ตอนที่ 57 เปิดจุดชีพจรยุทธ์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เด็กหนุ่มร่างผอมบางในชุดสูทสีขาวเหินฟ้าด้วยกระบี่ทั้งเจ็ดเล่ม
เขามุ่งตรงไปยังสนามรบของปีศาจต้นไม้แล้วร่อนลงกลางวงต่อสู้
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
เสียงการต่อสู้นั้นดังอึกทึกครึกโครม ปีศาจต้นไม้เหล่านี้แทบจะไม่สังเกตเห็นร่างบางเลยแม้แต่น้อย
ระหว่างการต่อสู้ทั้งรากไม้ทั้งกิ่งก้านมากมายปัดป่ายโจมตีอย่างรุนแรง
เฟิร์สยืนอยู่ท่ามกลางการต่อสู้เหล่านี้ โดยที่พวกมันมองข้ามผ่าน
สำหรับเขาแล้วพลังสปีริตภายในร่างถูกปกปิดด้วยพลังอักขระอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องเอ่ยถึงขนาดตัวของเขาที่เล็กกว่าต้นไม้ปีศาจที่เตี้ยที่สุดอยู่มาก
ในสายตาของพวกมัน เฟิร์สจึงแทบไม่ต่างไปจากเศษดินเศษหินที่ปลิวว่อนไปมาเท่านั้น
เพราะเหตุนี้เฟิร์สจึงดูเหมือนอากาศธาตุในสายตาของพวกมัน
“หากต้องการทะลวงจุดชีพจรยุทธ์ก็จำเป็นต้องต่อสู้อย่างดุเดือด” ดวงตาของเด็กหนุ่มสว่างวาบ
ความจริงแล้วหากเขาเรียกกระบี่ร้อยอสูรออกมา เขาจะสามารถกวาดผ่านปีศาจต้นไม้เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย แม้แต่การต่อสู้กับผู้กองภาวินก็เช่นกัน แม้พลังรบของกระบี่ร้อยอสูรจะไม่สามารถคุกคามผู้กองเฒ่าได้อย่างสมบูรณ์ แต่มันก็สามารถทำให้ตัวตนระดับนั้นครั่นคร้ามได้
ตอนนี้หากต้องการกดดันตนเองให้ปะทุพลังได้จริงๆ ก็ต้องใช้ความสามารถของไอเทมสปีริตของตนเองเท่านั้น
เข็มสีขาวที่เผยรูปร่างเป็นกระบี่ทั้งเจ็ดเล่มหมุนวนรอบๆ ตัวเขา
แล้วตอนนั้นเองดวงตาของเขาก็เผยประกายเย็นเยียบ เจตจำนงกระบี่ปะทุออกมาจากร่าง ราวกับว่าเขานั้นได้กลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่งที่แหลมคมและเยียบเย็นยิ่ง
ทันทีที่เจตจำนงกระบี่ปรากฏออกมา เจตจำนงเหล่านี้ก็ผสานรวมเข้ากับกระบี่ขาวทั้งเจ็ดจนมันเผยประกายเจตจำนงกระบี่ที่แหลมคมส่องสว่างออกมา
“ค่ายกลกระบี่เจ็ดดาราคล้อย!”
เฟิร์สทำมุทราแล้วสะบัดมือขวาออกไปด้านบน กระบี่ทั้งเจ็ดกลายเป็นเส้นแสงสีขาวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ท้องฟ้าพลันปรากฏวงแหวนค่ายกลขึ้นโดยมีเจ็ดกระบี่เรียงรายอยู่ในตำแหน่งของค่ายกล
ภาพนี้สามารถเรียกความสนใจของเหล่าปีศาจต้นไม้ได้ในที่สุด
ชวีดดดดดดดดดด
สงครามพลันหยุดชะงัก ดวงตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่ค่ายกลกระบี่ที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า
ซูม! ซูม! ซูม!
เหล่าปีศาจต้นไม้พลันรับรู้ถึงภัยคุกคาม รากและกิ่งจำนวนมากพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหมายจะจัดการกับวงแหวนค่ายกลกระบี่ให้ลงมา
เสียงการโจมตีทะลวงอากาศดังขึ้นอย่างน่าหวาดกลัว
บางส่วนพึ่งรับรู้ถึงการมีอยู่ของเฟิร์สที่ส่งค่ายกลกระบี่ออกไป พวกมันจึงรุมเข้ามาโจมตียังเด็กหนุ่มด้วย
รากและกิ่งไม้ของต้นไม้ปีศาจแข็งแกร่งไม่ต่างไปจากแท่งเหล็ก หากโดนมันฟาดเข้าไปซักครั้งหนึ่งก็เหมือนถูกรถยนต์พุ่งเข้าชนอย่างไรอย่างนั้น
แต่ทว่า ...
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
ม่านพลังสีฟ้าพลันปรากฏรอบกายของเด็กหนุ่ม มอนสเตอร์ปีศาจต้นไม้เหล่านี้แทบจะไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนต่อม่านพลังได้เลยแม้แต่น้อย
ตอนนั้นเองเสียงหวีดร้องของอากาศก็ดังขึ้น เมื่อค่ายกลกระบี่ที่ล่องลอยอยู่กลางท้องฟ้าได้ปลดปล่อยลำแสงกระบี่สีขาวลงมาราวกับฝนดาวตก
ตูม! ตูม! ตูม!
การโจมตีของเหล่าปีศาจต้นไม้ยังไม่ทันที่จะโจมตีถึงค่ายกลกระบี่ แต่ก็ถูกลำแสงกระบี่สีขาวเหล่านั้นกวาดผ่านจนกลายเป็นเศษซากนับไม่ถ้วนตกลงมาจากท้องฟ้า
หากผู้คนด้านนอกได้มาเห็นภาพนี้พวกเขาจะต้องอ้าปากค้าง
ต้องรู้ไว้ว่าด้วยอานุภาพของค่ายกลกระบี่ชุดนี้แม้แต่ผู้กองภาวินที่เป็นเวเนเตอร์ดาราแดงสามแฉกก็ยังต้องเอาจริงเพราะรับรู้ถึงอันตรายของมัน
ค่ายกลกระบี่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้แสดงอานุภาพล้างผลาญอย่างเต็มที่ก็ถูกผู้กองเฒ่าทำลายทิ้งไป
แต่ในตอนนี้เหล่าปีศาจต้นไม้ที่นี่ไม่มีคุณสมบัติที่จะหยุดมัน
ความสามารถอันน่าครั่นคร้ามของค่ายกลกระบี่จึงถูกแสดงออกมา
โครม! โครม! โครม!
ลำแสงกระบี่ที่ราวกับฝนดาวตกกวาดผ่านไปทั่วทุกทิศ เหล่าปีศาจต้นไม้ต่างส่งเสียงกรีดร้อง
แม้แต่หัวหน้าปีศาจต้นไม้ที่กำลังห้ำหั่นกันเองก็ยังต้องร่นถอยอย่างบาดเจ็บ
ทุกๆ ลำแสงนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังกระบี่วิถีที่หนึ่ง เฟิร์สได้ใช้ศาสตร์แห่งกระบี่หลอมรวมเข้ากับศาสตร์แห่งอักขระค่ายกล ทำให้การโจมตีนี้กลายเป็นการโจมตีที่ยิ่งใหญ่และสามารถแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง
เขาใช้พลังวิถีกระบี่เพียงแค่หนึ่ง แต่ขยายมันด้วยอักขระค่ายกลทำให้ลำแสงวิถีกระบี่ทำลายล้างที่หนึ่งหล่นลงมาได้นับไม่ถ้วน
ทั้งนี้การจะใช้ค่ายกลกระบี่ได้ทรงพลังหรือนานแค่ไหนก็ล้วนขึ้นอยู่กับพลังอักขระของเฟิร์สทั้งสิ้น
ตูม! ตูม! ตูม!
พลังการทำลายล้างของค่ายกลกระบี่นี้น่าหวาดหวั่นยิ่ง ปีศาจต้นไม้นับร้อยตายเพราะลำแสงกระบี่เหล่านี้
พลังทำลายล้างของวิถีกระบี่ที่หนึ่งนั้นเพียงพอที่จะกวาดผ่านร่างกายของปีศาจต้นไม้ได้
ปีศาจต้นไม้เหล่านี้แม้จะมีร่างกายที่สูงใหญ่นับสิบเมตร แต่มันก็ยังนับไม่ได้ว่าเป็นมอนสเตอร์ระดับสูง ร่างกายนอกจากมีวิวัฒนาการที่ใหญ่โตแล้ว พวกมันกลับมิได้มีการบ่มเพาะที่ลึกล้ำเพียงพอที่จะสามารถต้านทานอำนาจกระบี่ของเฟิร์สได้
ร่างของปีศาจต้นไม้นับร้อยจึงแหลกไป!
เด็กหนุ่มร่างผอมบางมองภาพนี้อย่างนิ่งสงบ ก่อนจะวาดมือออกไปเก็บเกี่ยวแกนสปีริตนับร้อยให้ลอยมาหาเขา
ทว่าระหว่างที่เฟิร์สกำลังเก็บเกี่ยวทรัพยากรที่เป็นของเขา เสียงกรีดร้องพร้อมกับเสียงแผ่นดินที่อึกทึกก็ดังขึ้น
ชวีดดดดดดดดดดดดด
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าอย่างเฟิร์สย่อมต้องรับรู้จากสัมผัสได้ในระยะไกล สัมผัสนี้มีคุณสมบัติไม่ต่างจากดวงตา หรือสามารถเรียกได้ว่าชัดเจนเสียยิ่งกว่าการมองเห็นด้วยซ้ำ
ภายในเขตรัศมีที่เฟิร์สสัมผัสได้ เขาก็รับรู้ถึงต้นตอของเสียงที่ดังสนั่นกึกก้องออกมานั้น
“เหอะ ... มากันแล้ว” เฟิร์สเอ่ยด้วยแววตาที่เป็นประกายขึ้นมา
ค่ายกลกระบี่บนท้องฟ้าค่อยๆ จางหาย กระบี่สีขาวทั้งเจ็ดเล่มร่อนลงมาอยู่ข้างกายเด็กหนุ่มร่างผอมบาง
การใช้ค่ายกลกระบี่สำหรับเขาในตอนนี้ดูจะกินแรงไปไม่น้อย เพราะเขาต้องจ่ายพลังอักขระไปอย่างมหาศาลกับการโจมตีนี้
แต่ถึงอย่างนั้นเฟิร์สก็ไม่ได้ตั้งใจใช้ค่ายกลกระบี่จัดการกับปีศาจต้นไม้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ไม่เช่นนั้นเขาจะขัดเกลาตนเองด้วยการต่อสู้ได้อย่างไร
ที่เขาใช้ค่ายกลกระบี่ในการเปิดฉากการรบตั้งแต่แรกก็เพราะต้องการสร้างจุดสนใจให้กับกองทัพปีศาจต้นไม้เหล่านี้เท่านั้น
ใช่แล้ว ... ความคิดนี้มันบ้ามาก
เขาต้องการที่จะต่อสู้กับปีศาจต้นไม้ทั้งกองทัพด้วยตัวคนเดียว
นี่คือการฝึกฝนขัดเกลาของเขา
ต่อสู้จนกว่าจุดชีพจรยุทธ์จะเปิดออก!
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
เสียงกองทัพของปีศาจต้นไม้เข้ามาใกล้ เฟิร์สได้ปลดม่านพลังสีฟ้าของเขาออก
ตอนนี้เขาเตรียมพร้อมแล้วที่จะต่อสู้
สู้จนกว่าสิ่งที่เขาตั้งใจจะสำเร็จ
โฮกกกกกกกก
กิ่งไม้ท่อนใหญ่ฟาดลงมายังจุดที่เขายืนอยู่เป็นอันดับแรก
โครม!
ร่างในชุดสูทสีขาวเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียว สามารถหลบการโจมตีนี้ได้อย่างง่ายดาย
เฟิร์สหมุนตัวครั้งหนึ่งแล้ววาดฝ่ามือออกไปด้านหน้า กระบี่ทั้งเจ็ดเคลื่อนไหวไปตามเจตจำนงของเขา ทำให้เด็กหนุ่มในตอนนี้เหมือนกำลังร่ายรำอยู่ท่ามกลางกระบี่สีขาว
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
กระบี่ที่เปี่ยมไปด้วยเจตจำนงนั้นแหลมคมยิ่ง มันสามารถตัดกิ่งไม้เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย ราวกับมีดตัดกระดาษ
ในทุกที่ที่เขาเคลื่อนผ่าน เสียงการตัดผ่านของกระบี่จะดังขึ้น
มันทำให้ร่างของปีศาจต้นไม้มากมายต้องล้มร่างลงเสียงดังตึงเป็นทางยาว
ตูม! ตูม! ตูม!
ภาพนี้ดูน่าเหลือเชื่อยิ่ง มันคือภาพของร่างเล็กในชุดสูทสีขาวกวาดผ่านปีศาจต้นไม้มากมายโดยที่ไม่ได้แยแสต่อขนาดของมัน
ปีศาจต้นไม้มากมายต่างล้มลงเมื่อร่างเล็กร่างนี้กวาดผ่าน
มันราวกับไม่ใช่การต่อสู้แล้ว แต่เหมือนเป็นการสังหารหมู่มากกว่า
นี่คือการสังหารหมู่ด้วยตัวคนเดียว!
ในทุกๆ การเคลื่อนไหวของเฟิร์สมันคือกระบี่สังหาร ไม่ว่ามือจะวาดไปทางใดเจตจำนงกระบี่ที่แข็งแกร่งจะตวัดเฉือน ไม่ว่าเท้าของเขาจะกวาดไปทางใดมันก็ไม่ต่างจากกระบี่ที่ผ่าออกไป
ชีพจรทั้งเจ็ดที่บรรจุเจตจำนงกระบี่พลันหมุนโคจรและระเบิดพลังออกมาทุกสัดส่วน ทำให้ร่างกายากระบี่ถูกบีบคั้นจากการต่อสู้
จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง!
จุดที่เจตจำนงแห่งการต่อสู้พุ่งไปถึงขีดสุดท่ามกลางศัตรูนับไม่ถ้วน
จุดนั้น ...
จุดที่ถูกบีบคั้นจนเหมือนภูเขาไฟจะปะทุออกมาจากร่าง
ตูม!
หลังจากการต่อสู้ผ่านไปสองชั่วโมง ในที่สุดจุดชีพจรยุทธ์จุดที่แปดก็ถูกเปิดออก
ดวงตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“สำเร็จแล้ว!”
ในที่สุดเขาก็สามารถเปิดจุดชีพจรยุทธ์ได้สำเร็จ