มธุรสวาทเจ้าสำนัก

    บทที่ 43 ท่าเรือเฮยหลิง

    เสียงคลื่นกระทบฝั่งสลับกับเสียงนกนางนวลที่กรีดร้องระงมเหนือฟากฟ้าสีครามเข้ม บรรยากาศของ ท่าเรือเฮยหลิง เมืองหน้าด่านทางใต้ที่ใหญ่ที่สุดช่างดูแตกต่างจากความเงียบสงบของหุบเขาพันปีอย่างสิ้นเชิง กลิ่นคาวปลาที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นและควันไฟจากโรงเรือนริมน้ำทำเอาเสี่ยวชุนต้องยกมือขึ้นป้องจมูกพลางหันมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ

    "คนเยอะเหลือเกินเจ้าค่ะคุณหนู! ข้านึกว่าคนทั้งแผ่นดินจะมารวมตัวกันที่นี่เสียอีก" เสี่ยวชุนกระซิบพลางเบียดตัวเข้าใกล้รถม้า

    เซียวหลันมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า แววตาของนางไม่ได้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนสาวใช้แต่กลับฉายแววเคร่งเครียด นางกุมกระเป๋ายาที่บรรจุกล่องเหล็กดาราสีทองไว้แน่น

    เวลาของนางเหลือเพียงห้าวันเท่านั้น หากไม่สามารถขึ้นเรือที่เร็วที่สุดเพื่อล่องขึ้นเหนือได้ ปาฏิหาริย์ในมือนี้จะกลายเป็นเพียงเศษกิ่งไม้ไร้ค่า

    "หลี่หยาง สถานการณ์ดูไม่ปกติ" เซียวหลันเอ่ยเตือนสั้นๆ

    หลี่หยางที่ทำหน้าที่สารถีบังคับม้าอยู่ด้านหน้าเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย แววตาพยัคฆ์ของเขากวาดมองไปยังกลุ่มทหารในชุดเกราะสีดำที่เดินตรวจตราหนาตาผิดปกติรอบท่าเรือ "มีการสั่งปิดน่านน้ำ ดูเหมือนข่าวการล่มสลายของพรรคหมื่นพิษจะมาถึงที่นี่เร็วกว่าที่เราคิด"

    รถม้าของพวกเขาถูกหยุดลงตรงหน้าด่านตรวจก่อนถึงท่าเรือหลัก นายกองทหารร่างกำยำผู้หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับวางมือบนด้ามดาบ "หยุด! รถม้าจากแดนใต้ต้องถูกตรวจค้นทั้งหมดตามคำสั่งของท่านเจ้าเมือง"

    "เราเป็นเพียงหมอพเนจรและคนเดินทางพะยะค่ะ" หลี่หยางตอบด้วยเสียงเรียบต่ำที่แฝงพลังอำนาจจนทหารผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่ง "เราต้องการหาเช่าเรือขึ้นเหนือไปพบญาติที่เจ็บหนัก"

    "หมอพเนจรงั้นหรือ?" นายกองหรี่ตามองพลางพิจารณาเสี่ยวชุนและเซียวหลัน "ถ้าเป็นหมอจริงก็มาได้ถูกจังหวะพอดี ท่านเจ้าเมืองกำลังต้องการหมอเก่งๆ ไปรักษาอาการประหลาดของบุตรชาย หากรักษาไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ห้ามออกจากท่าเรือนี้!"


    จวนเจ้าเมืองเฮยหลิงตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นทัศนียภาพของอ่าวได้ทั้งหมด แต่บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยความหดหู่และกลิ่นอายของความตาย เจ้าเมืองเฉิน ชายวัยกลางคนที่ดูทรุดโทรมจากความวิตกกังวลเดินวนไปมาหน้าห้องนอนของบุตรชาย

    "หากพวกเจ้าเป็นหมอที่เก่งจริง จงช่วย อาเยว่ ด้วย" เจ้าเมืองเฉินเอ่ยกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ "เขานอนหลับไปสามวันแล้ว ร่างกายเย็นชืดเหมือนน้ำแข็งแต่กลับมีเหงื่อไหลซึมออกมาตลอดเวลา หมอหลวงที่นี่บอกว่าเขาถูกพรายสมุทรเข้าสิง"

    เซียวหลันเดินเข้าไปในห้องนอนที่มืดสลัว นางไม่ได้สนใจเรื่องพรายสมุทรแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปสัมผัสที่ลำคอของเด็กชายวัยสิบขวบที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

    "หลี่หยาง เสี่ยวชุน เตรียมแสงสว่างให้ข้าที"

    เมื่อเสี่ยวชุนจุดตะเกียงและหลี่หยางช่วยเปิดม่าน เซียวหลันก็เริ่มทำการตรวจอย่างละเอียด นางพบรอยบวมแดงเล็กๆ ที่บริเวณข้อพับขาซ้าย มันไม่ใช่รอยกัดของแมลงทั่วไปแต่มีลักษณะเป็นวงซ้อนกันหลายชั้น

    "ไม่ใช่พรายสมุทร" เซียวหลันพึมพำขณะใช้หูแนบลงบนทรวงอกของเด็กชาย "เสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะ และมีความดันในกะโหลกศีรษะสูง เขาโดนพิษจากแมงกะพรุนกล่องสีน้ำเงินที่หลุดเข้ามาในอ่าว พิษของมันโจมตีระบบประสาทและทำให้เกิดภาวะช็อกช้าๆ"

    "แมง... อะไรนะเจ้าคะ?" เสี่ยวชุนเอียงคอถาม

    "มันคือสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีเข็มพิษร้ายแรง" เซียวหลันไม่อธิบายต่อ นางรีบเปิดกระเป๋ายา "หลี่หยาง ข้าต้องใช้ดาราสีทองเพียงเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจ และข้าต้องการน้ำส้มสายชูเข้มข้นเพื่อล้างพิษที่หลงเหลือบนผิวหนัง"

    เจ้าเมืองเฉินที่แอบฟังอยู่ขมวดคิ้ว "น้ำส้มสายชู? เจ้าจะปรุงอาหารหรือรักษาลูกข้ากันแน่!"

    "หากท่านต้องการให้เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง จงไปนำมา!" เซียวหลันตวาดด้วยเสียงเฉียบขาดที่ทำเอาเจ้าเมืองถึงกับสะดุ้ง "และข้าต้องการเรือสำเภาที่เร็วที่สุดลำหนึ่ง เตรียมไว้ที่ท่าเรือทันทีที่ข้าทำการรักษาเสร็จ!"


    การรักษาเป็นไปอย่างตึงเครียด เซียวหลันใช้กรรไกรเล็กๆ ขูดผิวหนังบริเวณที่โดนพิษอย่างระมัดระวังก่อนจะใช้น้ำส้มสายชูราดลงไป จากนั้นนางจึงใช้สารสกัดจากกิ่งดาราสีทองที่ผสมกับน้ำกลั่นบริสุทธิ์หยดลงใต้ลิ้นของเด็กชาย

    เพียงไม่กี่ลมหายใจร่างที่เคยเย็นชืดก็เริ่มมีอาการสั่นสะท้าน เสียงหอบหายใจหนักๆ ดังขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ค่อยๆ ปรือเปิด

    "อาเยว่! ลูกพ่อ!" เจ้าเมืองเฉินถลาเข้าไปหาบุตรชายด้วยความดีใจ

    เซียวหลันถอยออกมาปาดเหงื่อที่หน้าผาม "เขารอดแล้ว แต่เขาต้องการการพักผ่อนและน้ำสะอาดปริมาณมาก"

    นางหันไปหาหลี่หยางที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างประตู ทั้งคู่สบตากันอย่างรู้ความหมาย ภารกิจต่อรองสำเร็จผลไปกว่าครึ่ง

    "ท่านเจ้าเมือง" หลี่หยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "ตามที่ตกลงกันไว้ เราต้องการเรือที่เร็วที่สุดเพื่อออกจากท่าเรือเฮยหลิงในคืนนี้"

    เจ้าเมืองเฉินเงยหน้าขึ้น แววตาเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความเกรงอกเกรงใจ "แน่นอน... ข้าเฉินเต๋อเป็นคนรักษาคำสัตย์ เรือมังกรวารีของข้าพร้อมออกเดินทาง แต่ข้าต้องเตือนพวกท่าน... ในท้องทะเลตอนนี้มีกลุ่มโจรสลัดแมงมุมแดงวนเวียนอยู่ พวกมันคือเศษซากที่เหลือจากแดนใต้ที่กำลังหลบหนีขึ้นเหนือเช่นกัน"

    เซียวหลันกระชับกระเป๋ายา แววตาของนางวาวโรจน์ "พวกมันจะหนีหรือจะตามราวีก็ช่าง แต่หากใครกล้ามาขวางทางยาของข้า ข้าจะส่งพวกมันไปลงนรกใต้ทะเลเอง!"


    ยามวิกาลที่ท่าเรือสำเภามังกรวารีลอยลำโดดเด่นอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ หลี่หยางพาเซียวหลันและเสี่ยวชุนขึ้นสู่เรืออย่างรวดเร็ว ใบเรือสีแดงเข้มถูกกางออกรับลมบกที่พัดแรง

    "เรามีเวลาเหลือสี่วัน..." เซียวหลันพึมพำขณะมองย้อนกลับไปยังชายฝั่งที่ค่อยๆ ห่างออกไป "ความลับของตระกูลเซียว และคำตอบที่ยอดเขาไท่ซาน”

    “…”

    “ข้ากำลังไปหาแล้วนะท่านพ่อ”

    เสี่ยวชุนนั่งลงข้างๆ คุณหนูของนางพลางพึมพำสวดมนต์ "ขอให้ทะเลสงบ ขอให้ไม่มีโจรสลัดด้วยเถิดเจ้าค่ะ"

    หลี่หยางยืนอยู่ที่หัวเรือ มือจับด้ามดาบมั่น สายตาจ้องมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่มืดมิด เขารู้ดีว่าท้องทะเลกว้างใหญ่นี้อาจอันตรายยิ่งกว่าป่าลึก และแมงมุมที่บาดเจ็บมักจะร้ายกาจกว่าเดิมเสมอ


    คล้ายกับเรื่องมธุรสวาทเจ้าสำนัก ที่คุณอ่าน