แคว้นหนาน…
นับเวลามาได้สิบปีพอดีที่สองพี่น้องตระกูลหนานไม่ได้พบเจอกับเสี่ยวชุนของพวกเขา แม้จะพากันมาเยี่ยมเยือนบ่อยครั้งแต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังทุกครั้งไปเพราะโชคชะตาหรืออะไรกันที่ทำให้พวกเขาต้องคลาดกันเรื่อยมา ครั้งล่าสุดถึงขั้นพากันตามไปที่เมืองหลวงลั่วเจียงแบบลับๆ และแอบไปสอดส่องดูที่สำนักศึกษาหลวงแต่ก็คว้าน้ำเหลวหากคิดจะเข้าหาก็ไม่ใช่เื่ง่าย เพราะตอนนั้นเสี่ยวชุนเป็ถึงโอรสบุญธรรมขององค์ฮ่องเต้เจียงฮุ่ยิและวันนี้ข่าวคราวของเสี่ยวชุนก็มาถึงมือของพวกเขาแล้วแต่เช้า
“ท่านพี่เสี่ยวชุนกลับมาแล้วเรารีบไปกันเถอะคราวนี้ข้าจะไม่ยอมพลาดที่จะพบเสี่ยวชุนเป็อันขาด”หนานจิวท่านชายน้อยบุตรชายคนเล็กของหนานตงชินอ๋อง ตอนนี้อายุใกล้จะสิบห้าปีแล้ว ถึงอายุจะห่างจากพี่ชายตั้งแปดปีแต่รูปร่างกลับใกล้เคียงกันยิ่งนักเพราะโหมฝึกฝนวรยุทธ์อย่างหนักเพื่อจะให้เทียบเท่ากับพี่ชายให้ได้และมันก็ได้ผลเกินคาด
“ใจเย็น ๆ เถิดอาจิว เสี่ยวชุนยังจะอยู่อีกหลายวันและห้ามเ้าแอบไปหาเสี่ยวชุนก่อนพี่เป็อันขาดรออีกแค่หนึ่งวันพี่ขอจัดการงานของเสด็จลุงให้เสร็จก่อนเถอะ”เป็คำพูดของบุรุษที่โตเต็มวัยแล้วเขาก็คือหนานจุ้นชินหวางซื่อจื่อนั่นเองแม้อายุจะถึงวัยที่สมควรจะตบแต่งชายาเต็มทีแต่ชินหวางซื่อจื่อกลับไม่ชายตาแลผู้ใด คงเพราะหัวใจดวงนี้มีผู้อยู่แล้วเป็แน่
“ท่านพี่ให้ข้าไปก่อนไม่ได้เลยหรือข้าอยากพบเสี่ยวชุนจะแย่แล้ว” หนานจิวเซ้าซี้พี่ชายเพราะอยากจะไปหาคนที่เขาเฝ้ารอและคิดถึงมานานหลายปี
“ไม่ได้” คำตอบเพียงสั้นๆ ให้ถือว่าสิ้นสุด แค่นี้ก็ทำให้ท่านชายน้อยไม่กล้าที่ขออะไรจากพี่ชายอีกเลย
“ท่านพี่เสี่ยวชุนเป็แบบเดียวกันกับท่านน้าซุนหวางและท่านแม่ใช่หรือไม่”
“อืม..อย่าได้เป็กังวลไปเสี่ยวชุนไม่ได้อ่อนแออย่างที่เ้าคิด” ที่หนานจุ้นพูดไปไม่ใช่แค่ปลอบใจน้องชายแต่เป็การปลอบใจตัวเองไปด้วยยิ่งอาจิวบอกว่าคิดถึงเสี่ยวชุนและเป็ห่วงมากแค่ไหนตัวเขาเองก็ยิ่งห่วงและคิดถึงชิวชุนมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าน้องชายเลย ที่ต้องทำเป็นิ่งมันก็แค่เพียงภายนอกเท่านั้นแต่ภายในจิตใจของเขาตอนนี้ไปอยู่ที่หูเจียงเรียบร้อยแล้ว
ที่ฐานลับและสถานที่ปรุงยาของสกุลลั่ว…
“ท่านแม่ทัพน้อยไม่กลับไปนอนที่จวนหรือขอรับ”
“วันนี้ข้าจะนอนที่นี่ ท่านหมอปิงกลับไปเถอะไม่ต้องห่วงข้า”ทุกครั้งที่กลับมายังหูเจียงชิวชุนจะต้องมาที่นี่และเฝ้ารอแต่กลับจำไม่ได้ว่ารออะไรเหมือนมีความทรงจำบางอย่างที่ขาดหายไปบางทีอาจจะเป็เพราะการาเ็ครั้งนั้นอุบัติเหตุจากการขี่ม้าฝึกยุทธ์ตอนอายุสิบปีมันมีความทรงจำบางอย่างที่หายไปถึงแม้จะพอจำได้แต่ก็เลือนลางเหลือเกินเื่ที่เขาาเ็นี้ชิวชุนไม่ได้บอกใครแม้แต่บิดาและมารดาเองเขาก็ไม่ให้รู้เพราะกลัวว่ามารดาจะห้ามไม่ให้เขาไปเป็ทหาร ทุกวันนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าสถานที่ตรงนี้เขาได้มีความทรงจำอะไรกับใครในใจจึงเฝ้าเพียรมารออยู่ที่นี่ทุกครั้งที่มาถึงหูเจียง บางครั้งท่านแม่ก็จะพูดถึงท่านป้าจินและพี่ชายกับน้องชายที่อยู่แคว้นหนานบ่อยๆ แต่เขาก็คิดใบหน้าของพี่จุ้นและเสี่ยวจิวไม่ออกสักทีหรือว่าความทรงจำของเขาที่หายไปจะเป็สองคนนั่นนะ
จวนตระกูลชิว…
“เสี่ยวชุนไปอยู่บนเขาอีกแล้วหรือ”
“ขอรับท่านพี่ แต่ข้ารู้สึกว่าลูกแปลกไปนะขอรับ”
“แปลกยังไง”
“คงเป็เพราะเขาไปอยู่เมืองหลวงนานก็เป็ได้การที่ลูกได้พบสหายใหม่ก็อาจจะทำให้ลูกเปลี่ยนไป”
“แต่พี่ว่าลูกก็ดูปกติดีเขาไม่ได้เปลี่ยนไปสำหรับเราใช่ไหม”
“ขอรับไม่ใช่เราแต่เป็อาจุ้นอาจิวต่างหาก”เื่นี้ซุนหวางสังเกตบุตรชายมานาน ห้าปีได้แล้วกระมังทุกครั้งที่เสี่ยวชุนเดินทางไปเมืองหลวงเด็กน้อยนั่นจะร้องไห้และถามหาอาจุ้นกับอาจิวอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะตอนอยู่ที่เมืองหลวงหรือว่าตอนกลับมาที่หูเจียงแต่หลายปีหลังมานี้เสี่ยวชุนไม่ถามถึงสองพี่น้องนั่นอีกเลยแต่ป้าจินกับท่านลุงตงเขากลับถามถึงมันน่าแปลกไหมล่ะ
“พวกเขาทะเลาะกันหรืออย่างไร” เมื่อมาทบทวนดูมันก็เป็อย่างทีที่ภรรยาเขาว่าจริง ๆ นั่นแหละเื่ของบุตรชายเริ่มทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่คิดหนัก
พึ่บพึ่บ พึ่บ พึ่บ ควับ!
“สารจากที่ไหนหรือขอรับ” ซุนหวางเอ่ยถามสามีเมื่อเห็นพิราบสื่อสาร ที่จริงไม่ต้องถามก็พอจะเดาออกคงต้องเป็ข่าวสารจากแดนใต้อย่างแน่นอน เฮ้อ..เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันแค่สองวันก็จะได้จากกันไปไกลอีกแล้วจะบอกเื่ที่เสี่ยวชุนมีร่างกายเหมือนตัวเองให้สามีฟังก็พูดไม่ได้เพราะได้รับปากกับบุตรชายแล้วว่าจะไม่บอกกับบิดาตอนนี้ซึ่งซุนหวางก็จนใจเหมือนกับมีน้ำท่วมปาก อยากจะพูดก็พูดไม่ได้
“ชายแดนใต้..พี่จะไปตามเสี่ยวชุน”
“ให้เหว่ยเจี๋ยไปตามก็ได้นี่ขอรับ”
“ไม่เป็ไรมันเป็เื่ด่วนเ้ากับอาฟงเตรียมของให้ลูกเถอะ” บอกภรรยาเสร็จท่านแม่ทัพชิวก็ทะยานไปหาบุตรชายทันที
ไม่นานเกินรอ สองพ่อลูกก็กลับมาถึงจวนจากข่าวสารที่ได้รับ ท่านแม่ทัพน้อยต้องกลับไปยังแดนใต้เป็การด่วนพิราบถึงมือเมื่อใดก็ให้เดินทางเมื่อนั้นด้วยของที่มารดาและท่านน้าเตรียมเอาไว้ให้ชิวชุนจึงได้แต่กอดมารดาแน่นและกอดลาบิดากับท่านน้าทั้งสอง
“ลูกไปแล้วนะขอรับท่านแม่ดูแลตัวเองด้วย ท่านพ่อดูแลท่านแม่ด้วยนะขอรับ”
“เ้าไม่ต้องมาห่วงเมียของพ่อหรอกดูแลตัวเองด้วยลูกชาย”
พ่อลูกกล่าวลากันเสร็จ ชิวชุนก็หันไปกล่าวลาท่านน้าทั้งสองและควบม้าศึกคู่ใจทะยานออกจากหมู่บ้านตีนเขาทันทีแม้จะมืดค่ำแล้วก็ตามแต่การศึกก็ไม่อาจจะรอได้ ชิวชุนชินชาเสียแล้วกับเหตุการณ์แบบนี้ดูกี่ทีก็เหมือนเื่ราวมันจะเกิดซ้ำ ๆ พอกลับมาเยี่ยมบ้านทีไรก็ไม่เคยได้อยู่ถึงสามวันสักทีอุตส่าห์ว่าจะอยู่บ้านจนกว่าท่านแม่จะคลอดน้องแต่ก็ยังเป็เหมือนเดิม
“พวกเขาคลาดกันอีกแล้วขอรับท่านพี่” เมื่อบุตรชายลับจากสายตาไปแล้ว ซุนหวางจึงได้หันไปพูดกับสามี
“คงต้องแล้วแต่โชคชะตาแล้วล่ะ พี่ว่าเราน่าจะได้ลูกสะใภ้เสียมากกว่าเื่ราวคำมั่นสัญญาของเด็ก ๆ เ้าอย่าได้ใส่ใจนักเลยหากเสี่ยวชุนไม่ได้มีร่างกายแบบเ้าเราก็ไม่ต้องเป็กังวลสิบห้าปีแล้วเขาก็ยังดูปกติดีเ้าว่าไหม”
“ขอรับ” คงตอบรับสามีได้แค่นี้หากบอกออกไปว่าลูกก็เป็เหมือนเขา ท่านแม่ทัพก็คงจะตามบุตรชายกลับมาแน่นอน อีกทั้งยังต้องให้ลาออกจากการเป็ทหารแน่ๆ เฮ้อ…