บทที่ 48 โจมตี
หญิงวัยสามสิบเศษ ร่างกายผ่ายผอมมอมแมม ผิวหนังขรุขระเต็มไปด้วยตุ่มหนองและเศษดินโคลน นั่งคุดคู้ซบหน้ากับเข่า เธอและคนจากต่างพื้นที่ ต่างภาษา ล้วนผ่านการกลายพันธุ์แล้วกว่าร้อยคน ถูกจับตัวมาเป็นเชลยในค่ายแห่งนี้ สิ่งที่ทำให้เธอและเพื่อนเชลยยังมีชีวิตรอดก็คือเศษอาหารเหลือทิ้งของทหารพวกนั้น
ที่นี่เป็นวัดร้างแห่งหนึ่ง ถูกยึดเป็นฐานทหารชั่วคราว ลำพังรั้วกำแพงสูงเพียงศีรษะอีกทั้งยังมีช่องว่างมากมาย ย่อมไม่เป็นปัญหากับทุกคนหากคิดจะหนี แต่ทหารกลุ่มนี้มีทั้งอาวุธปืนสงคราม และฝูงหุ่นยนต์สำหรับไล่ล่า จึงไม่เคยมีใครหนีพ้น
ผู้ที่หลบหนีมักถูกนำร่างกลับมา เพื่อข่มขวัญพวกที่เหลือในสภาพศพที่แหลกเหลว หน้าที่ของเชลยก็คือหาอาหารจำพวกสัตว์น้ำ ในลำธารเล็กๆที่น้ำไหลมาจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และทำทุกอย่างที่ทหารเหล่านี้ออกคำสั่ง
ทหารกลุ่มนี้ตั้งใจย้ายฐานลงไปทางภาคใต้ของประเทศไทย แต่ที่ต้องมาชะงักอยู่ที่นี่เพราะติดปัญหาด้านการเดินทาง รถยนต์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และพลังงานไฟฟ้าไม่มีใช้กับเครื่องมือต่างๆ รวมถึงหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายสุนัขพวกนั้น
เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน นอกจากใช้เชลยเหล่านี้เป็นแรงงานแล้วยังหวังใช้เป็นสินค้า เป็นกำแพงมนุษย์ หรือกระทั่งเป็นเหยื่อล่อพวกตัวสั่นในตอนที่บุกลงภาคใต้ ส่วนเหล่าหญิงสาวที่มีเกือบครึ่งของจำนวนทั้งหมด ถูกบังคับให้เป็นทาสกามสำหรับปรนเปรอพวกมัน
เลถิฮวากวาดสายตามองไปรอบๆ ฝนกรดที่ตกกระหน่ำลงมาตั้งแต่หลังเที่ยงคืน สำหรับคนกลายพันธุ์ที่ประสาทสัมผัสดีกว่ามนุษย์ปกติ เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสี สร้างความทุกข์ทรมานเป็นที่สุด แม้ทุกคนจะใช้มือปิดหูไว้ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนัก
ตั้งแต่เช้าวันนี้ เลถิฮวาไม่เห็นหุ่นยนต์สุนัขและทหารที่ควบคุมมัน เธอและเชลยเหล่านี้ถูกต้อนกลับมาที่ค่าย หลังจากลงลำธารจับสัตว์น้ำมาทั้งวัน ทุกคนโดนบังคับให้เข้ามารวมกลุ่มในศาลาที่หลังคาผุพังนี้ในสภาพร่างกายเปียกโชก โดยไม่ได้กินอาหารมาเลยทั้งวัน เลถิฮวาไม่คิดว่าตนจะมีชีวิตรอดต่อไปได้อีกนานนัก
ทันใดนั้น ท่ามกลางเสียงฝนกรดที่สาดกระแทกหลังคาแผดก้องหนวกหู จิตสำนึกที่เลือนลางของเลถิฮวากลับสะดุดเข้ากับกระแสคลื่นบางอย่าง มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนอันแผ่วเบาที่แทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทอย่างเงียบเชียบ
“ทีมลูกลิง เข้าประจำตำแหน่ง ระยะสามร้อยแปดสิบเมตรฝั่งเหนือของศาลาร้าง”
จิตสำนึกร่วมถูกส่งมาหลายวิธีทั้งคลื่นเสียงสูง คลื่นเสียงต่ำ แรงสะเทือน ฟีโรโมน ผ่านเข้ามาในหัวของเธอและคนในศาลา เลถิฮวาเบิกตากว้างภายใต้คราบโคลนสกปรกที่พอกอยู่บนใบหน้า หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวพลันเต้นระทึกอย่างบ้าคลั่ง มีคนติดต่อกันผ่านจิตสำนึกร่วม โดยยินยอมเปิดเผยให้เธอรับรู้
เธอยังคล้ายได้ยินแว่วๆ จนไม่แน่ใจว่า เป็นเสียงที่ผ่านเข้าหู หรือมาจากจิตสำนึกร่วม
“ไอ้สองสึกแล้วว!”
ท่ามกลางฝนกรดที่มืดมิดหลังเที่ยงคืน บนยอดไม้ใหญ่และเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ปราศจากกระแสไฟ ปลายกระบอกปืนไรเฟิลห้ากระบอก กำลังเล็งเป้าหมายคือทหารยามที่ยืนหลบฝนอยู่ตามมุมมืด ไนซ์ขยับนิ้วแตะไกปืน ความสามารถนางพญาปลวกในตัวของเขา พยากรณ์แรงต้านของสายฝนและกระแสลมตรงหน้าอย่างแม่นยำ รอคอยเพียงสิ่งเดียวที่จะมาช่วยกลบเกลื่อนร่องรอยเสียงแผดลั่นของดินปืน
ครืนน เปรี้ยง!!!
สายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่าเปรี้ยงลงมา แสงสว่างวาบไปทั่วผืนฟ้า ในเสี้ยววินาทีที่เสียงฟ้าร้องดังกัมปนาทกลบทุกสิ่ง นิ้วของไนซ์และทีมลูกลิงทั้งห้าก็ลั่นไกส่งหัวกระสุนฝ่าม่านฝนพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายทันที!
สิ้นเสียงอัสนีบาตที่ฟาดลงมากลางผืนป่า ร่างของทหารยามห้าคนตามจุดต่าง ๆ ทั่วแนวค่ายพลันกระตุกเฮือกพร้อมกัน หัวกระสุนไรเฟิลความเร็วสูงที่กระจายเป้าหมายผ่านการล็อกพิกัดในเครือข่ายจิตสำนึกร่วมอย่างแม่นยำ เจาะทะลวงกะโหลกศีรษะและหน้าอกของพวกมันจนสะบัดหงาย ร่างไร้วิญญาณทั้งห้าล้มตึงลงกระแทกพื้น บ้างก็ร่วงหล่นจากหอคอยเตี้ย เลือดอุ่นๆ ผสมฝนกรดไหลนองเป็นสาย
ห้าชีวิตถูกดับลงภายใต้เสียงฟ้าผ่า
“นั่นหุ่นยนต์หมา มันกลับมาแล้ว มันคงหลุดจากสัญญาณของหน่วยควบคุมเลยวิ่งกลับมาเอง”เสียงทหารนายหนึ่งร้องตะโกนดึงความสนใจของทุกคน
“ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ติดต่อหน่วยควบคุมหุ่นยนต์พวกนั้นไม่ได้เลย ติดต่อผ่านหมาเหล็กพวกนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน ดีนะที่มันยังวิ่งกลับฐานมาเอง เฉินเจี้ยนกั่วรับรองนักหนาว่าจะยึดหมู่บ้านที่มีไฟฟ้านั่นมาโดยไม่ต้องแบ่งคนจากทางนี้ไปช่วย แล้วนี่พวกเขาหายหัวไปไหน” กัวจื้อเฉียง หัวหน้าค่ายพึมพำถามทหารคนสนิทเบาๆ
“พันตรีกัว ผมว่าปืนบนหลังของหุ่นยนต์หมามันดูแปลกๆนะครับ หรือว่าเพราะฝนตก ผมเลยมองไม่ชัด”
“แปลกเหรอ แปลกยังไงของแก...” กัวจื้อเฉียงตวัดสายตาคมกริบฝ่าม่านฝนกรด พยายามเพ่งมองฝูงหุ่นยนต์สุนัขทั้งแปดตัวที่กำลังวิ่งผ่านกำแพงวัดร้างเข้ามา
หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ สัญชาตญาณบางอย่างรบกวนความรู้สึกจนหัวใจบีบรัด ทันทีที่สายตาของเขาจับเพ่งร่างโลหะของหุ่นยนต์ตัวหน้าสุด นัยน์ตาของกัวจื้อเฉียงก็เบิกโพลง
ปืนซุ่มยิงลำกล้องหนาพิเศษรุ่น QBU-191 หายไปแล้ว! สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่กับรางเหล็กดัดแปลงหยาบๆ บนหลังของพวกมันบัดนี้ กลับกลายเป็นปืนไรเฟิลจู่โจมทรงคลาสสิกฝั่งตะวันตก M16A1 ที่มีสายไฟต่อเข้ากับระบบไกไฟฟ้าที่ถูกอาร์กเชื่อมมาอย่างรีบร้อน!
“มันไม่ใช่หมาของพวกเรา!!! ยิงมัน!!!” กัวจื้อเฉียงแผดเสียงลั่น ทว่ายังไม่ทันสิ้นคำสั่ง โจวต้าซานที่แสยะยิ้มอยู่หน้าจอแท็บเล็ตห่างออกไปสามร้อยกว่าเมตรก็กดสวิตช์คำสั่งยิงทันที!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืน M16A1 บนหลังหุ่นยนต์ทั้งห้าตัว แผดลั่นพ่นไฟสีส้มวาบฝ่าความมืด กระสุนขนาด 5.56 มม. พุ่งแหวกม่านฝน ฉีกกระชากร่างของทหารคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายกัวจื้อเฉียง จนพรุน ล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้น ระบบเล็งเป้าเอไออัลกอริทึมพื้นฐานที่โจวต้าซานเซตล็อกไว้ สั่งให้ฝูงหมาเหล็กพุ่งประจันบานเข้าใส่กลุ่มทหารในระยะใกล้ทันทีตามแผน เจ้าตัวแบกเสบียงออกวิ่งนำหน้าเป็นโล่เหล็ก คอยรับกระสุนที่พวกทหารพยายามยิงสวนกลับมาอย่างตื่นตระหนก จนเกิดเสียงหัวกระสุนกระทบเข้ากับเกราะเหล็ก เกิดเป็นสะเก็ดไฟแตกกระจายวูบวาบไปทั่วลานวัด
“ทีมลูกลิง! ล็อกเป้าคนที่พยายามจะตั้งปืนกลหนัก!” จิตสำนึกร่วมของไนซ์สั่งการ
“อาสอง... สอยไอ้คนด้านขวา!’
ภายในศาลาอันมืดมิด เลถิฮวาสะดุ้งเฮือกยืดตัวตรงจากท่าคุดคู้ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องระงมและอาการหมอบราบของเชลยคนอื่นๆ นัยน์ตาของเธอจับจ้องภาพความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความพลุ่งพล่าน และในวินาทีที่จิตสัมผัสร่วมกระเพื่อมผ่านเข้ามาให้เธอได้รับรู้อีกครั้ง เลถิฮวาก็เข้าใจทันทีว่า ผู้ที่กำลังบุกโจมตีเข้ามา ร้ายกาจเกินกว่าที่ทหารพวกนี้จะคาดคิดได้ ทั้งยังไม่ได้มุ่งร้ายต่อพวกเชลยอย่างตน
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง
เสียงปืนซุ่มยิงแผดลั่น ฉีกม่านฝนลงมาจากมุมสูงอีกระลอก คราวนี้ปืน QBU-191 ในมือของสองแสดงความน่ากลัวของมนุษย์กลายพันธุ์สายพืช ร่างของสองกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับพุ่มไม้ทึบอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพึ่งพาชุดพราง ดวงตาที่เบิกกว้างจับกระแสความเคลื่อนไหวทางชีวภาพรอบตัวได้อย่างแม่นยำ กระสุนหัวหนักพุ่งทะลวงร่างทหารสามนายที่พยายามจะลากปืนกลหนักออกมาจากคลังอาวุธหน้ากุฏิจนล้มหน้าคว่ำจมกองโคลนลูกรังสีแดง
“หลบหลีก! เข้าที่กำบัง!” กัวจื้อเฉียงตะโกนแข่งกับสายฝน
ทหารเถื่อนที่เหลืออยู่ราวยี่สิบกว่าคนพุ่งตัวเข้าหาเสาปูนและแนวกำแพงโบสถ์เก่าอย่างคล่องแคล่ว หุ่นยนต์สงครามรุกไล่อย่างดุดัน ตัวที่แบกเสบียงพุ่งกระแทกจนประตูกุฏิพังทลาย ก่อนที่ปืน บนหลังของหุ่นอีกตัวที่ตามมาจะสาดกระสุนกดดันเข้าใส่
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เศษไม้เศษปูนกระจายปลิวว่อน ท่ามกลางแนวรบที่ตัดสลับนัวเนียฝ่าเสียงพายุฝน เลถิฮวาที่ซุ่มอยู่ริมเสาศาลาพักเชลย พลันรับรู้ได้ถึงจิตสำนึกร่วมที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหัว คลื่นความถี่ส่งตรงมา
เลถิฮวาไม่ได้เป็นคนเดียวที่ได้รับการแบ่งปันจิตสำนึกร่วม เชลยอีกกว่าร้อยคน ตอนนี้ต่างได้รับรู้ทั่วถึงกัน โดยการส่งมาจากหลายช่องทาง หลายคน แต่ไม่ใช่จากเครือข่ายจิตสำนึกร่วมที่ควบคุมโดยฟีโรโมนนางพญาผึ้งของฝน เชลยทุกคนในที่นี้ไม่แน่ว่าจะเป็นมิตรกับหนองนกเอี้ยงเสมอไป ย่อมเป็นการประมาทเกินไปที่จะให้คนนอกล่วงรู้ความลับของนางพญา
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนที่ติดตั้งบนหลังหุ่นยนต์สุนัข แผดเสียงแข่งกับเสียงปืนของฝ่ายทหาร
ทหารเถื่อนกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ต้องหลบเข้าที่กำบังไม่กล้าโผล่ส่วนใดออกมาเป็นเป้าเซนเซอร์ของหุ่นยนต์ติดปืนทั้งห้าตัวนั้น เพราะหุ่นยนต์พวกนั้นมันไม่รู้จักความกลัว ขอเพียงโผล่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายออกนอกที่กำบังก็จะเป็นเป้าหมายทันที
โพล๊ะ! โพล๊ะ! โพล๊ะ! เสียงปืนซุ่มยิงคราวนี้ผ่านท่อเก็บเสียงจึงหาทิศทางที่ยิงมาไม่ได้
ร่างทหารสามนายที่คิดว่าตนปลอดภัยในที่กำบังเดียวกัน หัวระเบิดกระจายเลือดกระเซ็นทั่วแผ่นผนังที่ใช้กำบังอยู่
ไม่มีที่ใดปลอดภัยจากการโจมตีรอบทิศ
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! ตึง! ตึง! ตึง!
เหนือที่อยู่บนยอดไม้ระดมขว้างก้อนหินรัวเร็ว จนเป้าหมายหัวระเบิดแล้วยังหยุดมือไม่ทัน
กลุ่มเชลยทั้งหมด เมื่อเห็นว่ามีโอกาสรอด มีทั้งคนหลบหนีแตกฮือออกนอกกำแพงวัดร้าง มีบางคนเห็นช่องโหว่ของทหารก็เข้าโจมตีด้วยความโกรธแค้นทำให้เหตุการณ์ยิ่งสับสนอลหม่าน
แต่ทุกอย่างแจ่มชัดสำหรับชาวหนองนกเอี้ยงด้วยเครือข่ายจิตสำนึกร่วมเต็มรูปแบบ
“หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเราจะฆ่าพวกเชลยให้หมด” กัวจื้อเฉียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด