บทที่ 32
กริชปลิดวิญญาณจบ
จ้าวจูหลั่นตามไปง้อน้องชายถึงบ้านแต่ว่าไม่ได้ผลจ้าวจ๋ายอิงไม่พูดด้วย ไม่มองหน้า แถมทำเหมือนพี่ชายไม่มีตัวตนให้เข้าบ้านก็จริงแต่ทำเช่นนี้ มันจะดีกว่าไล่กลับไปตรงไหน
"จ๋ายอิงพี่บอกแล้วไงไม่ได้ตั้งใจจะให้นายเป็นอันตราย พูดสักคำเถอะ ไม่พูดงั้นจะไปแล้วนะ”
“.....”คอตั้งดังเดิม
“พี่ทำผิดต่อนาย พี่ขอโทษ”
“.......”ชำเลืองเล็กน้อย
“ถ้างั้นพี่กลับก่อนแล้วกัน เจอกันที่บ้านใหญ่พรุ่งนี้”
“......”เมื่อพี่ชายหันหลังให้แล้ว น้องชายถึงได้มองตามหลัง
ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่พี่ชายทำผิดด้วยถึงไม่นับพี่ใหญ่ ก็ยังมีพี่สะใภ้ไม่ใช่เหรอ จ้าวจ่ายอิงเชื่อว่าที่เหรินซวงอิ๋นช่วยตนวันนั้นเป็นความจริงใจที่พี่สะใภ้มีดูจากวันนี้ที่ช่วยแม่เล็กไว้ พี่ใหญ่กับพี่รองไม่รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ไอ้เชี่ยหร่านมันร้ายขนาดนั้นแต่ตอนที่มันจับพี่สะใภ้เป็นตัวประกันพี่ทั้งสองก็ยังยืนเฉยได้
พี่ใหญ่ไม่ห่วงเลยงั้นเหรอแต่หลังจากนั้นก็ดูร้อนใจอยู่นี่นา ส่วนพี่รอง เฮ้อ..สมเป็นพี่น้องกันจริง ๆบางทีจ๋ายอิงคิดว่าสองคนนั้นต่างหากพี่น้องท้องเดียวกัน เข้าใจยาก เจ้าแผนการทั้งคู่
เชอะ!!
ไม่ให้อภัยเร็วเกินไปหรอกต้องให้สำนึกบ้าง คราวหลังทำอะไรจะได้รู้จักคิดมากกว่านี้
น้องเล็กที่เหนื่อยล้าสะสมมาหลายวันโยนเรื่องน่าปวดหัวทิ้งตรงนั้น แล้วเดินไปหาอะไรทำแก้เซ็ง เช่น เล่นเกมสักตา
ด้านพี่ชายคนรองออกมาจากบ้านน้องก็ตรงดิ่งกลับบ้านตนเอง วันนี้ลูกน้องมาด้วยแต่จ้าวจูหลั่นไล่กลับมาก่อนด้วยเหตุว่าต้องไปง้อน้องชาย พอจอดรถบอดี้การ์ดประจำตัวก็วิ่งมารายงาน
“คุณชายใหญ่อูลามาครับ”
“เซ่อเหยี่ยน? มานานรึยัง”
“มาก่อนคุณชายไม่นานครับ”
ด้วยอารมณ์ตอนนี้ไม่อยากรับแขกเลยสักนิดแต่ว่าผู้มาเป็นเพื่อนสนิท ไม่จำเป็นต้องยิ้มแย้มตามมารยาทจ้าวจูหลั่นจึงไปพบคุณชายใหญ่อูลาด้วยสีหน้าไม่ยินดี
“นายมาได้ไงเซ่อเหยี่ยน”
“อย่าเรียกฉันว่าเซ่อเหยี่ยน ตอนนี้ต้องเรียกลิ้วเซ่อที่บ้านนายก็รู้จักฉันชื่อนี้ ว่าแต่โดนใครว่าอะไรมาอีกงะ หน้านายไม่จอยเลยนะพวก”
จ้าวจูหลั่นไม่ตอบแต่ย้อนถาม “นี่เข้าบ้านฉันแล้วด้วย?” เจ้าโล้นยิ้ม แหะๆ แล้วตอบ
“ก็ไปกับพี่นายอ่ะ”
“พี่ใหญ่พานายเข้าบ้าน”
“ใช่”
“ดูเหมือนว่ามีเรื่องที่ฉันไม่รู้เยอะเลยสินะ”
“คุณชายรอง นายอย่าคิดไปเองนะ ฉันยังอยู่ข้างนายเสมอ ไม่เคยแปรพักตร์”
“แต่ก็แอบมาบ้านฉันกับพี่ชายฉัน โดยไม่บอกฉันสักคำ”
“ไม่ได้ตั้งใจมา ถ้าไม่ใช่เพราะความปลอดภัยของน้องนาย ฉันเหรอจะถ่อมากับเขาให้นายคิดมาก อีกอย่างฉันก็บอกนายอยู่นี่ไงไม่ได้แอบมาแล้วนายรู้ทีหลังสักหน่อย”
“จ๋ายอิงมีภัยอะไรไม่ทราบ”
คุณชายอูลาค้อนสายตามองเพื่อน“ก็ภัยปลอม ๆ ที่พี่ชายอย่างนายก่อเรื่องไว้ไง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะกริชนั่นอยู่กับนาย”
ตอนที่เขารู้เรื่องนี้ก็ไม่พอใจเท่าไหร่ถึงเป็นพี่ชายของจ๋ายอิงแต่ก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายทางอ้อมเช่นนี้จ๋ายอิงเป็นอันตรายเขาเป็นว่าที่คนรักบอกเลย..ไม่โอเค!!
“ไม่มีเรื่องไหนที่รอดหูรอดตาคุณชายใหญ่อูลาไปได้เลยนะ”
“ผิดแล้ว ต้องพูดว่าไม่มีเรื่องไหนของจ๋ายอิงที่ฉันไม่รู้”
“เฮ้ออ”
“เป็นไร ทำไมหน้ามู่ทู่นักล่ะ แผนใส่ร้ายพี่ชายไม่สำเร็จงั้นเหรอ”
แต่ว่าถึงไม่พอใจมากก็คิดบัญชีกับจ้าวจูหลั่นไม่ได้จ้าวจิงถิงก็ไม่สนับสนุนเขากับจ๋ายอิงมากมายอะไรนักหากพี่ชายอีกคนของจ๋ายอิงไม่ชอบเขาด้วย มันก็จะเป็นรับศึกสองด้านคุณชายไร้ตระกูลเช่นเขาจะเอาอะไรไปสู้ กองหนุนยิ่งขาดแคลนอยู่ด้วย
“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ แล้วพี่ใหญ่รู้มั้ยว่านายมาหาฉัน”
“ไม่รู้อยู่แล้ว ฉันบอกว่าทำธุระส่วนตัว ตอนแรกเขาให้โจตามประกบแต่ว่าฉันหลอกไปที่อื่น แล้วก็แอบมาหานายเนี่ยแหละ”
“อย่าเพิ่งได้ใจไป เขายังรู้เลยว่าฉันกับนายเป็นเพื่อนกันมีเหรอเรื่องแค่นี้พี่ฉันจะไม่รู้”
“เอ..คำก็พี่ใหญ่ สองคำก็พี่ชาย สามคำก็พี่ฉัน พวกนายคืนดีกันแล้วงั้นเหรอ”
“.....”
“เงียบคือไร คืนดีแล้ว?”
“นายดีใจอะไร ไม่ใช่เรื่องครอบครัวตัวเองสักหน่อย”
“เอาอะไรมาไม่ใช่ นายก็พี่จ๋ายอิง หมอนั่นก็ใช่ นายสองคนไม่ลงรอยกันฉันลำบากใจนะ พี่ใหญ่นายช่วยฉันไว้ นายก็เพื่อนฉัน ถ้าไม่ใช่จ๋ายอิงต้องเลือกข้างนายฉันก็คงคิดหนัก ว่าสงครามของตระกูลจ้าวฉันจะเลือกข้างไหนดี”
“เหอเหอ” จ้าวจูหลั่นหัวเราะแต่เหมือนร้องไห้ “ตอนนี้น้องคงไม่เลือกข้างฉันแล้ว”
“อย่าบอกว่าเรื่องกริชที่ใช้เป็นเครื่องมือ จ๋ายอิงรู้แล้วนะ”
“เออ” จ้าวจูหลั่นล้วงบุหรี่ไฟฟ้าออกมาจุดได้กลิ่นเย็นของบุหรี่ ช่วยคลายเครียดได้บ้าง
“เขาโกรธมากสิท่า”
“ก็เออสิ ไม่งั้นฉันจะเครียดขนาดนี้เหรอ”
“งั้นฉันไปก่อน นายก็อย่าคิดมากเดี๋ยวเขาก็เข้าใจ น้องนายรักนายจะตาย”
ยิ่งช่วยพูดยิ่งเพิ่มความเครียดยิ่งจ้าวจ๋ายอิงรักและไว้ใจพี่ชายแท้ ๆ อย่างเขา ก็ยิ่งไม่ควรไปทำแบบนั้นกับน้องเหมือนหลอกใช้ความสัมพันธ์อันดีนี้เป็นฉากบังหน้า เพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่บอกไม่กล่าวน้องสักคำ
“จะไปไหน”
“ถามได้ ปลอบใจไง โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย” ดูเจ้าโล้นนี่กระดี๊กระด๊าแล้วขัดตาชะมัด
“ปลอบว่า?”
“เออ ยังไม่รู้อ่ะ ไว้ไปดูหน้างานอีกทีแต่ยังไงก็ได้อยู่ข้างเขาในวันที่เขาแย่ คะแนนฉันต้องเพิ่มแน่” ฟังมันพูด หน้างานอะไร มันคิดว่าจ๋ายอิงเป็นภารกิจชนิดหนึ่งรึไงมิน่าน้องชายฉันไม่สนใจนาย
ทึ่มเอ๊ย
“จริงสิ นี่ของฝาก เพื่อยืนยันว่าฉันยังอยู่ข้างนาย”
“กระดาษอะไร”
“อ่านดูเอง”
“สัญญา-การ-แต่ง-งาน...” ระหว่างที่ไล่อ่านก็มีเสียงเจ้าโล้นดังประกอบ
“พี่ใหญ่ของนายกับเมีย แต่งกันแต่ไม่ได้รักกัน พวกเขาไม่มีวันมีลูกสามปีหลังจากนี้พวกเขาจะหย่า ถ้านายรีบหาเมียแล้วมีลูกชายสักคน ไม่แน่นะตำแหน่งประมุขอาจจะยังพอแย่งคืนมาได้”
“ของแบบนี้ นายไปเอามาจากไหน”
“คอนโดของเขาไง ฉันค้นทั้งวันเลยนะ กว่าจะได้มาอ่ะ ไม่เหนื่อยเปล่าเลยจริง ๆเป็นไงล่ะฉันเก่งใช่มั้ย ไม่ต้องชมฉันรู้ตัวดี”
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ไหนว่าคู่เทพสมุทรประทานพรไง”
คิดเรื่องปาฏิหาริย์งานแต่งครั้งนั้นจ้าวจูหลั่นอดขำออกมาไม่ได้ แม้แต่เทพสมุทรก็ยังถูกสองคนนั้นหลอกได้งั้นเหรอแต่ว่านะตอนนี้สัญญานี่ไม่จำเป็นสำหรับเขาแล้ว เหมือนกับตำแหน่งประมุขนั่นแหละ
สองคนนั้นจะแต่งจริงหรือแต่งหลอก ก็ไม่เกี่ยวกับเขาอีก
จ้าวจูหลั่นยื่นมันกลับ“เอาไปคืนที่เดิมเถอะ”
“ฮะ..หา!! ว่าอะไรนะ”
“ฉันไม่จำเป็นต้องใช้”
“เห้ย!! นี่หมายความว่าดีกันแล้วจริงเหรอ”
“ก็..” ตอนนี้ยังหาคำอธิบายสถานการณ์ไม่ได้ “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าเขาก็ไม่ได้แย่อย่างที่เคยคิดไว้”
“เอาล่ะเพื่อน” คนที่ลุกยืนแล้วกลับมานั่งใหม่ตั้งท่าจะจับเข่าคุยเปิดใจ “วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แล้วเทพสมุทรเกี่ยวไรด้วย”
จ้าวจูหลั่นขี้เกียจเล่าเลยตอบสั้นๆ “ไม่มีอะไร เรื่องตอนงานแต่งพวกเขาอ่ะ เป็นฉายาที่คนบนเกาะให้คู่แต่งงาน”
ดูเหมือนจะเป็นประเพณีของยูจินอูลาเซ่อเหยี่ยนพยักหน้าทำทีว่าเข้าใจ รู้ว่าเพื่อนกำลังเซ็งก็ไม่รบเร้าให้เล่าไว้ค่อยไปถามโจเอาก็ได้เรื่องพวกนี้พอเขาต้องแต่งกับจ๋ายอิงจะได้รู้ก่อนไม่เผลอทำอะไรผิดต่อความเชื่อของคนที่นี่ เพื่อภาพลักษณ์อันดีของลูกเขยต่างถิ่น
เดี๋ยวก่อนจ๋ายอิงแต่งให้เขาต้องไปจัดงานที่อู๋เฌิ๋นถึงจะถูกสิ
คุณชายรองไม่รู้หรอกว่าเพื่อนคิดเองไปถึงไหนแล้วเขาระบายความในใจต่อ “ความจริงไม่ใช่แค่จ๋ายอิง แต่ทุกคนรู้หมดแล้ว ว่ากริชเป็นฝีมือของฉัน”
เจ้าโล้นร้องโอ้แล้วถามต่ออย่างระมัดระวัง “แบบนี้ครอบครัวนายไม่..ว่าเหรอ”
“จะเหลือมั้ยล่ะ ก็โดนมาแล้ว เยอะด้วย”
“อ๋อ เลยมานั่งทำหน้าเซ็งแบบนี้ สำนึกผิดอยู่ว่างั้น”
“เซ่อเหยี่ยนฉันมีเรื่องจะถาม เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเรา ตอบมาตามตรงไม่ต้องตอบเอาใจฉัน”
“ถ้านายถามว่าฉันกับนายใครหล่อ แสนดี และอบอุ่น อ่อนโยนมากกว่าฉันตอบว่าเป็นฉันเอง แบบนี้นายก็จะโกรธ”
“ฉันไม่ได้ปัญญาอ่อนเหมือนนาย คำถามแบบนั้นจะถามทำไม”
“แค่ยกตัวอย่างเฉย ๆ เห็นมะนายโกรธ”
“ไม่โกรธเว้ย”
“อ่า ก็ได้เชิญถาม”
“ฉันเป็นคนเลวมั้ย”
“กับใคร กับฉันก็ไม่นะ นายเป็นเพื่อนที่ใช้ได้” คำตอบเป็นกลางสุดๆ คิดว่ารอดแล้วแต่ว่ามันยังไม่จบ
“กับทุกคน”
“ถ้า..กับน้องก๋าน นายก็เลวนิดหน่อยมั้ง”
“ทำไมต้องพูดถึงเด็นนั่น”
“ก็นายบอกว่าทุกคน ฉันคิดถึงใครได้ก่อนก็พูด งั้นนายอยากฟังกับใครก็ถามมาให้มันชัดเจนเซ่”
เพราะรู้ว่าเพื่อนนิสัยเป็นยังไงท่าเยอะจะตาย ให้ปากกับใจตรงกันยากพูดเลย ตอนนี้ปมในใจคุณชายรองจ้าวคือครอบครัวพูดเรื่องคนรักไปก็ไม่ตรงประเด็น
สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิด“ไม่ถามแล้ว”
“เอ้า” อูลาเซ่อเหยี่ยนสรุปให้เลยไอ้จ้าวจูหลั่นมันเป็นคน “เอาใจยาก”
“นายจะไปหาจ๋ายอิงนี่ ไปเถอะ ฝากซื้อขนมเค้กไม่ก็ไอติมไปให้ด้วยเวลาโกรธชอบทำตัวเป็นเด็กต้องเอาของหวานไปล่อ”
“งั้นฉันรีบไปเลย เขาชอบกินร้านไหนเป็นพิเศษบ้าง”
“ไม่มีมั้ง กินได้หมดอ่ะ แล้วก็อย่าลืมเอาไปคืนที่เดิม” มองไปที่กระดาษในมือเพื่อน “อย่าให้พี่ใหญ่รู้ว่านายจิ๊กของสำคัญออกมาเพื่อฉัน ฉันไม่อยากมีคดีเพิ่ม นายเองก็จะโดนหมายหัวไปด้วย”
“คือ..แบบว่า มันไม่ง่ายนะ ที่จะเอาไปคืน นายไม่เก็บไว้อ่อ เผื่อได้ใช้”
“ใช้อะไรเล่า เอาแบบนี้ ถ้าคืนไม่ได้ก็เผาไปเลย”
“นี่...ไม่ดี..มั้ง”
ตอนเอามาว่าไม่ง่ายตอนเขาเอาไปคืนยิ่งยากกว่า แต่ว่าจะให้เผามัน..ข้อหาไม่หนักกว่าเดิมรึไงไอ้เพื่อนบ้าไม่บอกกันก่อนวะ ว่าดีกับพี่ชายแล้ว แบบนี้ก็เหนื่อยฟรีสิเนี่ย
“ดี ดีมากเลย พี่สะใภ้น่ะ เป็นคนใช้ได้เลยนะ รู้ทั้งรู้ว่าสู้หมอนั่นไม่ได้แต่ยังจะช่วยแม่เล็ก ถ้าพวกเขาเลิกกัน ฉันกลัวพี่ใหญ่จะหาคนดีเท่านี้ไม่ได้แล้ว”
“หมอนั่น? คือหมอไหน”
“เรื่องมันยาว”
ก็เห็นยาวทุกเรื่อง
“งั้นก็ไม่ต้องเล่า ฉันรีบไปหาจ๋ายอิง กระดาษนี่ฝากนายเผาแล้วกัน” ยัดใส่มือแต่ว่าจ้าวจูหลั่นชักมือหนีไม่ยอมรับของร้อน
“ฮึ นายแหละเผา”
“อ้าว ก็ความคิดนายนะที่จะให้เผาอ่ะ”
“งั้นนายเอาไปคืน”
เอาคืนมันยากรู้บ้างหรือเปล่า“ก็ได้ งั้นนายจุดไฟ ฉันจะจับกระดาษ เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด”
อูลาเซ่อเหยี่ยนเสนอทางออกแบบนี้คนผิดก็ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวแล้วหนึ่งความผิดสองผู้กระทำ หารครึ่งกันย่อมเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่
หากไป๋เหลียงผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายมาได้ยินคงได้ไอเดียเปิดอบรมเรื่องกฎหมายเบื้องต้นแน่อย่างน้อยก็มีคนที่ควรต้องเข้าฟังคือคุณชายหัวโล้นท่านนี้
“ไม่งั้นฉันไม่ทำ พวกนายพี่น้องกัน ฉันเป็นแค่น้องเขย เกิดอะไรขึ้นฉันจะโดนหมายหัวก่อน”
“นายว่าพี่ใหญ่ชอบพี่สะใภ้ปะ”
“ดูจากสายตาก็น่าจะชอบ”
“งั้นเราเผากระดาษนี่ซะ ไม่ดีตรงไหน”
แต่เจ้าโล้นก็ฉลาดอยู่บ้าง“งั้นทำไมนายไม่ทำ”
“ก็นายเป็นคนเอามา และไม่มีปัญญาเอาไปคืน ไม่รู้แหละน้องชายก็ยกให้นายจีบแล้ว เรื่องสัญญาแผ่นนี้ นายจัดการเองแล้วกัน ฉันไม่ส่งนะ บาย”
เจ้าบ้านลุกแล้วโบกมือไล่แถมไม่รอให้แขกพูดอะไร ก็เดินจากไปเสียแล้วคุณชายใหญ่อูลาดูกระดาษในมือแล้วดูตัวเอง ช่างหาเรื่องใส่ตัวเสียจริง
“จูหลั่น ฉันเกลียดนาย”
ที่บ้านคุณชายรองมีเรื่องส่วนที่บ้านจ้าวเงียบสงบมาก ทว่าภายใต้ความเงียบนั้นคลื่นลูกใหญ่กำลังก่อตัวจ้าวหลันหรูเทซองยาผงสีขาวใส่น้ำ ยาต้นตำรับเทพจากตระกูลคง คงฮ้วนให้นายผู้เฒ่ามาคราวก่อนยาอีกตำรับไม่ได้ผล แต่คราวนี้ไม่พลาดแน่
ตระกูลอื่นเขามีแต่สะใภ้อยากปล่อยท้องอยากจับสถานะตัวเองให้มั่น คงมีแต่ตระกูลจ้าวที่ต้องการจับสะใภ้ไม่ให้ไปไหน
“คุณหนูคะแต่ว่า คุณนายเล็กบาดเจ็บอยู่แล้วแบบนี้จะ..เอ่อ..จะ..” ป้าจูไม่กล้าพูดว่าจะทำหลานให้คุณหนูได้เหรอผู้เป็นย่าทำตาดุใส่สาวใช้ประจำกาย
“คิดไปถึงไหนเนี่ย ยานี่ไม่ใช่ยาปลุกกำหนัด หรือทำให้รู้สึกอะไรเป็นแค่ยาบำรุง เตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อนของนายผูัเฒ่าได้มาจากหมอเทวดาหลานสะใภ้ของตระกูลคงก็ท้องแล้วทั้งที่เพิ่งแต่งไปไม่นานกว่าจะได้ยานี่มาเราจ่ายไปมากโขเลยนะ เห็นว่ามีตัวยาหายากหลายอย่างทั้งบำรุงร่างกายได้ดีด้วย ถึงไม่ท้องแต่ซวงอิ๋นก็จะแข็งแรง”
“จริงหรือคะ ไหนว่าแค่ข้ออ้างไปดื่มไง”
“ก็ไม่คิดว่าจะมีจริงเหมือนกัน รีบเอาไปให้หลานสะใภ้ฉันดื่มซะอาศัยช่วงที่เขาไม่สบายนี่แหละ เอาให้ดื่มทุกวัน นอกจากทำให้ท้องง่ายแล้วยังทำให้ร่างกายฟื้นตัวไวด้วยเรื่องที่หลานสะใภ้เจ็บตัวไม่รู้จะปิดบ้านเหรินได้หรือเปล่าถ้าพวกเขามาเอาเรื่องไม่รู้เลยว่าจะวุ่นวายแค่ไหน”
“ค่ะ ๆ เรื่องบ้านเหรินไม่ต้องห่วง จูจะสั่งให้ทุกคนในบ้านปิดปากเอง”
ห้องพยาบาลของตระกูลจ้าวคุณชายใหญ่นั่งหลังตรงเฝ้าอยู่ข้างเตียง ส่วนคนเจ็บ? หลับจริงจังหลับลึกไม่มีแม้แต่จะขยับตัวป้าจูเข้าไปก็ยังไม่สะดุ้ง
“หลับอยู่ครับ ยาเหรอ ค่อยให้กินได้ไหม”
“หลับมาสี่ชั่วโมงแล้ว ปลุกกินข้าวกินยาก่อนดีกว่าค่ะ”
“แต่”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณชาย ไม่กินข้าว ไม่กินยาจะหายช้านะคะ”
ป้าจูรู้สึกได้ถึงความห่วงใยของคุณชายใหญ่ที่มีต่อคุณนายเล็ก เธอยิ้มไม่หุบ
“ปลุกเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าให้หยาหยายกอาหารมาให้ ยานี้กินก่อนอาหารแล้วก็มียาที่หมอให้ไว้กินหลังอาหารอีกชุด ฝากคุณชายด้วยนะคะป้าต้องรีบไปดูคุณหนูก่อน”
“คุณย่าไม่หายเวียนหัวอีกเหรอครับ”
“หายแล้วค่ะ หายแล้ว ไม่ต้องห่วง ป้าไปนะคะ” ป้าจูเหมือนกลัวมีคนรั้งรีบจ้ำอ้าวออกมา สั่งหยาหยาทำอาหารอ่อน แล้วก็กลับไปเล่าเรื่องดี ๆ ให้เจ้านายฟัง
ที่ห้องคนป่วยเหรินซวงอิ๋นกำลังฝัน ในฝันนั้นกินเวลามานานมากแล้ว ชายชราคนหนึ่งมาหาเขาไม่ได้พูดอะไร แค่สอนใช้อาวุธในมือ เพลงดาบสั้นหลายกระบวนท่าผ่านตาของเขาหลายท่าก็คุ้นมากแต่จำที่มาไม่ได้เคล็ดวิชาเซียนกระซิบนี้เคยได้ยินอาจารย์ที่สอนวรยุทธ์ชาติก่อนเล่ามาอีกที
อาวุธวิเศษทุกชิ้นล้วนมีเจ้าของหากเป็นของที่มีเพียงคนเดียวสามารถครอบครองได้ เรียกเจ้าของตัวจริง เจ้าของหนึ่งเดียวสิ่งนี้เกิดจากความผูกพันเมื่อแรกสร้างอาวุธ หรือไม่ก็พันธสัญญาที่ทำร่วมกันไว้อาวุธที่มีไอวิญญาณถึงเรียกกันว่าอาวุธวิเศษ นอกจากมันจะจดจำเจ้านายได้ยังไม่ยอมให้คนอื่นครอบครองอีกด้วย
เหรินซวงอิ๋นเคยคิดว่าเรื่องที่ฟังมาล้วนเป็นแค่ปรัมปราหลอกล่อให้บรรดาคุณชายตั้งใจเรียน
“นาย นาย ตื่นก่อนนะ”
“อือ”
“อิ๋นอิ๋น ตื่นมากินข้าวก่อนเถอะ ยาด้วยจะได้หายไว ๆ”
“อืม”
ไม่รู้ว่าชายชราสอนกระบวนท่าสุดท้ายแล้วหรือไม่เพราะมีเสียงใครบางคนดังขึ้นเสียก่อน เหรินซวงอิ๋นลืมตาเห็นคุณชายใหญ่จ้าวกำลังก้มลงมามองตน
“คุณ..เฝ้าผมเหรอ” มองหาสาวใช้คนอื่นก็ไม่มีแต่ข้างเตียงอีกฝั่งเป็นโต๊ะกับข้าว กลิ่นข้าวต้มอุ่นร้อน โชยเข้าจมูก
จ้าวจิงถิงไม่ตอบภายใต้น้ำเสียงกระด้าง พบว่ามีความห่วงใยซ่อนเอาไว้ คาดว่าน่าจะรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เชี่ยหร่านจับเขาไปเป็นตัวประกัน
“อยากเข้าห้องน้ำหรือเปล่า ฉันจะพาไป”
“ไม่ หิวมากกว่า”
“พอดีเลย งั้นกินตอนยังร้อน ๆ จะได้กินยา นี่กินก่อน”
“ยาต้ม? ” น่าแปลกที่หมอสมัยนี้ยังจ่ายยาต้มคิดไปก็ขยับลุกขึ้นนั่ง ที่หัวไหล่ตึงเล็กน้อย แต่เขาโคจรปราณรักษา ไม่ถึงสองวันคาดว่าน่าจะหายดี
“นี่ยาของคุณย่า เป็นสูตรบำรุงร่างกาย” งั้นเหรอคนที่ต้องกินทำหน้าขยาด คุณชายใหญ่กล่อม “ไม่มีอะไรหรอกน่านายสภาพนี้คุณย่าคงไม่คิดถึงเรื่องมีหลาน ถ้าคิดคงเกินไปหน่อย”
ก็จริง..รับมาแล้วลองดมดูกลิ่นก็ไม่น่าจะเป็นยาอย่างว่าดื่มช้า ๆ พบว่ารสไม่ขมเท่าไหร่ สองสามอึกก็หมดชามระหว่างนั้นก็นั่งมองคุณชายใหญ่เข็นโต๊ะกับข้าวมาแล้วเริ่มบริการด้วยท่าทีเก้ ๆกัง ๆ คงไม่ค่อยได้ดูแลคนอื่น
“ความจริงเรียกเด็กมาทำให้ก็ได้ครับ”
“ไม่เป็นไร”
“คุณโดนใครบังคับมาล่ะ”
“....”คุณชายใหญ่จ้าวจะตอบว่าไม่มี แต่หาเสียงไม่เจอก็เลยใช้ความเงียบนั่นแหละแทนคำตอบ
เหรินซวงอิ๋นไม่ใช่เทพจะเดาใจใครได้และเขาก็ไม่อยากรู้ขนาดนั้น เมื่อสามีไม่พูดเขาก็ไม่อยากรู้
หลังจากนั้นในห้องก็ไม่มีเสียงคุยอีกเลยจนกระทั่งคนเจ็บอิ่มข้าวต้ม คุณชายใหญ่ส่งยาหลังอาหารให้ เป็นยาที่ต้องกินทันที
“อย่าเพิ่งนอน นายอิ่มใหม่ ๆ นั่งพักสักครู่ก่อน”
“ครับ”
“ดูทีวีมั้ย ฉันจะเปิดให้”
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ”
“อ่านหนังสือหรือเปล่า”
ก็ดีนะ
“รบกวนคุณหยิบตำราที่ปู่สี่ให้มา มันอยู่ที่ใต้หมอนห้องนอนผม”
เหรินซวงอิ๋นมองสามีที่ไม่ยอมลุกไปเอาให้ทั้งที่เสนอตัวรับใช้เอง
“ทำไมครับ ไกลไปเหรอ งั้นไม่เป็นไร ผมไม่อ่านแล้วก็ได้”
จ้าวจิงถิงลุกขึ้นพอดีกับเด็กรับใช้ชุดสีเทาอ่อนเข้ามาเก็บชามข้าวต้มดังนั้นตอนที่คุณชายใหญ่พูดกับคุณนายเล็กเธอได้ยินชัดเจน
“ห้องนอนนั่นไม่ใช่ของนาย แต่เป็นของเรา”
อ้อ...เอ่อ..
เหรินซวงอิ๋นมึนไม่ทันได้ตอบโต้ ขายาวของสามีก็ก้าวฉับ ๆ ออกไปเสียแล้วส่วนสาวใช้หน้าแดงหูแดงซอยเท้าถี่ตามไปเช่นกัน
“ทำมาเป็นห้องเรา เคยมาค้างสักคืนหรือเปล่าคุณชาย” เขาพูดกับตัวเองใครจะไปคิดว่าหลังประตูที่ยังปิดไม่สนิท มีชายคนหนึ่งแอบฟังอยู่
ตอนแรกจะแอบดูว่าภรรยามีท่าทียังไงกลายเป็นต้องมาได้ยินคำตัดพ้อน้อยใจ? จ้าวจิงถิงเดินใจลอยออกไปทางห้องนอนของพวกเขา
ความรู้สึกที่มีต่อภรรยาซับซ้อนมากเมื่อก่อนเหรินซวงคือตัวอันตรายน่ารำคาญ หนีได้ต้องรีบหนี อยู่ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดีแต่ต่อมาแต่งกันจริงพบว่าไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น อคติก็ลดลงไม่น้อย
หลังจากนั้นไม่นานเขาเคยคิดว่าคนผู้นี้ไม่ใช่ภรรยาตัวจริงเป็นคนอื่นปลอมตัวมา คนอื่นที่ว่าคือคนช่วยชีวิตเขาด้วยแต่เหตุการณ์ที่เชี่ยหร่านทำร้ายแล้วเหรินซวงอิ๋นสลบไป ก็ทำให้เกิดความลังเลอีกหน
หรือว่าภรรยากับพวกนักฆ่าใส่หน้ากากไม่ใช่พวกเดียวกัน เป็นเขาคิดไปเองทั้งหมด เขาคิดออกตอนขากลับมีทางเดียวคือต้องตรวจดีเอ็นเอ
ตรวจแล้วก็ตรวจอีกคราวนี้เอาหมอที่เขารู้จัก เส้นผมค่อยแอบตัดตอนหลับ ใช่แล้วเขาเป็นคนเฝ้าไข้จะตัดให้หมดหัวก็มีโอกาส แค่เปรียบเทียบนะ จะตัดหมดไปทำไมเขาไม่ใช่พวกชอบหาเรื่องใส่ตัวเหมือนเจ้าโง่เซ่อเยี่ยน
(อูลาเซ่อเยี่ยน:ฮัดเช้ย!!)
จ้าวจิงถิงกลับไปพร้อมตำราโบราณและแผนการในใจเหรินซวงอิ๋นกำลังกลับมาจากเข้าห้องน้ำ สามีเห็นก็รีบเข้าไปประคอง
“ทำไมไม่เรียกเด็กมาช่วย”
“ผมเจ็บไหล่ ไม่ได้เจ็บขา”
คุณชายใหญ่พอรู้ว่าความห่วงใยเสียเปล่าก็ปล่อยมือ“ฉันลืม” รอให้เหรินซวงอิ๋นขึ้นเตียงแล้วถึงยื่นหนังสือให้
“ขอบคุณครับ”
“เจ็บแขนจะจับหนังสือไหวเหรอ ฉันช่วย”
ในเมื่อคุณชายใหญ่จ้าวจะบริการนาน ๆ เขาจะมีประโยชน์ งั้นก็ปล่อยเขาทำไปเถอะ จ้าวจิงถิงขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยพวกเขานั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน ยกหนังสือให้ภรรยาอ่าน
“สูงหน่อยครับ ห่างไป ใกล้ไป อ่า..พอ ระดับนี้แหละ”
เอาจริงเหรอเหรินซวงอิ๋นไล่สายตาอ่านจริงจัง ไม่ได้ล้อเล่นเลยจ้าวจิงถิงชูหนังสือในมือจนปวดแขน ต้องเปลี่ยนจากมือขวาเป็นมือซ้ายและย้ายมาเป็นมือขวาใหม่ จะได้พักบ้างก็ตอนเปลี่ยนหน้า
อ่านไปได้เกือบยี่สิบนาทียาก็ทำให้ง่วงเหรินซวงอิ๋นตาปรือเล็กน้อย หาวออกมา
“พอก่อนแล้วกัน ผมอยากนอน ขอบคุณที่ช่วย”
คนแขนชาลุกจากเตียงกัดฟันบอก “ไม่-เป็น-ไร”
อ้าวไหนว่าอยากบริการไงคุณนายเล็กทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เลื้อยตัวลงนอน หัวหนุนหมอนนุ่มก็ปิดเปลือกตายิ้มในใจก่อนจะหลับไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่คุณชายใหญ่ทั้งบีบทั้งนวดแขนตัวเองจนหายชา ก็ถึงเวลาหาหลักฐานชิ้นสำคัญ เส้นผมของภรรยา กรรไกรก็เตรียมมาแล้ว
ควรรออีกหน่อยค่อยลองเรียกดูว่าหลับลึกหรือยัง
นั่งรอไปรอมาปรากฏว่าตนก็เผลอฟุบหลับไปด้วย
ผ่านไปเกือบค่อนคืนถึงรู้สึกตัวบ่นตัวเองว่าหลับไปตอนไหน รีบจัดการเก็บเส้นผม ใส่กระเป๋าเสื้อไว้เหรินซวงอิ๋นรู้สึกตัวตั้งแต่กรรไกรเข้ามาใกล้แต่ว่าเขาพอรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายก็เลยปล่อยให้ทำได้ยินเสียงพ่นลมหายใจของคุณชาย คงโล่งใจที่ได้เส้นผมไปแล้ว
จิงถิงเอ๊ยจิงถิงนายน่ะ..ตามฉันไม่ทันหรอกนะวัชพืช
เวลาผ่านไปไวมากไม่นานเช้าอีกวันก็มาเยือน ที่เรือนผู้เฒ่าในเวลาสายทุกคนมาพร้อมกันหมดแล้วจ้าวจูหลั่นตัวดีมาก่อนใคร ทุกคนในบ้านจ้าวคุยกับเขาอยู่นานกว่าเหรินซวงอิ๋นจะตื่นและลงมา ทุกคนก็ตาแดงกันหมด คงจะผ่านการเปิดใจมาไม่น้อย
คุณชายรองก้มหัวขอโทษทุกคนและยื่นกล่องไม้ให้พี่สะใภ้
“พี่สะใภ้ ผมรู้ว่าทำคุณเดือดร้อนไปด้วย นี่เป็นของแทนคำขอโทษถ้าคุณไม่รับไว้ ผมคงจะไม่สบายใจ”
กล่องนี่ถ้าเดาไม่ผิดคือกริชเจ้าปัญหา เหรินซวงอิ๋นใจลอย ยื่นแขนข้างที่ไม่เจ็บไปรับของทันทีที่จับกล่องไม้ พลังบางอย่างก็พุ่งเข้ามาทักทาย เมื่อเปิดออกดูก็ตกใจ...
นี่มัน!!
กริชประจำตำแหน่งพ่อบ้านใหญ่เหรินเขารีบพลิกดูตรงสันของด้าม พบอักษรตัวเดียวกับที่อยู่บนปกตำราโบราณที่ได้จากปู่สี่
มันอ่านว่า‘เหริน’
ชายหนุ่มนิ่งงันพยายามจะไม่แสดงอาการตื่นเต้นจนทำให้คนอื่นสงสัย เขาลูบอักษรตัวนั้นไม่หยุดชาติก่อนกริชเล่มนี้สืบทอดมาจากปู่ ถึงพ่อ และมาถึงเขา
แต่มีโอกาสได้ใช้ไม่กี่ครั้งและได้พกไม่นานด้วยเนื่องจากตอนพ่อเหรินตกจากเขา กริชเล่มนี้ก็หายไปด้วยกว่าจะหาเจอก็กินเวลาเป็นปีแล้ว ได้มาไม่กี่เดือน ก็เกิดเรื่องประมุขชั่วรนหาที่ให้เขาตาย
สิ่งนี้เป็นของเขาโดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอก
“รับไว้เถอะนะซวงอิ๋น น้องรองเขาไม่ได้ตั้งใจทำให้ลูกลำบาก แม่อยากให้ลูก ๆยกโทษให้เขา”
จ้าวจูหลั่นมองแม่เล็กแล้วก็ก้มหน้าลงดูเหมือนเสือร้ายที่กลายเป็นลูกแมวในชั่วข้ามคืนคงรู้สึกผิดที่พูดจาไม่ดีใส่เธอไว้
ตอนนี้คนในตระกูลเห็นเหรินซวงอิ๋นเป็นกาวใจจ้าวจูหลั่นทำดีด้วย ให้ของดีเช่นนี้ ก็เพื่อให้ทุกคนยกโทษให้และมองตนใหม่ว่าไม่ได้เห็นแก่ตัวแล้ว ส่วนคนอื่นก็ใช้เรื่องนี้เป็นบันไดลงจากความไม่พอใจ
หากเหรินซวงอิ๋นยกโทษให้คุณชายรองคนอื่นก็จะทำตาม ที่จริงไม่มีใครโกรธแล้ว กลับรู้สึกผิดด้วยมากกว่าที่ทำให้คุณชายรองคนนี้มีปมในใจแต่ให้ยอมรับง่าย ๆ ก็ไม่ได้อีก ท่าเยอะทั้งตระกูล
“เช่นนั้นผมก็จะรับไว้ ขอบคุณน้ำใจของคุณชายรอง”
ใจจริงจ้าวจูหลั่นเสียดายของสิ่งนี้เขาซื้อมาตั้งแพง แต่ว่าแลกกับความรู้สึกของทุกคน โดยเฉพาะจ๋ายอิงเขาก็ยินดีจะเสียสละมัน ก๋านเอินชอบด่าเขาว่าเห็นแก่ตัวไม่อยากจะยอมรับหรอกว่าเป็นเรื่องจริง แต่คนเห็นแก่ตัวก็กลับใจได้นะไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย
“พี่สะใภ้ชอบก็ดีแล้ว ผมเก็บไว้เองคงไม่สบายใจ สู้ยกให้พี่ไปดีกว่า”
“ทำไมต้องให้ผมล่ะ ให้คนอื่นก็ได้นะ”
ทุกคน“ซวงอิ๋นเอาไปเถอะ!!”
กระบวนท่าใช้ดาบสั้นที่ชายชราในฝันสอนนั้นไม่ใช่ดาบสั้น แต่เป็นกริชเล่มนี้ต่างหาก เหรินซวงอิ๋นลืมตัวหยิบมันขึ้นมาแล้วควงด้วยมือเดียว
“โห พี่สะใภ้ใช้กริชเป็นด้วยเหรอครับ โคตรเท่”
คุณชายใหญ่หรี่ตามองน้องเล็กฮือฮา ทำให้เหรินซวงอิ๋นรู้สึกตัว รีบเก็บอาวุธนั้นเก็บไว้ที่เดิม แล้วแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“พี่แค่ลองเลียนแบบในหนังอ่ะ”
“ซวงอิ๋นชอบเหรอลูก ย่าจะไปหามาให้หลาย ๆ แบบ เอาที่สวยกว่านี้แพงกว่านี้อีก” นี่ไม่ดีมั้ง
คุณย่าจ้าวกำลังทำตัวเป็นคุณย่าเหรินร่างสองอยู่นะครับพวกคุณช่วยรู้จักสั่งสอนลูกหลานบ้างเถอะ เอาแต่ตามใจแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน
จู่ๆ ก็รู้สึกท้อใจกับผู้ใหญ่ทั้งสองบ้าน
เหรินซวงอิ๋นพูดปนขำ“ไม่ใช่ว่าทุกคนกลัวคำสาปตามข่าวลือ เลยยกให้ผมหรอกนะครับ”
ประมุข“ไม่ใช่ ๆ เราจะให้ของไม่ดีกับลูกได้ไง กริชนี่พกพาง่าย ลูกไม่ชอบพกปืนน่าจะมีอาวุธถนัดมือไว้ใช้หน่อยดีแล้ว”
คุณย่า“จริงด้วย ปืนที่ย่าให้ไป บางทีหลานก็ลืมพกไม่ใช่เหรอ ฟังพ่อเขาเถอะนะ”
คุณแม่“คำสาปอะไรกัน ไร้สาระทั้งนั้นแหละ ถ้ามีจริงทำไมจูหลั่นไม่เป็นอะไรเลย”
น้องเล็ก“พี่สะใภ้เก็บไว้ใช้ดีที่สุด พี่ควงเมื่อกี้โคตรเจ๋ง สอนผมหน่อย”
จ้าวจิงถิง“พอแล้ว ไว้ให้พี่สะใภ้หายดีก่อน นายค่อยมากวนเขาใหม่”
ทุกคนเห็นด้วยกับคุณชายใหญ่จ้าวจ๋ายอิงเลยต้องยอมรอ
ยากที่จะมีโอกาสอยู่พร้อมหน้าเช่นนี้ป้าจูจึงเสนอให้ทุกคนกินมื้อเที่ยงด้วยกัน ระหว่างนั้นคุณปู่อยากชวนลูกหลานร่ำสุราแต่ว่าคุณย่าไม่พอใจ บอกว่าซวงอิ๋นของเธอยังเจ็บอยู่ ก็เลยเสนอเล่นไพ่แทน
แต่ว่าจ๋ายอิงเล่นไม่เป็นซวงอิ๋นก็เจ็บแขน ถึงคุณชายใหญ่จะเสนอตัวช่วยจับ แต่ว่าภรรยาดูไม่เต็มใจอ้างว่างั้นเขาก็เห็นไพ่ของตนสิ ทุกคนก็คิดว่าไม่แฟร์เช่นกัน
“งั้นเล่นไฮโลกันเถอะ ง่ายดี ผมเป็นเจ้ามือเอง” ไม่คิดว่าคนที่เอ่ยไอเดียผีพนันนี้ออกมาจะเป็นน้องเล็กที่เล่นไพ่ไม่เป็นคนนั้น
จ้าวจูหลั่นเป็นคนเดียวที่รู้ว่าน้องชายเก่งกาจอะไรเขาทำท่าปวดท้อง “ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยสบาย ขอนั่งเป็นกรรมการ”
จ้าวจ๋ายอิงมองพี่ชายด้วยสายตาเอาแต่ใจ“พี่รองเล่นไฮโลที่ไหนมีกรรมการบ้างครับ”
คุณชายรองแอบร้องไห้ในใจให้ตายเถอะ
“ก็ได้ ๆ งั้นนายเอาเงินไปเลยจ๋ายอิง ไม่ต้องเล่นให้เสียเวลาหรอก”
จ้าวจิงถิงดุ“นี่เป็นกิจกรรมของครอบครัว ยังกลัวเสียกลัวได้อะไรนักหนา”
จ้าวจูหลั่น“เหอะ”
ถ้าพวกพี่อยากลองของก็เชิญเลย
เหรินซวงอิ๋นสะกิดคุณชายรองถาม“จ๋ายอิงน่ากลัวขนาดนั้นเชียว” คนถูกถามยกนิ้วโป้งขึ้นมาปาดคอตัวเองแทนคำตอบ
พ่อบ้านใหญ่เก็บกล่องไม้ไว้แล้วหันไปสั่งสามี “เอาเหรียญในกระเป๋าคุณออกมาให้หมด”
จ้าวจิงถิงกลับบอก“ฉันมีแต่แบงก์”
พ่อกับปู่ก็เหมือนกัน คุณแม่กับคุณย่าให้ป้าจูไปไถเหรียญจากคนรับใช้ในเรือนผู้เฒ่ามาเพิ่ม กับคังข่ายก็ไม่เว้น
ด้วยเหตุนี้นอกจากพวกเจ้านายก็ยังมีคนรับใช้ชุดสีฟ้าทะเลรายล้อมอีกชั้น เจ้ามืออย่างจ๋ายอิงมีลูกเต๋าส่วนตัวซะด้วยมืออาชีพมาเองหรือเปล่า
“ป้าจูผมรบกวนขอแก้วแบบใส กับที่รองแก้วเอาแบบไหนก็ได้ครับ”
ป้าจูหันไปสั่งตันหยงอีกทีสาวใช้ว่องไวจัดอุปกรณ์ให้โดยไม่ต้องให้คุณ ๆ รอนาน
ไฮโลของจ้าวจ๋ายอิงเรียกว่าประหลาดเขาให้ทุกคนทายก่อน ว่าต่ำหรือสูง
“วางเงินด้านขวาคือต่ำ วางซ้ายคือสูง ตรงกลางคือแต้มตองมีลูกเต๋าสามลูกใครทายตรงกลางแล้วถูกจะได้รับเงินสามเท่าที่ลงพนัน เชิญครับทุกท่าน”
ทายก่อนแล้วค่อยเขย่าเหรินซวงอิ๋นไม่ค่อยเข้าใจเพราะไม่เคยเจอแบบนี้จ้าวจิงถิงเพิ่งเคยเห็นภรรยาทำหน้าไม่ฉลาดเป็นครั้งแรกไม่รู้สึกว่าตลกแต่กลับคิดว่าน่าเอ็นดูดี
อะไรนะ?
ไม่ๆ ไม่ใช่น่าเอ็นดู เขาพูดผิด อ่า...ช่างเถอะอย่าสนใจเขาเลยดูจ๋ายอิงเขย่าลูกเต๋าดีกว่า
“ลงต่ำมีคุณย่า คุณพ่อ คุณปู่ ลงสูงมีพี่รองกับพี่ใหญ่พี่สะใภ้ และแม่เล็กไม่มีคนลงตองนะครับ ไม่เปลี่ยนใจแล้วนะครับ”
เหรินซวงอิ๋นมองจ้าวจ๋ายอิงเหมือนไม่ใช่น้องเล็กคนเดิมที่เคยรู้จักตอนที่เด็กคนนี้ทิ้งลูกเต๋าลงในแก้วแล้วก็คว่ำไว้กับที่รอง มือหนึ่งประคองแก้วอีกมือประคองที่รอง ปิดแน่นไม่ให้ลูกเต๋าหลุดออกมา แล้วเริ่มเขย่า
ลีลาของเขามีชั้นเชิงน่ามองถึงจะมองตามแทบไม่ทันก็ตาม เขย่าเฉียงขึ้นลงซ้ายขวาอยู่สองรอบก็หยุดเนื่องจากมันเป็นแก้วใส ควรต้องเห็นใช่ไหมว่าข้างในด้านไหนกำลังหงายอยู่แต่ปรากฏว่าเจ้ามือวางแล้วก็ยังมองไม่ชัด
นี่ชวนให้ตื่นเต้นกว่าแบบเดิมอีกแฮะ
ทุกคนรอลุ้นเจ้ามือวางของช้า ๆ แล้วค่อยเปิดแก้วออก
“ตองครับ เจ้ามือกินเรียบ”
หา!!!
คนใช้คนหนึ่งหันไปถามเพื่อน“แบบนี้เจ้ามือก็ได้เปรียบสิ อันไหนที่ใครไม่ทาย ก็เขย่าให้ออกอันนั้น”
เพื่อนตอบ
“ให้แกไปเขย่าแล้วทำให้ออกอันที่ไม่มีใครลงพนัน แกทำได้ไหมเล่า”
นั่นสิ..ไม่ใช่ว่าไม่มีใครรู้แต่ว่าก็เถียงไม่ได้หรอกว่ามันทำยากแถมแก้วที่คุณชายเล็กใช้เป็นแก้วใสธรรมดาที่รองก็ไม่ซุกซ่อนอะไรไว้แน่แบบนี้ก็แฟร์แล้วไม่ใช่เหรอ
เวลาผ่านไปหลายตาคนที่รวยเอา ๆ ไม่ใช่ใครอื่นคือเจ้ามือนั่นเอง คุณปู่กับคุณย่าเหรียญหมดแล้วแถมเป็นหนี้คนรับใช้ด้วย พ่อกับแม่ก็พ่ายแพ้ตามมาติด ๆ ด้วยเหตุผลเดียวกันตอนนี้พี่รองกับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้เท่านั้นที่ยังมีเงินให้ผลาญอยู่
ที่จริงจะนับพี่สะใภ้ด้วยก็ไม่ถูกเพราะเงินส่วนที่พี่สะใภ้เล่น เป็นของพี่ใหญ่
“ตาสุดท้ายแล้วเถอะ เหลือไว้เติมน้ำมัน” จ้าวจูหลั่นต่อรองน้องชายทำหูทวนลม วันนี้พี่ชายทั้งสองโดยเฉพาะพี่รองไม่หมดตัว เขาจะไม่ยอมหยุดเล่น
“ก็ได้ อ่ะ..เอาไป”
“พี่รองลงต่ำ พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ล่ะครับ”
เหรินซวงอิ๋นลงสูงแล้วให้สามีลงตอง น้องชายหน้ายู่ “พวกพี่อย่าลงดักทางสิครับ”
การดักทางได้ผลเปิดมาลูกเต๋าเป็นสูงหมด พี่สะใภ้ยิ้มรับทรัพย์อยู่คนเดียวจ้าวจิงถิงจะยื่นมือมาแต่โดนเหรินซวงอิ๋นชิงตัดหน้า เอาเงินไปหมด
“คุณลงตองอ่ะ ไม่ได้สักหน่อย”
“แต่นี่มันเงินฉันนะ”
“แต่ผมทายสูงอ่ะ” แล้วก็หันไปหาทัพหน้า “คุณย่าครับ” จ้าวจูหลั่นดุหลานชายพร้อมรอยยิ้ม
“จิงถิงแกล้งน้องทำไม”
“ผมไม่ได้แกล้ง แม่ดูเขาสิ”
“คุณดูลูกชายคุณสิ ฟ้องแม่เป็นเด็กไปแล้ว” วิกตอเรียขำแล้วส่ายหน้าเดินไปนั่งข้างคุณชายรอง “มาจูหลั่นแม่ช่วย”
จ้าวจ๋ายอิงไม่ยอม“คุณแม่อย่าสิครับ ทุกคนรุมผมเหรอ”
ทุกคนหัวเราะใส่เขาพวกผู้ใหญ่มองมา ราวกับว่ามองลูกมองหลานที่ยังไม่โต ช่างเป็นช่วงเวลาที่ชวนผ่อนคลายและไม่ใช่จะเห็นได้บ่อยนัก
จ้าวจูหลั่นไม่เคยมีโมเม้นท์เช่นนี้มาก่อนนี่หรือการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว อย่างที่เขาฝันถึงมาตลอด มันก็...ไม่เลวนะเขาคิดถึงแม่ที่เคยสั่งเสียก่อนจากไป
‘ลูกต้องมีชีวิตที่มีความสุขแทนแม่ ไม่ใช่ความผิดของใคร ผิดที่แม่โชคร้ายและยอมแต่งเองไม่มีใครบังคับแม่ ดังนั้นลูกอย่าเอาความทุกข์ของแม่ไปเป็นของลูกเด็ดขาด’
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยวางความแค้นเรื่องแม่ไว้ชั่วคราว อย่างน้อยก็จนกว่าพี่ใหญ่จะไม่หางโผล่หรือผู้ใหญ่ในบ้านจะไม่ลำเอียงอีก
ขณะที่กำลังสนุกกันอยู่นั้นแขกหัวโล้นที่ทุกคนลืมเขาไปแล้ว ก็เดินเข้ามา “ทำอะไรกันอยู่เหรอครับครึกครื้นเชียว”
เหรินซวงอิ๋นเห็นเจ้ามือยิ้มหวานล่อลวง“พี่ลิ้วมาเล่นด้วยกันไหมครับ”
เออน้องมันก็แสบพอตัวนะเจ้าโล้นจะรู้ไหมว่ากำลังจะหมดตัวน่ะ
“เล่นครับเล่น”
ชักสนุกแล้วสิ