ตอนที่ 7 ถูกตบ!!จนหน้าบอบช้ำ
ณ ท้องพระโรง ฮ่องเต้กำลังว่าราชการอยู่ โดยไม่มีอาการอ่อนเพลียเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังทรงอารมณ์ดี พระพักต์แจ่มใส เบิกบานพระทัย... จนหม่า กงกงรู้สึกหมั่นไส้ แอบส่งสายตาค้อนให้ฝ่าบาทไปหลายที พลันหม่า กงกงก็เหลือบไปเห็นลู่ฉี่ เดินวนไป วนมาอยู่ด้านหน้าท้องพระโรง เพราะทหารไม่ยอมให้นางผ่านเข้ามา หม่า กงกงแสร้งทำเป็นไม่เห็นนาง แม้ว่านางจะทำท่าทางโบกไม้ โบกมือ เหมือนจะขอร้องให้ช่วยพานางเข้าไปข้างในที .. แต่ด้วยความที่หม่า กงกงไม่พอใจในตัวของคุณหนูเวย เวย อยู่แล้ว ที่นางเป็นต้นเหตุให้ฮ่องเต้ กับท่านอ๋องต้องผิดใจกัน และยังเป็นสาเหตุให้ฮ่องเต้ มาออกว่าราชการเอาป่านนี้ จึงยากที่เขาจะให้การช่วยเหลือกับลู่ฉี่ หรือกับคุณหนูเวย เวยเองก็ตาม .. ลู่ฉี่จึงจำต้องยืนรออย่างกระวนกระวายใจอยู่หน้าท้องพระโรงต่อไป.**ฝ่ายพระตำหนักส่วนพระองค์ของฮ่องเต้นั้น บัดนี้มีเสียงคล้ายๆ กับกิ่งไม้แห้งที่ถูกไฟกำลังลุกไหม้ปะทุเกิดเป็นเสียงดัง "เปี๊ยะ ๆ!" .... ซึ่งเสียงนั้นไม่ได้เกิดจากไฟที่ไหม้กิ่งไม้แต่อย่างใด มันเกิดจากไฟโทสะของฮองเฮา เมื่อพระนางได้พบกับคุณหนูเวย เวย ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าพระพักต์ จึงเข้าใจว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงได้อยู่กับนางทั้งวัน ทั้งคืนจนไม่ออกว่าราชการ เพราะความงามของนางนั้นแม้แต่ฮองเฮาเองยังคิดว่าบนแผ่นนี้คงหาใครเทียบเทียมมิได้ เกิดความริษยาเกาะกินหัวใจ อีกทั้งได้เห็นว่าบนร่างของนางมีรอยจุมพิตที่ฮ่องเต้ประทับตราไว้ ด้วยความเสน่หา ยิ่งทำให้ฮองเฮารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในจิตใจด้วยความหึงหวง จนขาดสติ ไม่สามารถสำรวมกิริยาของพระนาง ที่มีตำแหน่งสูงศักดิ์เป็นถึงแม่ของแผ่นดินเอาไว้ได้.......... เปี๊ยะ! ........ "เปี๊ยะ ๆ!"... เสียงพระหัตถ์ของฮองเฮาที่ฟาดลงไปบนใบหน้าที่งดงามนั้น แบบไม่มีเว้นช่วงให้นางได้นับเลย ว่าโดนไปกี่ที . . เมื่อฮองเฮาบันดาลโทสะจนรู้สึกเหนื่อย ต้องยืนหอบเพราะหายใจไม่ทัน นางกำนัลของพระนางรีบประคองแขนพระนางเพื่อไปนั่งพัก และรินน้ำชามาถวาย..... ส่วนผู้ที่ได้รับฝ่ามือของฮองเฮานั้นยังคงนั่งนิ่ง ไม่ได้พูดจา ไม่แม้แต่ร้องไห้คร่ำครวญใดๆ. ใบหน้าที่เคยเป็นสีขาวนวลของคุณหนูเวย เวย ตอนนี้กลายเป็นสีแดงช้ำ ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่าจุมพิตนั้น มีเลือดแดงๆไหลหยดลงมาเปื้อนชุดที่นางสวมใส่. หลังจากที่ฮองเฮาได้ระบายความโกรธกริ้ว จนสมพระทัยแล้ว ก็คิดขึ้นได้ว่าควรจะรีบกลับตำหนักของพระนางก่อนที่ฮ่องเต้จะเสด็จกลับมาจากท้องพระโรง .. ยังไม่ทันที่ฮองเฮาจะลุกขึ้น..."ฮ่อง เต้ เสด็จ แล้ว" .. เสียงของขันทีหน้าพระตำหนัก ตะโกนร้องบอกตามหน้าที่ ฮองเฮาได้ยินดังนั้น ก็ตกพระทัย! ถึงกับพระพักต์เปลี่ยนสี เพราะพึ่งสำนึกได้ในสิ่งที่ตนกระทำลงไปว่าจะต้องทำให้ฝ่าบาทไม่พอพระทัย พระนางอย่างแน่นอน...................................."คุณหนู!!!..." เสียงแหลมๆสูงปรี้ด!...ของลู่ฉี่ ที่เดินตามหลังของฮ่องเต้ เข้ามาภายในตำหนัก เมื่อนางเห็นสภาพหน้าตาคุณหนูของตนเอง ก็กรีดร้องปริ่มจะขาดใจ...รีบเข้าไปกอดประคองร่างที่บอบช้ำนั้นด้วยความสงสาร "คุณหนูของลู่ฉี่...ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้" .. พูดพลางร้องไห้ฟูมฟาย .. "ใครทำร้ายคุณหนูของลู่ฉี่ .. ลู่ฉี่จะฆ่ามัน!" นางกล่าวทั้งน้ำตา สายตาจ้องไปยังฮองเฮาอย่างเครียดแค้น หาได้เกรงกลัวต่อพระอาญาไม่. "บังอาจ เป็นแค่ทาสรับใช้ กล้าเอะอะโวยวาย ต่อหน้าพระพักต์ของฮ่องเต้และฮองเฮาเชียวหรือ!" เสียงนางกำนัลสนองพระโอษฐ์ของฮองเฮา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้านางกำนัลฝ่ายในของวังหลวง รีบตวาดลู่ฉี่ เมื่อเห็นนางหมิ่นเบื้องสูง และหันไปสั่งทหารองครักษ์ "ทหาร..ลากตัวนางออกไปโบยเดี๋ยวนี้!" ............................................ *ตัวฮ่องเต้เอง เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในตำหนักนั้น พระองค์ทรงยังไม่ทราบถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเห็นลู่ฉี่โวยวาย และรีบวิ่งเข้าไปกอดประคองร่างของคุณหนูเวย เวย ฮ่องเต้จึงได้เห็นสภาพของหญิงสาวสุดที่รัก ที่ใคร่ของพระองค์ ด้วยความตกพระทัย! ใบหน้าที่บอบช้ำ บวมแดงไปหมดทั้งใบหน้า เรียวปากที่พระองค์ทรงจูบซ้ำไปซ้ำมา จนไม่อยากจะถอนจุมพิตเลยทั้งวันทั้งคืน ขณะนี้มันเต็มไปด้วยเลือด....... ฮ่องเต้รู้สึกเหมือนโดนเอามีดมาปลักกลางหลัง.... เพราะเหมือนถูกทำร้ายจิตใจ ด้วยคนที่ใกล้ชิดที่สุดของพระองค์เอง..ฮองเฮาเปรียบเป็นคู่บุญ คู่บารมีของฮ่องเต้มาช้านาน ไม่เคยเลยที่จะกระทำการใดๆ ให้ทรงขุ่นเคืองพระทัย...แต่มาบัดนี้ สิ่งที่พระนางกระทำไปด้วยความขาดสติ เพียงชั่ววูบ กลับทำให้ความดีนานับประการเสื่อมสลายสิ้น...ไป. "หยุด!.." เสียงเข้มเฉียบขาดของฮ่องเต้ .. "หากจะมีใครต้องถูกโบย..เจ้าจะต้องโดนเป็นคนแรก!" ทรงชี้หน้า หัวหน้านางกำนัล "ลากตัวฮองเฮาของเจ้ากลับไปตำหนักเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน"... พระพักต์ และดวงตาของฝ่าบาทมีสีแดง ทุกคนในพระตำหนักรับรู้ได้ว่าทรงโกรธกริ้วอย่างที่สุด ... "แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ห้ามฮองเฮาและคนในตำหนักฮองเฮา มาเหยียบที่ตำหนักนี้อีก เป็นอันขาด!"... กล่าวจบพระองค์ทรงเข้าไปช้อนร่างของคุณหนูเวย เวยที่กองอยู่ที่พื้นขึ้นมาไว้แนบหน้าอก แล้วอุ้มนางเข้าไปในห้องบรรทม โดยไม่หันมามองหน้าฮองเฮาแม้แต่น้อย.ด้านท่านอ๋อง ฮั้น หยาง เมื่อได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดแน่น ในหัวใจล่องลอยไปกับสายลม ทำให้รู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง จึงคิดหาวิธีที่จะลืมคุณหนูเวย เวยขึ้นได้ นั้นคือการไปจากเมืองหลวง ถึงแม้จะทำให้ลืมไม่ได้ในคราเดียว แต่ก็ช่วยให้ไม่ต้องรับรู้สิ่งที่จะทำให้เจ็บปวดใจ และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ท่านอ๋องชื่นชอบและรักในการเดินทางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว. เมื่อท่านอ๋องจัดแจงมอบหมายงานที่คั้งค้างให้กับเหล่าเสนาบดีเรียบร้อยแล้ว จึงได้ไปเข้าเฝ้าไทเฮา เพื่อทูลลาก่อนที่จะออกเดินทาง ... แต่แล้วท่านอ๋องก็ต้องลังเลใจ เมื่อมาถึงพระตำหนักของไทเฮา แล้วเกิดได้ยินการสนทนาระหว่างไทเฮากับฮองเฮาเข้าโดยบังเอิญ!********///*********ไทเฮา : "เหตุใดฮ่องเต้ ถึงได้ทรงกริ้วเจ้ามากมายถึงเพียงนี้ ขนาดรับสั่งไม่ให้ไปเหยียบที่ตำหนักของพระองค์เลยเชียวหรือนี่?".. ไทเฮาเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่ฮองเฮาร้องไห้ฟูมฟาย เข้ามาทูลฟ้องว่าถูกฝ่าบาทไล่พระนางออกมาจากพระตำหนัก.ฮองเฮา : "คือ...หม่อมฉัน...เพียงแค่....ลงโทษนางหญิงชาวบ้านคนนั้นที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง...เพคะ” ฮองเฮาทูลรายงานแบบอ้อมค้อม ด้วยเกรงว่าถ้าไทเฮาทรงทราบถึงสิ่งที่พระนางกระทำรุนแรงกับคุณหนูเวย เวยเพราะความริษยา คงจะทำให้ไทเฮาไม่ทรงโปรดพระนางอีกคนไทเฮา : “หญิงชาวบ้านคนนั้น ใช่หญิงที่เหล่านางกำนัลร่ำลือกันว่า งดงามดังนางฟ้ากระนั้นใช่ไม?” น้ำเสียงแสดงออกว่าอยากจะพบ หญิงชาวบ้านคนนั้นฮองเฮา : “งดงามเพคะ งามจนฮ่องเต้ไม่ยอมออกว่าราชการเลยเพคะ” น้ำเสียงไม่พอพระทัยไทเฮา : “หากเจ้าลงโทษนาง เพราะว่านางไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ก็สมควรแล้ว แต่เหตุใดฮองเต้ต้องทรงกริ้วเสียมากมาย?” ยังคงสงสัยอยู่ฮองเฮา : “ก็......เพราะว่านางทำมารยา ออดอ้อนฝ่าบาทให้ทรงสงสาร” พูดใส่ไฟ หวังให้ไทเฮาเกลียดคุณหนูเวย เวย และเข้าข้างพระนางไทเฮา : “ร้ายกาจ!..ร้ายกาจจริงๆ อย่างนี้เห็นทีจะเอาไว้ไม่ได้!” ทรงหลงเชื่อคำที่ฮองเฮาปั่นแต่งขึ้น จนรู้สึกโกรธเกลียดคุณหนูเวย เวยอย่างมาก********///*********ท่านอ๋องยืนแอบฟังอยู่เงียบๆ โดยที่ไม่มีผู้ใดสังเกตุห็น เขาได้ยินทุกคำพูด อย่างชัดเจน รู้สึกสับสนในสิ่งที่ฮองเฮาทูลกับไทเฮา ต้องการจะรู้ความจริงว่าเป็นเช่นไร จึงได้สั่งให้นางกำนัลของตำหนักไทเฮา ไปตามลู่ฉี่ให้ออกมาพบท่านอ๋องที่อุทยานดอกไม้ เขตวังหลัง ..... เมื่อลู่ฉี่มาถึงและทำความเคารพท่านอ๋องเรียบร้อย “ลู่ฉี่..ข้าได้ข่าวที่ฮองเฮาไปพบคุณหนูของเจ้าที่ตำหนักของฝ่าบาท จนเกิดเรื่องไม่ดีนั้น เจ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังทีว่าจริงๆแล้วเรื่องราวมันเป็นอย่างไร?” ท่านอ๋องเอ่ยถามลู่ฉี่ จนฟังแทบไม่ทัน แต่แล้วนางก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านอ๋องฟังอย่างละเอียด ถึงแม่ว่านางจะไม่ได้อยู่กับคุณหนูเวย เวยด้วย ตอนที่คุณหนูถูกฮองเฮาตบตี แต่นางกำนัลของพระตำหนักฮ่องเต้ ต่างพากันพูดจนสนุกปาก นางจึงได้รู้อย่างละเอียดลออ.... ท่านอ๋องได้ฟังเรื่องทั้งหมดนั้นแล้ว ก็เกิดความรู้สึกโกรธฮองเฮา อย่างที่ไม่อยากจะให้อภัยเหมือนดังที่ฮ่องเต้ทรงเป็น เพียงแต่ฮองเฮาไม่ใช่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านอ๋อง จึงไม่ต้องหนักใจและต้องแบกรับภาระจากการกระทำของพระนางเหมือนที่ฮ่องเต้รู้สึก.... ลู่ฉี่ชวนให้ท่านอ๋องไปเยี่ยมคุณหนูเวย เวยพร้อมกับตน เพราะคิดว่าคุณหนูน่าจะอยากพบหน้าท่านอ๋อง เผื่ออาการของนางจะดีขึ้น แต่ท่านอ๋องไม่อยากพบหน้าฮ่องเต้ จึงปฏิเสธลู่ฉี่ไปทั้งๆ ที่อยากจะพบหน้าคุณหนูเวย เวยใจจะขาด.. “ฮ่องเต้ไม่ได้อยู่ที่ตำหนักหลอกเจ้าคะ ท่านอ๋อง ฝ่าบาทให้หมอหลวงมาดูอาการของคุณหนู เสร็จแล้วก็ไปทำงานต่อที่ห้องทรงงาน ฝ่าบาทบอกกับลู่ฉี่เองว่า ถ้าฝ่าบาทอยู่ใกล้ๆคุณหนู แล้วคุณหนูจะไม่ได้พักผ่อนเจ้าคะ” ลู่ฉี่รายงานอย่างพาซื่อ ด้วยไม่รู้ความหมายที่แฝงอยู่นั้น คืออะไร ..... แต่ท่านอ๋องรู้และเข้าใจทุกอย่าง.“ลู่ฉี่ เจ้าไปเปิดหน้าต่างห้องนอนคุณหนูของเจ้าไว้ก็พอ เดี๋ยวค่ำนี้ข้าจะไปเยี่ยมนาง โดยไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้”***ค่ำนั้น ในตำหนักของฮ่องเต้เงียบสงบ ฮ่องเต้ไม่ทรงกลับมาบรรทมที่ตำหนัก ด้วยไม่อยากเห็นรอยบอบช้ำบนใบหน้าของคุณหนูเวย เวย เพราะจะทำให้เคียดแค้น ชิงชันฮองเฮามากยิ่งขึ้น และกลัวใจของพระองค์เองเวลาที่อยู่ใกล้ๆ คุณหนูเวย เวยแล้วจะทรงห้ามพระทัยไว้ไม่อยู่ แล้วจะทำให้นางต้องบอบช้ำไปมากกว่าเดิม.... ฮ่องเต้รับสั่งให้หมอหลวงดูแลรักษาอาการของคุณหนูเวย เวย ให้หายดีภายใน 3 วัน หากครบกำหนด 3 วันแล้ว พระองค์ทรงกลับมาพบว่า คุณหนูเวย เวยยังมีริ้วรอยแม้เพียงเล็กน้อย จะทรงลงโทษหมอหลวงอย่างหนัก.ท่านอ๋องค่อยๆ ข้ามหน้าต่างเข้ามายังภายในห้องที่คุณหนูเวย เวย นอนหลับอยู่ มีเพียงลู่ฉี่ที่นั่งคอยเอาผ้าประคบแก้มทั้งสองข้างของคุณหนูให้อาการบวมลดลง..... แวบแรกที่ท่านอ๋องได้เห็นใบหน้าของคุณหนูเวย เวย ทรงรู้สึกดีใจด้วยว่าคิดถึงนางเหลือเกิน แต่พอเห็นรอยช้ำบวม ก็ให้รู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก ย้อนกลับเอาความผิดทั้งหมดมาโทษตนเอง ว่าเป็นเพราะท่านอ๋องที่พานางมาเมืองหลวง โทษว่าเพราะท่านอ๋องที่บอกเรื่องของคุณหนูเวย เวยให้ฮ่องเต้ทรงทราบ และเพราะท่านอ๋องนางจึงต้องถูกฮองเฮาทำร้าย..... ท่านอ๋องนั่งลงบนเตียงข้างๆ ตัวของคุณหนูเวย เวย โดยที่นางยังคงนอนหลับไม่ได้สติ เขาค่อยๆ เอามือสัมผัสใบหน้าของคุณหนูอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วมือเรียวยาวนั้นค่อยๆลูบไร้ริมฝีปากบางๆ อย่างทะนุถนอม ... พลันก็นึกถึงภาพของทั้งคู่บนรถม้า ครั้งแรกที่ได้สัมผัสริมฝีปากบางๆนี้... "คิดถึงยิ่งนัก" ท่านอ๋องคิดในใจ. ลู่ฉี่เดินถือถ้วยยาเข้ามา “หมอหลวงให้ต้มยานี้ให้คุณหนูทาน จะได้ช่วยสมานแผลที่อยู่ข้างในปากให้นาง แต่คุณหนูยังเจ็บปากขนาดนี้ จะกินเข้าไปได้อย่างไง ....” บ่นๆ ด้วยความห่วงใย สงสารคุณหนูเหลือเกิน. “เอาถ้วยยามาให้ข้า” ท่านอ๋องบอกลู่ฉี่ และรับถ้วยยานั้นมาถือไว้ จากนั้นท่านอ๋องก็ยกถ้วยยานั้นขึ้นดื่ม ลู่ฉี่เองก็แปลกใจ แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง! .... เมื่อเห็นว่า ท่านอ๋องค่อยๆ บรรจงประกบปากของท่านอ๋องกับปากของคุณหนู เพื่อป้อนยาเข้าไป จากนั้นก็บีบจมูกของคุณหนูเวย เวย เบาๆ เพื่อให้นางได้กลืนยานั้นลงไป...สามารถติดตามได้ที่ Link นี้เลยนะคะ มี จบ 24 ตอนแล้วคะhttps://www.readawrite.com/a/f092b5decf4215ee58cd6813376bf602