(ต่อ)
“คามน์! คามน์จริงๆ ด้วย”
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ทะเลาะกัน น้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นเต้น ดีใจ ทั้งยังคุ้นเคยที่สุดดังมาจากด้านหลัง ทำให้ธารธารากับคามินทร์ถึงกับชะงักค้าง พอหันไปยังต้นตอของเสียงก็พบกับร่างระหงของหญิงสาวหน้าตาสะสวย สวมชุดแซกสีขาวหยุดยืนมองคนทั้งคู่
ทิชากร!!
ทิชากร ที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปจนเห็นได้ชัด ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไม่อาจบอกได้เลยว่าความรู้สึกที่อัดแน่นในใจตอนนี้คืออะไร มันมีทั้งความเสียใจ โกรธ ตื่นเต้น สับสน และยินดี กระทั่งรู้สึกว่ามีร่างเล็กของหญิงสาวตรงหน้าอยู่ในอ้อมกอด เขาถึงได้รู้ตัวว่ามันไม่ใช่ความฝัน ทิชากลับมา
“ดีใจจังที่ได้เจอพวกเธอที่นี่ ตอนแรกยังคิดว่าจำคนผิดซะอีก” ความตื่นเต้นทำให้ทิชากรไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติ อาศัยความคุ้นเคยที่มีต่อเพื่อนสนิทและอดีตคนรักถือวิสาสะนั่งลงเอง โดยที่ไม้องมีใครเชิญ
ธารธาราเองก็ใจนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าคนที่หายเข้ากลีบเมฆไปแล้วจะโผล่ออกมา ทั้งยังทำให้เธอได้เห็นว่าคามินทร์ไม่มีทางลืมผู้หญิงคนนี้ได้เลย เธอพยายามกลั้นน้ำตาที่จวนจะไหล แต่ภาพที่ทั้งสองคนกอดกันแน่น สายตาที่บอกถึงความดีใจ เธอทนที่จะเห็นภาพตรงหน้าต่อไปไม่ไหวจริงๆ
ท่อนขาเรียวยาวก้าวเดินมาจนถึงสวนกว้าง ร่างบางซวนเซจนต้องเกาะรั้งพนักพิงเอาไว้แน่น น้ำตาที่มันไหลออกมาไม่สามารถทำให้ความเ็ป ที่เกิดขึ้นจางหายไปได้ ทำไมผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นต้องกลับมาอีก ลำคอระหงตีบตันเหมือนกับมีก้อนอะไรสักอย่างอัดแน่นอยู่ในนั้น แม้แต่เสียงสะอื้นที่ควรดังออกมาเธอกลับร้องไม่ออก เธออิจฉาผู้หญิงคนนั้นที่ได้ความรัก ได้ทุกสิ่งทุกอย่างจากคามินทร์ แต่เธอล่ะ เธอได้อะไร เพียงแค่ผู้หญิงคนนั้นกลับมาเธอก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป จนถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้เลยว่าคามินทร์จะเห็นว่าเธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรือยัง
เสียงเตือนดังขึ้นปลุกให้คนที่จมอยู่กับความคิดหลุดออกจากภวังค์ เธอได้คำตอบแล้ว
‘รอคามน์อยู่ที่ร้านนะ คามน์มีธุระสำคัญแล้วจะกลับมารับ’
คำว่าธุระสำคัญสำหรับคามินทร์ก็คงจะไม่พ้นเื่ของทิชากร เพียงตัวอักษรไม่กี่คำ กลับทำให้หัวใจของเธอราวกลับถูกบดขยี้อย่างไม่มีชิ้นดี คำสัญญา คำบอกรักที่เธอได้ยินจากเขามันจริงใช่ไหม
ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ภายในห้องพักผู้โดยสารที่กำลังรอขึ้นเครื่อง หญิงสาวนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในสมองของเธอว่างเปล่าแล้วจริงๆ เธอควรทำอย่างไรต่อไป จะยังเชื่อในตัวคามินทร์หรือเชื่อในสิ่งที่เห็นด้วยสองตาของตัวเอง
คามินทร์ที่เดินเข้ามาให้ห้องพักผู้โดยสารด้วยอาการหัวเสีย เมื่อเห็นคนที่เขากำลังตามหา ก็รีบตรงเข้าไปหาหวังเพียงจะตำหนิหญิงสาวที่ทำให้เขาต้องตามหาตัวให้วุ่น จนพนักงานที่รีสอร์ทมารายงานว่าธารธารากลับมาเอาของและให้คนขับรถมาส่งที่สนามบินภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว เขาถึงได้วางใจรีบตามมาทันที คามินทร์แทบทนไม่ไหว ตลอดเส้นทางกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็มที่เขาทนนั่งมาในรถ โดยไม่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไรธารธาราถึงต้องมาที่นี่ก่อน กระทั่งทิชากรเองก็เป็ห่วง แต่ไม่สามารถตามมาได้ในตอนนี้
“ทำไมไม่รอ หนีมาก่อนทำไม ไม่รู้หรือไงว่าเขาตามหากันให้วุ่น” เสียงห้วนบอกว่ามีโทสะถามคาดคั้นหวังคำตอบ แต่ร่างบางก็ยังนิ่งงัน จนชายหนุ่มเห็นผิดสังเกต ดวงตาหวานซึ้งแดงก่ำบวมช้ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ทำให้ถ้อยคำที่จะพูดออกมาต่อว่าถูกกลืนลงไปทันที
“ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไร” คามินทร์ถามอย่างร้อนใจ มือหนาเอื้อมมาจับร่างบางสำรวจตามเนื้อตัว เพราะคิดว่าเกิดเื่ไม่ดีขึ้น แต่เมื่อไม่พบก็โล่งใจ จนสายตาเหลือบไปเห็นภาพถ่ายที่หญิงสาวบอกว่าชอบหนักหนา คามินทร์มองหญิงสาวที่เอาแต่นั่งนิ่ง เขาถามอะไรก็ไม่ยอมตอบอย่างเป็กังวล ก่อนเอ่ยถามเพื่อหวังสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น
“ชอบรูปนี้มากเลยเหรอธารา คามน์เห็นถือไม่ยอมวาง” คามินทร์มองเซี้ยวดวงหน้าสวยรอฟัง รอยยิ้มที่เตรียมจะส่งให้กลับค่อยๆ จางหายเมื่อได้ฟังคำเอื้อนเอ่ย
“ธาราจะเก็บไว้ เผื่อไม่ได้อยู่ด้วยกัน จะได้เอาไว้ดูเวลาคิดถึง” ประโยคธรรมดาแต่กลับทำให้หัวใจของชายหนุ่มเจ็บแปลบเมื่อได้ยิน แค่คิดว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเขาก็แทบจะทนไม่ไหว หากไม่มีธารธารา แล้วเขาจะอยู่ได้ยังไง ดวงตาคมตวัดมองร่างบาง มือที่กุมมือบางบีบแน่นเป็การเตือน
“อย่าพูดแบบนี้อีก คามน์ไม่ชอบ” คามินทร์ลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศเรียกให้ขึ้นเครื่องพร้อมกับคว้ากระเป๋าของหญิงสาวมาถือไว้ เดินนำออกไปจากห้องพัก โดยไม่สนใจว่าธารธาราที่มองเขาจากด้านหลังจะเป็อย่างไร จะเดินตามเขาออกมาไหม
“ธารายังเชื่อใจคามน์ได้อยู่ใช่ไหม” เสียงหวานกระซิบแ่ ราวกับ้าฝากสายลมไปให้ถึงร่างสูงที่เพิ่งเดินจากไป เมื่อไหร่กันที่เธอกับเขาจะได้อยู่ด้วยกันโดยที่ไม่มีชื่อของทิชากรผ่านเข้ามา เธอจะทนไปได้อีกนานสักเท่าไหร่ แล้วถ้าวันหนึ่งเธอไม่มีคามินทร์อยู่ข้างๆ แล้วเธอจะทำอย่างไร ความคิดฟุ้งซ่านประดังประเดเข้ามาไม่หยุดหย่อน จนเธอมองไม่เห็นเลยว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคามินทร์จะจบลงอย่างไร
เป็อีกวันที่คฤหาสร์อัครภูวดลต้องทนรับโทสะของคามินทร์ แม้ว่าเขาจะไม่ได้มาตอแยขอพบธารธาราทุกวันเหมือน่แรกๆ เพราะอยากให้หญิงสาวคลายจากความโกรธที่เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นลงบ้าง แต่นี่ผ่านมาแล้วสามเดือนเต็มๆ ธารธาราก็ยังปฎิเสธที่จะพบเขา ั้แ่กลับมาจากภูเก็ตทุกอย่างแย่ลงจนเขาเหนื่อยมากจริงๆ
พอพ้นจากคามินทร์ที่เพิ่งจะขับรถออกไปได้ไม่นาน กันตพลที่ขับรถเข้ามาก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเข้ามาในคฤหาสน์ สอดส่ายสายตาหาบุตรสาวเ้าของบ้านด้วยความร้อนใจ ดูเอาเถอะกระทั่งเสื้อผ้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยน ข้าวสักคำก็ยังไม่ได้กิน แค่ตามก้องภพไปเที่ยวเที่ยวโรม 2-3 เดือน กลับมาอีกทีเขาถึงกับช็อคไปพักใหญ่ นี่มันเื่บ้าบออะไรกันอีก ทำไมทิชากรที่หายไปแบบไร้ร่องรอย ไม่ติดต่อกลับมาเป็เกือบปีถึงได้โผล่มาในเวลาที่ทั้งธารธารากับคามินทร์กำลังไปด้วยกันได้ดี นี่มันเื่บ้าชัดๆ
เขาไม่น่าอยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์โดยไร้เทคโนโลยีเลย กว่าจะรู้เื่ก็ตอนขึ้นเครื่องบินกลับ พอเห็นข้อความที่ธารธาราฝากเอาไว้ ใจของเขาร้อนรนยิ่งกว่าโดนไฟสุมทรวงเสียอีก ห่วงก็ห่วง ต้องทนทรมารใจอยู่บนเครื่องบิน ถ้าเขารู้ก่อนคงจะรีบแจ้นบินกลับมาตั้งนานแล้ว ยัยธาราก็ไม่รู้จะเป็ยังไงบ้าง ทั้งเขา ทั้งก้องภพ ไม่มีใครอยู่เมืองไทยเลยสักคน
ทิพย์ธาราเพิ่งกลับมาจากข้างนอกก็บังเอิญเห็นกันตพลเข้า ถึงกับส่ายหน้าอาการอย่างนี้คงโดนแม่ลูกสาวตัวดีของเธอจี้ให้มาหาอย่างรีบด่วนแน่ๆ เธอไม่สบายใจจริงๆ ทั้งหลานชายกับบุตรสาวของเธอแปลกไปจากเดิมจนทุกคนรู้สึกได้ ดูก็รู้ว่ามีเื่ไม่สบายใจเกิดขึ้น แต่จะทำอย่างไรในเมื่อไม่มีใครยอมตอบคำถามเลยสักคน
คามินทร์ก็ยังมาๆ ไปๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้หาทางพบธารธาราเหมือนเคย พอถามนารีนาทรายนั้นยิ่งทำท่าหนักใจกว่า ตอนแรกที่ทั้งคู่กลับมาจากภูเก็ต พวกท่านดีใจมากที่ได้เห็นแหวนบนนิ้วของธารธารา ยังแอบคุยกันลับหลังว่าจะตัดชุดร้านไหน เชิญแขกเท่าไหร่ แต่ก็รอเก้อ
แถมหลังๆ มาคามินทร์ก็อยู่ไม่ค่อยติดบ้าน บางครั้งก็อ้างว่าต้องนอนที่คอนโดเพราะงานยุ่ง ทั้งที่นารีนาทคอยโทรฯ เช็กกับหน่วยข่าวกรองอย่างสมร เลขาสาวใหญ่อยู่ตลอด ถึงได้รู้ว่าบุตรชายโกหก
“ตากันต์มาหายัยธาราเหรอลูก อยู่บนห้องแน่ะ เดี๋ยวป้าให้เด็กขึ้นไปตาม…” ทิพย์ธาราเอ่ยกับ (อดีต) หลานชาย ที่เดินส่งยิ้มเข้ามาหา ทั้งยกมือขึ้นไหว้
“กันต์ขึ้นไปหาเองดีกว่าครับป้าทิพย์”
ท่าทางรีบร้อน ทำให้ทิพย์ธาราเดาได้ว่าชายหนุ่มต้องรู้เื่ที่เกิดขึ้นแล้ว “เดี๋ยวตากันต์ ถ้ามีอะไร ขอร้องอย่าปิดบังป้าได้ไหมลูก” คงมีแต่กันตพลเท่านั้นในเวลานี้ที่ธารธาราไว้ใจจะเล่าเื่ทุกข์ใจให้ฟัง
“ไม่ต้องห่วงครับป้าทิพย์ กันต์ไม่ทิ้งธาราแน่นอน”
“ขอบใจนะลูก”
บริเวณชั้นสองของคฤหาสน์หลังใหญ่ เงียบสงบไปทั้งชั้นเพราะไม่ได้รับอนุญาตจากนายสาวของบ้านให้ขึ้นมารบกวน กันตพลที่คุ้นเคยกับบ้านหลังนี้เป็ทุนเดิมจึงไม่ต้องกังวลว่าจะหาธารธาราไม่เจอหากไม่มีคนนำทาง ร่างสูงหยุดยืนหน้าห้อง สูดลมหายใจอยู่หลายหนเรียกกำลังใจให้ตัวเอง มือหนาเคาะประตูห้องพอเป็พิธีและเปิดเข้าไป ก่อนที่จะได้ยินเสียงอนุญาตจากเ้าของห้องเสียอีก
“ยัยธารา ทำไมแกถึงปล่อยให้ตัวเองโทรมแบบนี้” กันตพลลมแทบจับ ภาพแรกที่เขาได้เห็นไม่เกินกว่าที่คาดเอาไว้ ใต้ตาดำคล้ำ ทั้งบวมทั้งแดง ไม่รู้ว่าร้องไห้มานานแค่ไหนแล้ว
“กันต์!!!” ร่างบางโผเข้าหาอ้อมกอดของเพื่อน เสียงร้องไห้ดังสุดเสียงอย่างสุดจะกลั้น
คามินทร์คนที่เอ่ยปากขอเธอแต่งงาน คนที่บอกว่าให้เธอเชื่อใจ เหลือเพียงนายคามินทร์ที่ทุกลมหายใจเข้าออกมีแต่ทิชากร หากเธอไม่สงสัยจนต้องให้คนของคุณพ่อตามดู ก็คงไม่รู้ว่าทุกๆ วันชายหนุ่มมักจะแวะเวียนไปหาทิชากรอยู่เสมอ แม้ไม่ได้พบแต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้
“ไม่เป็ไรนะธารา เงียบซะคนดีของกันต์” มือหนาลูบผมยาวสลวยของหญิงสาวแ่เบา “ไหนเล่ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น ไปเจอยัยทิชาได้ยังไง” นิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาที่ไหลเปรอะเปื้อนแก้มเนียน ตลอดเวลาที่ฟังเื่ราวจากคนตรงหน้า มันบีบหัวใจเหลือเกิน
“ฉันกลัว….” เสียงหวานแหบแห้งเอ่ยแ่เบา ดวงตากลมโตสับสนไปด้วยอารมณ์จนผิดสังเกต เมื่อเห็นว่ากันตพลยังคงนิ่ง ไม่ยอมพูดอะไร ธารธาราก็ได้แต่มองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ
“แกกลัวอะไร…เมื่อก่อนเจอเื่หนักกว่านี้มาก แกยังไม่เคยเป็แบบนี้” กันตพลจ้องหน้าหญิงสาวอย่างคาดคั้น “ธารา…ฉันถามอะไรแกหน่อยได้ไหม แกอย่าโกหกฉันนะ”
ธารธาราจ้องหน้ากันตพลนิ่งอย่างรอคอย เมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มมองมาอย่างจับพิรุธ
“ตัวแกไม่เหมือนเดิมแล้วใช่ไหม”
ธารธารานิ่งอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่เพียงก้มหน้าหลบสายตา เพียงเท่านี้กันตพลก็ได้รับคำตอบแล้ว เสียงถอนหายใจที่ดังออกมาพร้อมกับนิ้วเรียวยาวจับคางมนให้เงยขึ้นสบกับดวงตาเรียวเล็ก
“ไปอาบน้ำแล้วลงไปกินข้าวกันเถอะ กันต์หิวแล้ว เป็ห่วงจนกินอะไรไม่ลงมาั้แ่เมื่อวาน ตอนนี้ต่อให้เอาช้างมาวางไว้ตรงหน้ากันต์ก็กินได้จนไม่เหลือกระดูก” คำพูดที่ไปคนละอารมณ์ เป็คำปลอบประโลมที่เธอรู้ดีว่ากันตพล เลือกที่จะอยู่ข้างเธอ และจะคอยปกป้องเธอจากทุกสิ่ง
“ขอบคุณนะกันต์” ธารธาราโผเข้าซบกับอกแกร่งของเพื่อนอีกครั้ง นึกขอบคุณชายหนุ่มที่ไม่เคยทอดทิ้งเธอ
คิดว่าพอลงมาแล้วจะได้กินอาหารมื้อใหญ่ แต่ที่ไหนได้กลับลืมไปว่าวันนี้เป็อาทิตย์ ซึ่งกฎของบ้านอัครเมฆินทร์ก็คือการกินข้าวร่วมกันพร้อมหน้า ธารธารากับกันตพลถูกใช้ให้มาตามครอบครัวคามินทร์แบบไม่เต็มใจ ทั้งคู่เดินลัดเลาะตามเส้นทางลาดยาวมาจนถึงรั้วไม้เลื้อย แม้จะใกล้พลบค่ำแต่บรรยากาศโดยรอบยังดูร่มรื่นเย็นสบาย ทำให้ธารธารารู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย รอยยิ้มที่หายไปนานก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อหันมาเจอกันตพลที่คอยส่งยิ้มเป็กำลังใจ แต่ความรู้สึกดีๆ ก็อยู่กับเธอได้เพียงไม่นาน
เสียงพูดคุยที่ดังแว่วเข้ามากระทบหู ทำให้ธารธารานิ่งเกร็งราวกับถูกหมัดน็อค เธอจำเสียงนั้นได้ดี กันตพลเห็นอาการของหญิงสาวก็ไม่รอช้า ลากธารธาราให้เดินตามหาต้นตอเสียงว่ามาจากตรงไหน จนมาถึงซุ้มที่ตั้งอยู่ริมรั้ว ก็เห็นสองร่างคุ้นตาที่รู้จักกันมานานและคงไม่มีวันลืม
“ขอโทษด้วยนะคามน์ วันนั้นที่เจอกันทิชาดีใจมากถึงได้รีบเข้าไปทัก แต่พอแยกกันถึงได้มาคิดว่าตัวเองทำเื่ไม่ดีอะไรเอาไว้ เลยไม่กล้าเผชิญหน้ากับคามน์อีก” ร่างระหงเอื้อมมือมาแตะบนหลังมือของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอก็ตัดสินใจอยู่นานกว่าจะกล้ามาขอพบเขา แม้ว่าก่อนหน้านี้คามินทร์เองก็พยายามมาหาเธออยู่เสมอก็ตาม แต่เธอบ่ายเบี่ยงไม่ยอมพบ จนนึกว่าเขาจะโกรธเธอเสียแล้ว
“ไม่เป็ไร คามน์ก็แค่ห่วงเห็นจู่ๆ ก็หายไปอีก ส่วนเื่ของเรามันผ่านไปแล้ว ก็อย่าไปสนใจมันอีกเลย” คามินทร์มองหญิงสาวตรงหน้า พยายามชั่งน้ำหนักในใจของตัวเอง และเขารู้ดีว่าความรู้สึกของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “แล้วนี่กลับมาเที่ยวหรือมาอยู่ถาวร”
“ยังไม่รู้เลย” เสียงของหญิงสาวแ่เบา อยากจะระบายออกมา แต่เธอไม่กล้า
“มีปัญหาอะไรรึเปล่า แล้วทำไมเขาไม่กลับมาด้วยกัน”
“ทิชา…หนีเขามา” พอถูกคำถามกระตุ้นความรู้สึกที่พยายามกักเก็บเอาไว้ ก็พรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตา คามินทร์รีบดึงร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
“ทำไม?”
“เขาทำให้ทิชาเจ็บ เจ็บตรงนี้” มือเรียวเล็กพยายามทุบตรงหัวใจเพื่อระงับอาการเจ็บแปลบ ยามที่ต้องนึกถึงคนใจร้าย เธอรักเขา แต่เขาไม่เคยรักเธอ ทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขามันเป็แค่เกม เกมที่เธอ ‘แพ้’
ธารธารายืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบๆ น้ำตาสักหยดไม่มีไหลริน มือบางที่เคยจับจูงมือหนาของกันตพลบีบแน่นราวกับ้าสะกดกลั้นทุกสิ่งอย่าง ภาพเก่าๆ ระหว่างคามินทร์กับทิชากรไหลเวียนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลงไป แต่เธอยังคล้ายได้ยินเสียงโวยวายของกันตพลที่ร้องออกมาอย่างใ
“ยัยธารา ใครก็ได้ช่วยที” กันตพลพยายามเขย่าร่างบางที่นอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขน
คามินทร์ที่ได้ยินเสียงโหวกเหวกรีบวิ่งเข้ามา เมื่อได้ยินชื่อของหญิงสาว พอเห็นว่าธารธาราหมดสติอยู่ในอ้อมแขน ของกันตพลเขาก็ลนลานขึ้นมา
*** ไรท์ขอฝากรีดเดอร์ผู้น่ารักที่แวะเวียนมาหาตาคามน์กับหนูธารา คอมเม้นต์ แนะนำ ติ ชม พูดคุยกัน เพื่อเป็ทั้งกำลังใจและไรท์จะได้นำความคิดเห็นไปพัฒนา ปรับปรุงงานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป ขอบคุณค่ะ