นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๒๓
ณัฐกนกและเขนรอคำตอบจากอีเมล์ของลมด้วยใจระทึก
แล้ว.. เป็เขนที่อดรนทนไม่ได้เขาเดินจ้ำอ้าวมาหาณัฐกนกที่ห้องทำงานของนัท ทันทีที่เปิดประตูห้องทำงานของนัทเข้ามาเขาก็เรียกชื่อนัททันที “คุณนัท!!”
ณัฐกนกยกมือเป็สัญญาณให้เขาหยุดสายตาของนัทเองก็ก็ไม่ละไปจากจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าเช่นกัน
เขนหยุดนิ่งแล้วจึงเข้าไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับณัฐกนก “คุณนัทก็รออยู่ใช่ไหม”
ณัฐกนกพยักหน้ารับ “ไอ้เด็กไอทีที่จัดการเื่นี้มันควรได้โบนัสพิเศษนะ”
“เขนจะจัดการให้ จะบอกให้มันรูดปากให้สนิทด้วย”
“ดี”
เขนไม่สามารถจะนิ่งเฉยรอคำตอบได้ เขาจึงพูดออกไป “ถ้ามันคิดไม่ดี คุณนัทต้องจัดการนะอย่าใจอ่อน”
“ได้” ณัฐกนกรับคำแล้วถามกลับ “แต่ถ้าเค้ามาดีเขนก็ต้องดีกับเค้าเหมือนกันนะ”
คราวนี้เป็เขนที่อึ้งไป!!
เขาไม่อยากรับปากอะไรแบบนี้เพราะเขารู้สึกมาตลอดว่า มันเป็คนไม่ดี .. ไม่ดีเลย .. แล้วมันจะดีได้อย่างไร?
“ไม่กล้ารับปากนัทเหรอ?” นัทปรายหางตามองเขน
“เขนต้องดูตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนอะไรที่ดีแค่ไหนก็ช่าง ถ้าทำให้คุณนัทเจ็บ เขนก็ไม่เอาไว้” เขายังยืนยันเจตนารมณ์เดิม
“แล้ว.. ถ้าเค้าทำให้นัทมีความสุขล่ะ” นัทยังถามกวนเขนต่อ
“เขนก็จะเฝ้าดูไปเรื่อยๆและจะลงมือก่อนที่มันจะคิดทำร้ายคุณนัท”
ณัฐกนกยิ้มให้เขน เขาทั้งรักทั้งยกย่องนัท จนบางทีก็เป็ที่นัทเองที่ไม่รู้จะทำยังไงกับความภักดีของเขา
นพนิตตื่นขึ้นเพราะตัวเย็น เย็นจนเกือบจะไม่สบายก็เขานอนตากแอร์โดยไม่ได้สวมใส่อะไรเลย ไม่กระทั่งจะห่มผ้าห่ม นพจัดการอบอุ่นร่างกายนิดหน่อยและเข้าไปอาบน้ำอุ่นจนสบายตัว เขาสวมเสื้อผ้าสบายๆ แล้วจึงเดินไปดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
พ่อเขาก็ยังไม่ตอบอะไรกลับมา
นพนิตเปิดมือถือดูข้อความไลน์ ก็ไม่มีงานการแสดงใดใดติดต่อเขาเข้ามาเลยงานละคร งานเรียนการแสดง ก็งดหมด เขาได้แต่ถอนหายใจให้กับโชคชะตาของตนเอง สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการเดินเล่นรอบๆ ตัวบ้าน เพื่อฆ่าเวลาให้หมดไป
ลมตอบอีเมล์กลับมา
ทั้งณัฐกนกและเขนตาโต!!
คำตอบที่พวกเขารอมาเป็ชั่วโมงอยู่ตรงหน้า
แต่นพนิตยังไม่เปิดอีเมล์อ่าน
ถ้าพวกเขาใครคนใดคนหนึ่งเปิดอีเมล์ นพนิตต้องรู้แน่ๆ ว่ามีการแฮกเกิดขึ้น
ทำไงดี?
“มันอาจจะหลับอยู่ก็ได้นะครับคุณนัท” เขนออกความเห็น
ณัฐกนกเองก็อยากรู้ไม่น้อยไปกว่าเขน “ถ้าเราต้องเข้าประชุม .. เรายังจะดูข้อมูลนี้ได้หรือเปล่า?”
“ดูได้จากโน้ตบุ๊คเขน”
“ดีดีดี”
ณัฐกนกกับเขนจำต้องเข้าประชุมบริษัทด้วยกัน เขนเอาโน้ตบุ๊คเข้าไปด้วย ทั้งสองแทบไม่มีสมาธิประชุม เพราะอยากรู้ข้อความในอีเมล์นั่น
ใครบางคนรู้สึกแปลกใจ.. จนผิดสังเกต จึงเริ่มจับตาดูพิรุธของณัฐกนก ..
..
นพนิตไลน์ไปหาเคน ... “ทำไรอยู่” ...
สักครู่เคนก็ตอบมา ... “ว่าง ไม่มีไรทำ” ...
... “อ่านบทจนบทเปื่อยแล้ว” ... ยูตอบมาอีกคน
... “มาเจอกันหน่อยมั้ย?” ... เคนออกปากชวน
... “ที่ไหนดี” ... นพโยนคำถามไป
... “ยูไปบ้านเคนได้ ไม่ไกลจากบ้านยูเท่าไหร่ นพมาบ้านเคนได้ไหม?” ... ยูตอบคนแรก
... “ได้ได้ จะได้เม้าให้หายคิดถึง” ...นพนิตตอบไป
... “บ้านเราก็ดี ไม่มีนักข่าว ทุกอย่างปลอดภัยไม่ต้องกังวลอะไร” ... เคนบอกทุกคน
พอนัดแนะทุกอย่างเสร็จ ยูกับนพก็เดินทางไปบ้านเคนโดยไม่ลืมแวะซื้อข้าวของระหว่างทางเข้าไปกินที่บ้านเคน
เมื่อทั้งสามพบกัน คุยกันกินขนมด้วยกันจนหายคิดถึง แล้วก็เป็ยูที่นำเสนอไอเดีย “เราสามคนไลฟ์สดกันมั้ย”
“ดีดี” เคนตอบ
แต่นพนิตไม่เข้าใจว่าการทำแบบนี้มันมีผลดีอย่างไร
“การไลฟ์สดแบบไม่ได้บอกแฟนคลับล่วงหน้า จะทำให้เรารู้ว่ามีแฟนคลับติดตามพวกเรามากแค่ไหนไงล่ะ” ยูอธิบาย “ถ้าเราสามคน มีคนติดตามเข้ามาดูไลฟ์สดมากพอพวกผู้ใหญ่ในช่องเขาก็ไม่กล้าทำกับเรา แบบที่เราโดนอยู่ตอนนี้”
“งั้นลองดู” นพนิตบอก แต่เขาก็บอกทั้งสองคนว่ เขาไม่เคยทำ ขอเป็ผู้ตามละกันทั้งเคนและยูยินดีเป็ผูนำการไลฟ์สดครั้งนี้
เมื่อทั้งสามไลฟ์สดแบบกะทันหัน ก็ยังมีคนเข้าชมนับหมื่น ขณะที่ไลฟ์สดทั้งสามพูดคุยกันเอง แฟนคลับส่งคำถามมมากมาย ทั้งสามเลือกตอบคำถามจากแฟนคลับ เฉพาะที่ตนอยากตอบก็มากมายจนตอบไม่ไหวแล้ว
ไลฟ์สดของทั้งสามกลายเป็ไลฟ์สดที่ฮือฮาขึ้นมาในโลกโชเชี่ยลอย่างไม่น่าเชื่อ กระทั่งผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ก็ยังเข้ามาดู
ขณะประชุม เขนเปิดไลฟ์สดให้นัทดูแบบไม่มีเสียง ทั้งสองจึงเข้าใจได้ว่า ที่นพนิตไม่ได้เปิดอีเมล์อ่าน เพราะเขาไปหาเพื่อนเพื่อไลฟ์สดกับแฟนคลับนี่เอง
ภาพการไลฟ์สดที่เขนเปิดให้ณัฐกนกดู ไปเข้าตากรรมการบริหารบริษัทคนหนึ่งเธอมองอย่างไม่เชื่อสายตาตน แล้ว.. จึงยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย
..
เมื่อสิ้นสุดการไลฟ์สด ทั้งสามกอดคอกันอย่างมีความสุขมิตรภาพของทั้งสาม สร้างความสนุกให้คนดูและแฟนคลับได้อย่างไม่น่าเชื่อ
พี่อั้ม ครูสอนการแสดง พี่ต้นน้ำ ผู้กำกับละคร พี่ฝุ่นดิน โปรดิวเซอร์ละคร และพี่ลีผู้จัดการกองถ่ายต่างก็ส่งข้อความไลน์เข้ามาแสดงความยินดีกับทั้งสาม
หลังจากแยกย้ายกัน นพนิตก็กลับเข้าบ้าน และออนไลน์คอมพิวเตอร์นพเช็คอีเมล์ และเขาเปิดดูทันทีที่เห็นอีเมล์พ่อเค้าอยู่ในอินบ็อกซ์
.....
นพ
พ่ออยากให้ลูกเป็ตัวแทนพ่อไถ่บาปที่พ่อเคยทำร้ายนัท
พ่อทำผิดต่อเค้าไว้มาก
มากจน.. พ่อไม่มีหน้ากลับไปหาเค้า
ถึงได้ให้ลูกไปเป็ตัวแทนพ่อ
ทำดีกับนัท รักนัทให้มากๆ นะนพ
จากพ่อลม
.....
เด็กหนุ่มอ่านข้อความที่พ่อตนส่งมาด้วยความแปลกประหลาดใจจนยากที่จะเชื่อได้ว่า พ่อเขาเป็คนพิมพ์ข้อความนั่น และส่งอีเมล์มาหาเขาก็คำพูดหลายคำ มันผิดวิสัยที่พ่อลมจะพูดหรือพิมพ์แบบนี้ แต่เมื่อเช็คต้นทาง เช็คที่มาที่ไป นพก็ต้องยอมรับว่านี่เป็อีเมล์จากพ่อเขาจริงๆ
ณัฐกนกยิ้มออกและยิ้มจนหน้าบานเมื่อเขาได้อ่านข้อความจากอีเมล์ของคนที่เขาแสนเกลียดแม้เขาจะทั้งโกรธ ทั้งแค้นลม แต่ไอ้เลวนั่นก็ส่งลูกชายที่แสนดีมาเป็ของเขา
จะมีก็แต่เขนคนเดียวเท่านั้นที่ไม่พอใจกับสิ่งที่ได้อ่าน เพราะในอดีตลมทำเขาเจ็บ หรือเพราะเขาคาดหวังจะได้พบความชั่วร้ายอะไรบางอย่างในคำตอบนั่นก็สุดจะเดา แต่เมื่อคำตอบเป็แบบนี้เขนจึงได้แต่นั่งนิ่ง
“วันนี้ เขนต้องยอมรับนะไอ้เลวนั่นก็มีส่วนดีอยู่บ้าง” ณัฐกนกพูดกับเขาด้วยเสียงที่เริงร่า
“คุณนัทมีความสุขกะมันไปเถิด ดีแล้ว ..ปล่อยให้เขนจับตาดูมันอย่างนี้แหละ มันจะได้ไม่กล้าคิดอะไรไม่ดีกับคุณนัท” เขนพูดเรียบๆ แล้วก็เดินจากไป
“เขน” นัทเรียกเขา
เขนหยุดยืน ห่างจากนัทแค่สองสามก้าว
“เย็นนี้ไม่ต้องรอกินมื้อเย็นนะนัทจะไปกินนอกบ้าน”
เขนหันมาสบตานัท เขายิ้มอ่อนๆ ให้นัทที่แววตา จะมีใครเข้าใจนัทมากไปกว่าเขนในฟิลลิ่งแบบนี้ เขนรู้ดีว่านัทต้องพานพไปฉลองอย่างสุดเหวี่ยงแน่ๆ แล้วเขาก็ไม่อยากไปเป็ไม้ประดับเขนจึงเลือกเดินจากไป
ณัฐกนกโทรศัพท์หานพนิตทันที ให้นพมารับเขาที่ที่ทำงานแล้วจะไปกินของอร่อยนอกบ้าน และให้นพไปบอกป้าอี๊ดให้แกบอกให้นังบุษขับรถคันดำยาวมาให้
นพนิตไม่อยากเป็ข่าวไม่อยากเป็จุดเด่นอะไรทั้งสิ้น เขาจึงยินดีที่จะไปกับพี่นัทของเขา โดยมียัยบุษขับรถเบ๊นซ์ดำคราสสิคคันใหญ่ไปให้ รถคันนี้ติดฟิล์มดำสนิท นพนิตสามารถนั่งรอในรถได้โดยที่ไม่มีใครเห็น
นังบุษหน้าบาน รีบเปลี่ยนชุดเป็พนักงานขับรถแล้วขับรถมารอนพนิตที่หน้าตึกใหญ่ มันเปิดประตูให้ และดูแลนพนิตอย่างดีจนถึงสำนักงานณัฐกนก
พอจอดรถเสร็จ นังบุษมีอาการแปลกๆ .. มันรีบบอกให้นพนิตซ่อนตัวอยู่ในรถให้ดี แม้นพจะแปลกใจ แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปว่ามันเขาทำตามแต่โดยดี
“มีอะไรเหรอบุษ”
“พวกญาติๆ คุณนัทค่ะ คนพวกนี้เค้าไม่ชอบที่คุณนัทชอบผู้ชาย แต่ทำอะไรคุณนัทไม่ได้ ก็เลยมาทำร้ายคนที่คุณนัทชอบค่ะ” มันบอกทุกอย่างที่มันรู้รวดเดียว อย่างที่มันเคยทำจริงๆ
นพนิตฟังข้อมูลจากมันแล้วก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ
ไม่นานนัก ณัฐกนกก็เดินมาที่รถ นังบุษรีบมาเปิดประตูให้ ณัฐกนกกำลังจะก้าวขึ้นรถ
“นัท!!” เสียงหนึ่งดังขึ้น!!
จนณัฐกนกต้องหันไปมองที่มาของเสียง
“พี่ติดรถไปด้วยนะ” สุภาพสตรีในชุดสุดคราสสิค เดินจ้ำๆจนตามนัทมาทัน
ณัฐกนกปิดประตูรถทันที!!
ก็เขารู้ดีว่านพนิตนั่งอยู่ในรถนี่
จบตอน ๒๓