เกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน

    ตอนที่สามสิบเจ็ด ก้าวเข้าสู่คุรุยุทธ

    ตอนที่สามสิบเจ็ด ก้าวเข้าสู่คุรุยุทธ

    ความแตกต่างระหว่างปราณยุทธในระดับนักยุทธสี่ดาวนั้นมากกว่าหกดาว

    หกดาวมากกว่าแปดดาว

    แต่ที่ว่ามานั้นก็เทียบไม่ได้กับความแตกต่างของระหว่างขั้นนักยุทธเก้าดาวกับคุรุยุทธ์

    ในโลกนี้มองว่าคนที่ผ่านสองขั้นแรกไปได้คือคนที่มีพรสวรรค์ในเส้นทางการบ่มเพาะพลังนี้

    หากสร้างรูปกราฟของคนผ่านไปขั้นตอนนี้ ช่วงสองขั้นแรกจะมีมากกว่าขั้นที่สามอย่างเห็นได้ชัด

    และการก้าวหน้าขึ้นจากคุรุยุทธ์นี้ ก็จะต้องใช้ทรัพยากรที่มีมูลค่าสูงและแย่งชิงกันมากขึ้น

    แม้ว่าจำนวนของคนที่อยู่ขั้นสูงจะน้อยกว่าสองขั้นแรกที่เป็นประชากรทั่วไปแบบฐานปีระมิด

    ทรัพยากรคุณภาพของระดับคุรุยุทธนี้หายากกว่าหลายเท่า

    ดังนั้นเราจะเห็นคนที่เป็นคุรุยุทธเรียกลมเรียกฝนในหมู่บ้านชายแดน หลังเขา ที่มีนายน้อยเกเรตีหัวหมาด่าเจ๊ก เรียกลมเรียกฝนตามหมู่บ้านชายแดน เพราะคุรุยุทธนั้นมีค่าพอที่จะทำอย่างนั้นได้จริงตามสายตาคนทั่วไป

    แต่พอมาหลังๆ คุรุยุทธที่เรียกลมเรียกฝนบริเวณชายแดน

    จะเป็นแค่เด็กเฝ้าประตู นักบู๊หมู่ตึกเท่านั้นในเมืองที่เจริญแล้วหรือแคว้นใหญ่ที่เข้มแข็ง

    หมายความว่าไอ้เจิด เอ๊ยนายน้อยในบ้านอกคอกนาแรกๆที่พระเอกแนวปราณยุทธเจอจะกลายเป็นตัวตลกไปเลยหากมองจากภาพรวมของทั้งแผ่นดินหรือจากมุมมองของคนที่อยู่ในเมืองหลวง ที่มีระดับมหาราชันย์ยุทธหลายสำนักประชันขันแข่งกัน และคุรุยุทธเป็นแค่อาจารย์ในสำนัก เด็กเฝ้าประตู ทำหน้าที่ทั่วไปของสำนัก

    แน่นอน หากมองในแง่หนึ่ง เฝ้าประตูก็มีเกียรติอยู่ คนที่ไม่เก่งระดับหนึ่งก็ทำหน้าที่เฝ้าประตูไม่ได้ และการเฝ้าประตูก็มีแต้มภารกิจด้วยแบบเดียวกับหน้าที่ต่างๆของสำนักเช่นกัน

    คนที่ต้องการเก็บแต้มภารกิจแบบไม่หวือหวามากนักก็จะทำหน้าที่เฝ้าประตู

    “เมืองหลวงนี้มีใครบ้างไม่กล้าให้เกียรติสำนักไท่ซานเรา? แม้แต่องครักษ์หรือเชื้อพระวงศ์มาถึงไท่ซานเรายังต้องให้เกียรติอยู่สามส่วน”

    ก็อย่างที่เห็นล่ะครับ

    ที่เด็กเฝ้าประตูโดนพระเอกแนวปราณยุทธหรือพรรคมารกระทืบตายก็เพราะคิดอย่างนั้นนั่นล่ะ

    แต่อืม หากบอกโดยค่าเฉลี่ยแล้วที่เด็กเฝ้าประตูมันคิดก็ถูกแล้วล่ะ

    ร้อยวันพันปี ไม่มีใครมาหาเรื่อง สำนักอยู่ยั้งยืนยง จนได้มาจากกับพวกพระเอก นางเอก และตัวร้ายนั่นล่ะ

    เพื่อการเตรียมการในการที่ผมกลัวว่าจะเกิดอาการผิดพลาดในการที่ทะลวงผ่านขั้นคุรุยุทธผมถึงกลับเตรียมการหลายวิธีเช่นให้อี้จิงวิเคราะห์เคล็ดวิชาและคำนวณความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น

    ทานยาเพิ่มความสามารถในการทะลวงผ่านด่าน

    และถึงกับงดการฝึกวิชาอื่นๆสองสามวันเพื่อให้สามารถทะลวงด่านได้ในสภาพที่ดีที่สุด

    และผมก็ได้ค้นพบความแตกต่างของลมปราณ

    ตอนแรกสะสมลมปราณ ลมปราณเป็นของเลื่อนลอย พอกลายเป็นนักยุทธนั้นลมปราณจะเป็นราวกับของเหลว

    พอมารวมกันเป็นคุรุยุทธลมปราณที่สะสะของเราราวกับจะสร้างแก่น เมล็ดพลังจินตันขึ้น

    การหลอมรวมแก่นพลัง เมล็ดจินตัน จะแสดงถึงพื้นฐานที่หนักแน่นของเรา

     

    อี้จิงทะลวงผ่านได้อย่างง่ายดาย ตรงหน้าผากของเธอมีรูปดวงจันทร์ที่เป็นสีน้ำเงินวาวสว่างขึ้นอีกครั้งเวลาทะลวงผ่านไปสู่คุรุยุทธ

    พลังที่สัมผัสได้...หรือในกรณีของอี้จิงไม่สามารถสัมผัสได้นั้น

     อี้จิงมีพลังที่สัมผัสไม่ได้มากขึ้นไปอีกขั้น

    แต่ประสาทสัมผัสของผมรับรู้ได้เนื่องจากวิชาเรามาจากแนวทางเดียวกันและลมปราณของผมก็ได้มาจากอี้จิงโดยส่วนใหญ่

    ผมก็ค่อยๆสร้างเม็ดพลัง ที่เป็นแก่นสำคัญของขั้นตอนคุรุยุทธนี้

    ใช้เวลานานนับครึ่งวัน ก็สำเร็จในที่สุดโดยไม่มีปัญหาอะไร

    แก่นของผมสีทองแบบดวงอาทิตย์ในจุดตันเถียนของผมที่ถูกหล่อหลอมโดยพลังธาตุหยินไม่ให้ดวงอาทิตย์ในช่องท้องของผมนั้นเผาไหม้ตัวของผมเอง

    ฟู่ๆๆๆ

    เหงื่อสีดำของผมไหลออกมาจากผิวหนังอีกตั้ง จากเมื่อก่อนตอนทานยา เหงื่อสีดำไหลเหมือนโคลนเหลว

    พอมาระดับคุรุยุทธ ของเหลวสีดำไหลออกมาด้วยความรวดเร็วราวกับปืนฉีดน้ำ

    “ยินดีกับท่านพี่ด้วยค่ะที่สำเร็จพลังระดับคุรุยุทธ์”

    อี้จิงค้อมศีรษะคำนับผมอย่างนอบน้อม

    นี่คือคำพูดจากคนที่ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็บรรลุพลังคุรุยุทธได้อย่างง่ายดาย

    ส่วนผมต้องใช้ทรัพยากรต่างๆและการเดินลมปราณช่วยจากอี้จิง จึงสามารถผ่านกำแพงของขั้นคุรุยุทธมาได้

    จากนี้ไป คนทั่วไปคงเห็นว่าผมเป็นคนมีพรสวรรค์แล้ว

    ในทางเทคนิค นี่ควรจะเป็นขั้นที่คนที่ผ่านขั้นนี้แทบจะจุดพลุฉลอง

    หน้าที่ของคนบรรลุขั้นนี้จะเปลี่ยนจากลูกศิษย์ของสำนัก ค่ายพรรค กลายเป็นหัวหน้าหรือคนที่มีอำนาจสั่งการบ้างไม่ว่าจะไปในทางการสอนวรยุทธแก่ศิษย์สายนอกหรืองานเฝ้าประตู

    ศิษย์ธรรมดาจะต้องไปตกระกำลำบากทำภารกิจด้านนอก

    ส่วนผมหน้าที่มีคือการฝึกพลังให้ได้ตามความคาดหวังของผู้คน

    และตอนนี้ผมก็คิดว่าผมทำสำเร็จในระดับหนึ่ง

    คุรุยุทธและเม็ดพลังนั้นทำให้ผมสัมผัสได้ถึงกระแสปราณต่างๆที่อยู่รอบกายและสามารถรู้สึกและควบคุมมันได้ดีขึ้น

    น่าจะเป็นเพราะสาเหตุนี้นี่เอง ที่วิชาชั้นสูง คนที่มีระดับพลังต่ำถึงไม่สามารถใช้ได้

    เพราะคนที่ระดับพลังสูงกว่าจะมีประสาทสัมผัสดีกว่าและมีพลังมากกว่าที่จะใช้กระบวนท่านั้นได้นั่นเอง

    เหนืออื่นใด พลังระดับนี้จะสามารถเริ่มใช้ม่านพลังปราณต่างๆที่ทำให้บินได้และอะไรอื่นๆ

    ส่วนผมนั้นไม่คิดว่าจะใช้ของพวกนั้นเพื่อบินได้หรอก

    ผมมีไอเดียแปลกๆกว่านั้น

    ..

    หวังลี่ ระดับพลังคุรุยุทธหนึ่งดาว

    เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ของสำนักไท่ซาน

    หวังอี้จิง คุรุยุทธหนึ่งดาว

    ผู้ติดตามหวังลี่และศิษย์สายนอกของสำนักไท่ซ่าน

    หวังม่อและคนอื่นๆ สะสมปราณ ขั้นหกดาว..ใช่แล้วครับ พวกหวังม่อยังไม่เพิ่มขึ้นแม้แต่ดาวเดียว ทั้งที่ขยันฝึกและทำงานอื่นๆที่หวังลี่มอบหมายด้วย

    ผู้ติดตามหวังลี่และศิษย์สายนอกสำนักไท่ซาน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน ที่คุณอ่าน