รุ่งขึ้นของวันถัดมาภายในจวนเกิดเื่ชุลมุนวุ่นวายผู้แทนองค์จักรพรรดิก็เสด็จมา ทำให้บ่าวรับใช้ต้องรีบจัดการตกแต่งจวน พร้อมเตรียมอาหารมากมายบุตรหลานทุกคนในสกุลหนิงถูกเรียกไปโถงหลักหมดเว้นเสียแต่หนิงเฟยหลงคนเดียวที่พึ่งจะตื่น
“นายน้อยท่านรีบแต่งตัวเร็วเข้า!ท่านต้องรีบไปโถงหลักแล้ว!”ชงเป่ารีบเร่งมาแจ้งข่าวที่พึ่งทราบจากคนรับใช้ในจวน
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มรีบแต่งชุดพลางถามไปด้วย
“ข้าน้อยพึ่งทราบ....มาว่าวันนี้จะมีผู้แทนพระองค์มาท่าน......ประมุข..เรียกหาให้บุตรหลานไปยัง.....โถงหลักทั้งหมดแต่เหตุใดไม่มีคนมาเรียกท่าน......ข้าน้อยก็ไม่ทราบ” ชงเป่าพูดไปหอบไปมันพึ่งวิ่งจากเรือนหลักมา ที่อยู่ไกลจากเรือนฟากฝั่งตะวันออกที่หนิงเฟยหลงอยู่ถึงหกลี้ภายในจวนไม่อนุญาตให้มีการใช้ลมปราณเว้นเสียแต่ประมุขและผู้าุโในตระกูลเท่านั้น
เมื่อได้ยินดังนั้นหนิงเฟยหลงก็ไม่ได้รีบร้อยอะไรค่อยๆก้าวเดินไปยังโถงหลักเมื่อไปถึงก็พบกับประมุขตระกูล ผู้าุโ และญาติพี่น้องที่อยู่กันครบ หนึ่งในนั้นมีหนิงอันอันอยู่ด้วย
“คำนับท่านปู่ คารวะผู้าุโทุกท่าน ต้องขออภัยด้วยที่ข้ามาช้าไป....”แต่แล้วคำพูดของหนิงเฟยหลงก็ต้องถูกขัดด้วยเสียงของบุรุษผู้คุ้นเคย
“เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครถึงจะมาสายได้! เ้าทำตัวเช่นนี้ไม่เห็นท่านปู่และท่านผู้าุโอยู่ในสายตาเลยใช่หรือไม่?!” หนิงเฟิงส่งสายตาดูแคลน มันตั้งใจที่จะทำให้เหตุการณ์บานปลายั้แ่ที่มันทราบข่าวการเรียกประชุมในครั้งนี้มันก็ได้กำชับให้บ่าวรับใช้ไม่ต้องไปแจ้งแก่หนิงเฟยหลงมันหวังที่จะทำลายชื่อเสียงและให้หนิงเฟยหลงถูกลงโทษ
หนิงเฟยหลงล้วงเอาแก่นอสูรระดับสี่ออกมาถือเล่น“ข้าต้องขออภัยจริงๆ พอดีว่าข้าพึ่งหาแก่นอสูรพบ.....ข้าจึงมาช้าไปหน่อย”
"......!!" ั้แ่ที่ชายหนุ่มพูดว่าแก่นอสูร ผู้าุโทุกคนในตระกูลก็มองมาที่มันทั้งหมดด้วยสายตาเป็ประกายเกิดความโลภที่อยากจะ
สายตาของคนในตระกูลต่างลุกวาวเป็ประกายไม่ต่างกัน“ข้าตั้งใจที่จะเอามาให้ท่านปู่ ข้าได้รับมันมาจากการเดินทางที่ผ่านมาโดยบังเอิญ”
“โอ้ดีมาก เด็กกตัญญู เ้าช่างเป็หลานที่ดี ไม่เคยทำให้ข้าต้อง.....”หนิงเทียนกำลังจะพูดต่อแต่มันก็ต้องหยุดพูดทันทีเมื่อมันนึกถึงเื่ราวในอดีตที่หนิงเฟยหลงเผชิญมาความเศร้าก็เข้ากัดกินหัวใจชรานี้อีกครั้ง
แต่แล้วมันก็ต้องแปลกใจเมื่อมันก็ััได้ถึงพลังลมปราณของหลานชาย“นี่...นี่เ้าอยู่ขอบเขตแดนกายขั้นที่แปด! เ้ากลับมามีพลังยุทธ์แล้วหรือ!!”
อะไรนะกลับมามีพลังยุทธ์!!
ผู้คนในห้องโถงต่างแตกตื่นห้าปีมาแล้วที่ยอดอัจฉริยะของตระกูลไร้พลังยุทธ์ แต่ตอนนี้กลับมามีพลังยุทธ์และยังเป็ขั้นแปดซึ่งถือว่าเป็อัจฉริยะแล้วเพียงแค่อายุสิบสี่ปีก็อยู่ถึงระดับแปดแล้วเทียบเคียงได้กับอัจฉริยะของตระกูลใหญ่ในแคว้น แล้วจะไม่ให้ใได้เช่นไรนั่นแสดงว่าหนิงเฟยหลงมีโอกาสจะกลับมาเป็ยอดอัจฉริยะของตระกูลดังเดิมขั้วอำนาจในตระกูลจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเป็แน่!
“ขอรับท่านปู่ ข้ากลับมาฝึกฝนต่อได้แล้ว”หนิงเฟยหลงกล่าวเสียงราบเรียบ ยื่นส่งแก่นอสูรให้หนิงเทียนแล้วเดินไปยังที่ของตนน้ำเสียงที่ราบเรียบของมันกลับทำให้ใจของผู้คนในห้องโถงต้องสั่นสะท้าน!
หนิงเฟิงที่ได้ยินดังนั้นก็ต้องตะลึง!มันไม่อยากเชื่อว่าหนิงเฟยหลงจะกลับมามีพลังยุทธ์และยังเหนือล้ำกว่าตนถึงสามขั้นมันเริ่มกลัวว่าหนิงเฟยหลงจะมาแก้แค้นกับสิ่งที่มันเคยทำจึงส่งสายตาไปยังหนิงจินที่เป็พี่ชาย หนิงจินยังคงมีสีหน้าปกติท่าทางไม่ได้วิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้นก็มีทหารรักษาเมืองผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาในโถงอย่างรวดเร็ว!
“รายงาน! ท่านผู้แทนพระองค์มาใกล้ถึงแล้วขอรับ!” ทหารรักษาเมืองเร่งควบม้าเข้ามารายงานเมื่อเห็นกองขบวนผู้แทนองค์จักรพรรดิใกล้เข้ามาในระยะไม่ถึงสิบลี้
“เช่นนั้นก็ออกไปต้อนรับกันเถอะ”หนิงเทียนพาคนในตระกูลออกไปต้อนรับตัวแทนพระองค์ “หนิงหลินเ้าเตรียมการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?”
“เตรียมการเรียบร้อยแล้วขอรับท่านพ่อไม่ต้องกังวลข้าได้กวดขันทหารรักษาเมืองแล้ว”หนิงหลินกล่าวพลางชี้ไปทางกำแพงเมืองที่ข้างบนเต็มไปด้วยทหารยืนรักษาการและตามถนนที่ผู้แทนพระองค์ต้องผ่านก็มีทหารยืนรักษาการตลอด
“ลูกเองก็จัดเตรียมทหารองครักษ์ของตระกูลไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ”หนิงอวี่เห็นได้ช่องทางก็กล่าวเสริม
“ดี เช่นนั้นก็อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดได้!”หนิงเทียนเค้นเสียงขึ้นอย่างจริงจัง มันไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆขึ้นหากผู้แทนองค์จักรพรรดิเกิดเป็อะไรขึ้นมา มีหวังต้องถูกเพ่งเล็งอาจถึงขั้นถูกกล่าวหาว่าเป็ฏ! ถึงตอนนั้นตระกูลหนิงก็คงต้องถูกทำลายอย่างไม่ต้องสงสัย
ในราชสำนักมีสามตระกูลใหญ่คอยค้ำจุนอยู่เปรียบเหมือนสามเสาหลักไม่อาจขาดเสาใดเสาหนึ่งไปได้ สามเสาหลักที่ว่าคือตระกูลหนิง ตระกูลถู และตระกูลเหริน เดิมทีทั้งสามตระกูลมีอำนาจเท่าเทียมกัน
เมื่อสิบปีก่อนตระกูลถูได้ถวายตัวบุตรสาวให้กับองค์จักรพรรดิถูกแต่งตั้งเป็พระสนมเอกถูกุ้ยเฟย จักรพรรดิทรงโปรดและหลงใหลพระสนมเอกเป็อันมากไม่สนใจกิจการบ้านเมืองเท่าที่ควร อำนาจทางการเมืองล้วนเอนเอียงไปทางตระกูลถูขุนนางส่วนมากก็ไปเข้ากับตระกูลถู แม้แต่ตระกูลเหรินก็ยังยอมเข้าร่วมมีเพียงตระกูลหนิงเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือองค์รัชทายาทที่เหลือต่างพากันเอาใจออกห่างไปเข้ากับตระกูลถูหนุนองค์ชายสี่ที่เกิดกับถูกุ้ยเฟย
แม้หนิงเทียนจะมีบรรดาศักดิ์เฉินกงเป็ขุนนางขั้นสองตำแหน่งเสนาบดีกรมพิธีการและเ้ามณฑลทักษิณคุมอำนาจเบ็ดเสร็จทางตอนใต้ของแคว้นเยว่ก็ตามแต่ก็ต้องระมัดระวังตัวมันไม่อาจล่วงรู้เลยว่าหากเกิดความผิดพลาดขึ้นจะมีผลใดตามมา
ผู้ที่เป็ผู้แทนพระองค์มายังเมืองเซียงในครั้งนี้คืออ๋องอี้เยว่หวง ราชนัดดาขององค์จักรพรรดิ โอรสขององค์รัชทายาทสายสืบของตระกูลหนิงได้สืบมาหมดแล้วและได้ส่งองครักษ์เฝ้าคอยระวังอย่างลับๆตลอดทางด้วยเกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีลอบสังหาร
หนิงเทียนนำผู้คนในตระกูลออกมารอครึ่งชั่วยามขบวนของอ๋องอี้จึงมาถึง“ข้าหนิงเทียนเสนาบดีกรมพระราชพิธีขอน้อมต้อนรับผู้แทนพระองค์ด้วยความยินดี”
“ราชโองการ! ฝ่าารับสั่งให้หนิงเทียนส่งตัวแทนเข้ารับคัดเลือกเข้าเป็ศิษย์สำนักยุทธ์หลวงโดยห้ามให้ผู้แทนอำพรางฝีมือโดยเด็ดขาดมิเช่นนั้นจะถือว่าเป็ฏและรับสั่งให้ตระกูลหนิงส่งแรงงานเข้านครหลวงเหอผิงจำนวนห้าหมื่นคนห้ามขาดแม้แต่คนเดียวจบราชโองการ!”ขันทีผู้หนึ่งที่มาด้วยกับอ๋องอี้เป็ผู้อ่านราชโองการ
“กระหม่อมหนิงเทียนน้อมรับราชโองการ!”หนิงเทียนกำมือแน่นไม่คิดเลยว่าจะบีบคั้นกันถึงเพียงนี้มันรู้สึกโกรธเกรี้ยวแต่ทำสิ่งใดไม่ได้ต้องทนรับเอา
“เชิญขอรับท่านอ๋อง”หนิงเทียนผายมือเชิญเยว่หวงเข้าไปในเมืองเยว่หวงขึ้นรถม้าโดยมีหนิงเทียนขี่ม้านำหน้าขบวนตรงไปยังตระกูลหนิง
..........