ปัง!
ปัง!
ปัง!
ไม่ไกลออกไปกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง แม้ว่ามันจะมีขนาดใหญ่แต่ความเร็วของมันก็เร็วมาก ทุกครั้งที่เท้าของมันย่ำลงมาก็จะเกิดเสียงกระทบดังขึ้น พุ่งเข้ามาทางด้านหน้าพร้อมพายุที่ทรงพลัง
“ข้าเอง”เย่เฉินพลิกตัวกระโดดขึ้นมา พลังปราณถูกถ่ายเทเข้าสู่ฝ่ามือจากนั้นก็ปล่อยพลังฝ่ามืออสุนีบาตออกไป
ตูม!
ฝ่ามืออันน่ากลัวได้กระทบลงและระเบิดขึ้นบนตัวของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งแต่มันกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งโกรธมากจากนั้นจึงพ่นพลังผลึกน้ำแข็งออกมาอีกครั้ง
แต่เย่เฉินได้หลบหลีกไปเรียบร้อยแล้วเขากระโดดขึ้นไปในอากาศ จากนั้นก็กระโดดลงบนหลังของมันเขาฟันกระบี่เทียนเชวียออกไป และทุบลงไปทันทีโดยไม่พูดไม่จา
แกร๊ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเย่เฉินถูกแรงกระทบนั้นจนถอยหลังไปพร้อมเสียงถอนหายใจ แขนทั้งสองข้างเริ่มชากิ้งก่าผลึกน้ำแข็งเหมือนกับในตำรากล่าวไว้จริงๆ ผิวหนังของมันไม่ได้หนาธรรมดาและการป้องกันก็แข็งแกร่งกว่าปกติ
อสุนีบาต!
การฟันกระบี่ลงไปหนึ่งครั้งไม่อาจทำร้ายกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้เลยเย่เฉินจึงโบกมือออกไปอีกครั้งและปล่อยพลังฝ่ามืออสุนีบาตลงบนหลังของมันอย่างหนักแน่น
แต่เย่เฉินก็ถูกบีบให้ต้องเสียเปรียบอีกครั้งฝ่ามือของเขาที่ปล่อยออกไปเสมือนฟาดลงบนแผ่นเหล็กที่แข็งแกร่งนอกจากมันจะไม่สามารถทำร้ายกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้แล้วมิหนำซ้ำแรงสะท้อนกลับมานั้นยังทำให้เขาถึงกับมีเลือดไหลออกมาจากมุมปาก
โฮก!
เมื่อถูกเย่เฉินโจมตีถึงสองครั้งกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งจึงโกรธขึ้นมา
เช้ง!
เช้ง!
จากนั้นเกล็ดผลึกน้ำแข็งบนหลังของมันก็ตั้งตรงขึ้นมาเสียงขยับของเกล็ดผลึกน้ำแข็งเริ่มส่งเสียงดัง จากนั้นเกล็ดผลึกน้ำแข็งจำนวนมากก็พุ่งตรงไปทางเย่เฉิน
กลกระบี่เทียนกัง!
เย่เฉินยกกระบี่ขึ้นมาสร้างเป็นกลกระบี่ป้องกันเทียนกัง
เวิง!
กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้เหวี่ยงหางไปมาหางของมันมีความทรงพลังมาก และทำลายกลกระบี่เทียนกังของเย่เฉินในทันทีทำให้เย่เฉินถูกกวาดกระเด็นลอยออกไปกระทบกับก้อนหินขนาดใหญ่จนแตกเป็นเสี่ยง
โฮก!
กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งส่งเสียงคำรามจากนั้นก็กลิ้งร่างกายที่ใหญ่โตของมันเข้ามา
เขย่าบรรพต!
ทันใดนั้นเย่เฉินก็ลุกขึ้นพร้อมกับปล่อยหมัดอันทรงพลังออกไป
ดัชนีเอกสุริยัน!
ทันใดนั้นลำแสงของวิชาดัชนีก็พุ่งออกไป
มังกรผยอง!
สุดท้ายเขาก็เรียกใช้วิชาลับมังกรผยองอันทรงพลัง
ตูม!
ตูม!
เย่เฉินโจมตีใส่กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งอยู่หลายครั้งแต่กลับไม่สามารถทำอะไรมันได้เลยและกลับเป็นเขาเองที่ต้องเป็นฝ่ายกระเด็นลอยออกไปอีกครั้งกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งมีขนาดใหญ่และหนักมาก อีกทั้งยังมีพลังการป้องกันที่ทรงพลังแม้แต่พลังของวิชาลับที่เขาแสดงออกไปนั้นก็ทำได้เพียงสร้างความคันหรือจักจี้ให้กับมันเท่านั้น
ตูม!
ร่างของเย่เฉินที่กำลังลอยออกไปได้ตกลงบนก้อนหินขนาดใหญ่อีกครั้ง
“บ้าเอ๊ย”เย่เฉินสบถออกไป จากนั้นก็หยิบดาบทองเล่มหนึ่งออกมา และพลิกตัวกระโดดขึ้นมาเขากระโดดขึ้นไปราวสามจ้าง จากนั้นก็ใช้สองมือจับดาบให้มั่นคงยกชูขึ้นเหนือศีรษะและฟาดลงมา
“พิฆาตทั่วสารทิศ”เย่เฉินส่งเสียงตะโกนดัง ลำแสงดาบยาวสามจ้างก็ปรากฏขึ้นและฟาดลงกลางหลังที่หนาของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งอย่างหนักแน่น
“เจ้าเด็กคนนี้ไปร่ำเรียนวิชาดาบอันทรงพลังมาจากไหนกัน”เมื่อฉู่ซวนเอ๋อร์ที่อยู่บนเมฆเห็นเย่เฉินใช้วิชาพิฆาตทั่วสารทิศประกายแห่งความสงสัยก็ปรากฏในดวงตาคู่งามของนาง ด้วยประสบการณ์ของนางแล้วนางรู้ดีถึงความน่ากลัวของวิชาพิฆาตทั่วสารทิศ
แกร๊ง!
ในขณะพูดอยู่เสียงโลหะกระทบกันก็ดังขึ้นอีกครั้ง พลังพิฆาตทั่วสารทิศของเย่เฉินฟันลงบนหลังของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งจนเกิดเป็นประกายไฟออกมาแต่ถึงอย่างนั้นก็ทำได้เพียงทิ้งรอยดาบตื้นๆ เอาไว้บนแผ่นหลังของมันเท่านั้น
แกรก!
ทันใดนั้นดาบทองก็แตกออก
เฮือก!
จากนั้นเย่เฉินก็กระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ ความทรงพลังของวิชาพิฆาตทั่วสารทิศไม่สามารถทำลายเกราะป้องกันของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้เลยแต่ในทางกลับกันเขากลายเป็นผู้รับแรงสะท้อนอันน่ากลัวนั้น จนกระเด็นลอยออกไป
ตูมตาม!
ห่างออกไปไม่ไกลผาหินส่วนหนึ่งก็ถูกเขากระแทกจนแตกกระจายลงมา
ในตอนนี้ฉู่ซวนเอ๋อร์จึงลงมือใช้พลังเปิดกองก้อนหินออกจากนั้นก็พาร่างอันเปื้อนเลือดของเย่เฉินออกมา
แม้ว่าระยะเวลาในการต่อสู้กับกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งจะสั้นมากแต่เย่เฉินก็ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการใช้วิชาลับที่มีอยู่ออกไปโดยเฉพาะวิชาพิฆาตทั่วสารทิศในกระบวนท่าสุดท้ายที่เขาทุ่มเทใช้พลังปราณทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างของเขาจนไร้เรี่ยวแรงจะสู้ต่อไป
บนเนินเขาแห่งหนึ่งฉู่ซวนเอ๋อร์ได้วางตัวเย่เฉินลง และป้อนเม็ดยาวิญญาณเข้าไปหนึ่งเม็ดจากนั้นจึงถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของเย่เฉิน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดเย่เฉินก็ตื่นขึ้นมาจากอาการหมดสติด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว
ในการต่อสู้กับจิ้งจอกสายลมทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายนอก แต่การต่อสู้กับกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายในนอกจากผลกระทบจากความทรงพลังของวิชาพิฆาตทั่วสารทิศแล้วแรงกระแทกกลับของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งทำให้เขาเจ็บปวดไปทั่วทั้งกระดูกและเส้นลมปราณอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้
“กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งรับมือได้ยากกว่าจิ้งจอกสายลม”เย่เฉินพูดอย่างไร้เรี่ยวแรง “ผิวหนังของมันหนากว่าปกติมาก! แม้ว่าความเร็วของข้าจะดีกว่ามันมาก แต่ข้าใช้เคล็ดวิชาลับตั้งมากมายยังไม่สามารถทำลายการป้องกันตัวของมันได้เลย”
“แล้วอย่างไร? กลัวหรือ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์หันไปมองเย่เฉินด้วยความสนใจ
“ตอนข้าสู้กับจิ้งจอกสายลมท่านให้ข้าต้องทนทุกข์เป็นเวลาเก้าวัน จึงจะยอมชี้แนะข้าอาจารย์ท่านบอกข้ามาตามตรงเถอะ! การสู้กับกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งท่านวางแผนให้ข้าต้องทนอีกกี่วันจึงจะยอมชี้แนะข้า”เย่เฉินหันไปมองฉู่ซวนเอ๋อร์อย่างใจจดใจจ่อ
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าคิดว่ากี่วันล่ะ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์หันไปมองเย่เฉินด้วยรอยยิ้มแสนหวาน
“ถ้าให้ดีที่สุดท่านก็บอกข้าตอนนี้เถอะ” เย่เฉินยิ้มพลางลูบมือของเขา “บอกเร็วก็เสร็จเร็วนะ!”
“ฝันไปเถอะ”ฉู่ซวนเอ๋อร์พูดไปเพียงคำเดียวแต่กลับทำให้เย่เฉินถึงกับพูดไม่ออก
พูดจบฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ยื่นมือข้างหนึ่งออกไปแล้วยกตัวเย่เฉินขึ้นมาจากนั้นก็หิ้วเขาเหาะไปยังป่าที่มีการรบกวนของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็ง
โฮก!
ไม่นานผืนป่าแห่งนั้นก็มีเสียงคำรามของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งดังขึ้น
และเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้งเย่เฉินก็ดูน่าสังเวชเหมือนเช่นครั้งก่อนที่ผ่านมาความพ่ายแพ้ของเขาเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างชัดเจนแม้ว่าเขาจะใช้พลังในร่างกายไปจนหมดสิ้น แต่กลับชัดเจนว่าเขายังคงพ่ายแพ้การป้องกันตัวของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งนั้นทรงพลังอย่างมากมากเสียจนกดดันให้เขาแทบไม่อาจจะเงยหน้าขึ้นได้เลย
การต่อสู้ยังคงเหมือนตอนสู้กับจิ้งจอกสายลมทุกครั้งที่เขาถูกฉู่ซวนเอ๋อร์พาตัวกลับมา เขาจะต้องโชกไปด้วยเลือดทุกครั้ง และหลังจากที่บาดแผลหายดีเขาก็จะถูกส่งเข้าไปอีกครั้ง
เมื่อเป็นเช่นนี้วันคืนแปรเปลี่ยนไป สุริยันจันทราหมุนเปลี่ยนเพียงชั่วพริบตาก็ผ่านไปเป็นเวลาห้าวัน
เพียงแต่ระหว่างห้าวันที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าเย่เฉินจะเก็บเกี่ยวอะไรไปไม่ได้เลย อย่างน้อยในการต่อสู้อย่างต่อเนื่องนั้นก็ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาขึ้นและมีอยู่หลายครั้งที่เขามีทีท่าจะพัฒนาขึ้นไปได้
เช้าตรู่ขณะที่ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างเย่เฉินก็ถูกลากตัวให้ไปสู้กับกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งอีกครั้ง
“ผสานพลังความเร็ว”ครั้งนี้ ทันทีที่โยนตัวเย่เฉินลงไป ฉู่ซวนเอ๋อร์ก็เอ่ยขึ้นมาสี่คำ
“หมายความว่าอะไร”หลังจากเย่เฉินที่อยู่ด้านล่างปล่อยพลังหมัดออกไป ก็หันขึ้นมามองฉู่ซวนเอ๋อร์
“พละกำลังขั้นสูงสุดจำเป็นจะต้องผสานกับความเร็วขั้นสูงสุดสะสมพลังด้วยความเร็วสูงสุด และระเบิดออกมาในขณะที่มีความเร็วสูงสุดจึงจะทำให้เกิดพลังที่แข็งแกร่งอันไม่สามารถทำลายได้ขึ้นมา เหตุผลเหล่านี้เจ้าลองทำความเข้าใจดูนะ”
“สะสมพลังด้วยความเร็วสูงสุดและระเบิดออกมาในขณะที่มีความเร็วสูงสุด” เย่เฉินพึมพำกับตนเองขณะที่เคลื่อนตัวไปด้านหลัง ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายอย่างรู้แจ้ง
“อย่างนี้นี่เอง”เย่เฉินยิ้มมุมปาก
ทันใดนั้นเขาก็เคลื่อนที่ไปด้านหลังด้วยความเร็วสูง
จากนั้นเขาก็หยุดอย่างกะทันหัน ก้าวเท้าไปแตะพื้นด้านหลังจากนั้นก็อาศัยแรงจากพื้นกระโจนออกไปราวกับยิงดินระเบิดเกิดเป็นเงาร่างเป็นสายไล่ตามหลังเขาไป เมื่อความเร็วกำลังเข้าสู่ระดับสูงสุดกระบวนการทั้งหมดในร่างกายของเขาก็ทำงานพลังปราณทั่วทั้งร่างล้วนถ่ายเทเข้าสู่หมัดของเขาอย่างบ้าคลั่งเขาทำการสะสมพลังงานให้เข้าใกล้ระดับสูงสุดในขณะที่เขากำลังพุ่งตัวเข้าหากิ้งก่าผลึกน้ำแข็ง
โฮก!
กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งพุ่งตรงเข้ามาจากฝั่งตรงข้ามและอ้าปากกว้างออกมา พยายามจะกลืนกินเย่เฉินเข้าไปในท้อง
และในขณะนี้ฉู่ซวนเอ๋อร์ที่อยู่บนเมฆก็ลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อเตรียมการหากเย่เฉินตกอยู่ในอันตราย
ใกล้แล้วใกล้มากแล้ว
เมื่อเหลือระยะห่างจากกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งเพียงสามจ้างเย่เฉินก็ยังไม่ลงมือ เพราะพลังปราณที่ถ่ายเทอย่างบ้าคลั่งทำให้หมัดของเขาเต็มไปด้วยพลังงานอันน่ากลัวมีสายฟ้าแลบวนเวียนอยู่ระหว่างนิ้วของเขา
สองจ้าง...!
หนึ่งจ้าง...!
เย่เฉินยังไม่ลงมือ
โฮก!
กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งก็ส่งเสียงคำรามอย่างรุนแรงปากที่กว้างดั่งอ่างเลือดนั้นเตรียมจะกลืนกินเย่เฉินเข้าไป
และแล้วในขณะนี้เย่เฉินก็เริ่มเคลื่อนไหว ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดและพลังที่อยู่ในหมัดก็เพิ่มถึงขีดสุดเช่นกัน จากนั้นเขาก็ปล่อยพลังหมัดนั้นออกไป
“ถึงตาข้าบ้าง”เย่เฉินส่งเสียงตะโกนอย่างแรง จากนั้นก็กระแทกหมัดลงบนกรามของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งอย่างหนักแน่น