บทที่ 8 เทือกเขาไอร่อนแห่งอาณาจักรสลัม
ด้วยความยากจนและความใฝ่ฝันที่อยากเป็นักประดิษฐ์หุ่นยนต์ของตัวผมเอง ทำให้ในช่องเก็บของทั้งหมดดูมีแต่เศษขยะและเศษซากเครื่องจรักมากมายเหมือนกับผมในโลกเดิมไม่มีผิด มีเพียงอลิตาเท่านั้นที่ดูจะมีค่าพอใช้ประโยชน์ได้ในตอนนี้สำหรับผม
“ควันติน..”
“ขอรับเ้านาย”
“ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอลิตา”
“รับทราบครับ…..”
ควันตินทำแสงกระพริบและลอยตัวนิ่งๆ สักครู่หนึ่งก็เริ่มพูด
“Aiนางฟ้าคอสมิกระดับหนึ่ง เป็เทคโนโลยีที่ร่วงลงมาจากสรวง์ ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด ความสามารถพิเศษพลังดาบซุปเปอร์โซนิค สามารถพุ่งเข้าฟาดฟันศัตรูได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง” หุ่นกระป๋องกล่าวรายงานเ้านายของมันตามข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในแผ่นความทรงจำโบราณ
์ที่ควันตินมันหมายถึง ก็คือบาบิโลนมหานครลอยฟ้าที่ลอยฟ้าอยู่เหนือเขตเมืองซาเร็มนั้นแหละ ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้ามากมาย ผู้คนไม่เจ็บไม่ป่วย และแทบจะมีชีวิตเป็ะ เพราะพวกเขาสามารถคิดค้นเซรุ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อได้เมื่อหลายหมื่นปีที่แล้วทำให้อายุของพวกเขายืดยาวจนไม่สามารถนับได้
แม้ผมจะยังไม่ค่อยชินกับสภาพแวดล้อมและระบบของโลกใหม่นี้เท่าไหร่ แต่สภาพความคิดและรสนิยมของตัวตนใหม่นี้ก็ไม่ได้ต่างจากผมในดาวดวงเก่ามากนัก ที่ชอบประดิษฐ์สิ่งของเป็งานอดิเรก
“…” เรานี่เป็คนยังไงกันนะ ซ่อมหุ่นยนต์ได้แต่ไม่ยักกะคิดซ่อมหลังคาบ้านตัวเองเลยวุ้ย..
ผมกล่าวบ่นกับตัวเองเมื่อมองไปยังรูหลังคาที่รั่วอยู่หลายจุด นึกโทษตัวเองอยู่นิดๆ ที่มัวซ่อมแต่หุ่นยนต์จนไม่มีเวลาซ่อมหลังคาบ้านของตัวเองเลย
ผมจึงตัดสินใจออกไปข้างนอกเพื่อไปหาอะไรมาซ่อมหลังคาสักหน่อย อย่างน้อยถ้าอยากเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกนี้แล้วบ้านที่อยู่หลังคารั่วมันก็ดูกะไรอยู่
“ปะควันติน ออกไปเดินเล่นข้างนอกกัน”
“ครับเ้านาย”
.
.
สิ่งแรกที่เห็นเมื่อเปิดประตูออกมาจากบ้านที่ขนาดใหญ่กว่ากระท่อมไม่มากนัก คือเทือกเขาไอร่อน เทือกเขาที่เกิดจากกองขยะอิเลคทรอนิคจำนวนมากกองสะสมกันอยู่มานานเป็พันปี มันคือเศษซากขยะหุ่นยนต์และอาวุธที่ไม่ใช้แล้วของแต่ละยุคแต่ละสมัย
ทั้งของเมืองซาเร็ม และเมืองลอยฟ้าบาบิโลน ในทุกๆ เย็นวันศุกร์ ยานบินขนาดใหญ่จะบรรทุกขยะปริมาณมหาศาลราวหนึ่งพันถึงสองพันตันมาทิ้งทีู่เาแห่งนี้เป็ประจำ
ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป นานเข้าูเาก็เริ่มสะสมความสูงและแผ่ขยาดออกเป็เทือกเขาในที่สุดที่ยาวไกลสุดลูกหูลูกตา
ผมเดินไปขึ้นรถเวสป้าร์สีครีมเครื่องยนต์ไอออร์นิก ที่จอดอยู่ข้างๆ มันเป็สิ่งของสำคัญและมีค่าของผมอีกชิ้น สภาพและรูปทรงของมันเหมือนรถเวสป้าเก่าๆ คันหนึ่ง ผิดแต่เปลี่ยนจากล้อเป็จานไอพ่นไอออนิกรูปทรงเหมือนกรวยไอติมก็แค่นั้น
และทันทีที่ผมก้าวเท้าขึ้นมานั่งบนเบาะหนังสีดำของมัน ควันตินก็จะลอยลงมาประจำการอยู่ช่องแม่เหล็กเชื่อมต่อด้านหลังที่เป็เหมือนแท่งชาต์นาฬิกาทรงกลมทันที
ผมโปรแกรมให้มันเชื่อมระบบของมันเองเข้ากับรถเวสป้าคันนี้ได้ ทำให้ตอนนี้ไอ้หุ่นจานบินที่ลอยไปลอยมา กลายร่างเป็รถเวสป้าสีครีมที่มีผมนั่งอยู่บนเบาะหนังสีดำของมัน
“..” นายที่มันเหมือนหมาที่บ้านชั้นเลยแฮะ..
ผมนึกเห็นภาพหมาที่เลี้ยงไว้สมัยเด็กในโลกโมโนฮัน ที่มันมักจะชอบวิ่งขึ้นมานั่งที่ด้านหน้ารถสกุตเตอร์เป็ประจำเวลาที่ผมจะออกไปไหนมาไหน ซึ่งพฤติกรรมของมันก็ไม่ต่างจากเ้าหุ่นกระป๋องตัวนี้เลย
“เ้านาย..ไปไหนดีครับ..” เสียงสังเคราะห์ดังออกมาพร้อมกับไฟกระพริบที่หน้าปัดวัดความเร็วพร้อมจอที่แสดงรายละเอียดแผนที่และเส้นทางต่างๆ
“ไปตลาดล่างพอร์เทีย”
“ระบุพิกัด..ตลาดล่างพอเทียร์..ระยะทาง ยี่สิบสี่กิโลเมตร กดเริ่มการเดินทางเมื่อพร้อครับ”
“ติ๊ด..ไปได้”
ทันทีที่ผมกดปุ่ม แสงสีขาวก็ไหลเข้าโอบล้อมหัวของผมทันทีกลายเป็หมวกกันน๊อคเต็มใบทรงกลมที่มีกระจกแบบปรับแสงอัตโนมัติ
เ้ารถเวสป้าไร้ล้อค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากพื้นอย่างนิ่มนวลและเงียบเชียบ มีเพียงเสียงลมที่เป่าออกมาจากเครื่องยนต์เท่านั้นและฝุ่นสีน้ำตาลที่ลอยฟุ้งอยู่ทั่ว
มันทยานออกตัวไปจากบ้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบ้านอีกหลายหลังที่สร้างกระจัดกระจายกันอยู่อย่างไร้ระเบียบ ลอยไหลไปตามพื้นดินอยู่่หนึ่งก่อนจะเริ่มเข้าสู่ถนนหลักที่ทำมาจากยางมะตอยสีดำ มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า วิ่งกันอยู่ทั่วไปเป็ระยะ นานๆ ทีจะเห็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันวิ่งผ่านมาสักคัน รวมถึงเครื่องยนต์ไอออนิกของผมด้วยที่พบเห็นได้ไม่มากนักเพราะสำหรับเขตปกครองตนเองสลัม สิ่งเหล่านี้ถือเป็เทคโนโลยีใหม่ ที่พวกเขตเมืองซาเร็มพึ่งเลิกใช้ได้ไม่นาน
มีบ้านเรือนของผู้คนสร้างเป็ตึกแถวตั้งกันอยู่เรียงรายตลอดสองข้างทาง เขตที่ผมอาศัยอยู่นี้ถูกเรียกว่าเขตปกครองตัวเองสลัม มันคือพื้นที่ทิ้งขยะของพวกคนเมืองดีๆ นี่เอง แต่ชาวเมืองที่มาอยู่ที่นี่ก็ได้ขยะที่กองอยู่เป็เทือกเขาพวกนั้นมารีไซเคิลและใช้มันขายเพื่อเลี้ยงชีพและครอบครัว
ไม่นานนักแม้จะมีแยกไฟแดงอยู่เป็ระยะ แต่ด้วยการจราจรที่โปร่งโล่งสบาย จึงทำให้ผมมาถึงเขตกำแพงสูงขนาดใหญ่ที่กั้นระว่างเขตสลัมกับเขตซาเล็มโดยใช้เวลาแค่สิบห้านาที
สลัมเมืองของผมนั้นเกิดจากกองขยะ แต่ซาเร็มที่เป็ศูนย์กลางของอาณาจักรเป็เมืองที่อยู่ใกล้จุดเชื่อมต่อกับ์บาบิโลนที่ลอยอยู่้ามากที่สุด
บริเวณที่ถูกเรียกว่าซาเล็มนี้ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงเสียดฟ้าขนาดใหญ่และยาวกว่ากำแพงเมืองจีนหลายเท่า ราวกับจะเอามันมากันพวกไททั่นั์ซะงั้น ทั้งๆ ที่รอบนอกก็มีแต่พวกคนตาดำๆ หาเช้ากินค่ำแท้ๆ และการจะเข้าจะออกนี้ก็ตรวจกันซะเข้มงวดถ้าคุณนึกภาพไม่ออกว่าเข้มงวดขนาดไหน มันก็ประมาณด่านชายแดนตรวจคนเข้าเมืองอะ ทั้งตรวจโรคตรวจอาวุธอะไรสารพัด