ติ้ดๆ ติ้ดๆ ติ้ดๆ...
เสียงเรียกเข้าดังอยู่หลายวินาทีกว่าคนตัวเล็กจะรับสาย
“ฮัลโหลว่า…”
ปากเอ่ยทักทายคนปลายสายไป
“แกเตรียมชุดไปงานแต่งแพมยัง”
คำถามถูกถามขึ้นจากเพื่อนของเธอ
“ยังอ่ะ”
บอกปัดๆ ไป
“อีก2 อาทิตย์เองนะเว้ย”
“ทำไมแกใจเย็นงี้เนี่ย”
เพื่อนมีน้ำเสียงใกับความชิวของคนตัวเล็ก
“ฉันรอโปร6.6 อยู่”
บอกความจริงไปไม่สะทกสะท้าน
“โอ๊ยยยย!!!…”
“ยัยแคทเอ๊ยยย!!!”
“แล้วมันจะทันป่ะ”
“เออ…ทันน่า…”
“แกนี่ก็ชิวไป๊”
“เออๆ… ไว้เจอกันที่งานนะ”
เพื่อนปลายสายหมดคำจะพูดกับเพื่อนตัวเล็ก
“โอเค…บาย”
ใช่ค่ะ เพื่อนของฉันกำลังจะแต่งงานและฉันก็ได้รับเกียรติให้เป็เพื่อนเ้าสาวถ้านับในกลุ่มของฉันตอนนี้ แพม ก็เป็คนที่ 4 แล้วที่เป็ฝั่งเป็ฝามีสามีเป็ตัวเป็ตนและเหลือฉันกับอุ้มที่ยังครองตำแหน่งโสดอย่างเหนียวแน่นจนเพื่อนในกลุ่มพนันกันว่าระหว่างฉันกับอุ้มใครจะได้ลงจากคานทองก่อนกัน
.
.
2อาทิตย์ต่อมา...
“โฮฮี้ โฮ ฮี้ โฮ ฮี้ โฮ ฮี้ โฮ โหหหหหหห ฮิ้ววววววววววววว... ~”
สิ้นเสียงโห่ขบวนกลองยาว ฉิ่ง ฉาบ ฆ้อง ก็บรรเลงกระหึ่มผู้คนที่อยู่ในแถวเริ่มเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น โดดเด่นที่ผู้ชายรูปร่างสมส่วนในชุดราชปแตนสีขาวตัดกับกางเกงผ้าไทยสีแดงเข้มขนาบหลังด้วยผู้ชายรูปร่างดีไม่ต่างกันอีก 4 คน2 คู่ เดินตรงมาที่ปากประตูทางเข้าที่มีสาวสวยสวมสไบแดงเข้มตัดผ้าถุงทองยืนรออยู่3 คู่
“สวัสดีครับ”
ผู้ชายที่โดดเด่นที่สุดในวันนี้เอ่ยทักสาวประตูที่ 1
“สวัสดีค่ะ”
“จะไปไหนคะ”
ส้มโอ หนึ่งในเพื่อนเ้าสาวเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้า
“ไปหาแพมครับ”
ตอบกลับยิ้มแย้มมีความสุข
“ก่อนจะไปหาเ้าสาว”
“เ้าบ่าวช่วยแสดงความฟิตความปั๋ง”
“ให้พวกเราดูก่อนได้มั้ยคะ”
“ว่าแพมเลือกผู้ชายที่แข็งงงงงงงงง!!!!!!แรง”
“ไม่อ่อนแอ”*.,*
ยัยส้มโอเว้นระยะการพูดให้คิดดีไม่ได้เลย
เ้าบ่าวยิ้มเขินๆ ก่อนจะออกท่าออกทางแสดงความแข็งแรงตามแบบฉบับของคุณเค้าโดยการเบ่งกล้ามให้ดูเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากผู้คนได้ไม่น้อย
ประตูที่ 2
“สวัสดีค่ะ”
“เ้าบ่าวสุดหล่อ”
“ประตูนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนประตูแรกนะคะ”
“แพมเล่าให้ฟังบ่อยๆว่าเ้าบ่าวร้องเพลงเพราะ”
“งั้นเราจะให้เ้าบ่าวแร็ปบอกรักแพมหน่อย”
“แร็ปไม่ดีก็ผ่านไม่ได้ค่ะ”
เ้าบ่าวเจอภารกิจนี้เข้าไปถึงกับเลิ่กลักแต่ก็ยังดึงสติกลับมาได้
“มึงร้องเลย”
“เดี๋ยวพวกกูทำบีตบ็อกซ์ให้”
เพื่อนเ้าบ่าวกระซิบข้างหู
“…”
“ปุบชึ้ก กะ ปุบ ปุบ…”
เมื่อบีตบ็อกซ์จากเพื่อนเ้าบ่าวเริ่มต้นทุกคนต่างก็เอาใจช่วยและโยกไปตามทำนอง
“วันนี้วันนี้ ผมจะมา จะมาแต่งงานกับแพม”
“แพมผู้หญิงที่ผมรัก…”
“ผมรักที่สุด…”
“คุณและคุณอย่าหยุดๆ”
“ช่วยเปิดประตูให้ผมหน่อย”
“เพราะผมคงจะถอยไม่ได้”
“ผมต้องไปไปหาแพม โย่วๆ”
จบแร๊ปด้นสดของเ้าบ่าวทุกคนก็เฮลั่นในความคิดสร้างสรรค์
ฮิ้ววววววววววววววว..........................~
ประตูที่ 3 ฉันและอุ้มคือผู้ดูแล
“สวัสดีครับ”
เ้าบ่าวเอ่ยทัก
“สวัสดีค่ะ…ประตูนี้ชิวๆ”
“อยากให้เ้าบ่าวบอกรักแพม5 ภาษา”
“ถ้าบอกครบบอกดังและให้ซองหนักๆ”
“ประตูนี้ก็จะเปิดให้ทันที”
“เพื่อนช่วยได้นะ…”
ฉันพูดภารกิจของประตูนี้พลันสายตาสบเข้ากับเพื่อนเ้าบ่าวคนหนึ่ง คุ้นจัง!!
“โอ้ว…”
“ประตูนี้ท้าทายดีนะครับ”
“เอาภาษาไทยไปก่อน…”
“พี่รักแพมนะ”
ภาษาที่ 1 ผ่านไปแบบง่ายสุดๆ
“I Love You”
ภาษาที่ 2 ก็ผ่านไปแบบชิวๆ
“ซารังเฮโย”
ภาษาที่ 3 ก็ยังผ่านไปได้ด้วยดี
พอจะต้องพูดภาษาที่4 เ้าบ่าวเริ่มมองเพื่อนข้างๆ
“มึงๆช่วยกูคิดอีก 2 ภาษา”
หนึ่งในเพื่อนเ้าบ่าวดวงตาคุ้นๆก็เดินมาขนาบข้างหลัง
“ไอชิเตรุ”
กระซิบบอกเ้าบ่าว
“เอ่อ… ไอชิเตรุ”
“เหลืออีก 1 ค่ะ”
สองเพื่อนเ้าสาวยืนกดดันไม่เปิดประตูให้ง่ายๆ
“เฮ้ย… มึง”
“บองสรันโอน”
เพื่อนคนหนึ่งช่วย
“อะไรโยนๆ นะ?!!”
เ้าบ่าวที่ได้ยินไม่ค่อยถนัด
“โยนอะไรของมึงเล่า!!”
“หว่ออ้ายหนี่…”
ผู้ช่วยดวงตาคุ้นคนดีคนเดิมแทรกขึ้นมา
“เอ้อๆ… หว่ออ้ายหนี่” สุดเสียง
สีหน้าโล่งอกของเ้าบ่าวเผยขึ้นมา หลังทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยถึงหน้าที่สองสาวกั้นประตูต้องเปิดทางให้แต่โดยดี
เ้าบ่าวเดินนำหน้าผ่านไปตามด้วยเพื่อนเ้าบ่าวจนกระทั่งคนสุดท้ายทั้งสองคู่ดวงตาสบกันอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มจากชายร่างสูงส่งมายังคนตัวเล็ก
(คุ้นจัง!!)
(ฉันเคยเจอที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ)
คนตัวเล็กคิด
.
.
“แกร๊…”
“ฉันเมื่อย”
เสียงยัยอุ้มบ่นออดๆ แอดๆ หลังทำหน้าที่เพื่อนเ้าสาวมาั้แ่เช้าจนตอนนี้ตะวันตรงหัวซะแล้ว
“เอ่อๆ… นี่ไงไปนั่งโต๊ะกัน”
“ได้เวลาของเราละ”
ปลอบใจเพื่อนให้เลิกบ่นสักทีเอาจริงฉันก็เมื่อยเหมือนกันแหละ 5555 เดินมาถึงโต๊ะก็เจอเพื่อนๆ คนอื่นนั่งรออยู่ก่อนต่างกวักมือเรียกให้ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน
เมื่อสาวๆ ครบองค์สารพัดสารพันเื่ราวก็ถูกเล่าอย่างออกรสออกชาติบวกกับเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานในวง
“อุ้ม”
“ฉันปวดฉี่”
“หัวเราะมากไปหรอแก”
“เล็ดเลยดิ”
“ยัยนี่”
ตาขวางใส่เพื่อนไป1 ที
“ให้ฉันไปเป็เพื่อนป่ะ”
“ไม่เป็ไร”
“นั่งมอยต่อเถอะจ่ะ”
.
.
เมื่อคนตัวเล็กออกมาทำธุระเสร็จเรียบร้อยระหว่างทางกลับเข้าไปในงาน ตาไวก็เห็นว่ามีบูธน่าสนใจตั้งอยู่เหมือนกำลังแจกของฟรี!!
(ขอแวะเข้าไปดูหน่อยละกัน)
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆป้าย backdrop ที่ตั้งอยู่นั้นเขียนว่า
“เพียงแค่สแกนแล้วสมัครสมาชิก”
“รับไปเลยPopcorn 1 ถุง”
(แจกของฟรีจริงด้วยแฮะ)
ไม่รอช้าคนตัวบางยกมือถือมาสแกน QR code หวัง Popcorn ฟรีทันที
“มาเอาPopcorn หรอครับ”
มีเสียงทักมาจากด้านหลังคนตัวเล็กหันขวับไปมองทันที นี่มันเพื่อนเ้าบ่าว เ้าของดวงตาคุ้นๆ คนเมื่อเช้านี่
“ใช่ค่ะ”
“พี่ก็มาเอาเหมือนกันหรอคะ”
ถามกลับไปเป็พิธีแล้วหันมาง่วนกับการพิมพ์ประวัติสมัครสมาชิกเพื่อที่จะเอาของฟรีต่อ
“เอ่อ...”
มองคนตัวเล็กที่ดูตั้งอกตั้งใจกับการพิมพ์อะไรอยู่บนเครื่องมือสื่อสาร
(อึหึ...)
(น่ารักจัง...)
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวคุณผู้ชาย
“พี่สแกนยัง”
“สแกนแล้วกรอกประวัติ”
“นี่ไง”
“หนูสมัครเสร็จละ”
โชว์หน้าจอให้คนตัวสูงดูไวๆก่อนจะเดินไปรับของที่อยากได้
“กินมั้ยคะ”
เดินกลับมา ยื่น Popcorn แบ่งคนตัวสูงตรงหน้ากับปากที่เคี้ยวตุ้ยๆ คนตัวสูงยกยิ้มเล็กน้อยคิดในใจ
(กินสักหน่อยก็ได้)
(คนตัวเล็กจะได้ไม่เสียน้ำใจ)
“ขอบคุณครับ”
พร้อมกับมือที่ล้วงไปหยิบPopcorn ในถุง
“ไป...”
คนตัวสูงเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคคนตัวเล็กก็แทรกขึ้นมาต่อว่า
“เข้าไปในงานกันค่ะพี่”
“ป่านนี้เพื่อนหนูรอละ”
“เอ่อ…”
“หรือพี่จะไปทำธุระอะไรหรือเปล่า”
“งั้นแยกกันตรงนี้นะคะ”
ก็ยังคงคุยไปเคี้ยวไปเหมือนเดิมคำถามจากคนตัวเล็กที่ถามมาแต่ละอย่างมีแต่คำถามที่ต้องเลือก ไม่เปิดโอกาสให้คุยยาวๆได้บ้างเลย มันน่าบีบแก้มนัก
“เข้างานเลยก็ได้ครับ”
“เดินไปด้วยกันนี่แหละ…”
.
.
“หายไปไหนมา”
“นึกว่าตกส้วมไปละ”
เพื่อนในโต๊ะถามเป็เสียงเดียวกัน
“ถ้าแกกลับมาช้ากว่านี้อีก5 นาที”
“ฉันต้องเรียกตำรวจช่วยตามหาละ”
จิ๊บ หนึ่งในเพื่อนเ้าสาวพูดเชิงแหย่
“ไปเจอบูธแจกของฟรีมา”
“นี่ไง!…”
ชูถุง Popcorn ที่ยังเหลืออยู่อีกครึ่งถุงให้เพื่อนที่โต๊ะรู้สาเหตุที่หายไปนาน
“โอ๊ยยยยยยยยยยยย!!!!”
เสียงสรรเสริญฉันดังจนโต๊ะข้างๆหันมามอง
“เอาละค่ะทุกคน”
“ถึงเวลาสำคัญอีก่หนึ่งของงานนี้”
เสียงพิธีกรดังขึ้นดึงความสนใจจากทุกคน
“่เวลาของการเป็ทายาทเ้าสาวคนต่อไป”
“ต่อจากน้องแพม”
“ขอเชิญสาวโสดหน้าเวทีค่ะ”
มองไปรอบๆ ก็มีสาวโสดจากฝ่ายเ้าบ่าวและเ้าสาวเริ่มลุกไปหน้าเวที
“ไปเลยอุ้มกับแคท”
เพื่อนในโต๊ะต่างก็เพ่งเล็งมาที่ฉันกับอุ้มที่ยังโสด
“ไม่เอาอ่ะ”
“กลัวได้”
คนตัวเล็กที่มีความคิดตรงข้ามกับคนส่วนใหญ่
“ไปเถอะ”
“อุ้มก็ไป”
“แกไม่ได้หรอก”
“มีตั้งหลายเส้น”
บรีสว่า แต่คนตัวเล็กยังคงทำหน้าตาเลิกลั่ก
“ไปเร็วแก”
“เดี๋ยวไม่เหลือให้เลือกนะ”
“ไปยืนเส้นริมๆไม่ได้แน่”
“ประสบการณ์จากงานแต่งยัยพวกนี้ไง”
อุ้มคะยั้นคะยอ
“อ่ะๆไปก็ไป”
คนตัวเล็กยอมแต่โดยดี
.
.
เมื่อไปถึงหน้าเวที…
(ชิบบxxย!!!)
(เหลือ2 เส้นตรงกลาง)
ฉันมองหน้ากับอุ้ม
“แกเลือกก่อนเลย”
อุ้มให้ฉันเลือก
“แกไม่เลือกก่อนอ่ะ”
ฉันถามอุ้มกลับ
“เอ้าแกนี่…เื่มากจริง”
“ฉันให้แกเลือกก่อน”
“แกจะได้ไม่มาว่าฉันทีหลังไงว่าเอาเส้นสุดท้ายให้แก”
“เออๆเลือกก็ได้”
“เอาอันไหนดีอ่ะ”
คนตัวเล็กลังเล
“ขวาร้ายซ้ายดี”
“อืมม…”
“เอาขวาละกันร้ายๆ ไม่ได้แน่”
ตรรกะอะไรกันนี่ คนตัวเล็กตัดสินใจเลือกริบบิ้นด้านขวามือของตัวเองทำให้ริบบิ้นเส้นซ้ายมือเป็ของอุ้มโดยปริยาย
มือเล็กจับแน่นที่ริบบิ้นหัวใจเต้นเร็วขึ้น เหงื่อเริ่มซึมออกมือ เมื่อเสียงพิธีกร เริ่มนับถอยหลัง
3…
(ไม่ใช่ฉัน)
2…
(ฉันไม่ได้)
1…
(ฉันรอด)
“ปล่อยได้ค่ะ”
สิ้นเสียงพิธีกร
กรี๊ดดดดดดดดด!!!
ว้ายยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!
วู้ววววววววววววววววววววววววว!!!!!!!!
คนตัวเล็กค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมา…
ณ ตอนนี้ฉันรู้สึกหูดับไปชั่วขณะสายตาจ้องไปที่ริบบิ้นที่ผูกติดกับช่อดอกไม้ของเ้าสาว
(แม่งเอ้ย!!!)
สบถในใจ
“แคท! ยัยแคท!!”
อุ้มเรียกดึงสติฉันกลับมา
“ขึ้นไปบนเวทีเร็ว”
ฉันผู้ซึ่งไม่ได้้าดอกไม้ผู้ซึ่งไม่อยากให้เกิดโมเม้นต์นี้กับชีวิต แต่ตอนนี้มันกำลังเกิดขึ้นกับฉันโอ้ยยชีวิต… TxT
“สวัสดีค่ะ”
“คุณน้องคนสวย”
“เดี๋ยวแนะนำชื่อก่อนนะคะ”
“ชื่ออะไรแล้วมาจากฝั่งไหนเอ่ย”
สายตาหันไปหาคู่บ่าวสาวแพมชู 2 นิ้ว เป็กำลังใจให้
(เอาวะ!!)
(จะกลัวทำไม)
(ไม่มีใครจำเราได้หรอก)
คิดให้ตัวเองสบายใจ
“เอ่อ...”
“ชื่อแคทค่ะ”
“เป็เพื่อนเ้าสาว”
“อ้อ...คุณน้องที่แต่งสไบเมื่อเช้านี่เอง”
“มาใส่ชุดราตรีแล้วสวยไปอีกแบบเลยค่ะ”
“ว่าแต่...”
“วันนี้พาแฟนมาด้วยหรือเปล่าคะ”
“นั่งอยู่ตรงไหนเอ่ย”
พิธีกรเริ่มถามคำถามที่ยากต่อการตอบ
“เปล่าค่ะ”
“มากับเพื่อน”
พยายามตอบเลี่ยงๆ
“โอยยยย… น่าเสียดายแทน”
“แล้วมีแพลนจะตามคู่น้องหนึ่งน้องแพมไปเร็วๆนี้มั้ยคะ”
(ยังค่ะ… ยังไม่หยุดถามอี๊กก)
อันนี้คิดในใจแต่ตอบออกไปแค่ว่า
“ยังค่ะ… ไม่รีบ”
“แหมคุณน้อง”
“แล้วคบกับแฟนมากี่ปีแล้วคะ”
“เอ่อ… คือ…”
(ทำไมรอบตัวถึงเงียบจังนะ)
(เงียบจนฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่มันจะทะลุออกมาจากอกแล้ว)
“นับไม่ได้ค่ะ...”
“เพราะยังไม่มีแฟน”
คำตอบที่ทำให้ห้องที่เงียบมีเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
“เอ้า!คุณน้อง…!”
“พี่ก็ว่าอยู่…ทำไมคุณน้องดูถามคำตอบคำ”
“ยังโสดอยู่นี่เอง”
“นี่ถือเป็โอกาสที่ดีนะคะ”
“ไหนเพื่อนเ้าบ่าวคนไหนยังโสด”
“ยกมือซิคะ”
(เอาละ!!)
(หาคู่ให้กูละ!!!)
ฉันส่งสายตาไปหาแพมว่าช่วยฉันด้วยฉันอยากออกไปจากตรงนี้ แพมจึงตัดสินใจเดินมาเอาไมค์ที่ฉันและพูดให้ทุกคนกลับมาอยู่ในความสงบ
“อ่ะๆ… เพื่อนเ้าบ่าวที่ยังโสด”
“ขอให้โสดจริงๆแล้วค่อยมาจีบเพื่อนแพมนะคะ”
“คนนี้หวง”
ฉันมองหน้าแพมและส่งสายตาสื่อสารไปว่าขอบคุณมาก…แกคือนางฟ้ามาโปรด
“ไว้ไปต่อหลังไมค์นะทุกคน”
“ขอเสียงปรบมือให้แคทเพื่อนแพมหน่อย”
เ้าสาวตัดบทเองจนพิธีกรเลิ่กลั่ก แต่ก็ต้องตามน้ำไป พอทายาทเ้าสาวเดินกลับมาถึงโต๊ะยัยพวกเพื่อนต่างปรบมือชอบใจ
“แกจะไม่โสดก็คราวนี้แหละ”
เพื่อนๆ แซว
คนตัวเล็กได้แต่ยิ้มๆเคอะๆ เขินๆ ทำตัวไม่ถูก แล้วคนตัวเล็กก็คงไม่รู้ซินะว่าระหว่างที่เธอออกไปรับช่อดอกไม้ตอนอยู่บนเวทีจนกระทั่งเดินกลับมานั่งที่โต๊ะมีสายตาคู่หนึ่งมองมาที่เธออยู่ตลอด