เหมยฮวาผู้ถนัดมองสีหน้าผู้คนโดยเฉพาะคนที่มีฐานะสูงกว่ามาั้แ่เด็กย่อมรู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะเอาอกเอาใจนายท่านแต่ละคนได้เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นางหนูตัวน้อยในฝ่ายซักล้าง ของจวนสกุลมู่ นางก็อาศัยเอาความที่ตนเองรู้จักดูสีหน้าของพี่สาวที่รับใช้เ้านายแต่ละคน เมื่อสังเกตสีหน้าแล้วก็จะทำความเข้าใจว่าแต่ละคนนั้นมีลักษณะนิสัยอย่างไรแล้วว่าเขาเป็เช่นไรนางก็จะสามารถทำให้คนเ่าั้พอใจได้อย่างง่ายดาย
ในตอนนั้นนางยังเล็กกว่านางหนูซานซานตอนนี้เสียอีกสถานะต้อยต่ำยิ่งนัก หากพูดตามภาษาที่พี่สาวหลันหลันเคยพูดเอาไว้ก็คงจะประมาณนางอยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารนั่นเองแน่นอนว่าสถานะในตอนนั้นไม่ได้มีความสุขเลยสักนิดแต่ประสบการณ์ที่ลำบากมามากทำให้นางได้อะไรหลายๆ อย่างที่เด็กในวัยเดียวกันอาจจะไม่เข้าใจ เ้านายหลายคนนางยังเอาอกเอาใจมาแล้วตอนนี้กับอีแค่การดูสีหน้าและทำความเข้าใจนิสัยใจคอของนายท่านผู้หนึ่งนั้นง่ายดายเป็อย่างมาก
ถึงอย่างไรผู้สูงศักดิ์ที่เป็บุรุษก็จู้จี้จุกจิกน้อยกว่าสตรีในเรือนหลังมาก สำหรับลู่จางเหว่ยแล้วหากนางพบว่าเขาอารมณ์ไม่ดีก็ต้องรีบคิดให้ออกว่าเขาอารมณ์ไม่ดีเพราะอะไรหากคิดออกได้แล้ว ก็ให้รีบพิจารณาว่าเื่นั้นนางมีความผิดหรือไม่ หากพบว่ามีสิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือยอมรับสารภาพมอบตัวแต่โดยดี หากทำเช่นนั้นอารมณ์ขุ่นเคืองใจของชายหนุ่มก็มักจะลดลงมากกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือก็เอาอกเอาใจเขาซักหน่อย ยิ้มหวานหวานพูดจาให้หวานหู และที่สำคัญก็กักขังตัวเองให้อยู่เป็เพื่อนชายหนุ่มเวลาเขาทำงานในห้องหนังสือสักวันสองวัน
...ทำเช่นนี้รับรองว่าเื่ราวขุ่นเคืองใจของนายท่านสกุลลู่ จะเหมือนกับสายลมที่พัดผ่านไปราวกับว่าเื่ยุ่ง ๆ ไม่เคยเกิดขึ้นจริง...
แต่ว่านะ...
ปัญหาตอนนี้ของเหมยฮวาคือนางไม่รู้ว่าคุณชายคนโปรดกำลังขุ่นเคืองเื่ใดกัน...บางตอนนี้ถ้ามอบตัวก็ทำไม่ได้อาจจะกลายเป็การร้อนตัวไปเสียเปล่าถ้าเช่นนั้นก็เอาอกเอาใจเขาเสียหน่อยก็แล้วกัน
“หึ”ลู่จางเหว่ยสะบัดแขนเสื้ออันที่จริงเพื่อการแสดงว่าเขาไม่พอใจมากก็ควรที่จะสะบัดอย่างแรง
ทว่า...เขาเคยแกล้งสะบัดอย่างแรงอยู่ครั้งหนึ่งปรากฏว่าแรงดึงแขนเสื้อคืนกลับจากมือของนางหนูคนโปรดทำให้นางถึงกับถลาแทบหัวคะมำมาข้างหน้าหลังจากนั้นไม่ว่าจะเคืองโกรธอย่างไร อยากจะสะบัดแขนเสื้อใส่นางแค่ไหนลู่จางเหว่ยก็ไม่เคยได้ออกแรงเกินกว่าแรงขยับนิ้วก้อยของตนเองเลยสักครั้ง...
ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่านอกจากมารดาของตนแล้วในโลกนี้ก็มีนางหนูคนนี้นี่แหละที่หากเขาทำให้นางเ็ปตนเองก็จะรู้สึกทั้งเจ็บยิ่งกว่า นี่จึงเป็สาเหตุว่าหากนางหนูคนโปรดทำอะไรผิดเขาก็ไม่อาจลงโทษนางแรงแรงได้เลยสักครั้ง
“เอ่อคือ...”
จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรก็คงไม่ใช่ถึงอย่างไรจังหวะที่เขาดึงแขนเสื้อออกจากมือของตน ก็ทำให้เหมยฮวาหน้าเสียไปบ้าง ถ้าทำของนางไม่รอดพ้นสายตาอันแหลมคมของลู่จางเหว่ยไปได้ชายหนุ่มเม้มปาก และพยายามกลั้นใจทำใจแข็ง เพื่อให้คนที่ชอบคิดเหลวไหลรู้สึกตัวเสียบ้าง (แม้ว่าที่ผ่านมานางไม่เคยรู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย)
“ท่าน...คือว่า...” เด็กสาวตัวน้อยยิ่งร้อนรน เพราะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าตนเองทำผิดอะไรอีกทั้งคุณชายคนโปรดก็ทำท่าเมินโดยสมบูรณ์แบบด้วย
...แต่ยังดีที่เขาไม่เดินหนีจากไป ถ้าเป็เช่นนั้นนางคงแย่แน่ๆ...
เหมยฮวาที่ทำตัวไม่ถูกลอบมองไปรอบกาย รู้ดีว่าถ้าหากไม่พูดอะไรสักอย่างบุพสถานการณ์ก็คงจะแย่แน่ๆอีกอย่างพวกเขาก็ไม่อาจจะอยู่ที่ท้องพระโรงนี้ได้นานนัก เด็กสาวตัวน้อยจึงทำใจดีสู้เสือนางฉีกยิ้มตาหยี ๆ แบบที่รู้ว่าเขาต้องชื่นชอบ แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังไม่ยอมหันกลับมามองนางสักที
ที่ด้านหน้าประตูท้องพระโรงตอนนี้นอกจากมีไก่กุ๊กๆ ซานซานอายุห้าขวบ ก็ยังมีคังกงกงและบุตรบุญธรรมสองคนที่กำลังแอบมองอยู่หลังประตูซานซานน้อยมีหัวการค้าอย่างยิ่งนางเอาใบรายการแทงพนันที่พี่ชายในโกดังที่สามสิบเอ็ดซึ่งเป็โรงพนันอันดับหนึ่งของสุยโจวยื่นให้คังกงกงและบุตรบุญธรรมของเขา
คังกงกงมองกระดาษที่เขียนไว้ว่า“พนันใต้ดินของแทร่ ห้ามคุณชายลู่กับท่านหญิงรองรู้โดยเด็ดขาด!”
“เอ่อ...”คังกงกงเงยหน้ามองซานซานอายุห้าปี ที่ตอนนี้ในมือถือสมุดโน้ตกับดินสอถ่านกำลังจดอะไรบางอย่างลงไป ท่าทางตั้งอกตั้งใจนัก
คังกงกงหันกลับมามองใบปลิวนั้นอีกครั้งในแคว้นเซี่ยการพนันที่เกิดขึ้นในโรงพนันล้วนถูกกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็การพนันแบบเื่ทั่วไปจนถึงเื่สำคัญ ๆ มีั้แ่ทายว่าแม่ไก่ของบ้านหนึ่งจะออกไข่วันคู่หรือวันคี่ไปจนถึงเื่ราวใหญ่โตอย่างเช่นการเก็บเกี่ยวในปีนี้ของเกษตรกรเป็อย่างไร
เื่แปลกไม่ใช่ที่มีการพนันแต่แปลกที่หัวข้อการพนันในใบปลิวนี่สิ! หัวข้อพนันใต้ดินนั้นมีชื่อว่า “ความสัมพันธ์ของนายท่านลู่และนางหนูท่านหญิงรอง”แล้วก็มีหัวข้อให้ลงพนันอยู่สี่หัวข้อ...
คังกงกงมือสั่นขึ้นมาทันที
“นี่นี่ พนันเื่นี้จริงเหรอ”
ซานซานน้อยหันกลับมาทำหน้าจริงจังพยักหน้าอย่างหนักแน่น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาราวยุงว่า“แต่ต้องห้ามทั้งสองคนนั้นรู้”
คังกงกงตื่นเต้นที่สุดพยักหน้าพลางพูดไม่มีเสียงว่าข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว จากนั้นจึงยัดใบปลิวนั่นไว้ในอกตั้งใจว่าออกจากวังไปรับเสบียงอาหารให้ฝ่าาคราวหน้าจะแวะที่โกดังที่สามสิบเอ็ดเสียหน่อย เื่นี้เร้าใจเกินไปแล้วต่อให้เสียพนันก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ลงเงินในครานี้
บุตรบุญธรรมของคังกงกงสองคนเฝ้าดูสถานการณ์ในท้องพระโรงอยู่นานแล้วจึงหันไปถามซานซานน้อยในฐานะคนคุ้นเคยกับคู่กรณีที่อยู่ด้านใน
“เ้าคิดว่าพวกเขาจะออกมาเมื่อไหร่แล้วนายท่านลู่ผู้นั้นจะโกรธเคืองเสี่ยวฮวาฮวาจริงหรือไม่”
ซานซานยิ้มมุมปากแล้วกระซิบกระซาบกับทุกคนว่า“ข้าว่าไม่พ้นคำพูดเดียวเท่านั้น ประเดี๋ยวดูนะเ้าคะ คุณชายลู่ต้องหายโกรธแน่ๆ”
ความมั่นใจของซานซานน้อยในสายตาขันทีทั้งสามออกจะเกินไปหน่อย ทว่าในตอนนั้นเองที่เสี่ยวฮวาฮวาพูดบางอย่างออกมาซึ่งทำให้กำแพงของลู่จางเหว่ยพังทลายลง เขาหันไปมองนางย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนที่จะใช้นิ้วชี้เคาะหน้าผากของนางเบาๆ จากนั้นจึงหมุนตัวจะเดินออกจากท้องพระโรง แต่ก่อนจะก้าวออกไปเขาก็พูดสั้น ๆ ว่า“มานี่”
นางหนูซานซานปรบมือดีใจที่พี่สาวออกมาแล้วลู่จางเหว่ยเดินออกมาไม่คืดที่จะรั้งฝีเท้าเอาไว้ฮวาฮวาเดินตามสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซานซานน้อยก็กำลังจะเข้าไปปิดท้ายขบวนพร้อมกับเ้าไก่ที่ดวงแข็งสุด ๆ
คังกงกงกับบุตรบุญธรรมทั้งสองต่างมองหน้ากันไปมาประหลาดใจที่เมื่อครู่นี้เสี่ยวฮวาฮวาทำให้คุณชายใหญ่สกุลลู่หายโกรธเคืองได้ เพียงพูดคำว่า....
“ข้ามารับท่านกลับบ้าน”ประโยคเดียวเท่านั้น