จ้าวฮุ่ยหวง องค์ชายเจ็ด ผู้พร้อมด้วยความสามารถ ความรู้ หน้าตา ไม่ว่าสตรีใดๆ ในนครหลวงก็ต่างหมายปอง มาตแม้นโดนเรียกไปบำเรอแค่ชั่วคราวก็นับว่าเป็นบุญแต่ร่างกายตนเองแล้ว
ทว่าเขาก็ไม่เคยทำกับสตรีแบบนั้น
ที่ผ่านมามีขุนนางน้อยใหญ่ นำเสนอบุตรีตนเองเสมอมา แม้อาจไม่ได้เป็นองค์รัชทายาท ก็นับเป็นบุญแต่บุตรีของตนมากแล้ว หากได้เป็นรัชทายาทในกาลหน้ายิ่งเหมือนโชคหล่นทับ
ในห้องที่มีแสงเทียนสลัวบนเตียงที่นุ่มสบาย เขากอดจูบสตรีนางหนึ่งอย่าดุดันสลับนุ่มนวล มือไม้ลูบไล้ทุกส่วนราวกับอยากเสพรับทุกจุดของนาง นางเองที่แอ่นแต่ละส่วนที่โดนลูบบิดไปมาคล้ายพึงพอใจที่สุดเมื่อโดนสัมผัส
อามี่ สตรีอายุ 14 ปีได้เพียงชั่วยามบ่าวรับใช้ที่ซื้อมาจากที่ค้าทาส เชื่อฟังว่าง่าย ผิวพรรณดี น่ารัก นางบำเรอคนโปรดของของฮุ่ยหวง
ฮุ่ยหวงเมื่อชอบอะไรแล้วต้องได้หากได้แล้วจะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ เขาไม่ใช่พวกที่ได้อะไรมาแล้วเขี่ยทิ้งโดยงานรู้จักใช้สอยอย่างเหมาะสม แต่ก็รักษาระยะไม่ให้สิ่งนั้นๆมีอิทธิพลกับเขาจนมากเกินไป
เขากล่าวพลางเอามือนลูบเนินโหนกกลีบแรกแย้มของอามี่ที่มีขนไม่มากแต่เริ่มยาวขึ้น
“อามี่ ขนเจ้าเริ่มยาวแล้วนะ”
“องค์ชายให้หม่อมฉันตัดเล็มออกมั้ยเพคะ?”
“ไม่ต้อง ข้าชอบ ถ้าข้าไม่สั่งไม่ต้องทำอะไรกับมันไว้มันขัดตาข้า ถึงตอนนั้นข้าจะสั่งเอง”
“ทั้งหมดของอามี่เป็นขององค์ชายเพคะ แล้วแต่องค์ชาย”
“อืม....เจ้าเหนื่อยมากแล้วนอนซะ แล้วไปนอนอีกห้อง ที่นี่ไม่ปลอดภัย”
“ค่ะ”
จากนั้นเขาก็สวมเสื้อผ้า อามี่รุดออกจากห้องไป
เขายังมี เจียวเมิ่ง บ่าวรับใช้สตรีเต็มสาวหน้าตาดีวัย35 แม้ไม่งามพร้อม แต่หากออกสู่ภายนอกย่อมมีบุรุษฐานะมั่นคงนำพาเป็นภริยา ต่อให้บอกปดไปว่านางเป็นหม้าย ก็ยังมีบุรุษน้อยใหญ่หมายเอาไปเป็นภริยาอยู่ดี นางดูแลฮุ่ยหวงมาหลายปีฮุ่ยหวงชมชอบนาง เขาเสียพระมารดาไปเมื่ออายุ 8 ปี
....จวบจนอายุ 12 ย่าง 13เขาที่มีวัยเจริญพันธุ์มีน้ำอสุจิแล้วจึงเข้าไป สมสู่กับนางขณะที่นางอาบน้ำ นางตั้งครรภ์เมื่อสองปีก่อนเมื่อคลอดบุตรชายก็แอบเลี้ยงดูลับๆ จนนางอายุ 35 ในปีนี้
ระหว่างนี้ฮุ่ยหวงจึง ซื้ออามี่มาเสพสม
บัดนี้เขาเก็บซ่อนสตรีสองนางและลูกลับๆอีกหนึ่งในห้องใต้ดิน
เขาที่เตรียมทำการใด จะต้องระบายราคะออกจนหมดหรืออย่างน้อยก็ต้องหนึ่งรอบ เขาไม่ต้องการให้ราคะมากวนใจ
วันนี้ก็ไม่เว้น
เมื่อระบายแล้วก็เตรียมรับมือ
หลายชั่วยามก่อนหลิวกงกงมาแจ้งข่าวว่ารัชทายาทจะส่งคนมาสังหารตน เขาซื้อตัวหลืวกงกงไว้นานแล้วตั้งแต่หลิวกงกงหนีจากฮุ่ยเจิน
ซ้ำยังให้หลิวกงกงรายงานเรื่องของฮองเฮาให้เขา
แต่ที่เขาไม่คาดคิด คือบัดนี้นายเหนือหัวของหลิวกงกงและพรรคพวกมีเพียงหนึ่งเดียว
นั่นคือฮองเฮาหนิงเซียน
แต่หลิวกงกงยังคงขอช่วยเหลือฮุ่ยหวงก่อน โดยแจ้งก่อนที่มือสังหารจะบุกมาเพื่อทดแทนบุญคุณให้หมดสิ้นกัน
ซึ่งตามแผนดั้งเดิมของหนิงเอ๋อและหนิงเซียนนั้น คือไม่มีการแจ้งแล้วปล่อยให้เริ่มมีการเข่นฆ่าอย่างไม่ทันระวัง
ขุมกำลังของฮุ่ยหวงเข้มแข็งรัดกุมกว่า เขาไม่เคยประมาทแม้เพียงสักวัน ดังนั้นจะพอรับมือได้ประมาณหนึ่ง ค่อยทำทีว่าเข้าแจ้งช่วงที่ปราบมือสังหารเสร็จ เท่ากับว่าหลิวกงกงไม่ได้บกพร่องในฐานะบริวารที่แอบรับการสนับสนุน แต่หากจกบที่ฮุ่ยหวงตายก็เท่ากับกำจัดขุมกำลังที่น่ากลัวไปได้ แล้วจะเอาความผิดนี้ไล่บี้เลี่อยขาเก้าอี้รัชทายาทจนหมดสภาพความเป็นองค์ชาย
ท้ายสุดหนิงเอ๋อรับคำขอร้องของหลิวกงกงที่จะขอเตือนฮุ่ยหวงก่อน ถือว่าได้ทดแทนบุญคุณกันเพื่อเห็นแก่ไมตรีหนก่อน จากนั้นแล้วแต่วาสนา ฮุ่ยหวงจะรอดจะอยู่ก็ล้วนไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว
บริวารของเขาเตรียมตัวรับมืออยู่ก่อนแล้ว
บนสะพานข้ามสวนบ่อบัวเวรยามเดินสะพายดาบถือโคม มือสังหารโผล่จากน้ำอย่าแผ่วเบามาจากทางด้านหลัง ชักมีดบาดคอเวรยามสิ้นทั้งทั้งทุกจุดสะพาน
ทว่า
แคร่ก
เสียงมีดคล้ายปาดโดนของแข็ง!
มือสังหารมากประสบการเหล่านี้ทราบว่าผิดท่าสัมผัสมือขณะปาดคอเนื้อหนังลงไปนั้นต้องไม่แข็งแบบนี้ ...เวรยามสวมเครื่องป้องกันไว้แต่แรก!
พวกเขาตระเตรียมล่าถอย แต่ไม่ทันจะออกคำสั่งมือ ธนูก็ปักที่กลางหลังและท้ายทอยเหล่ามือสังหาร ตามแต่ความแม่นยำของพลธนูที่ฮุ่ยหวงสั่งฝึกฝนมา
พวกที่เข้ามาแล้วแต่อยู่ด้านนอกสวน เมื่อเห็นว่าไม่มีสัญญาณจากพวกที่เข้าไปก่อนหน้า ก็ทราบทันทีว่าผิดสังเกต
ครู่เดียวพลุสัญญาณก็พุ่งขึ้นท้องฟ้า
“สัญญาณถอนกำลัง พวกมันรู้ตัวแล้ว!”
ทั้งหมดล่าถอยโยนเชือกตะขอเกี่ยวสันหลังคากำแพงตำหนักแล้วไต่ทะยานออก
ฉึกๆๆๆๆๆ
“อ๊าคคคค”
ธนูหลายดอกระยมยิงเหลามือสังหารจากด้านนอก พลธนูกับพลดาบยืนรออยู่แล้ว และเริ่มจุดคบเพลิง
ทางหนีโดนปิดกั้น มีแต่ต้องกลับเข้าตำหนักเท่านั้น แต่ตอนนี้ ที่โล่งๆ เมื่อสักครู่ ยามนี้พร้อมไปด้วยพลธนูกั้นหน้าด้วยพลหอก ทางออกย่อนมีกลุ่มพลดาบและองครักษ์ที่พกกระบี่
จกานั้นธนูระดมยิงใส่ นักฆ่ามือสังหารพากันล้มตาย ดิ้นรนซัดเหล็กแหลมคล้องเชือก มีดสั้น อาวุธลับและไม่ลับระดมใช้เท่าที่หยิบออกมาได้ทัน
ชั่วครู่ใหญ่ก็ล้มตายกันหมด
คนขององค์ชายเจ็ดเสียไป 8 คน
นักฆ่ามือสังหารมาทั้งสิ้น 17 คนล้วนตายหมดสิ้น
ฮุ่ยหวงเดินออกมา
“หึ ไม่ฮุ่ยเจินเอ้ย ฮุ่ยเจิน เจ้าพลาดแล้วที่ลงมือก่อน ความอดทนคือตัวตัดสินเกมการเมืองชิงอำนาจ ใครอดรนทนไม่ได้ สติแตกก่อนก็พ่ายแพ้ไป”
ทันทีที่ทราบข่าวจากหลิวกงกง เขาก็แบ่งกำลังออกไปรับมือล้อมบีบต้อนมือสังหาร การสั่งการนี้ผลออกมาสำเร็จได้ไม่ยากเพราะเขาซักซ้อมคนของเขารับมือเหตุลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ เมื่อถึงคราวได้ใช้งานจริงกลับมีประสิทธิภาพจนน่าพอใจ
ใครจะกล้าบุกตำหนักองค์ชาย
ใช่ ใครจะกล้า แต่ถ้ามีคนกล้าขึ้นมาแล้วไม่เคยตระเตรียมรับมือ จะรับมือแก้ไขก็สายเกินการณ์แล้ว
“เฮอะ ที่เหลือก็แค่ตลบหลังฮุ่ยเจิน”
เมื่อเก็บกวาดซากศพจนสิ้น
เจียวเมิ่ง ที่อุ้มเด็กน้อยกับอามี่ก็ออกมาจากห้องลับใต้ดิน ฮุ่ยหวงเดินเข้าไปหา
“น้าเมิ่ง ท่านกลัวมั้ย?”
“องค์ชายเก่งกล้ารัดกุม หม่อมฉันภูมิใจแทนเสด็จแม่ของท่านมากเพคะ”
“ท่านพาลูกกลับไปนอนซะ พรุ่งนี้เช้าหาจะไปหา
พูดไปก็ลูบไล้ที่เนินเนื้อส่วนสำคัญช่วงล่างเน้นๆนอกผ้า ทำเอาเจียวเมิ่งสะดุ้งเล็กน้อย
“เพคะองค์ชาย”
จากนั้นางก็เดินไปพร้อมนางกำนัล
อามี่ถาม
“แล้วหม่อมฉันล่ะเพคะ?”
“เจ้าเหรอ ข้าคงต้องบอกว่าคืนนี้เจ้าต้องทำงานหนักแล้วล่ะ”
อามี่ก้มหน้าเขินอาย หน้าแดงก่ำแล้วเข้าไปรอในห้อง
พักครู่เสียงนางกำนัลที่ไปกับเจียวเมิ่งก็ดังขึ้น
“เจ้าเป็นใคร เจ้าไม่ใช่คนของเรา!?”
สิ้นคำฮุ่ยหวงและองครักษ์หันขวับพร้อมพุ่งเข้าไปอย่างไม่รอช้า พวกเขาทราบดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น
หนึ่งในนางกำนัลที่โดนร้องทักชักปิ่นปักผมออกมามีปลายมีดแวววาวสองเล่ม แทงเข้าออกอย่างรอดเร็วแล้วหันกายหนีไป ทว่าโดนล้อมไปแล้วโดนองค์รักษ์ระดมแทงกระบี่สังหารสิ้น
ที่แท้มือสังหารมี 18 คน
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากนางกำนัล
“องค์ชาย แย่แล้ว!! ท่าน้าเจียวกับองค์ชายน้อย.....”
ใจฮุ่ยหวงตกไปที่ตาตุ่มวูบใหญ่ถลันตัวเข้าไปประคองโอบอุ้มสองแม่ลูก เขาเขย่าเรียกอยู่ครู่ใหญ่
เลือดค่อยเริ่มซึมผ่วงกว้างที่อกเสื้อ จุดที่มือสังหารแทงเจียวเมิ่งเข้าที่ทรวงอกเป็นจุดที่จัดการหัวใจอย่างแม่นยำ รูปในการเสียบนั้นเล็กมาก ส่วนบุตรชายน้อยๆของเขานั้นที่อุ้มอยู่โดนเสียบจากข้างหลังเข้าที่หัวใจเช่นกัน
ฮุ่ยหวงไม่พูดจา ไม่ฟูมฟาย น้ำตาไหลลงมาหยดเข้าที่สองแม่ลูก กล่าวขึ้นแค่ว่า
“ฮุ่ยเจิน.......นนน”
นักมองหน้ามือสังหารชายที่ปลดผ้าออกมาทั้ง17 คน แม้ไม่เคยเห็นหน้า แต่แววตาคุ้นกันทุกคนเพราะเขาเองก็เคยจ้างวานสังหารศัตรูของเขามาไม่น้อยเช่นกัน รวมทั้งสตรีนางนี้ที่ปลอมเป็นนางกำนัล
บัดนี้มือสังหารกลุ่มนี้กลับรับงานมาสังหารสตรีที่เขาระดมความใคร่ใส่ตั้งแต่อายุ13 จนถึง 16 เพียงนางเดียวราวกับเป็นภรรยาจนทั้งครรภ์กำเนิดบุตรชายหน้าตาน่ารักมา แม้จะเลี้ยงออกหน้าออกตาไม่ได้ ไม่ใช่เพราะกลัวอับอายที่ลูกเกิดจากบ่าวไพร่สาวใช้ แต่กลัวจะเป็นเป้าลงมือของศัตรูเขา เขาเอ็นดูรักใคร่แม่ลุกคู่นี้มาก
พอเงยหน้ามา คนของฮุ่ยหวงก็ดำเนินตามแผนรอคำสั่ง พวกเขายืนในชุดมือสังหารที่ขาดวิ่นมีรอยคมดาบธนู
ฮุ่ยหวงกล่าวสั้นๆ
“ไป”
ทั้งหมดหันหลัง ปรี่ออกไปทันที