“ฮ่าฮ่า ผู้จัดการจาง ดูไอ้หนุ่มนี่สิครับมันพูดมาได้ยังไงว่าจะจับคุณโยนออกไป นี่สมองของมันมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย!” ตาแก่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มกระดิกหางเหมือนสุนัขเลีย
จางรุ่ยหัวเราะคิกคัก “เด็กเวรไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ สำหรับเด็กแบบแกที่เก่งแต่ในโรงเรียน ออกมาข้างนอกก็หดหัวเหมือนสุนัขเหมือนกันหมดนั่นแหละ ทีนี้กะว่าจะโชว์เท่ต่อหน้าสาวสินะ สงสัยว่าแกจะไม่รู้ว่าฉันเป็ใคร!”
“หึ เดี๋ยวแกก็จะรู้” หลินอู๋เฉินหยิบโทรศัพท์ออกมา ไม่ให้ค่ากระทั่งเหลือบมอง'มด'ที่พยายามกัด
“เหอะ งั้นฉันจะคอยดูสิว่าเด็กอย่างแกจะทำอะไรได้!” จางรุ่ยยืนกอดอก ขณะเดียวกันก็หันไปหาลู่ซินหยี ตามด้วยกล่าว “ตอนนี้ยังทันนะ รีบกลับมาหาฉันซะแล้วฉันจะลืมเื่ในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามไอ้เด็กเวรนี่ต้องชดใช้!”
“ฝันไปเถอะ!” ลู่ซินหยีย่นจมูก ใบหน้าหล่อนปราศจากความกังวล นั่นเพราะเชื่อมั่นในตัวหลินอู๋เฉิน ฟังจากคำที่เขาพูดดูเหมือนจะสามารถโยนจางรุ่ยออกไปได้จริงๆ และจากที่ได้รู้จักเพียงหนึ่งวันชายหนุ่มคนนี้ดูไม่เหมือนคนโกหก
“เหอะ! อีหน้าโง่ แล้วเธอจะต้องเสียใจ” จางรุ่ยเยาะเย้ย ยืนรอการแสดงของหลินอู๋เฉินอย่างอดทน
หลินอู๋เฉินที่กำลังเข้าใช้'เว็บเทพา'ในที่สุดก็เจอสิ่งที่้า
หุ้น 40 เปอร์เซ็นต์โรงแรมการ์เด้นกรีน ราคา 25000 เหรียญ หรือก็คือสองพันห้าร้อยหยวน
หลินอู๋เฉินกดชำระเงิน จากนั้นมีข้อความขึ้นว่า 'จะใช้เวลาดำเนินการ 1 นาที โปรดรออยู่กับที่
“นี่มันก็นานแล้วนะ ไหนล่ะที่แกบอกว่าจะจับฉันโยนออกไป หรือว่าดีแต่ปาก?” จางรุ่ยมองดูเวลาพร้อมกับหัวเราะ
“ฮ่าฮ่า เด็กแบบนี้นอกจาก้าโชว์เท่ต่อหน้าสาว ชีวิตของมันก็ไม่มีอะไรดีนอกจากขอเงินพ่อแม่ไปวันๆ น่าสมเพชมากเลยนะครับว่าไหมผู้จัดการจาง” ตาแก่เริ่มกระดิกหางอีกครั้ง
ลู่ซิ่นหยีกัดฟันแน่น หล่อนเริ่มกังวลขึ้นมาแล้ว
ไม่แน่หลินอู๋เฉินอาจไม่มีวิธีจัดการจริงๆ แต่พอหันไปมองหน้าเขาอีกครั้งก็ยังเห็นรอยยิ้ม ไม่ได้มีความหวาดกลัว ให้บรรยากาศอบอุ่นและปลอดภัยแก่เธอจนน่าประหลาด
“ผู้จัดการหม่า!” ในขณะนั้นเองบริกรที่อยู่ในห้องอาหารก้มศีรษะให้ชายในชุดสูทที่เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“โอ้ผู้จัดการมาพอดี หึหึ คราวนี้แกเสร็จฉันแน่” จางรุ่ยกระชับเนคไทเข้าที่ กำลังจะเอื้อมมือไปทักทายอีกฝ่ายก็เห็นว่าเขาเดินผ่านหน้าไปเฉยๆ ช่วยไม่ได้ต้องดึงมือกลับมาด้วยสีหน้าปั้นยาก
ผู้จัดการหม่าแห่งโรงแรมการ์เด้นกรีนเดินไปหยุดอยู่หน้าหลินอู๋เฉิน จากนั้นเขาก้มศีรษะพร้อมกับพูดว่า “นายท่านเดินทางมาที่นี่นานหรือยังครับ ทำไมถึงไม่โทรไปบอกผม ผมจะได้ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง!”
คำพูดของผู้จัดการหม่าทำเอาจางรุ่ยตกตะลึง ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นลู่ซินหยีเองก็เช่นกัน
“เอ่อ...เดี๋ยวก่อนนะผู้จัดการหม่า คุณรู้จักเด็กเวรนี่ด้วยเหรอ?” ชายแก่ที่ยืนข้างจางรุ่ยถาม
สำหรับจางรุ่ยเขาแทบอยากเอาขี้เถาอุดปากชายน่าโง่
ฟังจากคำพูดของผู้จัดการหม่าก็รู้แล้วว่าหลินอู๋เฉินไม่ใช่คนธรรมดา ทำไมต้องเรียกด้วยคำหยาบแบบนั้นอยากตายหรือไง!
ผู้จัดการหม่าขมวดคิ้ว หันมามองด้วยสายตาไม่เป็มิตร “เด็กเวรงั้นเหรอ พวกคุณรู้ไหมนี่ใคร นี่คือคุณหลินอู๋เฉิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่โรงแรมการ์เด้นกรีน!”
เข่าทั้งสองข้างของจางรุ่ยถึงกับสั่น ไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์จะลงเอยแบบนี้
ด้วยความกลัวเขาจึงรีบคลานเข้าไปหาหลินอู๋เฉิน พร้อมกับออดอ้อนเสียงอ่อน
“คุณหลินได้โปรด ผมไม่รู้ว่าคุณเป็หนึ่งในผู้ถือหุ้นโรงแรมการ์เด้นกรีน เพราะงั้นได้โปรดให้อภัยผมนะครับ”
ต้องรู้ก่อนนะว่ามูลค่าของโรงแรมการ์เด้นกรีนในตลาดหลักทรัพย์มากกว่าห้าร้อยล้านหยวน
บริษัทหัวไถที่เขาทำงานอยู่เทียบไม่ติด มันเป็แค่บริษัทถ่านหินเล็กๆ ที่มีมูลค่าเพียงห้าสิบล้านหยวน นอกจากนั้นจางรุ่ยยังเป็แค่ผู้จัดการ เทียบไม่ได้กับชายหนุ่มตรงหน้า
“ยกโทษเหรอ? นี่ฝันอยู่หรือไง เมื่อกี้แกยังดูถูกฉันอยู่เลยนี่นา ตอนนี้พอรู้ว่าฉันเป็ใครก็จะให้ยกโทษ ตลกน่า” หลินอู๋เฉินหัวเราะเยาะ ในขณะเดียวกันก็ค่อนข้างประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าคนที่เดินออกมาหลังจากซื้อขาย 1 นาทีจะเป็ผู้จัดการโรงแรมการ์เด้นกรีน
แม้จะตกตะลึงในการดำเนินงาน แต่หลินอู๋เฉินก็ค่อนข้างประทับใจ
“โยนมันออกข้างนอก อย่าให้มันเข้ามาที่นี่อีกเป็ครั้งที่สอง!” หลินอู๋เฉินโบกมือ เมื่อเป็แบบนั้นผู้จัดการหม่าจึงเรียกทีม รปภ เข้ามาลากตัวจางรุ่ยทั้งสองคนออกไปทันที
จัดการเสร็จ ผู้จัดการหม่ารีบเดินมาข้างหน้าหลินอู๋เฉิน “คุณหลิน ต้องขอโทษด้วยนะครับที่มีคนเข้ามาสร้างปัญหาให้”
“ไม่เป็ไร”
ผู้จัดการหม่ารู้สึกโล่งใจ ถ้าหากทำอะไรให้ผู้ถือหุ้นคนใหม่ไม่พอใจล่ะก็ แม้แต่เขาเองคงไม่สามารถรองรับอารมณ์โกรธนั้นได้
“วันนี้คุณหลินเข้ามาที่ห้องอาหาร ให้ผมแนะนำซิกเนเจอร์ดีไหมครับ” ผู้จัดการหม่ากล่าว
“วันนี้ฉันกินแล้ว ไว้วันหลังก็แล้วกัน”
“เข้าใจแล้วครับ แต่อีกไม่กี่วันจะมีการประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ทราบว่าคุณ...”
หลินอู๋เฉินบอกปัด “ฉันไม่เข้าร่วมหรอก มันน่าเบื่อ พวกนายทำยังไงเมื่อก่อนตอนนี้ก็ทำแบบเดิมนั่นแหละ”
“รับทราบครับ” ผู้จัดการหม่าโล่งใจ ทีแรกยังกังวลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นคนใหม่กลัวว่าจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการจัดการในโรงแรม แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจมันก็ง่ายที่จะดำเนินตามแผนเดิม
........
คืนนั้นลู่ซินหยีไม่ได้นอนที่วิลล่า เนื่องจากเสื้อผ้าหล่อนอยู่ที่บ้าน จำเปิดต้องใช้เวลาย้ายของเลยไม่สะดวกนอนคืนนี้ ดังนั้นหลินอู๋เฉินจึงขับรถไปส่งเธอ
ลงมาจากรถ Lamborghini ลู่ซินหยียังใเหตุการณ์ในวันนี้ไม่หาย ได้พบกับลูกหลานคนรวย เป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แถมยังให้เธออาศัยอยู่ในวิลล่าได้อย่างฟรีๆ ดูเหมือนการตัดสินใจครั้งนี้จะถูกต้อง
หลังจากโบกมือลาคนรัก กำลังเดินกลับเข้ามาในบ้านลู่ซินหยีพบกับน้องชายไม่ได้เื่ ลู่เหมิน
“พี่ เมื่อกี้ใครน่ะ?” ลู่เหมินเดินออกมาจากบ้านพอดี ดังนั้นจึงเห็นว่าวันนี้มีคนมาส่งพี่สาวแถมยังไม่ใช่รถธรรมดา
“ไม่ต้องรู้หรอก” ลู่ซินหยีที่อารมณ์ดีพลันหงุดหงิด มีน้องชายไม่ได้เื่ เรียนไม่เรียนงานการไม่ทำแถมยังเกาะเธอกินไปวันๆ น้องชายแบบนี้เกลียดที่สุด
ลู่เหมินเกาศีรษะโง่งม “นี่พี่ ถึงฉันจะโง่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะหลอกฉันได้นะ ผู้ชายคนนั้นเป็แฟนของพี่ใช่ไหม!”
ลู่ซินหยีหันศีรษะกลับมา “แล้วยังไง?” จากนั้นเดินเข้าไปในห้อง ปิดประตูดังปัง
ลู่เหมินกำหมัดแน่น “โถ่เว้ย! พี่คงไม่ได้เสร็จมันแล้วหรอกใช่ไหม”
ชายหนุ่มเป็กังวลจริงๆ ถึงจะบอกว่าพวกเขาเป็พี่น้องกันแต่ไม่ใช่พี่น้องจริงๆ ดังนั้นเขาจึงมีความคิดที่จะได้พี่สาวเป็แฟนมานานแล้ว แต่ดูเหมือนสิ่งที่คิดกับความเป็จริงจะไม่ราบรื่น
“ไอ้บ้านั่นเป็ใคร ถ้าเจออีกละก็ฉันจะฆ่าแกแน่ กล้าดียังไงมายุ่งกับพี่สาวฉัน!” ลู่เหมินเดินออกไปจากบ้านตอนกลางคืน ไปสนุกกับเพื่อนขี้เหล้าไร้อนาคตตามปกติ
......
หลินอู๋เฉินเลือกที่จะนอนในวิลล่า
ระหว่างนั้นเขาได้รับสายจากรูมเมทสามคน ถามว่าวันนี้จะกลับมานอนไหม เขาตอบว่าไม่จากนั้นตรวจสอบยอดเงินที่เหลือในเว็บ
จากการใช้จ่ายที่ผ่านมาเป็เงิน 52600 เหรียญ จาก 93000 เหรียญ เหลือ 40400 เหรียญ
เงินที่เสียไปไม่ถือว่าเยอะหากคิดตามอัตราส่วนที่หลินอู๋เฉินได้รับ ซูเปอร์คาร์ วิลล่า โรงแรมการ์เด้นกรีน และทักษะจำนวนหนึ่ง
“ยังเหลืออีกหลายวันกว่าจะถึงวันแข่ง แต่ไม่เป็ไร เพราะถึงยังไงฉันก็ชนะ” หลินอู๋เฉินไม่คิดมาก ตอนนี้ทุกอย่างสำหรับเขาง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
เข้าไปที่กระทู้ซื้อขาย มองหาทักษะการขับรถ
ไม่นานเขาก็พบ
ทักษะการขับรถระดับสูง 5000 เหรียญ
หลินอู๋เฉินกดซื้อทันที นอกจากนั้นยังซื้อทักษะเปียโน ทักษะอักษร รวมแล้วใช้จ่ายไปมากกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญ
“เดี๋ยวสิ นี่มันบัตรอะไรกัน...”
ตอนบ่ายหลินอู๋เฉินหาบัตรทานอาหารฟรี ซึ่งเขาคุ้นเคยกับกระทู้ซื้อขายบัตร และมองว่าโดยส่วนใหญ่ไร้ประโยชน์ แต่ว่าบัตรที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นถึงกับทำให้เขาตาเบิกโพลง
บัตรเทพา หลังจากใช้งานบัตรนี้คุณจะมียศเทพา! ราคา 100000 เหรียญ
คำอธิบายเพิ่มเติม ยศเทพาคือทหารที่ได้รับเกียรติจากการกวาดล้างศัตรูที่ชายแดน ฆ่าศัตรูด้วยตัวคนเดียวนับพันคน มีลูกน้องใต้อาณัติ 500 คน และยังมีหัวกะทิอีก 10 คน
ด้วยสถานะเทพาหลินอู๋เฉินสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ ถึงตอนนั้นสำหรับเขาเื่เงินแค่เื่ง่าย
บัตรดังกล่าวเป็ของดีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่อย่างใดก็ตามราคาของมันค่อนข้างแพง
“ลืมมันไปซะ ไว้แข่งรถชนะก่อนฉันจะกลับมาซื้อแก” หลินอู๋เฉินปิดโทรศัพท์ ไม่รีบร้อนการพัฒนาตัวเอง พรุ่งนี้ยังมีเรียนตอนเช้ากับมู่เจาเจา จะตื่นสายไม่ได้เด็ดขาด