76 2-2
ตอนที่138 ปะทะอสรพิษมหึมา (2)
“นี่เจ้าไม่รู้อะไรเลยกระมัง?ผมของข้าไม่สามารถงอกขึ้นใหม่ได้!”
หลิวซูโพล่งตะคอกพร้อมสะบัดไหล่ผละมือของเซียถงให้ออกไปไกลๆจากนั้นก็เงยศีรษะจับจ้องนางตาเขม็ง เสียงกัดฟันขบดังกรอด
เซียถงเหม่อมองไปที่ใบหน้าหลิวซูต้องถึงกับตื่นตกใจอย่างยิ่ง ถึงขนาดเนื้อตัวค้างแข็งไปชั่วขณะเพราะใบหน้าอันหล่อเหลาของอีกฝ่ายกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา
“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า!นังหนูตัวเหม็นสาบ! หากมิใช่เพราะเจ้า ผมข้าหรือจะขาดเช่นนี้ได้อย่างไร!?”
หลิวซูเปล่งเสียงตวาดลั่นคลื่นเสียงคำรามดังกล่าวแผดทั่วไปทั่วสาทิศ กดสายตาเลื่อนต่ำจับจ้องไปที่เส้นผมสีเงินวิบวับไม่กี่เส้นในมือยิ่งกระตุ้นอารมณ์ความเศร้าโศกเกินพรรณนานัก ก่อนที่ท้ายที่สุดน้ำตาของชายหนุ่มจะรินไหลออกมาอีกครา ทรุดตัวล้มลงกับพื้นด้วยความรู้สึกหม่นหมองอาลัย
ก็เข้าใจได้ว่าเส้นผมมันสำคัญเพียงใดแต่ก็ใช่ว่าจะถูกโกนหมดหัว?กับแค่เส้นผมขาดไม่กี่เส้นถึงกับร้องไห้โอดครวญราวกับบิดาสิ้นเช่นนี้เชียว? เซียถงได้แต่ก้มหน้าเฝ้ามองท่าทางการแสดงออกอันสุดแสนจะเศร้าสร้อยอของอีกฝ่ายและทันทีทันใด เสมือนธาตุไฟเข้าแทรกเฉียบพลัน นางอยากจะลั่นเสียงหัวเราะออกมาดังๆสักคราแต่ทำมิได้ พยายามอย่างสุดกำลังเพื่อกั้นขำถึงขั้นใช้ฟันหน้าขบริมฝีปากล่างเอาไว้หนาแน่แทบเลือดซิบเสียงหัวเราะขำขันกระจุกอยู่ที่ลำคอ ไม่สามารถปล่อยให้หลุดลอดออกมาได้โดยเด็ดขาด
นางมั่นใจอย่างยิ่งว่าหากตนเผลอหลุดขำเสียงดังลั่นออกมาในขณะนี้มีหวังหลิวซูได้กระหน่ำตบนางให้ตายไปข้างเป็นแน่เหลือบมองไปที่หลิวซูที่ยังคงนั่งทรุกอยู่บนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยากนางก็อดส่ายหัวให้มิได้ ชั่วขณะหนึ่ง ค่อนถอนความสนใจออกมาจากอีกฝ่ายและเงยหน้าขึ้นไปจับจ้องภาพฉากศึกสัประยุทธ์ระหว่างอาหานและอสรพิษมหึมาแทน
อสรพิษมหึมาเชิดหน้าชูคอสูงจู่โจมอาหานต่อเนื่องไม่เว้นช่วงมันเปิดปากฉีกกว้างและพ่นพิษสีเหลืองอำพันเหนียวหนืดยิงใส่ทางอาหานระลอกใหญ่ประดุจน้ำพุแรงดันในทางตรงข้าม แทนที่อาหานจะรีบบินหลบแต่กลับระดมพลังลมปราณขุมใหญ่ควบแน่นก่อขึ้นกลายเป็นชั้นเกราะสีเงินประกายแวววับห่อหุ่มทั่วร่างพอธารพิษสีอันเหล่านั้นเข้าปะทะชน ต่างฝ่ายต่างมลายหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่า
แลเห็นเพียงรัศมีแสงสีเงินบนร่างกายาของอาหานเพิ่มทวีความสว่างไสวเข้มข้นจัดจ้านกระบี่จันทร์หิรัญในมือพุ่งทะลวงห้วงเวหา ฉีกกระชากสายลมกลายเป็นคลื่นควงสว่านทรงกรวยยิงเข้าใส่ทางอสรพิษโดยตรง
ดวงเนตรกลมโตสีมรกตของมันเบิกกว้างแทนถล่นโดยพลันรีบเคลื่อนตัวเลื่อยร่างเพื่อเลี่ยงหลบกระบี่ควงสว่านท่านี้ในทันทีทว่าทุกอย่างกลับสายเกินไปแล้ว กระบี่จันทร์หิรัญสาดแสงสีเงินเจิดจรัสทะลวงเสียบเข้าใส่เบ้าตาซ้ายของมันประดุจสายอสนีสะบั้นแทงอาหานชักกระบี่คมยาวขึ้นเก็บ ดวงเนตรกลมโตขนาดใหญ่ที่พราวแสงมรกตสุกใสก่อนหน้ายามนี้เหลือเพียงความมืดหม่นไร้ประกายชีวิตชีวาใดๆ อีกต่อไป
เสี้ยวอึดใจต่อมาธารเลือดสดสาดกระเซ็นพวยพุ่งทะลักล้นดั่งห่าพิรุณ ลำตัวอสรพิษขนาดมหึมาล่ำหนาบิดเกลียวไปมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสอย่างบ้าคลั่งบังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่หลวง เสียงคำรามคร่ำครวญแผดดังสั่นสะเทือนทั่วโลกาเซียถงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบคว้าตัวหลิวซูที่กำลังนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่บนพื้นออกมาโดยไวคู่เท้ากระตุกวูบ เงาร่างสาดไสวเป็นสายยาวหนีออกจากบริเวณนั้นท่ามกลางเศษหินศิลาแผ่นยักษ์ที่ถล่มลงมา
ได้ยินเสียงคำรามคร่ำครวญของอสรพิษมหึมาดังเสียดแก้วหูหลิวซูพลันเงยหน้ามองไปทางมันเผยแสดงสีหน้าตื่นตะลึงสุดขีดที่เห็นธารเลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาไม่หยุดจากดวงตาข้างซ้ายของมันสีหน้าอสรพิษเหี้ยมดุยามนี้ซีดขาวราวกับแผ่นกระดาษเขาเปล่งเสียงรำพึงรำพันกับตนเองพร้อมท่าทางสุดจะเหลือเชื่อว่า
“เป็นไปไม่ได้เป็นไปไม่ได้... เจ้าหมอนั่นทำอันตรายกับอสรพิษน้อยได้อย่างไร?”
ทันใดนั้นเองหลิวซูก็ผละมือไม้ออกจากอ้อมแขนของเซียถงเหยียบย่างเศษหินกิ้งก้านต้นไม้แตกหักที่ลอยเคว้งกลางอากาศใช้สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนบันไดดีดตัวขึ้นไปหาอสรพิษมหึมาและเริ่มขับกล่อมบรรเลงท่วงทำนองภายใต้ขลุ่ยใบไม้ในมืออีกครั้งทว่าก่อนที่จะเริ่มเป่าบรรเลงด้วยซ้ำหางอสรพิษลำหนาพลันกวาดล้างสาดสะบัดเข้าใส่ทางนี้พอดิบพอดีหางดังกล่าวกระแทกกลางแผ่นหลังของหลิวซู เหวี่ยงร่างของเขาปลิวกระเด็นออกไปโดยตรง
หลิวซูล้มคะมำลงกับพื้นดินแต่เพียงชั่วขณะอึดใจ ตัวเขาก็อันตรธานหายวับไป เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกคราเขายืนอยู่บนศีรษะของอสรพิษมหึมาเป็นที่เรียบร้อยมองดูเบ้าตาข้างซ้ายที่ชุ่มชโลมไปด้วยเลือดสด ชายหนุ่มย่อตัวลงเล็กน้อยยื่นมือก้มไปลูบศีรษะของมันอย่างอ่อนโยนเบาๆ ภายใต้การปลอบประโลมของชายหนุ่มผู้นี้อาการคลุ้มคลั่งของอสรพิษมหึมาก็ค่อยๆ สงบลงทีละเล็กละน้อย
“เจ้าอสรพิษน้อยมาร่วมสู้กับข้า!”
ชายหนุ่มเปล่งเสียงคำรามสนั่นขณะลุกขึ้นก็พลางสบสายตามองไปที่อาหานที่กำลังยืนตระหง่านกลางเวหาสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยแววความเร่าร้อนและยกขลุ่ยใบไม้ขึ้นแตะสัมผัสบนริมฝีปากอีกครั้งพร้อมเป่าบรรเลงออกมา
ท่วงทำนองเสียงขลุ่ยพิสดารเริ่มก้องกังวานขึ้นเป็นคำรบสองทว่าคราวนี้กลับแตกต่างไปจากก่อนหน้า เพราะปัจจุบันเสียงขลุ่ยที่ได้ยินมันฟังดูและโศกเศร้าและอาลัยกว่าก่อนหน้ามากมายนักอสรพิษมหึมาจู่ๆ ก็ส่ายศีรษะขนาดยักษ์ใหญ่สั่นไปมา ถึงแม้จะตาบอดแต่หูของมันยังสามารถได้ยินเสียงขลุ่ยอย่างชัดแจ้ง ทันใดนั้นร่างของมันก็เลื่อยเข้าจู่โจมอาหานอย่างบ้าคลั่ง!
ต่อให้ตาจะบอดไปข้างแต่ในเรื่องทิศทางความแม่นยำในการโจมตียังคงเที่ยงตรงถูกต้อง!
อาหานยืนหยัดกลางเวหาพร้อมกระบี่จันทร์หิรัญในมือปราดเข้าเผชิญหน้ากับอสรพิษมหึมาที่พุ่งเข้าหาอย่างไม่กลัวเกรงใดๆแกนร่างปราการร่างกายมั่นคงหนักแน่นไม่สั่นคลอนผมเผ้าและชายเสื้อคลุมยาวบิดพลิ้วไสวตามสายลม
ทั้งสองฝ่ายเข้าประจัญบานใส่กันไม่มีลังเล!
ทางฝ่ายอาหานเมื่อลุมาถึงระยะหวังผลรัศมีแสงสีเงินบนร่างกายก็ยิ่งเดือดปะทุโหมทะลักเพิ่มเป็นทวีทั่วทั้งร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าถูกเร้นซ่อนอยู่ภายในรัศมีแสงสีเงาเปล่งประกายสว่างจ้าชั่วขณะอึดใจ ชักนำเสียงลมพายุโรมรันดุร้ายเกรี้ยวกราด คลื่นแรงกดดันปริมาณข้นคลั่กครอบคลุมไปทั่วทั้งบริเวณประกายแสงลมปราณสีเงินใสบริสุทธิ์แสนวิจิตรตระการตาพรั่งพรูออกมาจนท่วมท้นกลายเป็นดาวตกสายหนึ่งดิ่งพสุธาไปที่หน้าท้องของอสรพิษมหึมาตรงหน้า
ประดุจเส้นคมตัดแบ่งระหว่างฟ้าดินประกายแสงสีเงินพุ่งทะลวงหน้าท้องของอสรพิษตนนั้นโดยปราศจากสิ่งใดกรีดขวางและทะลุออกมาจากด้านหลังในชั่วพริบตาต่อมาดวงดาราพราวแสงพรายสว่างหยุดชะงักค้างเติงกลางอากาศ
ถึงแม้จะพึ่งทะลวงผ่านหน้าท้องของอสรพิษมหึมาหมาดๆทว่าเนื้อตัวทั่วร่างของอาหานยังคงสะอาดปราศจากร่องรอยคราบเลือดใดๆในมือมีเพียงกระบี่เล่มยาวฉายแสงเงินประกายเยียบเย็นเคลื่อนหางตาเหลือบมองไปยังอสรพิษที่อยู่เบื้องหลังด้วยทีท่าอันสงบนิ่ง