ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวแสบในยุค 80

    บทที่ 30 ฉันจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย

            สุดท้าย เธอก็มองไปที่ฉินเจิง "พี่ฉินก็เหมือนกัน ถ้าคิดว่าอร่อย วันหลังพวกคุณเอาเสบียงมาฝากไว้ที่บ้านฉันเพื่อกินข้าวด้วยกันได้นะคะ เดี๋ยวฉันจะทำของอร่อย ๆ ให้กินค่ะ"

     

            โจวเซี่ยไม่ได้พูดตามมารยาท แต่เธอพูดจากใจจริง เพราะอย่างไรเสียฉินเจิงก็ช่วยชีวิตน้องชายและน้องสาวของเธอไว้ จะตอบแทนอย่างไรก็ไม่เกินพอ การทำอาหารให้กินจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

     

            นอกจากนี้ ขาของฉินเจิงยังต้องการสารอาหาร เธอคิดว่าเมื่อสนิทกับฉินเจิงมากขึ้นแล้ว จะลองขอดูว่าขาของเขายังพอมีทางรักษาได้หรือไม่ เพราะอายุยังน้อยแต่ขาขยับไม่ได้แบบนี้ มันน่าเสียดายจริง ๆ

     

            แม้ว่าอาหารจะหอมมาก แต่ฉินเจิงไม่ได้กินอย่างดุดันเหมือนกับหัวหน้าโจว เขายังคงความสง่างามเช่นเดิม ชายหนุ่มกินอาหารอย่างช้า ๆ และใจเย็น มีกลิ่นอายของความสูงศักดิ์ที่มองไม่เห็นแผ่ออกมา

     

            การที่โจวเซี่ยสามารถทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้ เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของเขาเช่นกัน เมื่อก่อนตอนอยู่ที่เมืองหลวง เขาเคยไปร้านอาหารของรัฐมาหลายแห่ง พ่อครัวที่นั่นทำอาหารอร่อยจริง แต่รสชาติเครื่องเทศหนักเกินไป จนทำให้สูญเสียรสชาติเดิมของวัตถุดิบไปเกือบหมด

     

            อาหารที่โจวเซี่ยทำนั้นเรียบง่าย เธอสามารถดึงความหอมของเนื้อและกลิ่นสดชื่นของผักออกมาได้ รสชาติธรรมชาติแบบนี้เป็นความอร่อยที่ลงตัว กลิ่นหอมสดชื่นก็ทำให้เจริญอาหารเป็นอย่างมาก

     

            อาหารหลายอย่าง เพราะใช้เครื่องเทศหลากหลายชนิดจึงทำให้เสียรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบไป แม้ของที่ใส่เครื่องเทศจะอร่อย แต่รสจัดเกินไป และยังให้ความรู้สึกเลี่ยน กินครั้งเดียวก็พอแล้ว

     

            มีเพียงรสชาติธรรมชาติแบบนี้เท่านั้นที่จะทำให้คนโหยหา รสสัมผัสตราตรึง และยากที่จะลืมเลือน

     

            ฉินเจิงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองโจวเซี่ยอีกสองสามครั้ง เขาพบว่าหญิงสาวคนนี้เปลี่ยนไปจากตอนที่เจอที่โรงพยาบาลในเมืองมณฑลพอสมควร ใบหน้าเริ่มมีเนื้อมีนวลและขาวขึ้น เป็นความขาวอมชมพูแบบธรรมชาติ ดูสวยขึ้นกว่าตอนที่เจอครั้งแรกมาก

     

            พอลองคิดดู จริง ๆ แล้วเมื่อก่อนเธอก็ไม่ได้ขี้เหร่ เพียงแต่ความผอมทำให้ดูไม่สวย ตอนนี้พอมีเนื้อมีนวลขึ้นจึงดูดีกว่าเดิมมาก

     

            ตลอดมื้ออาหาร โจวเซี่ยได้กินไปเพียงไม่กี่คำ เธอคอยตักข้าวให้คนนั้น เติมกับข้าวให้คนนี้ และยังคอยเชื้อเชิญด้วยความกระตือรือร้น ส่วนฉินเจิงกินข้าวไปพลาง แทบจะไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย แต่หูทั้งสองข้างกลับคอยเงี่ยฟังคำพูดของโจวเซี่ยอยู่ตลอดเวลา

     

            ฟังจากคำพูดก็รู้ว่า หญิงสาวคนนี้เปลี่ยนไปมาก ไม่มีความประหม่าเลยแม้แต่น้อย แถมยังใจกว้างและสุขุม ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่เคยผ่านโลกมามาก

     

            ฉินเจิงคิดในใจขณะตักข้าวว่า ทำไมจู่ ๆ หญิงสาวคนนี้ถึงกลายเป็นคนพูดจาคล่องแคล่วได้ขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนตอนเจอกัน เธอยังมีท่าทางนอบน้อมจนเกินเหตุ เห็นคนอื่นก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า ไม่กล้าพูดอะไร อย่างมากก็แค่ยิ้มแห้ง ๆ

     

            ‘แต่ผ่านไปไม่นาน ทำไมถึงช่างพูดช่างคุยขึ้นมาขนาดนี้?’

     

            ‘หรือเป็นเพราะการหย่าร้าง ทำให้เธอกลายเป็นคนละคน?’

     

            อาหารอร่อยจนทุกคนกินกันอย่างมีความสุข กับข้าวแปดอย่างถูกกวาดจนเกลี้ยงในที่สุด แม้แต่น้ำแกงก็ยังถูกหัวหน้าโจวเอามาคลุกข้าวกิน เขาไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยจริง ๆ

     

            แม้แต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ อาหารที่บ้านก็ไม่อร่อยเท่านี้ "เซี่ยเซี่ย หลานเอ๋ย ถ้าใครได้แต่งงานกับหลาน ผู้ชายคนนั้นต้องมีบุญมากแน่ ๆ ดูท่าเจ้าเด็กสวีกังนั่นจะไม่มีบุญเอาเสียเลย หลานไม่ต้องห่วงนะ ต่อไปป้าสะใภ้ของเธอจะแนะนำคนที่ดียิ่งกว่านี้ให้แน่นอน"

     

            โจวเซี่ยยิ้ม “คุณลุงคะ ฉันยังไม่คิดเรื่องหาคู่ครองหรอกค่ะ รออีกสักสองสามปีค่อยว่ากัน”

     

            คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันชะงักไป แม้กระทั่งฉินเจิงเองยังเงยหน้าขึ้นมองโจวเซี่ยอยู่สองวินาที ‘หญิงสาวคนนี้คงไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนจิตใจจนเกินไปหรอกนะ? ถึงขนาดไม่อยากหาคู่ครองแล้ว หรือว่าจะเกิดความหวาดกลัวการแต่งงานขึ้นมาในใจเสียแล้ว?’

     

            โจวเหล่าต้าและย่าโจวมองหน้ากัน สองแม่ลูกรู้สึกหนักใจอย่างยิ่ง ดูจากท่าทางของโจวเซี่ยก็เหมือนจะปล่อยวางได้แล้ว แต่ทำไมถึงตั้งแง่ต่อต้านการหาคู่ขนาดนี้ล่ะ?

     

            หัวหน้าโจวยิ้มกว้าง "หลานสาว อย่าเพิ่งท้อแท้สิ! โบราณว่าไว้ คางคกสามขาหาได้ยาก แต่คนสองขามีอยู่เต็มไปหมด หลานวางใจเถอะ ป้าสะใภ้ต้องแนะนำคนดี ๆ ให้แน่นอน"

     

            โจวเซี่ยเห็นท่าไม่ดี ดูเหมือนจะต้องพูดความจริงแล้ว มิฉะนั้นถ้าภรรยาของหัวหน้ากองผลิตพาคนมาแนะนำจริง ๆ แล้วเธอไม่ตกลง จะเป็นการล่วงเกินหัวหน้าโจวหรือเปล่า? เขาจะคิดว่าเธอตั้งใจไม่ให้เกียรติหรือวางท่าใส่ไหม?

     

            ถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่ดีต่อครอบครัวของโจวเหล่าต้า เพราะพวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ต้องเจอหน้ากันตลอด แถมทั้งสองคนยังทำงานด้วยกัน หัวหน้าโจวเป็นคนที่ล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด

     

            ในฐานะพนักงานบัญชี โจวเหล่าต้ายังอยากทำงานต่ออีกหลายปี การเป็นพนักงานบัญชีมีอำนาจและไม่เหนื่อย แค่จดแต้มแรงงาน คำนวณบัญชี และจัดสรรเสบียง แม้ตำแหน่งจะไม่ใหญ่ แต่อำนาจไม่น้อยเลย

     

            ถึงโจวเซี่ยจะเป็นคนที่ทะลุมิติมาจากอนาคต แต่เธอก็รู้ถึงความสัมพันธ์ของผลประโยชน์นี้ "คุณลุง ฉันไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนอะไรค่ะ ฉันแค่คิดว่าปีหน้าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบแล้วฉันค่อยพิจารณาเรื่องส่วนตัว"

     

            มีเพียงการพูดความจริงเท่านั้น ถึงจะทำให้หัวหน้าโจวไม่รู้สึกติดค้างในใจ

     

            พอคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนในที่นั้นยิ่งงงหนักกว่าเดิม เด็กสาวคนนี้ถูกกระทบกระเทือนจิตใจรุนแรงเกินไปหรือเปล่า? ขนาดมัธยมต้นเธอยังไม่ได้เรียน แต่กลับอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัย แบบนี้ถ้าไม่บ้าก็คงปัญญาอ่อน หรือไม่ก็คงถูกเจ้าสวีกังทำให้โกรธจนเสียสติไปแล้ว

     

            ‘เฮ้อ!’ หัวหน้าโจวถอนหายใจเงียบ ๆ ‘เด็กดี ๆ แบบนี้ ทำไมถึงถูกไอ้สารเลวสวีกังหลอกจนเสียสติได้นะ? ช่างน่าเสียดายแทนโจวเซี่ยจริง ๆ ’

     

            “ลุงจะบอกให้นะหลานสาว เธออย่าไปคิดอะไรเลื่อนลอยเลย เธอเรียนหนังสือมาแค่ไหนกันเชียว ถึงจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยน่ะ ไม่ใช่ว่าใครก็นึกจะเข้าก็เข้าได้นะ เธอรู้ไหม...”

     

            หัวหน้าโจวอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่คิดดูอีกทีก็ช่างมันเถอะ เขากลัวว่าถ้าพูดมากไปจะไปกระตุ้นโจวเซี่ยและทำให้โจวเหล่าต้าไม่สบายใจ ทั้งสองคนเป็นคู่หูกันมาหลายปี สนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ ๆ ในเมื่อช่วยไม่ได้ ก็ไม่ควรซ้ำเติม

     

            แม้จะสนิทกันแค่ไหน แต่ก็คงไม่สนิทเท่าลูกสาวแท้ ๆ ของเขาหรอก คนทั้งหมู่บ้านมีใครไม่รู้บ้างว่า โจวเหล่าต้าตามใจลูกสาวคนโตคนนี้มากขนาดไหน ถ้าทำโจวเซี่ยตกใจกลัวเข้า มีหวังโจวเหล่าต้าได้มาซัดกับเขาแน่ ๆ

     

            โจวเซี่ยกวาดสายตามองคนบนโต๊ะ "คุณลุงคะ คุณลุงไม่ทราบหรอกค่ะว่าหลายปีมานี้ฉันแอบศึกษาด้วยตัวเองมาตลอด! ดังนั้นเลยอยากลองสอบดูในปีหน้า ถ้าไม่สำเร็จค่อยว่ากัน ถึงตอนนั้นฉันจะรบกวนป้าสะใภ้ช่วยหาคู่ครองดี ๆ ให้แน่นอนค่ะ"

     

            หัวหน้าโจวหัวเราะ "ยัยหนูคนนี้ ได้ ๆ ๆ รออีกปีก็ยังไม่สาย"

     

            ย่าโจวเองก็ช่วยเอ่ยไกล่เกลี่ย “หลานชาย ปล่อยให้เด็กมันผ่อนคลายสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน อย่างไรเธอก็เพิ่งจะหลุดพ้นมาจากไอ้เด็กเวรนั่น อารมณ์ความรู้สึกยังต้องใช้เวลาปรับตัว รบกวนแกกับเมียต้องพลอยมาคอยเป็นห่วงไปด้วยเลย”

     

            หัวหน้าโจวสูบยาเส้นพลางยิ้มอย่างพอใจ สาเหตุหลักคืออาหารที่โจวเซี่ยทำอร่อยเกินไป "ไม่เป็นไรครับคุณป้า เด็ก ๆ ก็เหมือนลูกหลานในบ้าน เด็กคนนี้ผมเห็นมาตั้งแต่เล็ก ๆ ไม่ต่างอะไรจากลูกสาวแท้ ๆ ของผมเลย คุณป้าวางใจเถอะ ถึงตอนนั้นผมจะให้เมียช่วยหาคู่ครองดี ๆ ให้เธอแน่นอน"

     

            "ได้ ๆ ๆ แบบนั้นก็ดีเลย"

     

            หลังจากสูบบุหรี่ ดื่มน้ำ และพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก็ถือว่าได้พักผ่อนเต็มที่แล้ว หัวหน้าโจวและโจวเหล่าต้าจึงลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก “ตาเฒ่าโจวที่จะมาช่วยก่อเตียงเตา ป่านนี้คงไปรอแล้ว รีบไปช่วยกันดีกว่า จะได้เสร็จทันคืนนี้ เตียงเตาจะได้แห้งเร็ว ๆ สองตาเฒ่านั่นเมื่อคืนต้องนอนบนกองหญ้าแห้งกันแน่ ๆ ”

     

            ฉินเจิงรู้สึกเกรงใจ "เป็นเพราะอาการป่วยของพ่อผมที่ทำให้ทุกคนต้องลำบาก ต้องขอโทษอาโจวทั้งสองจริง ๆ ครับ"

     

            หัวหน้าโจวยิ้มร่า "อย่าพูดแบบนั้นเลยหลานชาย แค่บุญคุณที่หลานช่วยชีวิตหลานตัวน้อยสองคนของอา คนในหมู่บ้านตระกูลโจวของเราก็ควรตอบแทนหลาน จะลำบากแค่ไหนก็ไม่เกินไป เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว

     

            อาดูออกว่าพวกนายพ่อลูกเป็นคนดี วางใจเถอะ ตราบใดที่พวกนายอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลโจว อาและอาโจวจะไม่ทอดทิ้งพวกนายแน่นอน"

     

            ฉินเจิงรู้สึกตื้นตันใจมาก แต่ใบหน้ายังคงเรียบเฉย หลายปีมานี้มีคนเข้ามาประจบประแจงพ่อของเขามากมาย แต่พอพ่อของเขาถูกปลด ทุกคนก็รีบซ้ำเติมทันที

     

            รวมถึงลูกน้องของพ่อเขาที่ปกติภักดีนักหนา สุดท้ายกลับเป็นคนที่เขียนรายงานใส่ร้าย เปลี่ยนขาวเป็นดำ แต่พอพวกเขาสองพ่อลูกเดินทางมาถึงที่นี่ กลับได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนในพื้นที่แห่งนี้ไม่น้อยเลย

     

            คนในหมู่บ้านนี้ยังคงมีความใสซื่อมือสะอาด และปฏิบัติต่อพวกเขาสองพ่อลูกค่อนข้างดี โดยเฉพาะครอบครัวของโจวเหล่าต้า ถือว่าพวกเขาได้มาพบเจอคนดีเข้าแล้วจริง ๆ

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวแสบในยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245