TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 54 พลังของผู้กองเฒ่า

    ตอนที่ 54 พลังของผู้กองเฒ่า


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****





    ผู้กองภาวินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่เด็กหนุ่มตรงหน้ากล้ารับคำท้าทายจากเขา 


    ต้องรู้ไว้ว่าเขาไม่ได้แก่เพราะกินข้าว


    ผู้กองเฒ่าในอดีตเคยเป็นเวเนเตอร์ที่มากฝึมือ แต่หลังจากที่มีอายุที่เยอะขึ้น เขาก็ขอเกษียณตัวเองมาทำงานให้กับนิวโฮป และได้รับตำแหน่งผู้กอง


    ผู้กองภาวินคือเสือเฒ่าที่มีพลังบ่มเพาะถึงระดับดาราแดงสามแฉก พลังรบของเขายังมากกว่าเก่งกาจอยู่หลายขุม


    การที่เวเนเตอร์ดาราขาวคนหนึ่งต้องการปะทะกับเวเนเตอร์ดาราแดงสามแฉก อย่าว่าแต่สิบกระบวนท่าเลย แม้แต่กระบวนท่าเดียวก็คงไม่สามารถต้านรับได้


    หากคนภายนอกเข้ามาได้ยินคำพูดเหล่านี้ พวกเขาคงจะหัวเราะเยาะเด็กหนุ่มร่างผอมบางตรงหน้านี้เป็นแน่


    “เอาสิ ถ้านายกล้ารับคำท้า ก็มาลองดูสักหน่อยเป็นไง ฉันเองก็ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานแล้วเหมือนกัน” ผู้กองภาวินลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างยิ้มๆ


    เฟิร์สยังคงมีใบหน้าสงบนิ่งเหมือนดังเริ่มแรก มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเล็กๆ แล้วพยักหน้า


    “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปหาสถานที่เหมาะกับการต่อสู้กันเถอะ”


    ทันทีที่เด็กหนุ่มเอ่ยจบเขาก็หันหลังก้าวออกไปจากห้อง


    ผู้กองภาวินเดินตามเด็กหนุ่มไปอย่างสบายๆ


    ทว่าเมื่อก้าวออกมาจากห้องทำงานที่เป็นอาคารสำนักงานน๊อคดาวน์ของเขา ดวงตาของผู้กองเฒ่าก็หรี่ลง สายตาจับจ้องไปที่ร่างผอมบางที่ทะยานขึ้นสู่ยอดไม้แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง


    แน่นอนว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าเบญจพรรณที่ค่อนข้างแห้งและเดินทางได้ยากลำบาก แต่เด็กหนุ่มกลับพุ่งตัวแตะกิ่งไม้ทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว


    ผู้กองภาวินที่เป็นถึงเวเนเตอร์ดาราแดงสามแฉกทะยานออกไปตามทิศทางที่เด็กหนุ่มมุ่งหน้าไปทันที


    แม้เขาจะไม่สามารถไต่ยอดไม้ได้เหมือนเด็กหนุ่ม แต่ความเร็วในการเคลื่อนที่บนพื้นดินของเขาก็ไม่ได้ย่ำแย่ 


    ไม่นานคนทั้งสองก็เข้าไปในป่าลึกที่ห่างจากฐานที่ตั้งประมาณห้ากิโลเมตร


    เฟิร์สหยุดฝีเท้าลง เมื่อเขาแน่ใจแล้วว่าที่นี่จะไม่มีใครมารบกวนการต่อสู้ของพวกเขา


    เด็กหนุ่มร่างผมบางในชุดสูทสีขาวยืนอยู่บนกิ่งไม้อย่างสงบนิ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ผู้กองเฒ่าที่วิ่งตามเขามาติดๆ


    ผู้อาวุโสหยุดเท้าแล้วแงนหน้ามองเด็กหนุ่มด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือความตกตะลึง


    ‘ไม่คิดเลยว่าฉันจะไล่ตามความเร็วของเด็กคนนี้เกือบไม่ทัน’ เขาอดที่จะพึมพำในใจไม่ได้


    จริงอยู่ที่พลังบ่มเพาะนั้นส่งผลกับพลังและความเร็ว แม้ผู้กองเฒ่าไม่ใช่เวเนเตอร์สายความเร็ว แต่ความเร็วของเขาก็จัดว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน ที่ต่อให้เวเนเตอร์ดาราขาวเก้าแฉกสายความเร็วก็สามารถเทียบได้


    แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับรวดเร็วได้เช่นนี้


    “ผู้กองภาวิน คุณบอกว่าถ้ารับมือคุณได้สิบกระบวนท่า ผมก็จะมีคุณสมบัติเข้าไปข้างในได้ใช่หรือไม่?” เฟิร์สเอ่ยถามอย่างนิ่งสงบ


    “ใช่” ผู้กองเฒ่าตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง


    “ถ้าอย่างนั้นผมต้องรบกวนคุณแล้ว” 


    มุมปากของเด็กหนุ่มเผยเป็นรอยยิ้ม ทำให้บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปเป็นเยือกเย็นอย่างน่าประหลาดใจ


    “เริ่มเลยละกัน ...” เฟิร์สเอ่ย


    เด็กหนุ่มร่างผอมบางในชุดสูทสีขาวค่อยๆ ยกมือขวาของเขาขึ้น


    วิ้งค์!


    ตอนนั้นเองปลายนิ้วมือของเขาก็มีประกายแสงสีขาวปรากฏขึ้น


    เมื่อแสงสีขาวนั้นวาบลงก็เผยให้เห็นเข็มสีขาวขนาดเจ็ดนิ้วเล่มหนึ่งลอยอยู่ปลายนิ้ว ทุกครั้งที่การบ่มเพาะของเฟิร์สเพิ่มขึ้นเข็มของเขาจะยาวขึ้นหนึ่งนิ้วและความแข็งแกร่งของเข็มก็เช่นกัน


    แต่ด้วยพลังบ่มเพาะดาราขาวเจ็ดแฉกคิดจะโจมตีเวเนเตอร์ดาราแดงสามแฉกช่างเป็นอะไรที่น่าขัน


    แต่ทว่าตอนนั้นเองเด็กหนุ่มก็สะบัดนิ้วชี้และนิ้วกลางติดกันออกไป เข็มสีขาวเล่มนั้นพลันกระพริบแล้วพุ่งออกไป ความรู้สึกที่ลึกลับทำให้เข็มเล่มนั้นเกิดเป็นภาพมายาของกระบี่สีขาวเล่มหนึ่ง


    ผู้กองเฒ่าพลันขมวดคิ้วมุ้น เขาไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะลงมือกับเขาก่อน แถมเป็นการโจมตีที่ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายอีกด้วย


    “ไม่ธรรมดาจริงๆ สินะ มิน่าเล่านิวโฮปถึงต้องการเลี้ยงดูคุณเป็นอย่างดี” ผู้กองภาวินกล่าวอย่างยิ้มๆ


    กระบี่ของเฟิร์สโจมตีเร็วมาก แต่เสือเฒ่าอย่างผู้กองภาวินเองก็รวดเร็วเช่นเดียวกัน


    ไอเทมสปีริตรูปแบบสนับสีแดงปรากฏขึ้นแล้วตวัดมือออกไปอย่างเรียบง่ายเพื่อรับการโจมตีของกระบี่ได้อย่างแม่นยำ


    ปัง!


    กระบี่สีขาวกระเด็นออกไป มันกระพริบจนเผยให้เห็นรูปร่างที่แท้จริงที่เป็นเข็มเล่มหนึ่ง


    “ในรายงานที่ฉันได้รับระบุไว้ว่านายเป็นสายสนับสนุน ไอเทมสปีริตของนายไม่เหมาะจะเป็นอาวุธโจมตี แต่พอได้มาเห็นกับตาในวันนี้ ฉันคิดว่าตัวเองไม่น่าจะเชื่อสิ่งที่อยู่ในรายงานแล้วล่ะ” ผู้กองเฒ่ากล่าวด้วยท่าทีที่สบายๆ


    “เข้ามา! มาให้ฉันได้ดูหน่อยว่าฝีมือของนายเป็นยังไง” 


    ดวงตาของผู้กองภาวินราวกับมีไฟลุกโชนขึ้นมา


    เฟิร์สไม่ได้ตอบรับ แต่เขาควบคุมกระบี่ผ่านนิ้วมือขยับขึ้นลงซ้ายขวาโจมตีอย่างรวดเร็ว


    ปัง! ปัง! ปัง!


    ผู้กองภาวินเหวี่ยงแขนทั้งสองของเขาอย่างรวดเร็ว


    ภาพนี้ราวกับชายผู้สูงวัยกำลังร่ายรำท่ามกลางประกายแสงสีขาว


    ทุกๆ ครั้งที่อาวุธของพวกเขาทั้งสองปะทะกันจะเกิดประกายไฟสว่างวาบ เป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจยิ่ง


    ทว่าในตอนนั้นเองจู่ๆ เข็มสีขาวอีกเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น มันกลายเป็นลำแสงกระบี่เข้าร่วมการโจมตีโรมรันเข้าร่วมกับกระบี่ก่อนหน้า


    “หืม ...” สีหน้าของผู้กองภาวินเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้น


    “เมื่อคุณต้องการเห็นฝีมือของผม ผมก็จะให้คุณได้เห็น” เฟิร์สกล่าวอย่างเย็นชา เมื่อวาดมือไปอีกครั้งหนึ่ง เข็มสีขาวทั้งห้าเล่มพลันปรากฏออกมาอย่างรวดเร็ว


    พวกมันพุ่งเข้าสู่สนามรบ กลายเป็นแสงกระบี่เจ็ดสายร่วมกันโจมตีอย่างน่าหวาดกลัว


    ปัง! ปัง! ปัง!


    กล้ามเนื้อของผู้กองภาวินพลันปูดโปนขึ้นเนื่องจากเขาต้องรับมือกับความเร็วของกระบี่ทั้งเจ็ด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถรักษาสถานการณ์ได้ 


    การโจมตีของเจ็ดกระบี่ยังไม่สามารถคุกคามเขาได้


    ทว่าตอนนั้นเองสายตาของเด็กหนุ่มพลันแสดงประกายเย็นวาบ


    “ค่ายกลกระบี่เจ็ดดาราคล้อย!”


    กระบี่ทั้งเจ็ดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พวกมันเคลื่อนไหววนกันจนกลายเป็นค่ายกลกระบี่อันน่าครั่นคร้ามชุดหนึ่ง 


    ต้องรู้ไว้ว่าเฟิร์สได้ประยุกต์วิถีกระบี่ของเขาให้เข้ากับค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยจนเกิดเป็นค่ายกลชุดนี้ พลานุภาพของมันจึงไม่อาจดูแคลนได้


    สำหรับผู้ใช้อักขระอย่างเขา การจะประยุกต์วิถีกระบี่เข้ากับค่ายกลอย่างหนึ่ง มันเป็นเรื่องง่ายดุจพลิกฝ่ามือ


    หากแหงนหน้ามองด้วยตาเปล่าก็จะเห็นว่าบนท้องฟ้ามีจานคล้ายค่ายกลที่ถูกสร้างขึ้นจากกระบี่ทั้งเจ็ด


    ผู้กองภาวินมองค่ายกลนั้นแล้วพลันรู้สึกรับรู้ถึงภัยคุกคาม


    นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนี้ และไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มที่มีพลังบ่มเพาะดาราขาวเจ็ดแฉกคนหนึ่งจะสามารถปลดปล่อยพลังที่คุกคามเขาได้


    ความรู้สึกคุกคามคือความรู้สึกที่รับรู้ถึงอันตราย


    เมื่อค่ายกลกระบี่เจ็ดดาราคล้อยสำแดงอานุภาพของมันออกมา บนท้องฟ้าราวกับจะมีฝนดาวตก แต่แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่ร่วงลงมากลับเป็นลำแสงกระบี่ที่มีอำนาจทำลายล้างของวิถีกระบี่ที่หนึ่ง!


    ผู้กองภาวินมีประสบการณ์ในการต่อสู้มาหลายปีก่อนที่เขาจะเกษียณตัวเองมาเข้าร่วมกับนิวโฮป ดังนั้นเขาจึงไม่อาจประมาทการโจมตีนี้ได้


    สองขาอันแข็งแกร่งของเขาค่อยๆ ก้าวกางออก ใบหน้าแหงนมองท้องฟ้า พลังสปีริตสีแดงพลุกพล่านไปทั่วร่างแล้วกระตุ้นทักษะอันแข็งแกร่งของเขา


    “สิบหกหมัดแปดทิศ!”


    ปัง! ปัง! ปัง! ....


    อากาศราวกับจะปรากฏเสียงดังคำราม สิบหกหมัดปะทุพลังออกมาพร้อมกันรอบด้านพุ่งออกไปแล้วขยายใหญ่ขึ้นโดยมีผู้กองเฒ่าเป็นจุดศูนย์กลาง มันกลายเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก


    กระบี่นับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าดุจฝนดาวตก


    บัดนี้มันได้ปะทะกับพลังหมัดสีแดงจนเกิดเสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหวจนน่าตกใจ


    เสียงนี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนที่อยู่ในรัศมีสิบกว่ากิโลเมตรให้ความสนใจ รวมทั้งกองกำลังของนิวโฮปที่อยู่ใกล้ๆ นี้ด้วย


    โครมมมมมมมมมมมมม


    สิบหกหมัดสีแดงดุดันเป็นอย่างมาก กระบี่ทั้งหมดที่ร่วงหล่นลงมาแทบจะสลายในวินาทีที่กระทบกับพลังหมัดเหล่านั้น


    ตูม ... ตูม ... ตูม ...


    ร่างของผู้กองเฒ่ากระโจนขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับทำลายค่ายกลกระบี่ในคราเดียว


    “นายคงไม่ลืมว่าเงื่อนไขของฉันคือรับการโจมตีของฉันให้ได้สิบกระบวนท่า” เสียงของผู้กองภาวินดังกระหึ่มออกไป สายตาของเขาจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มร่างผอมบางที่ยืนอยู่บนยอดไม้


    “ก็เข้ามาสิ ฉันว่าฉันก็รอคุณอยู่นานแล้ว” เฟิร์สกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ


    นี่คือคำท้าทายจากเขา!

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน