ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 สายตาเห็นใจ

            เมื่อได้ลิ้มรสปลาน้ำแดง ความขุ่นเคืองในใจของจ้าวลี่เจวียนก็มลายหายไป

            ปลาน้ำแดงนั้นปรุงรสได้ที่ เนื้อปลาสดนุ่มละมุนลิ้นเข้าเนื้อส่วนเกี๊ยวทอดก็เหมือนกับที่สวี่จือจืออธิบาย ดูดซับน้ำซุปปลาจนชุ่มฉ่ำ

            ในขณะที่เปิดฝาหม้อ ทุกคนในครัวต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบๆ

            สวี่จือจือคีบเกี๊ยวทอดออกมาวางก่อน โรยผักชีเล็กน้อยลงในหม้อผัดคลุกเคล้าสองสามที แล้วตักใส่ชามใบใหญ่ ในหม้อต้มน้ำซุปอีกใบ น้ำซุปปลาสีขาวนวลกำลังเดือดพล่านเธอโยนผักใบเขียวลงไปเล็กน้อย เต้าหู้ขาวนุ่มกับใบไม้สีเขียวสด ดูแล้วชวนน้ำลายสอ

            ตอนที่ตักข้าวขึ้นมานั้น ลู่หลิงซานก็ถูกโจวเป่าเฉิงตามกลับมาแล้วแต่ก็ยังไม่กล้าลงมากินอาหาร

            เหอเสวี่ยฉินหมายจะตักให้อีกฝ่ายไปกินคนเดียว

            จ้าวลี่เจวียนหัวเราะเยาะในลำคอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

            ในบ้านยังมีหญิงชราอยู่นะ สองผัวเมียบ้านรองจะตามใจลูกสาวแต่หญิงชราไม่โง่หรอก

            “ไม่อยากกินก็แปลว่าไม่อิ่ม” เป็นไปตามคาดหญิงชราพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง “อะไร? จะให้ยายแก่ไม่มีขาอย่างฉันไปเชิญเธอเหรอ?”

            เรื่องนี้ลู่หวยเหรินไม่กล้าแน่นอน รีบพูด“แม่กินข้าวเถอะครับ เธอเป็นเด็กคนหนึ่ง ไม่กินมื้อเดียวก็ไม่ตายหรอก”

            ถ้าเป็นแค่ขนมปังข้าวโพดกับผักดอง ไม่กินก็ไม่เป็นไร แต่นี่เป็นปลาน้ำแดงกับซุปปลา ปีหนึ่งจะได้กินสักกี่ครั้งกัน

            “คุณแม่” เหอเสวี่ยฉินพูดพลางยิ้ม “เธอแค่แกล้งงอนเท่านั้นเดี๋ยวก็ลงมากินเองแหละค่ะ” พูดจบก็ประคองเอวที่ยังปวดเล็กน้อยไปตามลูกสาว

            เมื่อกี้ ลู่หวยเหรินดึงเธอเข้าไปในห้องแล้วตำหนิเธออย่างหนัก ราวกับว่าถูกปลุกจากภวังค์ ถ้าพวกเขาถูกหญิงชราลู่ไล่ออกจากบ้านแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งผู้อำนวยการของลู่หวยเหรินเลย แม้แต่ครูบ้านนอกที่อยากจะเปลี่ยนเป็นครูประจำการของเธอก็คงจะไม่มีหวังไปเลย

            คำพูดของลู่หวยเหรินเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงมาดับไฟในใจของเหอเสวี่ยฉินจนมอด

            หญิงชราใจร้ายก็จริง แต่ผลประโยชน์ที่อีกฝ่ายให้กับพวกเขาช่างมากมายนัก ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แม้แต่บ้านเดิมของเธอก็ได้รับผลประโยชน์ไปด้วย

            คุณนายลู่มีชีวิตมาถึงเท่านี้ ผ่านอะไรมาก็มากความคิดในใจของเหอเสวี่ยฉิน หญิงชราจะดูไม่ออกได้อย่างไร เธอจึงไม่ใส่ใจเลย

            “แม่หนูจือจือ” หญิงชราคลี่ยิ้ม ตักเนื้อปลาให้สวี่จือจือ“เหนื่อยหน่อยนะ” แล้วกล่าวต่อ “กินข้าวกันเถอะ”

            ส่วนลู่หลิงซานที่ยังไม่มา จะกินก็กิน ไม่กินก็แล้วไปไม่ตามใจนิสัยเสียนี้

            เหอเสวี่ยฉินกัดฟัน ก้าวเท้าให้เร็วขึ้น! กลัวว่าถ้าช้ากว่านี้จะไม่ได้กินแม้แต่น้ำซุป

            หลังจากกินอาหารเย็น ทุกคนจะไปนั่งเล่นที่หน้าหมู่บ้านพูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อย ส่วนเด็กๆ ก็จะออกไปหาแมลงจักจั่นหลังบ้าน บางคนโชคดี ในคืนเดียวก็จะหาตัวอ่อนจักจั่นได้มากมายเอาไปหมักเกลือไว้หนึ่งคืนแล้วนำไปทอด รสชาติอร่อยอย่าบอกใคร

            ชาติก่อนตอนที่สวี่จือจือยังเด็ก เธอก็เคยไปหาตัวอ่อนจักจั่นในหมู่บ้านหรือแม้แต่ตอนกลางวันก็จะใช้ไม้ไผ่ยาวไปสอยตัวจั๊กจั่นที่อยู่บนต้นไม้ เอาไปเผาไฟกิน เนื้ออาจจะมีน้อย แต่รสชาติอร่อยอย่างน่าประหลาด

            หลังจากเก็บกวาดครัวเสร็จ เธอพูดกับลู่ซืออวี่“อยากไปหาตัวอ่อนจักจั่นไหม?”

            “พวกเรา...ทำได้เหรอคะ?” ลู่ซืออวี่ขมวดคิ้ว อยากจะถามว่าทำแบบนี้มันจะผิดธรรมเนียมไปหรือเปล่าดูไม่เหมือนคุณหนูผู้ดีเลย

            แต่ไม่รู้ทำไมกลับรู้สึกว่าคำพูดนั้นมันไม่ถูกต้อง อีกทั้งในใจของเธอก็อยากทำแบบนั้นมาตลอด เพราะตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็ไม่เคยจับตัวอ่อนจักจั่นเลย

            ทุกครั้งที่เห็นเด็กๆ ในหมู่บ้านออกไปจับเธอก็รู้สึกอิจฉา แต่ลู่หลิงซานกลับดูถูก บอกว่ามีแต่พวกเด็กจรจัดเท่านั้นที่ทำแบบนั้น เหอเสวี่ยฉินก็พูดว่าแบบนั้นมันน่าอาย ทำให้ตระกูลลู่ขายหน้า

            “มีอะไรไม่ดีเหรอ?” สวี่จือจือพูดพลางหัวเราะ “พวกเราไปขโมยหรือแย่งมาเหรอ?”

            เห็นได้ว่าไม่ใช่

            “ไปกันเถอะ” สวี่จือจือพูดพลางหัวเราะ “รอพวกเราจับตัวอ่อนจักจั่นได้แล้วฉันจะทอดให้เธอกิน”

            รสชาติแบบนั้น จนถึงตอนนี้เธอก็ยังคิดถึงอยู่เลย

            ลู่จิ่งเหนียนได้ยินว่าพวกเขาจะไปจับตัวอ่อนจักจั่นก็ร้องโวยวายว่าจะไปด้วย ถูกจ้าวลี่เจวียนด่าไปชุดใหญ่ โตขนาดนี้แล้วไม่มีความหนักแน่นเอาเสียเลย

            “แต่พี่สะใภ้ผม...”

            “นังเด็กผู้หญิง” จ้าวลี่เจวียนด่า “แกไปดูที่หน้าบ้านสิแกอยากจะเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กหรือไง? รอแกมีลูกชายแล้ว แกอยากจะพาลูกชายแกไปจับอะไร แม่ก็จะไม่ว่า”

            เอาแล้ว เอาอีกแล้ว ตั้งแต่ลู่จิ่งซานแต่งงาน แม่ของเขาก็เริ่มตามจิกเรื่องแต่งงานแล้ว

            “ผมไปฟังคนเมาท์กันที่หน้าหมู่บ้านดีกว่า”ลู่จิ่งเหนียนพูดอย่างหงุดหงิด

            จ้าวลี่เจวียนตีอกชกหัวด้วยความโมโห แล้วเหลือบมองลู่จิ่งซาน เป็นลูกชายของบ้านตระกูลลู่เหมือนกันแท้ๆทำไมถึงได้ต่างกันมากขนาดนี้?

            พอเห็นโจวเป่าเฉิงหวีผมมันแปล้ก็รู้สึกว่าลูกชายของตัวเองไม่ได้แย่เท่าไหร่ นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกว่าไม่มีการเปรียบเทียบก็ไม่เห็นความแตกต่างสินะ

            เมื่อเทียบกับโจวเป่าเฉิงแล้ว อย่างน้อยลู่จิ่งเหนียนก็เลี้ยงตัวเองได้อาศัยการค้าขายของ เขายังนำเงินมาให้ที่บ้านไม่น้อย ของกินของใช้ที่อยู่บนตู้ของเธอ ก็ล้วนเป็นของที่ลูกชายคนเล็กเอามาให้เธอ ไม่เหมือนโจวเป่าเฉิงที่เอาแต่กินนอนไปวันๆแถมยังต้องแบมือขอเงินเหอเสวี่ยฉินอีก

            จ้าวลี่เจวียนรู้สึกเหนือกว่าอีกครั้ง มองเหอเสวี่ยฉินด้วยสายตาเห็นใจเล็กน้อยให้กำเนิดลูกชายลูกสาวไม่เอาไหนแบบนี้ อนาคตคงต้องลำบากน่าดู

            ว่าแล้วก็สะบัดร่างอวบอ้วนกลับห้องไป ปล่อยให้เหอเสวี่ยฉินงุนงง

            หมายความว่ายังไง? ผู้หญิงหยาบคายคนนี้ถึงกับมองเธอด้วยสายตาเห็นใจ!

            เหอเสวี่ยฉินถึงกับตกต่ำขนาดที่ต้องให้ผู้หญิงอย่างจ้าวลี่เจวียนมาเห็นใจแล้วเหรอ? โมโหแทบตายแล้ว!

            โอ๊ย! เอวของเธอ!

            “ผมไปด้วย” เสียงของลู่จิ่งซานดังขึ้น เมื่อเห็นสวี่จือจือมองมาก็ลูบจมูกอย่างไม่เป็นธรรมชาติ“ไปเดินย่อยอาหารน่ะ”

            สวี่จือจือตอบรับ ในเมื่อบอกว่าอยากจะทำความรู้จักกัน เธอก็ไม่ใช่ว่าจะทำไปส่งๆช่วงนี้ก็ถือโอกาสทำความรู้จักกันให้ดี อีกทั้งจากท่าทีของลู่จิ่งซานในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเขาก็ใช้ได้ทีเดียว แต่โดยรวมแล้วก็ยังไม่เลว

            พวกเขาหาถุงผ้า แล้วก็หาไม้ที่แข็งแรงสองสามอันในบ้านแล้วออกเดินทาง

            “บอกพวกคุณไว้ก่อนเลยนะ” สวี่จือจือพูดพลางคลี่ยิ้ม“ฉันจับตัวอ่อนจักจั่นเก่งมาก คืนนี้ต้องจับได้เยอะแน่ๆ”

            ลู่จิ่งซานหัวเราะ

            “ไม่เชื่อก็ลองแข่งกันได้นะ” สวี่จือจือเงยหน้าขึ้นพูด“ฉันจับกับทีมเสี่ยวอวี่ พวกเรามาดูกันว่าใครจับได้เยอะกว่ากัน”

            เฮ้อ ส่วนสูงของเธอ เมื่อไหร่จะสูงกว่านี้สักทีนะจะได้ไม่ต้องเงยหน้าคุยกับลู่จิ่งซานแล้ว

            “ได้สิ” ลู่จิ่งซานเลิกคิ้วมองภรรยาตัวน้อยของเขา

            “พี่ชายของฉันเมื่อก่อนก็จับตัวอ่อนจักจั่นเก่งมากนะ”ลู่ซืออวี่กระซิบเตือนสวี่จือจือ

            “ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ทั้งคน” สวี่จือจือตบหน้าอก ปากของเธอได้ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว ต้องจับตัวอ่อนจักจั่นได้เยอะแน่นอน

            “ดูสิ” สวี่จือจือพูดด้วยความตื่นเต้น “ตรงนี้มีตัวหนึ่ง” พลางยกมือขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

            เธอบอกแล้วไงว่า ปากที่ผ่านการปลุกเสกมา โชคจะต้องไม่แย่

            “บังเอิญว่า ผมก็จับได้ตัวหนึ่งเหมือนกัน”ไม่นาน ลู่จิ่งซานก็เจอตัวหนึ่งเหมือนกัน

            สวี่จือจือเบ้ปาก

            ปลุกเสกอะไรกัน? แค่เธอคิดมากไปเองเท่านั้น

            ตาของลู่จิ่งซานก็ช่างไวเหลือเกิน แป๊บเดียวก็จับได้เยอะขนาดนั้นแล้ว

            เมื่อมองดูถุงของตัวเอง สวี่จือจือก็รู้สึกว่าปากปลุกเสกอะไรนั่น มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นแหละ

            .............................

    นิยายแนะนำ

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023