนะ” เจมส์ออกคำสั่ง

“ได้ครับเจ้านาย” หุ่นหน้าตี๋รับคำ รีบเดินออกไปจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ทันที

ตรงส่วนนี้ข้าวอยากไปช่วย แต่เจมส์บอกว่าไม่ต้องหรอก งานแบบนี้เหนื่อยไม่เหมาะกับผู้หญิง เดี๋ยวผิวสวยๆ จะหมองคล้ำ

แต่สาวเจ้าดันบอกว่าไม่เป็นไร ขอปลูกด้วยนี่สิ เจมส์จึงอนุญาต ปล่อยให้เธอทำตามใจชอบ

ข้าวสีทองตอนนั้นมันเติบโตและมีชีวิตดังอสูรกาย อย่างหนึ่งเนื่องจากสายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง ทนทานแม้จะปลูกในดินแดนทะเลทราย หรือดินแดนที่มีแต่น้ำแข็งก็ยังสามารถเติบโตได้ และเมื่อรวมกับน้ำยาปรับสภาพผิวดินจึงทำให้มันได้รับสารอาหารที่เกินพอดี แปรสภาพเป็นอสูรกายในที่สุด

ที่ดินผืนนี้ไม่ได้ใช้น้ำยาปรับสภาพผิวดิน มันเป็นดินธรรมดาที่ถูกยกระดับพื้นให้สูงและเรียบขึ้นเฉยๆ ดังนั้นการปลูกครั้งนี้จึงไม่ต้องกังวลสิ่งใด

ทิงเกอร์เริ่มขุดหลุมเล็กๆ มีขนาดเท่ากันราวกับกระเบื้อง 1 แผ่น ห่างกันประมาณช่วงแขนผู้ใหญ่ ทำแบบนั้นไปเป็นทางยาว ปลูกตามแนวแปลงที่ตัดแบ่งเป็นล็อคๆ ของเนื้อดินติดกับคูน้ำ

ข้าวเดินตามทิงเกอร์ คอยหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงไปในหลุม จากนั้นตามด้วยกลบหน้าดินเบาๆ ไม่ต้องลึกมาก ประเดี๋ยวจะอยู่ใต้ดินเกินไป

เมล็ดพันธุ์ข้าวที่อยู่ในมือเป็นสีทองอร่าม ช่างทำให้หญิงสาวประหลาดใจนัก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นพันธุ์ข้าวไหนสีสวยและมีขนาดใหญ่แบบนี้ ดังนั้นเธอจึงเชื่ออย่างสนิทใจว่ามันเป็นผลงานจากการวิจัยพันธุ์ใหม่

“เหนื่อยหรือเปล่า” เจมส์ถามในขณะที่กางร่มเดิน เขาไม่ได้ช่วย อาจมองดูว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษแต่เขาไม่คิดงั้น

ช่วงหลายวันที่ผ่านมาบนเรือค่อนข้างเหนื่อย ในไร่มีหุ่นแบนเนอร์ก็ให้หุ่นช่วย ทำไมต้องลงแรงเอง

แน่นอนว่าเขาดูไม่เหมือนพระเอกในละคร ที่ต้องพับขากางเกงพับแขนเสื้อ แล้วเดินลงไปช่วยหญิงสาว เพื่อแสดงความมีน้ำใจให้เธอได้เห็น

“ไม่หรอกค่ะ แค่นี้เองสบายมาก แต่ฉันค่อนข้างสงสัย หว่านข้าวลงไปในหลุมแค่ 1 เม็ดจะไม่เป็นไรแน่เหรอคะ” ข้าวถามด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

“ไม่เป็นไรหรอก ก็อย่างที่ผมได้พูดไปก่อนหน้า นี่คือข้าวสายพันธุ์ใหม่ มันไม่เหมือนกับข้าวทั่วไป หย่อนเมล็ดพันธุ์แค่ 1 เม็ดต่อหลุมก็พอแล้ว เชื่อไหมว่าพอมันโตขึ้น จะทำให้ที่นี่เป็นทุ่งข้าวสีทองอร่ามทั้งปี” ชายหนุ่มเจ้าของไร่กล่าวในขณะที่เดินตามใกล้ๆ

“คุณเจมส์ ถ้าหากสิ่งที่คุณพูดเป็นจริง งั้นเราก็สามารถสร้างคาเฟ่ได้สิคะ ไม่ว่าจะเป็นเดือนไหนปีไหน หากมีวิวสวยๆ ให้ดูล่ะก็ ที่นี่จะกลายเป็นแหล่งเช็คอินสำหรับสัตหีบเลยล่ะค่ะ”

คาเฟ่...นั่นก็เหมือนกับสิ่งที่ทำให้อาจารย์เกรซ เพียงแต่ของเธอเป็นโมเดลก้อนเมฆ แต่ที่นี่คือทุ่งนาสีทอง มันคงเป็นภาพสวยงามอย่างที่ว่า แต่อย่างใดก็ตามชายหนุ่มกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“คนเยอะยิ่งยุ่ง อีกอย่างข้าวของผมเป็นสายพันธุ์ใหม่ หากมีคนคิดไม่ซื่อล่ะก็มันคงไม่ใช่เรื่องดี”

ระหว่างนั้นเส้นด้ายปีนกำแพงฝั่งตรงข้าม ถือกล้องส่องทางไกลเฝ้าดูพวกเขาด้วยความโกรธเกลียด