ที่จริงแล้ว ฮาโกเน่คือชื่อของศาลเ้าชินโต ที่มีชื่อเต็มเรียกว่าฮาโกเน่กองเง็น เป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจของท้องถิ่นแห่งนี้ ต่อมากลายมาเป็ชื่อเมืองที่ตั้งของชุมชนที่มีภูมิประเทศสวยงามตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว สภาพแวดล้อมของฮาโกเน่ เป็ชุนชนในหุบเขาตั้งรายล้อมทะเลสาบอาชิ
ขอบเขตของฮาโกเน่เป็บริเวณที่อยู่ในจังหวัดคานากาว่า โดยมีทะเลสาบอาชิเป็จุดทรัพยากรที่โดดเด่นที่สุด และทะเลสาบแห่งนี้จัดเป็ทะเลสาบแห่งหนึ่ง จากกลางทะเลสาบสามารถมองเห็นูเาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจนแม้ว่าไม่ได้นับเป็หนึ่งใน Fuji Five Lakes* ก็ตามสิ่งที่น่าสนใจในฮาโกเน่มีมากมาย ทั้งที่ท่องเที่ยวสวยงามตามธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่มีมากเป็พิเศษคือรีสอร์ทน้ำพุร้อนจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงมีเอกชนเปิดบริการสถานที่พักผ่อนจำนวนมากมีแม้กระทั่งสนามกอล์ฟ
เนื่องจากอยู่ใกล้โตเกียวมากระยะเวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงมีเส้นทางให้เลือกทั้งทางรถยนต์และรถไฟ จึงเป็จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาเป็จำนวนมาก ตลอดทั้งปี ยิ่งเป็่ฟดูใบไม้เปลี่ยนสียิ่งเป็ที่นิยม
ทะเลสาบอาชิที่มีความลึกเฉลี่ยประมาณ สิบห้าเมตรนี้มองด้วยตากว้างใหญ่ความยาวของทะเลสาบที่ยาวถึง ยี่สิบเอ็ดกิโลเมตรเศษ เนื่องจากเป็หุบเขาสลับซับซ้อนพื้นที่รอบบริเวณจึงถูกทางรัฐบาลประกาศให้เป็เขตอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่
แม้ภูมิประเทศสวยงาม แต่สภาพทางธรณีวิทยาของมัน แฝงมหันตภัยอันใหญ่หลวงเอาไว้เพราะตัวทะเลสาบอาชินี้ที่แท้จริงแล้วคือปากปล่องูเาไฟที่ดับลงแล้วนั่นเองต้องไม่ลืมว่าญี่ปุ่นตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ มีแนวเลื่อนของเปลือกโลกและมีูเาไฟที่ยังคุกรุ่นอีกมากมาย
แม้ว่าทะเลสาบอาชิจะเหมือนะเินิวเคลียร์ที่ตั้งเวลารอะเิ แต่โซโลไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้อย่างน้อยอีกคงอีกหลายร้อยปี โดยเฉพาะมีสถานีตรวจวัดคอยจับจ้องและเตือนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆประชาชนจะได้รับแจ้งเตือนก่อนล่วงหน้า เพื่อลดความสูญเสียดังนั้นเขาไม่วิตกกังวลในเื่นี้เขายังเคยดูศึกษาดูภาพสันฐานทางธรณีวิทยาของฮาโกเนะมาก่อน

สัณฐานทางธรณีวิทยาของฮาโกเนะ
ว่ากันตามจริงทะเลสาบส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดเกิดจากปล่องูเาไฟที่ดับลงเกือบทั้งหมดอย่างเช่นทะเลสาบโทวะดะ ทะเลสาบคาวาฟูจิโกะ และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นโซโลไม่หวาดกลัวทะเลสาบเ่าั้แม้แต่น้อย
หลังจากเหตุการณ์จับคนบนรถบัสนายทหารฝรั่งโรเบิตร์ไม่ได้กลับขึ้นมาบนรถบัสอีกรถบัสเคลื่อนที่ลัดเลาะต่อไปบนสันเขา ลอดผ่านสายเคเบิลรถกระเช้าขนาดใหญ่ในที่สุดมองเห็นสนามกอฟล์อาโกเนะเอน อยู่ทางซ้ายมือรถบัสเลี้ยวขวาจอดแวะสถานีฮาโกเนะเอน ตรงนี้เป็จุดชมวิวสามารถมองเห็นทะเลสาบฮาโกเนะแบบพาโนราม่าเป็สถานท่าขึ้นกระเช้าชมวิวฮาโกเนะแห่งหนึ่ง มีศูนย์บริการอาหารขนาดใหญ่
ระหว่างที่เขาถ่ายรูปรถกระเช้าที่กำลังออกตัว คนไทยสี่คนด้านหน้าลงจากรถที่สถานีนี้เขาหันมาขมวดคิ้ว เพราะจากที่ฟังการพูดคุย ทั้งสี่คนต้องไปลงที่ สถานีฮาโกเนะกิซโชออโต้ซึ่งเป็สถานีปลายทางของรถบัสสายนี้ แต่พวกเขาลงก่อนถึงสองป้ายกำลังขยับะโบอกกลับพบว่าสายไป เพราะพวกเขาไม่มีกระเป๋าที่ใต้ท้องรถทันทีที่ก้าวลง รถบัสออกจากสถานีในทันที
โซโล มองเงาหลังของพวกเขา “เฮ้อ ขอให้โชคดีก็แล้วกันเดี๋ยวก็คงได้เจอกัน”
เขาส่ายหัวอย่างจนใจ เพราะจากคำสนทนา คนกลุ่มนี้พักที่เดียวกับเขาคือที่ JemStyInn ซึ่งเป็โรงแรมขนาดเล็ก ที่เขาเคยมาพักเมื่อคราวที่แล้ว ที่เดินทางมาที่นี่นั่นเองเพียงแต่คราวนั้นเขาเดินทางมาเดือนต้นเมษายนทุกแห่งหนเต็มไปด้วยหิมะแต่ด้วยระยะทางห่างจากโรงแรมจากจุดนี้ ที่มีระยะเพียง ห้าจุดเก้ากิโลเมตรพวกเขาคงสามารเดินทางไปถึงได้โดยไม่มีปัญหา
สิบห้านาทีต่อมา รถบัสมาถึงสถานีปลายทางโรงแรมที่เขาเข้าพักห่างจากสถานีเพียงสองร้อยเมตรเศษด้วยเวลาที่มาถึงยังเร็วเกินไปที่จะเช็คอิน เข้าเดินหาอาหารเติมกระเพาะเนื่องจากตอนเช้าพลาดอาหารไปอย่างน่าเสียดาย บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยผู้คน
ร้านอาหารแรกที่ปรากฏในสายตาคือร้านไดมัสสะฮอนเซน เป็ร้านอาหารแรกเมื่อข้ามมาจากสถานีรถบัส เขาเลือกอาหารเซ็ทข้าวหน้าอาหารทะเลซึ่งเป็เมนูพื้นฐานของร้านนี้ ประกอบด้วยข้าววางโปะด้วยปลาสดอาหารทะเลพวกหอยและไข่ปลา มีมิโซะซุปหนึ่งถ้วยและเครื่องเคียงถ้วยเล็กๆอีกสองถ้วย ร้านอาหารในฮาโกเนะส่วนใหญ่จะมีราคาใกล้เคียงกัน นอกจากอาหารในร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่าไปกินร้านไหนก็ต้องจ่ายในราคาใกล้เคียงกัน มื้อนี้เขาจ่ายไปพันแปดร้อยเยนนับว่าไม่ถูกไม่แพงหากเทียบราคากับร้านอื่นในย่านนี้ จุดเด่นของที่นี่คือท่าเรือกับพิพิธภันฑ์ Hakone Ekiden ซึ่งแสดงประวัติความเป็มาแต่เขาไม่เลือกที่จะเข้าไปเพราะทั้งวิดีโอและคำอธิบาย เป็ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นหากต้องเสียเงิน ห้าร้อยห้าสิบเยน เพื่อดูอะไรที่ไม่รู้เื่เขาเลือกที่จะเดินไปรอบๆท่าเรือดีกว่า
บริเวณท่าเรือมีท่าเทียบขนาดใหญ่ เป็ที่จอดเรือที่เรียกว่าเรือโจรสลัดคือเรือโดยสารขนาดใหญ่ ที่ตบแต่งย้อนยุคเป็เรือโจรสลัดโบราณ แต่เขาไม่สนใจเพราะมีแผนที่จะใช้บริการในวันเดินทางกลับเขาสนใจร้านอาหารแผงลอยที่ตั้งอยู่ในบริเวณมากกว่า เพราะมีอาหารพวกปิ้งย่างราคาถูกจำนวนหนึ่งที่น่าสนใจ หลังจากหมดเวลาไปกับการกินอาหารปิ้งย่างเช่นมันปิ้งปลาย่างและน้ำเต้าหู้ร้อนๆด้วยความสุข เนื่องจากสายลมที่หนาวะเืกับการถ่ายรูปการทำประมงใกล้ชายฝั่งอยู่พักใหญ่ ในที่สุดถึงเวลาบ่ายโมงตรงเขาสามารถเข้าเช็คอินที่โรงแรมได้
การที่รีบเข้าเช็คอินไม่ใช่เพื่อรีบพักผ่อน แต่วัตถุประสงค์้าตรวจว่ากระเป๋าของเขาส่งมาถึงแล้วหรือไม่และ้าชารจ์แบตเตอรี่กล้องและอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์อื่นๆก่อนที่จะออกไปเที่ยวต่อต่างหากเขาเดินกลับมาที่ถนนสายหลักที่รถบัสวิ่งผ่านและเดินต่อไปอีกเพียงเล็กน้อย จนพบกับ JemstyInn Hotel

หลังจากทักทายพ่อบ้านผู้แสนมีอัธยาศัยดีและเ้าระเบียบสุดๆ(เ้าของโรงแรม) เขาทำท่าดีใจเมื่อจำได้ว่าชายหนุ่มมาพักเป็ครั้งที่สองแล้วโรงแรมนี้เป็โรงแรมขนาดเล็กมีเพียงห้าห้อง ชั้นบนสามห้องชั้นล่างสองห้อง มีห้องอาหารที่ใช้รับประทานอาหารเช้าอยู่ด้านซ้ายของตัวบ้านหากคนที่มาเป็คนจีนพวกเขาจะพบว่าคูณลุงเ้าของบ้านค่อนข้างดุและเคร่งเครียดเป็พิเศษ
หากแขกลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาก่อนที่จะเข้าภายในคุณลุงเ้าของจะรีบเข้ามาทำความสะอาด ลูกล้อกระเป๋าในทันทีเพราะแกกลัวไปเปื้อนพื้นโรงแรมของแก ขนาดรองเท้ายังแบ่งออกเป็สามชนิดและห้ามใช้ปนกับห้องอื่นอย่างเด็ดขาด รองเท้าใช้ภายใน รองเท้าเข้าห้องน้ำส่วนกลางและรองเท้าใส่เข้าห้องอาหารด้านข้าง เื่กฏระเบียบของโรงแรมค่อนข้างจุกจิกแกจะอธิบายช้าๆอย่างน้อยสามรอบ
ตอนหลังเขาถึงรู้ว่า หากเป็คนญี่ปุ่นเข้าพัก แกจะค่อนข้างสบายใจไม่ค่อยพูดมากมาย แต่หากเป็คนจีนเข้าพักแกต้องทวนกฏหลายครั้ง ทวนแล้วทวนอีกโดยเฉพาะเื่เสียงกับการใช้รองเท้าภายในเพราะถือว่าเป็ของส่วนตัวไม่ให้ใช้ปะปนกัน แต่หลังจากแกรู้ว่าโซโลเป็คนไทยท่าทางเปลี่ยนเป็มีอัทธยาศัยดี มีมิตรไมตรีอย่างน่าชวนมึนงงหลังจากได้พูดคุยจึงรู้ว่า แกชอบคนไทยมากเพราะบอกให้ทำอะไรก็ทำ มีมารยาทและไม่แข็งกระด้างเหมือนคนจีนแถมยังมีแผนมาเที่ยวเชียงใหม่ใน่หิมะหนาหนักเกือบทุกปี
พอจดจำเขาได้เท่านั้นทุกอย่างกลายเป็เรียบง่าย รีบแจ้งโซโลว่ากระเป๋าเดินทางของเขามาถึงแล้ว และได้นำไปไว้ที่ห้องพักเรียบร้อยตัวโรงแรมที่จริงแล้วก็คือบ้านของแกนั้นแหละถ้าจะเรียกให้ถูกน่าจะเรียกว่าโฮมเสตย์เสียมากกว่า แต่เป็โฮมเสตย์ที่แพงไม่ธรรมดาพูดคุยกันต่อไม่ถึงห้านาที ก็แยกย้ายกัน
ชายหนุ่มรีบขึ้นมาชาร์จอุปกรณ์ และเตรียมอุปกรณ์เดินเที่ยวห้องที่เขาพักคือชั้นสองห้อง A หากมองออกจากห้องสามารถมองผ่านอาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มองไปไกลจะสามารถเห็นยอดูเาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจนเสียดายที่หน้าต่างนี้ เป็บานพับซี่เล็กๆ หากเป็กระจกบานเดียวคงสามารถเห็น วิวยอดูเาฟูจิได้อย่างชัดเจนมากกว่านี้ชายหนุ่มคิดว่าเขาจะแนะนำท่านพ่อบ้านให้เปลี่ยนหน้าต่างและถ่ายรูปลง Internet นี่น่าจะเป็จุดขายเล็กๆของโรงแรมในฮาโกเน่ นี้เลยทีเดียว
เวลาบ่ายสองโมงตรง ชายหนุ่มสะพายเป้สัมภาระใบใหม่ ออกจากโรงแรมและเดินย้อนผ่านสถานีรถบัส เป้าหมายของเขาใน่บ่ายนี้คือ Onshi HakonePark ซึ่งเดินย้อนกลับไป ผ่านสถานีรถบัสระยะจากโรงแรมถึงหน้าสวนเจ็ดร้อยห้าสิบเมตรกว่าระยะทางเท่านี้ชายหนุ่มเดินได้สบายมาก ปรกติการออกกำลังกายที่เบาที่สุดของเขาก็คือการเดินขั้นต่ำสิบกิโลเมตร
เขาเดินไปมองสภาพแวดล้อมไป อากาศในเดือนพฤศจิกายนของญี่ปุ่นนั้นแปรปรวนคาดเดาได้ยาก บางครั้งถึงกับมีฝนตกหิมะพรำ วันนี้แม้ยามเช้าฟ้าจะสดใส พอตกบ่ายกลับมืดคลึ้มฟ้าหม่นเล็กน้อย เขาเดินไปตามถนนเสื้อกันหนาวสีฟ้าสดที่เขาใส่เตะตาไม่ธรรมดา
แม้ไม่ทันสังเกตว่า บนบ้านหลังเล็กๆติดริมถนน มีชายสองคนแอบจ้องเขาเขม็งเมื่อภาพของชายหนุ่มปรากฏขึ้นในสายตา แต่เขามีประสาทััที่ว่องไวในพริบตานั้นมีความรู้สึกว่าถูกจ้องมองอย่างประสงค์ร้าย จู่ๆเขาก็หยุดเดินและกวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่พบเห็นสิ่งใด เพราะหน้าต่างที่มีคนจ้องมอง มีป้ายโฆษณาเป็ระแนงโลหะบดบังสายตาจากภายนอกเอาไว้
เขาสั่นศีรษะเบาๆ ‘คงไม่ใช่ไอ้พวกใส่สูทปักดอกไม้มาตามล่าเขาอีกหรอกนะ’ ทันทีที่เขารู้ว่าผู้กองชิโยดะตามติดเขามา และถึงกับส่งนายทหารโรเบิตร์มาคุ้มกัน เขาก็ไม่สนใจว่าจะมีคนร้ายตามมาแต่อย่างใดหากมีเื่ราวเกิดขึ้น เขาแน่ใจว่าคนพวกนี้ก็จะโผล่ออกมาในทันที รีบเดินจ้ำอ้าวๆไปยังจุดหมายอย่างเร่งรีบ แม้เวลาจะพึ่งบ่ายสองเศษ แต่ต้องไม่ลืมว่าที่จริงเขาเหลือเวลาอีกเพียงสองชั่วโมงเศษเท่านั้น ก่อนฟ้าค่ำมืด
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า พวกมันใช้โทรศัพท์ภายในบ้านโทรออกไปรายงานความเคลื่อนไหวที่เมืองหลวง แต่คำตอบที่ได้รับทำให้คนที่โทรไปกุมขมับ
“ลูกพี่ว่าอย่างไร...” ชายผอมแห้งถาม
“ตำรวจกดดันแก๊งค์เราอย่างหนักขอเพียงมีคนเดินทางออกจากถิ่นจะถูกรวบตัวหายไปในทันทีด้วยเส้นสายของลูกพี่ยังไม่รู้ว่า พวกเราถูกนำตัวไปขังไว้ที่ไหนยังสั่งให้เรากลับไปที่รังให้เร็วที่สุด เพราะตำรวจไม่สนใจคนเข้า กักแต่คนออกนายใหญ่จะส่งคนมาเอาของกลับไปเอง”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ข้าก็เบื่อหลบซ่อนเต็มที กลับไปลุยพร้อมกับพี่น้องดีกว่าเป็ไงเป็กัน”
“เื่รถคงจะใช้รถของอาข้าได้ แต่ก่อนกลับมีเื่หนึ่งที่ต้องสะสาง”
เขายกมือลูบใบหน้าบริเวณใกล้ตา ซึ่งมีรอยเขียวช้ำเป็ปื้น ดวงตาขวาที่ยังคงแดงราวกับถูกของแข็งกระแทกมาหากโซโลเห็นหน้าชายหนุ่มผอมแห้งนี้คงจำได้เพียงแต่เขาคงไม่รู้ว่ามันเรียกว่ามาโยดะ คนที่ถูกเขาใช้เข็มขัดฟาดเข้าที่หน้า เมื่อมันกำลังจะแทงเขาด้วยมีดอีกคนผงกศีรษะ
“หากไม่กระทืบมันก่อนไป แม้แต่ข้าก็ยังไม่สบายใจ ไหนๆมันก็วิ่งมาให้กระทืบถึงที่แล้วตามมันไปมาโยดะ”
ทั้งสองรีบลงจากชั้นสอง แต่มาโยดะคล้ายนึกถึงเื่อะไรได้ รีบวิ่งกลับขึ้นมาคว้าซองสีน้ำตาลขนาดกลางที่ซุกอยู่บริเวณที่นอนยัดลงกระเป๋ากางเกงหลังไป ก่อนที่จะออกจากบ้าน
พวกมันสองคนเดินตามเป้าหมาย ที่สวมเสื้อกันหนาวสีฟ้าสดมองเห็นแต่ไกลพวกมันทิ้งระยะถึงเกือบสองร้อยเมตร แน่นอนว่าเป้าสะดุดตาขนาดนี้ไม่มีทางที่จะตามไม่ถูก และยากที่จะคลาดสายตา ประกอบกับ่นี้ไม่มีป้ายรถเมล์ใดๆการติดตามในระยะห่าง ทำได้โดยสะดวก
โซโลมาถึงสวนอย่างรวดเร็ว เข้าทางลานจอดรถ เขาเดินเร็วกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยเขามีกีฬาที่ชื่นชอบหลายอย่างแต่เนื่องจากการอาศัยอยู้ในเมืองหลวงทำให้เวลาไม่อำนวยสิ่งที่ทำเป็ประจำคือการเดิน ซึ่งมันส่งผลทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรงมวลกระดูกเพิ่มขึ้น จากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา แม้ว่าผลจากการเดินทำให้มวลกระดูกเพิ่มขึ้น
แต่ที่จริงยังมีความลับอื่นที่เขาไม่เผยให้คนรู้ มวลกระดูกของเขามีอายุเท่ากับมวลกระดูกของคนอายุสิบแปดปี ทั้งๆที่เขามีอายุเกือยเลขสี่แล้วด้วยซ้ำ
สวนสาธารณะแห่งนี้เป็เนินเขาขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีศาลาอยู่ที่จุดสูงสุดสามารถมองเห็นทะเลสาบได้สองร้อยเจ็ดสิบองศาเนื่องจากมีพื้นที่ลักษณะเป็แหลมยื่นเข้าไปในทะเลสาบ หากมองออกไปถัดจากทะเลสาบสีฟ้าสด จะเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนและสิ่งที่อยู่ไกลๆโดดเด่นเป็สง่าหลังทิวเขาคือยอดูเาไฟฟูจิสีขาว
หากมองไปทางซ้ายจะมองเห็นท่าเรือโจรสลัด หรือพื้นที่ที่เขาเข้าพักใกล้โรงแรมส่วนด้านขวาจะเป็เวิ้งอ่าวแคบๆ แต่ลึกชอนเข้ามาเกือบถึงทางเข้าที่จอดรถ หากอ่าวนี้ลึกอีกเพียงไม่กี่สิบเมตรสวนนี้จะกลายเป็เกาะกลางน้ำไป บริเวณอ่าวที่ชอนลึกเข้ามา มีเรือประมงขนาดเล็กจอดอยู่เรียงเป็ทิวแถวซ้อนกันหลายชั้นจนเกือบถึงสะพานโบราณ
จากศาลากลางสวน ที่เป็จุดสูงที่สุด สามารถเห็นทิวทัศน์ของแนวป่าเปลี่ยนสีที่มีพื้นน้ำสีน้ำเงินของทะเลสาบเป็พื้นหลังสวยงดงามราวกับแดนในฝัน โซโลถ่ายรูปแล้วถ่ายรูปอีก เขาเดินเข้าไปในสวนที่เป็ป่าทึบต้นไม้สูงบนพื้นและโคนไม้มีมอสสีเขียวสด บางแห่งมีร่องรอยคราบสีขาวปกคลุมพร้อมกับไอเย็นแผ่กระจายออกมาเป็หมอกขาวเมื่อลอยกระทบกับแสงแดดจางๆที่ลอดทิวไม้มาเป็ช่องๆ ได้ภาพที่สวยงามจนอดไม่ได้ที่จะรัวชัทเตอร์ติดๆ
ชายหนุ่มคิดเพียงครู่เดียวก็ได้ข้อสรุป เนื่องจากสวนนี้ถูกอนุรักษ์เป็ป่าทึบสมบูรณ์ร่องรอยนี้แสดงว่าเมื่อคืนก่อนคงมีหิมะโปรยลงมา แดดไม่สามารถส่งลงมาถึงผืนป่าด้านล่างได้ประกอบกับอากาศที่เย็นเยือกขนาดเขาไม่อยากถอดเสื้อกันหนาว จึงยังมีคราบหิมะเกาะอยู่ไม่ถึงกับละลายหมดสิ้นไม่ว่าจะเดินไปมุมใดของสวน มีจุดให้ถ่ายรูปไม่หมดสิ้น โดยเฉพาะรูปในลักษณะที่เป็ Macro*
การถ่ายรูป Macro เป็การถ่ายรูปที่เขาชื่นชอบมาก เมื่อเข้าป่าฝนในประเทศเขาถึงกับยอมแบกเลนส์กล้องกับขาตั้งกล้องขนาดใหญ่เดินเข้าป่าเป็วันๆ เพื่อถ่ายรูปเห็ด เฟริน์ โดยเฉพาะมอสและอับสปอร์ที่มีสีสันสดสวยเมื่อถูกแสงแดด หรือแมลงสีสันสวยงาม ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ในป่าลึก
ด้วยกล้องที่เขาเลือกมาในทริปนี้ มีเลนส์ที่รองรับการถ่ายรูปทั้ง พานอรามาและเทเลโฟโต้หรือมาโคร*นั่นคือถ่ายได้ทั้งมุมแคบและมุมกว้าง ทำให้การถ่ายรูปธรรมชาติอย่างสวนที่เขากำลังท่อมเดินนี้ไม่มีขีดจำกัดใดๆ ไม่ว่าจะเป็วิวป่าเปลี่ยนสีกับทะเลสาบหรือดอกไม้ดินที่มีขนาดเล็กกว่าเล็บนิ้วมือ
ความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อเงยหน้าขึ้นพบว่าท้องฟ้ากลายเป็มืดครึ้ม มองนาฬิกากลายเป็เวลาสิบเจ็ดนาฬิกาตรง ก่อนที่จะขยับตัวไฟทางเดินในสวนก็สว่างพึบแม้ไม่ถึงกับสว่างจ้า แต่การติดตั้งทำให้เห็นทางเดินได้อย่างชัดเจนหากไม่ออกจากเส้นทางหลัก รับรองว่าไม่มีทางหลงทาง
พระอาทิตย์ตกไปแล้ว จากป้ายข้างทางชายหนุ่มอยู่บริเวณของสวนที่เรียกว่า Himenshara-Rinหรือบริเวณสวนป่าเขา้าออกไปที่ส่วนที่เป็สะพานเชื่อมระหว่างสวนกับถนนใหญ่เพื่อเดินกลับมันเป็จุดที่เรียกว่า Ashikawa-Bashi(Bridge) ที่เป็สะพานเก่าแก่อายุนับร้อยปีแต่ในขณะที่กำลังก้าวเดินสวบๆ จู่ๆเขาก็ชะงักกึก!
แม้ว่าพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว แต่ยังพอมองเห็นสภาพแวดล้อม ทัศนวิสัยประมาณห้าสิบเมตรที่ต้นไม้ใหญ่ห่างออกเกือบสิบห้าเมตร มีร่างของชายฉกรรจ์ยืนทะมึนแอบอยู่ด้านหลังของเขามีเสียงฝีเท้าเดินสวบๆเข้ามาอย่างประสงค์ร้าย เมื่อคนด้านหลังเข้ามาในระยะสิบเมตรชายฉกรรจ์ด้านหน้าเผยตัวออกมา แล้วเดินเข้าใส่ โซโลเริ่มออกก้าวเดินอย่างช้าๆ
ในที่สุดคนทั้งหน้าหลัง อยู่ห่างเพียงสามเมตร ตอนนี้มองเห็นหน้าคนที่เดินเข้ามาได้ชัดเจนมันคือคนร้ายที่จะแทงเขาในอุโมงค์ แล้วถูกเขาจู่โจมด้วยเข็มขัดไม่รู้ว่าพวกมันหาเขาเจอได้อย่างไร แต่โซโลไม่ได้แตกตื่นหวาดกลัว พูดภาษาอังกฤษใส่
“Are youshure? If You want to do that, come”
Fuji Five Lakes* หมายถึงทะเลสาบห้าแห่งที่ตั้งอยู่รอบูเาไฟฟูจิเป็ทะเลสาบที่มีทัศนียภาพสวยงาม
พานอรามา*= การถ่ายภาพมุมกว้าง เช่นภาพวิวทิวทัศน์
เทเลโฟโต้*= การถ่ายภาพมุมแคบส่วนใหญ่คำว่าเทเลหมายถึง การถ่ายเฉพาะจุดระยะไกล
มาโคร*= การถ่ายภาพมุมแคบแต่เป็การถ่ายขยายสัดส่วนจากวัตถุที่มีขนาดเล็ก