การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 114 ดาบที่ผนึกเทพมารเอาไว้

    บททึ่ 114 : ดาบที่ผนึกเทพมารเอาไว้


    หนี่ เหยาที่ได้ยิน ชิว เหวินเจี้ยนพูดเช่นนั้นก็ตกตะลึงไม่น้อย เขาได้แต่มองชายหนุ่มพลางครุ่นคิดทบทวนสิ่งที่ตนรับรู้มา

            “เหมือนกับข้าและดาบของข้ายังไม่เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น” หนี่ เหยาบอกกับชายตรงหน้า เขาลุกขึ้นจากเตียงแม้จะยังรู้สึกเจ็บไปทั่วร่างแต่ตนก็ไม่อยากอยู่นิ่งเฉยเช่นนี้อีกแล้ว

            “เจ้าพูดถึงอาวุธของเจ้าน่ะหรือ” ชิว เหวินเจี้ยนเลิกคิ้วถาม ชายหนุ่มไพล่มือไปด้านหลัง ไม่ได้ขยับออกห่างจากประตูเท่าใดนักในขณะรอดูว่าชายผู้บาดเจ็บนี้จะทำอย่างไรต่อ

            “ใช่” เขาตอบกลับไป “ดาบของข้าอยู่ที่ใด”

            ชิว เหวินเจี้ยนเผยรอยยิ้ม หลังจากที่หนี่ เหยาหมดสติไป ชิว เหวินเจี้ยนที่ดูเหมือนเป็นมนุษย์ธรรมดาต่ำเตี้ยเรี่ยดินนั้นก็ได้นำดาบของหนี่ เหยาไปเก็บรักษาไว้ในชั้นลึกสุดของปราสาทด้วยตนเอง พลังที่เอ่อล้นออกมาจากมันถูกซ่อนไว้ในที่ลึกสุดที่ไม่มีใครสามารถสัมผัสถึงมันได้

            “ข้านำไปเก็บไว้ในส่วนลึกสุดของปราสาท จะไม่มีผู้ใดเข้าไปยุ่งย่ามกับอาวุธของเจ้าได้”

            หนี่ เหยาพยักหน้ารับ กล่าวขอบคุณชายผู้ช่วยชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อชิว เหวินเจี้ยนเล่าให้ฟังถึงตำนานเทพมาร หนี่ เหยาก็คิดทบทวนไปมา พลังที่มากมายขนาดนั้นแค่เพียงแตะสัมผัสก็ก่อทำให้เจ้าตัวแทบแหลกสลาย พลังอันตรายและทรงพาลานุภาพเช่นนี้จะเป็นอย่างไรอื่นไปได้อีกเล่า


            “อาวุธนั่นท่านอย่าบอกนะว่า-”


            ชิว เหวินเจี้ยนหัวเราะร่า “เจ้านี่คิดได้ช้าเสียจริง เพียงแค่สัมผัสครั้งแรกเจ้ายังไม่รู้อีกหรือ?”


            หนี่ เหยาส่ายหัวปฏิเสธ จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงถอนหายใจมาจากชายตรงหน้า ชิว เหวินเจี้ยนกอดอกพิงกับประตูบานใหญ่ซึ่งหรูหราสมกับฐานะของเจ้าของปราสาท


            “มันเป็นดาบที่ผนึกเทพมารไว้เช่นนั้นหรือ”

    ชิว เหวินเจี้ยนพยักหน้ารับเชื่องช้า เขาไม่มีทีท่าตกใจหรือประหลาดดังเช่นหนี่ เหยา ชายตัวเล็กกว่าอ้าปากค้าง เพิ่งได้รู้วันนี้เองว่าอาวุธที่ตนได้สัมผัสถือครองนั้นเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น จริงอยู่ที่ว่าจิตของเขาแทบแตกสลายในทีแรกที่ได้พบกับมัน หากแต่ตนไม่รับรู้ถึงเรื่องเทพมารมาก่อนราวกับเรื่องราวนั้นเกิดขึ้นนานแสนนานแล้ว


    เหตุใดเล่า? มนุษย์เช่นชิว เหวินเจี้ยน จึงรู้ได้


    “ท่าน...” หนี่ เหยาเอ่ยเสียงแผ่ว แม้จะมิสามารถสัมผัสกับพลังมหาศาลเช่นที่เจอกับกลุ่มโจรหรือใครในดินแดนแห่งนี้ แต่ตนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกรงกลัวชายตรงหน้า ราวกับว่ามีรังสีหรือพลังงานอะไรที่ทำให้เขารู้สึกได้ “ท่านไม่เคยแตะดาบเล่มนั้นเสียด้วยซ้ำไป เหตุใดกันเล่า”


    ชิว เหวินเจี้ยนกรอกตา เขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนหรือให้ผู้ใดมาวุ่นวายกับอดีตของเขานัก ชายหนุ่มกล่าวเรียบๆ “ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยแตะดาบเล่มนั้นเสียหน่อย”


    “...” หนี่ เหยานิ่ง จนสุดท้ายอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดีก็รุกรานร่างกายของเขาอีกครั้ง เจ้าตัวกุมท้องก่อนจะถอยกลับไปนั่งที่เตียงโดยดี เห็นทีว่าตนจะยังไม่พร้อมที่จะไปจัดการกับใครในตอนนี้ อย่าว่าแต่จัดการเลย แค่เดินลงบันไดมิให้ล้มพับไปจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้


    “ข้าเป็นคนนำไปเก็บเองเจ้าคนเขลา ข้าเคยจับมันแล้วครั้งหนึ่ง”


    “เหตุใดท่านจึงไม่มีอาการเช่นข้า ท่านไม่รู้สึกถึงพลังงานที่เอ่อล้นและความรู้สึกราวกับจะแตกสลายนั่นเลยหรือ” หนี่ เหยาขมวดคิ้วใส่ เมื่อเสียงของเขาเริ่มดังขึ้นตามอารมณ์ ชิว เหวินเจี้ยนก็มองมาด้วยสายตาคมกริบ และเป็นผล หนี่ เหยา สงบปากสงบคำทันที


    “ข้าไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น”


    หนี่ เหยาตกตะลึงกับคำตอบที่ได้รับ เหตุใดมนุษย์เช่นชิว เหวินเจี้ยนจึงดูไม่รู้ร้อนเลยสักนิด คนที่จับดาบของจอมโจรด้วยมือเปล่าคนนั้นแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยหรือ


    “ข้าอยากควบคุมดาบเล่มนั้น”


    ชิว เหวินเจี้ยนปรายตามอง “ดาบที่ผนึกเทพมารน่ะหรือ คิดว่าเจ้าคู่ควรแล้วหรือไร อยู่กับมันมาเสียตั้งนานหากแต่ไม่รู้เรื่องราวของมันแม้เพียงนิด”


    หนี่ เหยาเม้มปาก เขาทิ้งร่างของตนเองลงไปกับเตียงอย่างเหนื่อยล้า เจ็บใจยิ่งที่ได้ยินแบบนั้น หากแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น


    “ข้าอยากจะกลับไปจัดการจอมโจรนั่น” หนี่ เหยากำหมัด มองบาดแผลตามร่างกายตนอย่างเจ็บแค้น “ท่านก็เห็นแล้ว หัวหน้าของมันมีดาบเล่มใหญ่ที่ทรงพลัง ด้วยกำลังของข้าเพียงอย่างเดียวข้า เกรงว่า...”


    “เกรงว่าจะสู้มันไม่ได้งั้นหรือ” ชิว เหวินเจี้ยนมองอย่างรู้ทัน เขาคลายมือที่กอดอกอยู่และสาวเท้าเข้ามาหาชายที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง พ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเขาที่ไม่รู้กำลังของตนเสียเลย “เจ้าควรจะพักรักษาตัวให้ดีเสียก่อน สภาพเช่นนี้จะใช้ดาบนั่นได้หรือ”


    หนี่ เหยามองร่างของตนอย่างสมเพช “ข้าอยากหายในเร็ววัน ข้าจะใช้ดาบเล่มนั้นไปฆ่าพวกมันเสียให้สิ้น”


    ชิว เหวินเจี้ยนยกยิ้มอย่างถูกใจ เขารู้สึกได้ถึงแรงปรารถนาอันแรงกล้าจากอีกฝ่าย หากเป็นเช่นนี้แล้วมันค่อยคุ้มค่าเสียหน่อยที่ตนจะยื่นมือช่วยเหลือคนตรงหน้า แม้ชิว เหวินเจี้ยนเองจะยังมิแน่ใจว่าหนี่ เหยาจะสามารถเอาชนะเทพมารและกำราบให้มาเป็นกำลังให้กับเขาได้หรือไม่ก็ตามที


    “งั้นเจ้าก็จงรักษาตัว”


            “แต่เวลามีไม่มาก” หนี่ เหยารั้งฝีเท้าชายตรงหน้าที่กำลังจะเดินจากไป “พวกมันจะไม่เหิมเกริมทำลายเมืองเสียสิ้นก่อนที่ข้าจะได้พลังของดาบอย่างนั้นหรือ”


            ชายที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้หันมา แสงสะท้อนจากภายนอกฉายทับพาดเป็นเงา แม้จะอยู่ไกลจากระยะสายตาหากแต่ว่าหนี่ เหยาสามารถเห็นรอยยิ้มจากใบหน้าคมคายนั้นได้ รอยยิ้มมุมปากที่ดูมั่นอกมั่นใจกับดวงตาที่แข็งกล้ากว่าผู้ใดที่เขาเคยพานพบ


            “หากมีข้าอยู่ เพียงวันเดียวเจ้าก็จักได้ครอบครองดาบเล่มนั้นสมใจ”


            ปึง…


            ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงหลังจากนั้น ชิว เหวินเจี้ยนมองหญิงสาวที่ยังคงอยู่หน้าห้องแม้จะทำทีเดินออกไปแต่ทีแรกแล้ว เธอยืนอยู่ตรงนั้นเมื่อรู้สึกถึงเสียงประตูที่ปิดลง ดวงตาแสนงามของเธอก็ปราดมองชิว เหวินเจี้ยน


            “เจ้ายืนฟัง”


            หญิงสาวยักไหล่ เดินนำชายหนุ่มลงบันไดไปก่อนโดยไม่คิดจะรอ “ข้ายืนอยู่ตรงนี้แต่แรก ไม่เห็นมีเหตุอันใดที่ข้าจะไม่มีสิทธิรับรู้เรื่องของตำนานเทพมารมิใช่หรือ”


    ชิว เหวินเจี้ยนเดินตามอีกฝ่ายไป มิได้โกรธหรืออะไร เสียอย่างไรทุกคนคงได้รับรู้ถึงพลังของมันหลังจากที่ หนี่ เหยาแข็งแกร่งพอจะถือครองดาบเล่มนั้นอยู่แล้ว ถึงแม้ซูหยางจะรู้ไปเธอก็มิอาจขัดขวางสิ่งที่เขาคิดจะทำได้หรอก


    ไม่มีใครแข็งแกร่งพอจะขวางชิว เหวินเจี้ยนได้สักคน


    “ท่านก็น่าจะรู้ อีกหลายวันนักหนี่ เหยาจึงจะมีพละกำลังเช่นเดิม” ซูหยางหยุดฝีเท้าลงในที่สุดเพียงแต่ไม่ได้หันหน้ามาเผชิญกับชิว เหวินเจี้ยน


    “ข้าแค่ต้องรีบเร่งรักษาเขาเท่านั้น”


    ซูหยางเคารพและให้เกียรติชิว เหวินเจี้ยนมากนัก เขาถือเป็นผู้มีพระคุณสำหรับนาง นางมิเคยเห็นผู้ใดกล้าแกร่งเช่นเขา หากแต่เมื่อรู้ว่าชิว เหวินเจี้ยนจะให้หนี่ เหยาลงมือครองดาบเล่มนั้นด้วยตนเอง เธอก็อดหนักใจไม่ได้


    “ท่านพูดเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายสำหรับท่านเสมอ”


    ชิว เหวินเจี้ยนเดินนำนางไป หยุดอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวเผ่ามารและจ้องไปในดวงตาของเธอ ใบหน้าของเขามิมีแววลังเลอยู่แม้แต่น้อย เธอรีบก้มหัวให้ รู้สึกผิดที่ต่อปากต่อคำกับคนมีพระคุณของเธอ หญิงสาวเบือนหน้าไม่อยากสบตาดุดันนั่น


    “เชื่อใจข้า” ชิว เหวินเจี้ยนยิ้ม ถือดีจับคางของนางให้กลับมามองตนอีกครั้ง “ในอีกไม่กี่วันเจ้าจะเห็นหนี่ เหยาถือดาบเล่มนั้นราวกับเป็นเพียงของชิ้นหนึ่ง”

    ซูหยางขยับถอยห่าง ชิว เหวินเจี้ยนละมือจากนางพลางเว้นระยะเช่นกัน


    “ข้าจะเชื่อใจท่าน”

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271