“อี้เหลียนคุณไปไหนมา ตอนผมให้คุณไปที่บ้านซูกับผม ไหนคุณบอกว่ารู้สึกปวดตามเนื้อตัวไปหมดลุกไม่ขึ้นยังไงล่ะ” ตาอี้ถามภรรยารักของตนด้วยความสงสัย
“ฉันไปหาหมอในเมืองมาค่ะ ว่าแต่พี่เป็อะไรไปหรือค่ะถึงได้ให้ลูกมาทายาให้” อี้เหลียนรีบพูดเบี่ยงประเด็น เมื่อเห็นว่าลูกชายคนโตกำลังทายาให้กับผู้เป็พ่อ
“แผลพวกนี้ฉันก็ได้มาจากไอ้ลูกเลวบ้านซูยังไงล่ะ มันเปิดประตูไม่บอกไม่กล่าวทำให้ฉันล้มเข้าไปในลานบ้านของพวกมัน ว่าแล้วก็เจ็บใจหากรู้ว่ามันโตมาเป็คนอกตัญญูแบบนี้ฉันน่าจะจับมันโยนทิ้งั้แ่เด็กไปแล้ว” ตาอี้กัดฟันพูดขึ้นด้วยความโกรธ
“พ่อครับแม่ครับ ผมกลับมาแล้วหิวมากเลยที่บ้านมีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” เสียงหลงเหวินที่กลับมาถึงบ้านะโร้องถามพ่อกับแม่
“ไปดูในห้องครัวเอาเองเถอะ ว่าแต่แกหายไปไหนมาั้แ่เช้า แกคงจะไม่ได้ไปเข้าบ่อนมาอีกแล้วใช่ไหม” ตาอี้ถามลูกชายคนเล็กอย่างดุดัน
“ใครจะกล้าไปละครับ ผมไปหางานทำมาต่างหาก” หลงเหวินรีบตอบพ่อและเดินหนีเข้าไปในครัวพร้อมหันมาถามผู้เป็แม่
“แม่ไปกินข้าวกับผมไหมครับ ผมมีเื่จะปรึกษาด้วย” หลงเหวินเรียกแม่ของตนเพราะมัน้าที่จะขอเงินเพิ่ม
อี้เหลียนไม่ได้พูดอะไรและก็เดินตามลูกชายเข้ามาในครัวเพราะเธอคิดว่าถ้าหากเธอไม่เดินเข้ามา เื่ที่เธอมีชู้อาจจะเข้าไปถึงหูของสามีได้
“ว่ามา แกจะเอาอะไรอีก” อี้เหลียนถามลูกชายอย่างตรงประเด็น
“ผมจะขอยืมเงินแม่สักสองร้อยหยวน ผม้าเอาไปใช้หนี้” หลงเหวินพูดจบก็แบมือขอเงินยื่นไปตรงหน้าของคนเป็แม่
“เงินอะไรอีกฉันเพิ่งจะให้แกไปหนึ่งร้อยหยวนไม่ใช่เหรอ นี่ยังไม่ทันจะครึ่งวันเลยแกใช้เงินหมดไปแล้วหรือไงกัน” อีเหลียนพูดขึ้นมาด้วยความโมโห
“แม่เอามาให้ผมเถอะ หรือว่าอยากให้เื่นี้” หลงหวินมันก็ทำเป็เงียบไป
“คุยอะไรกันเสียงดังไปถึงข้างนอก” ตาอี้เดินเข้ามาหาสองแม่ลูก หลังจากที่ลูกชายคนโตทำแผลให้แล้ว
“ไม่มีอะไรหรอก พี่เข้ามาทำไมล่ะมันแคบเมื่อไหร่เราถึงจะมีเงินสร้างบ้านและครัวใหม่ได้สักที” อี้เหลียนถามกับตาอี้พร้อมบ่นออกมา
“ใจเย็นๆน่า เมื่อเราได้ผลผลิตรอบนี้มาเราก็ค่อยเอาส่วนหนึ่งไปเปลี่ยนเป็เงินในตลาดมืดแล้วก็ค่อยๆมาสร้างบ้านสร้างครัวกัน” ตาอี้ปลอบเมียรัก
“แม่ว่ายังไง” หลงเหวินก็ถามอี้เหลี้ยนออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“ได้เดี๋ยวค่อยว่ากันแกก็รอหน่อยไม่ได้หรือไง” อี้เหลียนก็พูดตอบโต้ด้วยความหงุดหงิด
ตาอี้ก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ว่าเมียกับลูกชายคนเล็กมีความลับอะไรต่อกันโดยที่เขาไม่รู้เื่ เขาจึงได้แต่ต้องทำเป็นิ่งเฉยเอาไว้
บ้านซูตอนนี้ทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับการเก็บผลผลิตที่ปลูกไว้ั้แ่่หน้าหนาวที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็ผักและก็ผลไม้ซึ่งตอนนี้ได้เปลี่ยนจากสตอเบอรี่มาเป็แตงโมแล้ว
ผักและแตงโมของบ้านซูต่างก็เป็ที่ชื่นชอบของคนที่ได้กินเป็อย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงแต่ก็ยังสามารถขายหมดได้ตลอด จินเป่าเขาได้นำไปขายให้กับเถ้าแก่จางเหมือนเดิม
ด้านเถ้าแก่จางก็ยิ้มรับความโชคดีที่ได้มานี้อย่างเต็มใจ และที่สำคัญั้แ่ที่ภรรยาของเขาดูรูปภาพเด็กน้อยที่ลูกสาวของจินเป่าให้มา ตอนนี้เมียของเขาก็ตั้งครรภ์แล้ว เขารู้สึกดีใจเป็อย่างมาก
ดังนั้นเขาจึงได้ถือว่าคอบครัวของจินเป่าเปรียบเสมือนกับเป็ญาติพี่น้องของเขาเอง เพราะั้แ่รู้จักและซื้อขายกันมาตลอด เขาก็มีแต่ความโชคดีไม่เคยขาดแคลนวัตถุดิบในร้านของชำและร้านอาหารเลย
“พี่จางวันนี้ผมมีสินค้ามาเสนอขายให้กับพี่อีกแล้วพี่สนใจไหม” จินเป่าได้เรียกเถาแก่จางว่าพี่ตามที่เถ้าแก่้า
“ไหนเอาอะไรมาขายเอามาให้พี่ดูสิ มันกินได้หรือเปล่า” เถ้าแก่จางถามน้องชายคนใหม่เขาไม่มีพี่น้องจึงได้คิดว่าจินเป่าเป็น้องชายไปแล้ว
“กินได้ฮะ/ค่ะ อร่อยมาก” เสียงเด็กเล็กๆ สามคนเป็ฝ่ายตอบออกมาก่อนที่จะเจอกับเ้าของร้านอย่างลุงจาง
เมื่อเถ้าแก่จางได้ยินเสียงเล็กๆ ทั้งสามแกก็รีบพุ่งตัวออกมาจากในร้านทันที
“อัยยะ หลานๆผู้น่ารักของลุงจางมากันด้วยเหรอลูก” เถ้าแก่จางพูดเสียงสองกับเด็กทั้งสาม
“สวัสดีค่ะ/ฮะลุงจาง” เด็กน้อยทั้งสามทักทายผู้เป็ลุง
“ซ่านซ่านไปไหนล่ะไม่เห็นมาด้วยเลย”
“พี่ชายยังไม่เลิกเรียนค่ะ เลยไม่ได้มาด้วย” ซินซินเป็ฝ่ายตอบคำถาม
“โอ้ลุงลืมไป หลานรักทั้งสามเข้าไปในร้านกันเถอะอากาศร้อนๆไปกินหวานเย็นที่ซินซิน บอกให้ลุงทำไว้เป็ของหวานที่ร้านดีกว่าลูก”เถ้าแก่จางรีบพาเด็กทั้งสามที่ต่างก็จับมือกันไว้เข้าด้านใน
ด้านจินเป่าก็ได้แต่ยืนเกาหัวตัวเองอย่างงงๆ พร้อมกันส่ายหน้าในความรักและหลงหลานของพี่ชายต่างสายเืของตัวเอง เขาจึงได้แต่เดินตามเข้าไปอย่างคนหมดความสำคัญ
เขาเองก็ดีใจที่ลูกๆ ของเขาไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะเป็ที่รักและเอ็นดูของใครหลายๆ คนยกเว้นกับคนบ้านหลง ที่มักจะพากันมาหาเื่กับครอบครัวของเขาวันเว้นวัน พวกเขาก็ได้แสร้งทำเป็ไม่ใส่ใจเพียงเท่านั้น
“นี่มันอะไรเหรอทำไมมันดูแข็งๆมันจะกินได้เหรอ” เถ้าแก่จางหยิบหมูตากแห้งและเนื้อตากแห้งที่ยังไม่ได้ทอดขึ้นมาดู
“นี่คือหมูตากแห้งและก็เนื้อตากแห้งครับ สามารถเก็บไว้ได้นานเวลาจะกินก็นำมา ทอดหรือจะนำมาปิ้งก็ได้พี่ลองเอาไปให้พ่อครัวทำมาให้ชิมสิครับ”
“มันแข็งแบบนี้ถ้ายิ่งเอาไปทอดมันจะไม่แข็งไปกันใหญ่เหรอ”เถ้าแก่จางถาม
“ที่มันแข็งเพราะพวกผมเอาตากแดดจนแห้งครับ มันสามารถจะเก็บไว้เป็เสบียงให้กับคนเดินทางไกลได้ เมื่อเอาไปทำให้สุกพี่ก็รู้เองแหละครับแต่ไม่ต้องทอดหรือย่างนานมากนะครับเอาแค่สุกก็พอ ส่วนที่อยู่ในกระปุกสองอันนี้เรียกน้ำพริกกากหมูกับน้ำพริกเผาครับเอามาคลุกข้าวร้อนๆ อร่อยมาก” จินเป่าหยิบน้ำพริกอย่างละกระปุกใหญ่ออกมา
“นี่มันก็เที่ยงพอดีนี่ ถ้าอย่างนั้นเรามาลองกันเลยหากอร่อยอย่างที่นายว่า พี่จะได้เอามาวางขายทั้งสองร้าน” เมื่อเถ้าแก่จางพูดจบเขาก็นำของกินทั้งหมดเข้าไปในครัว
“โอ๊ยนี่มันอร่อยมากๆ เลยพอเอามากินด้วยกันแล้วกินกับผักสดไปด้วยยิ่งเข้าไปกันใหญ่ เดี๋ยวนายบอกมาเลยว่าจะขายเท่าไหร่พี่รับซื้อทั้งหมดแล้วไม่ต้องไปขายให้ใครแล้วนะพี่ผูกขาด ของแห้งแบบนี้คนในกองทัพต้องชอบกันแน่ๆ”
เถ้าแก่จางพูดขึ้นหลังจากที่ได้ลองกินเนื้อตากแห้งหมูตากแห้ง รวมทั้งน้ำพริกทั้งสองชนิดแล้ว เ้าตัวน้อยก็ยิ้มอย่างชอบใจ พร้อมกับคิดว่า เงิน เงิน เงิน
ทางด้านครอบครัวซูใช้ชีวิตกันอย่างราบรื่นปรองดองมีความสุข ซึ่งตรงกับครอบครัวของบ้านหลงในตอนนี้
เพราะใน่บ่ายของวันหนึ่งอี้เหลียนได้บอกกับตาอี้ว่าตนไม่สบายจะขอกลับบ้านก่อนและจะไปหาหมอในเมืองด้วย ตาอี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พออี้เหลียนออกจากทุ่งนาไปตัวเขาก็ได้ไปขอลางานแล้วค่อยๆเดินตามเมียของตนไปด้วย
โดยที่เขาเริ่มเอะใจถึงพฤติกรรมของเมียกับลูกชายในวันก่อนเขาจึงได้มาคาดคั้นเอากับลูกชายคนเล็กที่กำลังกินเหล้าเมากลับมาจากข้างนอก เมื่อเขาได้รู้ความจริงเขารู้สึกเ็ปเป็อย่างมากจนใจชาหนึบเลยทีเดียว
แต่เขาคิดว่าหากเื่นี้เป็เื่จริงเขาขอให้เห็นกับตาเองดีกว่า และในที่สุดโอกาสที่เขารอก็มาถึง เขาได้นำมีดหวดหญ้าที่คมกริบซึ่งได้พันผ้าไว้มาด้วยเขาค่อยๆ สะกดรอยตามอีเหลียนไปอย่างห่างๆ
จนเขาเห็นว่าเมียของเขาได้กลับมาที่บ้านจริงๆ แต่เขาก็ยังไม่วางใจจึงได้แต่แอบดูไปก่อน จนเมื่อเขาเห็นว่าอี้เหลียนได้เปลี่ยนชุดและแต่งตัวอย่างสวยงามเดินออกมาจากบ้าน ในวินาทีที่เขาเห็นแบบนี้เขาก็มั่นใจว่าเมียของเขาจะต้องไปหาชู้แน่ๆ
เขาได้แต่กำมือของเขาทั้งสองข้างไว้แน่น รวมทั้งยังตรวจสอบมีดหวดหญ้าด้านหลังด้วยว่ายังอยู่ดีหรือไม่ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เดินตามอี้เหลียนไปเหมือนเดิม
จนเขาได้เห็นว่าอี้เหลียนได้ขึ้นรถไถเพื่อเข้าเมืองไปแล้ว เขาก็ยังคงเดินเท้าตามต่อไป เพราะเขาได้รู้จักสถานที่ที่เมียของเขาจะไปมาจากปากลูกชายคนเล็กในครั้งนั้นแล้ว
เขาใช้เวลาในการเดินเท้าอยู่จนมาถึงได้ครึ่งทางเขาก็เห็นรถไถของหมู่บ้านอื่น เขาจึงได้ขอติดรถมาด้วยโดยจ่ายเงินแค่ครึ่งเดียวไม่รู้ว่าโชคนี้เป็ความโชคดีหรือโชคร้ายกัน เพราะรถไถคันนี้ก็ตามติดรถไถคันที่อี้เหลียนนั่งมา ห่างกันแค่ไม่กี่่ถนนเพียงเท่านั้น
อีเหลียนผู้ซึ่งไม่รู้ตัวเลยว่าความตายกำลังมาเยือนตนอยู่ก็ได้มาถึงบ้านชู้รักด้วยความลิงโลดเธอเคาะประตูอยู่สามครั้งคนด้านในก็มาเปิดประแล้วก็ดึงมือของเธอเข้าบ้านทันที
บ้านหลังนี้เป็บ้านที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางป่าไผ่รอบด้านปราศจากบ้านเรือนของผู้คนประตูด้านนอกก็ไม่ได้ล็อคเอาไว้เพราะมักจะมีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เพราะที่แห่งนี้เป็แหล่งค้าของเถื่อนโดยจะมีลูกค้ามาสั่งของกันที่นี่
ไม่ว่าลูกค้า้าสิ่งผิดกฎหมายแบบไหนสถานที่แห่งนี้ก็พร้อมที่จะจัดหามาให้ขอแค่มีเงินหรือของแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกัน
ห้องที่ทั้งสองเริงรักกันนั้นไม่ได้ปิดหน้าต่างเอาไว้มีแค่เพียงผ้าม่านบางๆ กั้นสายตาไว้เพียงเท่านั้นโดยที่คนที่ทำอะไรกันอยู่ก็ไม่ได้มีความอับอายกับเสียงร้องหรือสิ่งที่ตนทำกันเลย
เมื่อตาอี้เห็นแบบนี้ความอดทนอดกลั้นที่เก็บสะสมไว้ก็พังทลายลงเขาค่อยๆ ปีนหน้าต่างเตี้ยๆนั้นอย่างระมัดระวังจนเข้ามายืนอยู่ในห้องที่ทั้งสองกำลังเริงรักกันอย่างโจ่งครึ่ม
“นังแพศยาแกกล้ามีชู้ มึงกล้าสวมเขาให้กู มึงอย่าอยู่เลย” เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวของตาอี้ดังขึ้นพร้อมกับนำมีดหวดหญ้าด้ามยาวตรงเข้าไปฟันที่อี้เหลียนและชายชู้ในขณะที่ทั้งสองยังไม่ทันตั้งตัว
ตาอี้ได้หวดมีดเล่มนั้นไปที่คอของอี้เหลียนทำให้เืสดๆพุ่งออกมาเหมือนกับน้ำผุ ส่วนชายชู้ที่กำลังจะร้องให้คนช่วยก็มีสภาพไม่ต่างกับอี้เหลียนนัก ตาอี้ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาเขาได้ใช้มีดนั้นสับลงไปที่ร่างของทั้งสองอย่างนับครั้งไม่ได้
ปัง! เสียงถีบประตูที่อี้เฟิงและพวกถีบประตูห้องดังขึ้น วันนี้พวกเขาตั้งใจที่จะบุกเข้ามาจับหยุนเกอเพราะพวกเขาได้หลักฐานมามากพอแล้ว แต่พอเขาพังประตูห้องเข้ามา ทหารทุกนายรวมทั้งเขาก็ยืนนิ่งด้วยความใกับภาพที่เห็น
“หยุดเดี๋ยวนี้ หากยังไม่หยุดเราจะยิง” อี้เฟิงพูดออกมาแต่ว่าเสียงที่เขาพูดนั้นไม่ได้ทำให้ตาอี้ที่กำลังบ้าหยุดมือแต่ตรงกันข้ามมันกลับยกมีดที่กำลังสับร่างของศพอยู่นั้นพุ่งเข้ามาหาอี้เฟิ้งทำให้เ้าหน้าที่ ที่มาด้วยกันตัดสินใจยิงไปยังตาอี้ทันที
ร่างของตาอี้ก็ล้มลงโดยที่มีดในมือเฉียดอี้เฟิงไปไม่มากเท่าไหร่นักด้านอี้เฟิงก็ตัดสินใจยิงใน่เวลานั้นเช่นเดียวกัน เมื่อตาอี้โดนยิงเข้าไปสองนัดและะุถูกอวัยวะสำคัญทำให้เขาตายทันที
จนเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงแล้วอีเฟิ้งจึงได้มาดูศพทั้งสาม เขาได้พบว่าหยุนเกอก็เป็หนึ่งศพในนี้ด้วยส่วนสองศพที่เหลือเขาเคยเห็นที่บ้านของเย่วจิน เขาคิดว่าน่าจะจำไม่ผิด
แต่เพื่อความมั่นใจเขาคิดว่าจะต้องไปบอกกับจินเป่าให้มาดูศพพรุ่งนี้ดีกว่าเพราะตอนนี้มันมืดและดึกมากแล้วเขาคิด