ข้าคือสาวใช้ค่ะ ท่านแม่ทัพ

    บทที่ 7 // ตอนที่ 3-2 ข้าคือจ้าวฮุ่ยเจิน

            จ้าวฮุ่ยหวง องค์ชายเจ็ด  ผู้พร้อมด้วยความสามารถ  ความรู้ หน้าตา  ไม่ว่าสตรีใดๆ ในนครหลวงก็ต่างหมายปอง มาตแม้นโดนเรียกไปบำเรอแค่ชั่วคราวก็นับว่าเป็นบุญแต่ร่างกายตนเองแล้ว

            ทว่าเขาก็ไม่เคยทำกับสตรีแบบนั้น

            ที่ผ่านมามีขุนนางน้อยใหญ่ นำเสนอบุตรีตนเองเสมอมา  แม้อาจไม่ได้เป็นองค์รัชทายาท  ก็นับเป็นบุญแต่บุตรีของตนมากแล้ว  หากได้เป็นรัชทายาทในกาลหน้ายิ่งเหมือนโชคหล่นทับ

            ในห้องที่มีแสงเทียนสลัวบนเตียงที่นุ่มสบาย  เขากอดจูบสตรีนางหนึ่งอย่าดุดันสลับนุ่มนวล  มือไม้ลูบไล้ทุกส่วนราวกับอยากเสพรับทุกจุดของนาง  นางเองที่แอ่นแต่ละส่วนที่โดนลูบบิดไปมาคล้ายพึงพอใจที่สุดเมื่อโดนสัมผัส

            อามี่ สตรีอายุ 14 ปีได้เพียงชั่วยามบ่าวรับใช้ที่ซื้อมาจากที่ค้าทาส เชื่อฟังว่าง่าย ผิวพรรณดี น่ารัก นางบำเรอคนโปรดของของฮุ่ยหวง

            ฮุ่ยหวงเมื่อชอบอะไรแล้วต้องได้หากได้แล้วจะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ เขาไม่ใช่พวกที่ได้อะไรมาแล้วเขี่ยทิ้งโดยงานรู้จักใช้สอยอย่างเหมาะสม แต่ก็รักษาระยะไม่ให้สิ่งนั้นๆมีอิทธิพลกับเขาจนมากเกินไป

            เขากล่าวพลางเอามือนลูบเนินโหนกกลีบแรกแย้มของอามี่ที่มีขนไม่มากแต่เริ่มยาวขึ้น

            “อามี่  ขนเจ้าเริ่มยาวแล้วนะ”

            “องค์ชายให้หม่อมฉันตัดเล็มออกมั้ยเพคะ?”

            “ไม่ต้อง ข้าชอบ  ถ้าข้าไม่สั่งไม่ต้องทำอะไรกับมันไว้มันขัดตาข้า  ถึงตอนนั้นข้าจะสั่งเอง”

            “ทั้งหมดของอามี่เป็นขององค์ชายเพคะ  แล้วแต่องค์ชาย”

            “อืม....เจ้าเหนื่อยมากแล้วนอนซะ  แล้วไปนอนอีกห้อง  ที่นี่ไม่ปลอดภัย”

            “ค่ะ”

            จากนั้นเขาก็สวมเสื้อผ้า  อามี่รุดออกจากห้องไป

            เขายังมี เจียวเมิ่ง บ่าวรับใช้สตรีเต็มสาวหน้าตาดีวัย35 แม้ไม่งามพร้อม แต่หากออกสู่ภายนอกย่อมมีบุรุษฐานะมั่นคงนำพาเป็นภริยา  ต่อให้บอกปดไปว่านางเป็นหม้าย  ก็ยังมีบุรุษน้อยใหญ่หมายเอาไปเป็นภริยาอยู่ดี นางดูแลฮุ่ยหวงมาหลายปีฮุ่ยหวงชมชอบนาง เขาเสียพระมารดาไปเมื่ออายุ 8 ปี

            ....จวบจนอายุ 12 ย่าง 13เขาที่มีวัยเจริญพันธุ์มีน้ำอสุจิแล้วจึงเข้าไป สมสู่กับนางขณะที่นางอาบน้ำ  นางตั้งครรภ์เมื่อสองปีก่อนเมื่อคลอดบุตรชายก็แอบเลี้ยงดูลับๆ จนนางอายุ 35 ในปีนี้

            ระหว่างนี้ฮุ่ยหวงจึง  ซื้ออามี่มาเสพสม

            บัดนี้เขาเก็บซ่อนสตรีสองนางและลูกลับๆอีกหนึ่งในห้องใต้ดิน

            เขาที่เตรียมทำการใด  จะต้องระบายราคะออกจนหมดหรืออย่างน้อยก็ต้องหนึ่งรอบ เขาไม่ต้องการให้ราคะมากวนใจ

            วันนี้ก็ไม่เว้น

            เมื่อระบายแล้วก็เตรียมรับมือ

            หลายชั่วยามก่อนหลิวกงกงมาแจ้งข่าวว่ารัชทายาทจะส่งคนมาสังหารตน  เขาซื้อตัวหลืวกงกงไว้นานแล้วตั้งแต่หลิวกงกงหนีจากฮุ่ยเจิน

            ซ้ำยังให้หลิวกงกงรายงานเรื่องของฮองเฮาให้เขา

            แต่ที่เขาไม่คาดคิด  คือบัดนี้นายเหนือหัวของหลิวกงกงและพรรคพวกมีเพียงหนึ่งเดียว

             

            นั่นคือฮองเฮาหนิงเซียน

             

            แต่หลิวกงกงยังคงขอช่วยเหลือฮุ่ยหวงก่อน  โดยแจ้งก่อนที่มือสังหารจะบุกมาเพื่อทดแทนบุญคุณให้หมดสิ้นกัน

            ซึ่งตามแผนดั้งเดิมของหนิงเอ๋อและหนิงเซียนนั้น  คือไม่มีการแจ้งแล้วปล่อยให้เริ่มมีการเข่นฆ่าอย่างไม่ทันระวัง

            ขุมกำลังของฮุ่ยหวงเข้มแข็งรัดกุมกว่า  เขาไม่เคยประมาทแม้เพียงสักวัน  ดังนั้นจะพอรับมือได้ประมาณหนึ่ง  ค่อยทำทีว่าเข้าแจ้งช่วงที่ปราบมือสังหารเสร็จ  เท่ากับว่าหลิวกงกงไม่ได้บกพร่องในฐานะบริวารที่แอบรับการสนับสนุน  แต่หากจกบที่ฮุ่ยหวงตายก็เท่ากับกำจัดขุมกำลังที่น่ากลัวไปได้  แล้วจะเอาความผิดนี้ไล่บี้เลี่อยขาเก้าอี้รัชทายาทจนหมดสภาพความเป็นองค์ชาย

            ท้ายสุดหนิงเอ๋อรับคำขอร้องของหลิวกงกงที่จะขอเตือนฮุ่ยหวงก่อน ถือว่าได้ทดแทนบุญคุณกันเพื่อเห็นแก่ไมตรีหนก่อน  จากนั้นแล้วแต่วาสนา  ฮุ่ยหวงจะรอดจะอยู่ก็ล้วนไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว

             

            บริวารของเขาเตรียมตัวรับมืออยู่ก่อนแล้ว

            บนสะพานข้ามสวนบ่อบัวเวรยามเดินสะพายดาบถือโคม มือสังหารโผล่จากน้ำอย่าแผ่วเบามาจากทางด้านหลัง  ชักมีดบาดคอเวรยามสิ้นทั้งทั้งทุกจุดสะพาน

            ทว่า

            แคร่ก

            เสียงมีดคล้ายปาดโดนของแข็ง!

            มือสังหารมากประสบการเหล่านี้ทราบว่าผิดท่าสัมผัสมือขณะปาดคอเนื้อหนังลงไปนั้นต้องไม่แข็งแบบนี้ ...เวรยามสวมเครื่องป้องกันไว้แต่แรก!

            พวกเขาตระเตรียมล่าถอย  แต่ไม่ทันจะออกคำสั่งมือ ธนูก็ปักที่กลางหลังและท้ายทอยเหล่ามือสังหาร  ตามแต่ความแม่นยำของพลธนูที่ฮุ่ยหวงสั่งฝึกฝนมา

            พวกที่เข้ามาแล้วแต่อยู่ด้านนอกสวน เมื่อเห็นว่าไม่มีสัญญาณจากพวกที่เข้าไปก่อนหน้า  ก็ทราบทันทีว่าผิดสังเกต

            ครู่เดียวพลุสัญญาณก็พุ่งขึ้นท้องฟ้า

            “สัญญาณถอนกำลัง  พวกมันรู้ตัวแล้ว!”

            ทั้งหมดล่าถอยโยนเชือกตะขอเกี่ยวสันหลังคากำแพงตำหนักแล้วไต่ทะยานออก

            ฉึกๆๆๆๆๆ

            “อ๊าคคคค”

            ธนูหลายดอกระยมยิงเหลามือสังหารจากด้านนอก  พลธนูกับพลดาบยืนรออยู่แล้ว และเริ่มจุดคบเพลิง

            ทางหนีโดนปิดกั้น  มีแต่ต้องกลับเข้าตำหนักเท่านั้น แต่ตอนนี้  ที่โล่งๆ เมื่อสักครู่ ยามนี้พร้อมไปด้วยพลธนูกั้นหน้าด้วยพลหอก ทางออกย่อนมีกลุ่มพลดาบและองครักษ์ที่พกกระบี่

            จกานั้นธนูระดมยิงใส่  นักฆ่ามือสังหารพากันล้มตาย  ดิ้นรนซัดเหล็กแหลมคล้องเชือก มีดสั้น  อาวุธลับและไม่ลับระดมใช้เท่าที่หยิบออกมาได้ทัน

            ชั่วครู่ใหญ่ก็ล้มตายกันหมด

            คนขององค์ชายเจ็ดเสียไป 8 คน

            นักฆ่ามือสังหารมาทั้งสิ้น 17 คนล้วนตายหมดสิ้น

             

            ฮุ่ยหวงเดินออกมา

            “หึ ไม่ฮุ่ยเจินเอ้ย ฮุ่ยเจิน เจ้าพลาดแล้วที่ลงมือก่อน ความอดทนคือตัวตัดสินเกมการเมืองชิงอำนาจ ใครอดรนทนไม่ได้ สติแตกก่อนก็พ่ายแพ้ไป”

            ทันทีที่ทราบข่าวจากหลิวกงกง เขาก็แบ่งกำลังออกไปรับมือล้อมบีบต้อนมือสังหาร การสั่งการนี้ผลออกมาสำเร็จได้ไม่ยากเพราะเขาซักซ้อมคนของเขารับมือเหตุลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ  เมื่อถึงคราวได้ใช้งานจริงกลับมีประสิทธิภาพจนน่าพอใจ

            ใครจะกล้าบุกตำหนักองค์ชาย

            ใช่  ใครจะกล้า  แต่ถ้ามีคนกล้าขึ้นมาแล้วไม่เคยตระเตรียมรับมือ  จะรับมือแก้ไขก็สายเกินการณ์แล้ว

            “เฮอะ ที่เหลือก็แค่ตลบหลังฮุ่ยเจิน”

            เมื่อเก็บกวาดซากศพจนสิ้น

            เจียวเมิ่ง ที่อุ้มเด็กน้อยกับอามี่ก็ออกมาจากห้องลับใต้ดิน ฮุ่ยหวงเดินเข้าไปหา

            “น้าเมิ่ง  ท่านกลัวมั้ย?”

            “องค์ชายเก่งกล้ารัดกุม  หม่อมฉันภูมิใจแทนเสด็จแม่ของท่านมากเพคะ”

            “ท่านพาลูกกลับไปนอนซะ  พรุ่งนี้เช้าหาจะไปหา

            พูดไปก็ลูบไล้ที่เนินเนื้อส่วนสำคัญช่วงล่างเน้นๆนอกผ้า  ทำเอาเจียวเมิ่งสะดุ้งเล็กน้อย

            “เพคะองค์ชาย”

            จากนั้นางก็เดินไปพร้อมนางกำนัล

            อามี่ถาม

            “แล้วหม่อมฉันล่ะเพคะ?”

            “เจ้าเหรอ  ข้าคงต้องบอกว่าคืนนี้เจ้าต้องทำงานหนักแล้วล่ะ”

            อามี่ก้มหน้าเขินอาย หน้าแดงก่ำแล้วเข้าไปรอในห้อง

            พักครู่เสียงนางกำนัลที่ไปกับเจียวเมิ่งก็ดังขึ้น

            “เจ้าเป็นใคร เจ้าไม่ใช่คนของเรา!?”

            สิ้นคำฮุ่ยหวงและองครักษ์หันขวับพร้อมพุ่งเข้าไปอย่างไม่รอช้า  พวกเขาทราบดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น

            หนึ่งในนางกำนัลที่โดนร้องทักชักปิ่นปักผมออกมามีปลายมีดแวววาวสองเล่ม  แทงเข้าออกอย่างรอดเร็วแล้วหันกายหนีไป ทว่าโดนล้อมไปแล้วโดนองค์รักษ์ระดมแทงกระบี่สังหารสิ้น

            ที่แท้มือสังหารมี 18 คน

            เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากนางกำนัล

            “องค์ชาย แย่แล้ว!!  ท่าน้าเจียวกับองค์ชายน้อย.....”

            ใจฮุ่ยหวงตกไปที่ตาตุ่มวูบใหญ่ถลันตัวเข้าไปประคองโอบอุ้มสองแม่ลูก เขาเขย่าเรียกอยู่ครู่ใหญ่

            เลือดค่อยเริ่มซึมผ่วงกว้างที่อกเสื้อ  จุดที่มือสังหารแทงเจียวเมิ่งเข้าที่ทรวงอกเป็นจุดที่จัดการหัวใจอย่างแม่นยำ  รูปในการเสียบนั้นเล็กมาก  ส่วนบุตรชายน้อยๆของเขานั้นที่อุ้มอยู่โดนเสียบจากข้างหลังเข้าที่หัวใจเช่นกัน

            ฮุ่ยหวงไม่พูดจา ไม่ฟูมฟาย  น้ำตาไหลลงมาหยดเข้าที่สองแม่ลูก  กล่าวขึ้นแค่ว่า

            “ฮุ่ยเจิน.......นนน”

            นักมองหน้ามือสังหารชายที่ปลดผ้าออกมาทั้ง17 คน แม้ไม่เคยเห็นหน้า แต่แววตาคุ้นกันทุกคนเพราะเขาเองก็เคยจ้างวานสังหารศัตรูของเขามาไม่น้อยเช่นกัน  รวมทั้งสตรีนางนี้ที่ปลอมเป็นนางกำนัล

            บัดนี้มือสังหารกลุ่มนี้กลับรับงานมาสังหารสตรีที่เขาระดมความใคร่ใส่ตั้งแต่อายุ13 จนถึง 16 เพียงนางเดียวราวกับเป็นภรรยาจนทั้งครรภ์กำเนิดบุตรชายหน้าตาน่ารักมา  แม้จะเลี้ยงออกหน้าออกตาไม่ได้  ไม่ใช่เพราะกลัวอับอายที่ลูกเกิดจากบ่าวไพร่สาวใช้  แต่กลัวจะเป็นเป้าลงมือของศัตรูเขา  เขาเอ็นดูรักใคร่แม่ลุกคู่นี้มาก

            พอเงยหน้ามา  คนของฮุ่ยหวงก็ดำเนินตามแผนรอคำสั่ง พวกเขายืนในชุดมือสังหารที่ขาดวิ่นมีรอยคมดาบธนู

            ฮุ่ยหวงกล่าวสั้นๆ

            “ไป”

            ทั้งหมดหันหลัง ปรี่ออกไปทันที