The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่106 บุกดันเจี้ยน10 (อดีตของเซเลน่า1)

    จากคนเขียน: ผมได้ REMAKE ท้ายตอนที่105 ใหม่อีกรอบ เมื่อ 27/06/64 ก่อน 14:00 น. ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอน REMAKE อย่าลืมเข้าไปอ่านกันก่อนนะครับ!!!

             -------------------------------

             จุดนอนฝั่งผู้ชายนั้นไม่ต่างจากฝั่งผู้หญิง

              ถุงนอนจำนวนมากวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ

              ภายในถุงนอนมีนักเรียนห้องS มุดตัวนอนอยู่ภายใน

              โคมไฟขนาดเล็กส่องสว่างวางแต่ละจุดข้างถุงนอนท่ามกลางบรรยากาศอันมืดมิดยามค่ำคืน

              เรเวลเดินไปยังจุดวางถุงนอนของตน

              ข้างๆมีถุงนอนอีกฟูกหนึ่งซึ่งข้างในนั้นมีเด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลนอนอยู่อย่างสงบ 

              ‘รูอันหลับสนิทเลยแหะ’

              เรเวลเปิดปากถุงนอนของตัวเองออกแล้วมุดตัวเข้าไปนอนข้างใน

              ‘เราเองก็นอนบ้างดีกว่า’ 

              เขานอนในสภาพที่ไม่ได้ถอดชุดเกราะออกเพื่อความปลอดภัย 

              เรเวลนอนหงายมองท้องฟ้าที่เต็มเป็นด้วยผลึกคริสตัลซึ่งตอนนี้ได้หยุดส่องแสงไปแล้ว

              อนุภาคแสงสีเขียวจำนวนมากลอยปะปนอยู่ในอากาศรอบตัวผสานกับแสงโคมไฟสีส้มท่ามกลางความมืด 

              สภาพแวดล้อมอันแปลกประหลาดและอากาศที่เริ่มหนาวเย็นขึ้นได้ชักนำให้เด็กหนุ่มเริ่มเข้าสู่ห่วงแห่งการนิทรา

              *************************

              เซซิเลียมุดตัวลงในถุงนอนแล้วมองใบหน้าด้านข้างของเซเลน่า 

              เด็กสาวผมยาวสีแดงตอนนี้หลับสนิทท่ามกลางแสงสีส้มสาดส่องใบหน้าอันงดงามของเธอที่สมกับเป็นราชวงศ์ 

              เซซิเลียยื่นมือไปจับแก้มของเซเลน่าแล้วลูบเบาๆ

              “ฝันดีนะเซเลน่า”

              เธอยิ้มให้เล็กน้อยแล้วนอนลงข้างๆกายเพื่อนของเธอ 

              **************************

              :8ปีก่อน ณ ประสาทราชวงศ์รีเซล:

              ‘เพี้ยะ!’

              “อ้าา..”

              เด็กน้อยผมสีแดงถูกตบหน้าจนล้มลง

              “ทะ..ท่านพ่อ”

              “ทำไมแค่เรียนรู้เวทมนตร์แค่นี้..ทำไมถึงทำไม่ได้…เป็นราชวงศ์แท้ๆ..”

              “แต่หนูก็ใช้เวทมนตร์ไฟได้หลายคาถาแล้วนะ”

              “อย่ามาเถียงนะ…เจ้าเด็กบ้า..พ่อรู้จากครูฝึกประจำราชวงศ์แล้ว…เพราะแกมัวแต่เล่นมากไปยังไงล่ะ…ลองดูน้องแกสิ!!”

              “ฮ่ะฮ่า…นี่แน่ะ”

              เด็กผู้ชายคนหนึ่งยิงบอลน้ำจากระยะไกลพุ่งใส่หัวเซเลน่า..จนผมสีแดงของเธอเปียกหมด

              “อ้ะ..เจ็บนะ!”

              เซเลน่าจับเส้นผมตัวเองแล้วมองไปยังเด็กผู้ชายคนนั้น

              เด็กคนนั้นมีผมสีแดงเหมือนกับเธอ..และอายุน้อยกว่าเธอเพียงแค่1ปี

              “มันไม่ได้เกี่ยวกับรู้จำนวนคาถาเยอะหรอก..แต่ปริมาณพลังเวทต่างหากล่ะ..ที่ฉันเหนือกว่าท่านพี่น่ะ”

              แววตาของเซเลน่าสั่นไหวและน้ำตาคลอออกมาเล็กน้อย

              “เก่งมากรูดี้…แบบนี้แหละสมแล้วที่เกิดมาเป็นผู้ชาย...เหมาะที่จะสืบทอดตระกูลรีเซลจริงๆ”

              ผู้เป็นพ่อกล่าวชมอย่างภาคภูมิใจ 

              “พูดอะไรน่ะครับ..ท่านพ่อ…เดิมทีคนที่เกิดมาเป็นผู้หญิงก็ไม่มีสิทธิจะสืบทอดตระกูลราชวงศ์อยู่แล้วนิ...ไม่สิ..แค่ตระกูลขุนนางยังสืบทอดไม่ได้เลย”

              รูดี้เดินมาแล้วเตะเซเลน่าออกไป..เนื่องจากขวางทางเดิน

              เมดที่อยู่รอบๆหลายคนบริเวณนั้นรู้สึกสงสารเซเลน่าอย่างมาก..แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

              “ก็นะ…ที่พูดมันก็ถูกนั่นแหละ..แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปพ่อกังวลว่า..”

              “หนูขอตัวนะคะ”

              เซเลน่าค่อยๆลุกขึ้นยืน

              “เดี๋ยวก่อนเซเลน่า..พ่อยังคุยกับลูกไม่จบ”

              “ปล่อยเขาไปเถอะครับท่านพ่อ…ผมเห็นท่านพี่เป็นแบบนี้ก็รู้สึกขยะแขยงลูกตาจริงๆ”

              เซเลน่าเดินจากไป..พร้อมกับมีเมดคนหนึ่งเดินตาม

              หลังเดินพ้นจากห้องทำงานของดยุคเซเฟอร์ผู้เป็นพ่อไม่นาน 

              “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะคะ..”

              เมดคนนั้นยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอ

              เซเลน่าหยิบผ้านั้นแล้วมาซับผมที่เปียกกับเช็ดใบหน้าของตน

              “คุณหนูคะ..อย่าถือสานายท่านเลยนะคะ…คือว่า..”

              “ไม่เป็นไรหรอก..ขอบใจนะ”

              เซเลน่าเดินจากเมดคนนั้นไป

              แต่ว่าเมดคนนั้นก็ยังเดินตามเธออยู่

              “ขอโทษด้วยนะ..แต่ฉันอยากอยู่คนเดียว..”

              หลังจากนั้นผ่านไปหลายวันเซเลน่าพยายามฝึกซ้อมเวทมนตร์หนักขึ้น..หนักขึ้น...แล้วก็หนักขึ้น

              ‘ไฟเยอร์โบลต์’

              ก้อนหิน1ก้อนระเบิดแหลกละเอียด

              “โถ่เอ้ยย..ทำไมใช้เวทมนตร์เท่าไหร่..ฝึกหนักแค่ไหน..ทำไมพลังเวทฉันถึงไม่เพิ่มขึ้นเลยล่ะ…ทำไมกัน!!!!”

              เซเลน่านั่งเข่าทรุดลงกับพื้น

              ณ ที่แห่งนี้คือสนามฝึกซ้อมที่เหล่าราชวงศ์หลายตระกูลต่างใช้ร่วมกัน

              บรรยากาศโดยรอบเป็นทุ่งหญ้ากว้าง…มีก้อนหินและหมายเลขเขียนอยู่บนก้อนหินเต็มไปหมด

              รวมทั้งมีอุปกรณ์เวทมนตร์ต่างๆที่ช่วยในการฝึกซ้อมวางอยู่มากมาย

              “น่าสมเพชจังเลยนะ”

              ‘อควอร์ช็อต’

              กระสุนน้ำขนาดเล็กถูกยิงจากปลายนิ้ว..พุ่งเข้าไปกระแทกก้อนหินขนาดใหญ่จนทะลุผ่านหลายก้อน..แล้วระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

              อานุภาพการทำลายล้างนั้นน่าตกใจเป็นอย่างมาก

              ‘ไม่จริงน่ะ!…แค่คาถาพื้นฐานเองทำไมถึงได้..’

              เซเลน่าคิดในใจแล้วมองภาพนั้นอย่างตกตะลึง

              “เห้อ..อุตส่าห์ออมแรงแล้วนะเนี่ย..เจ้าหน้าที่ดูแล..คงต้องไปหาก้อนหินเวทมนตร์มาเติมเพิ่มอีกละ”

              เด็กผู้ชายคนนั้นมองมายังเซเลน่าด้วยใบหน้าเยาะเย้ย

              ตอนนั้นเองมีเจ้าหน้าที่ประจำสนามเดินเข้ามา

              หากไม่ใช่คนรับใช้ใกล้ชิด หรือ ขุนนางระดับกลางขึ้นไป…เวลาจะใช้คำพูดกับราชวงศ์ต้องระวังเป็นอย่างมาก ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย ภาษาที่ใช้พูดจะต้องเป็นภาษาทางการเท่านั้น

             “องค์ชายน้อยกับองค์หญิงน้อย...ตอนนี้ได้เวลาปิดสนามฝึกซ้อมแล้วพะยะค่ะ” 

             “เข้าใจแล้ว..นี่มัน5โมงเย็นแล้วสินะ” รูดี้ตอบห้วนๆ  

              “…”

              เซเลน่าเงียบแล้วเดินจากไป

             “อะไรกัน..จะรีบไปไหนท่านพี่..พวกเราเองก็ต้องไปทานมื้อเย็นที่ห้องอาหารร่วมกับท่านพ่อท่านแม่ไม่ใช่หรอ..โอ๊ะโอ..ถ้าเวลาออกงานเป็นทางการต้องเรียกว่าเสด็จพ่อเสด็จแม่สินะ…แต่คนอย่างท่านพี่คงไม่จำเป็นต้องรู้หรอก..เพราะจะไม่มีวันได้ออกไปทำขายหน้าตระกูลเราไงล่ะ..ฮ่ะๆๆๆ"

             “…”

              เซเลน่าเงียบแล้วเดินไปต่อไปไม่สนใจ

              “ชิ…อย่ามาเมินกันนะ…ยัยพี่บ้า”

              รูดี้ดึงเส้นผมเซเลน่าอย่างแรง

              “โอ้ยย..เจ็บนะ”

             “ฉันคุยกับท่านพี่อยู่ไม่รู้รึไง!!!”

             “รูดี้..ปล่อยพี่นะ!!…พี่เจ็บ”

             “ถ้าเจ็บก็เอาชนะผมให้ได้สิ…”

              เซเลน่ายิง <ไฟเยอร์โบลต์>ใส่ทันที

              รูดี้เอียงหัวหลบได้แบบสบายๆ

              “หือ…ในที่สุดก็จะสู้แล้วงั้นหรอ?”

              “ฉันจะไม่ยอมถูกน้องชายอย่างนายรังแกอีกแล้ว”

              เซเลน่าตั้งท่าต่อสู้ 

              รูดี้เองยืนมองดูเฉยๆแบบสบายๆ

              “งั้นเข้ามาเลย..”

              ผ่านไป10วินาที

              เซเลน่านอนหมดสภาพแน่นิ่งกับพื้น..แถมบริเวณลำตัวมีบาดแผลมากมาย

              “อะไรกัน…นึกว่าจะแน่…เวทไฟมันแพ้ทางเวทน้ำอยู่แล้วยัยพี่โง่เอ้ย…แถมพลังเวทของท่านพี่ก็น้อยกว่าผมอีก..นี่ขนาดยังไม่ได้รับอาร์ติเฟกซ์เลยนะ…ฝีมือผมยังเหนือกว่าท่านพี่ตั้งขนาดนี้..หึ..เห็นแล้วทุเรศสายตาจริงๆ..คนอย่างท่านพี่ไม่น่าเกิดมาเป็นราชวงศ์เลย”

              รูดี้ถมน้ำลายลงพื้นแล้วเดินจากไป

              “…”

              เซเลน่าค่อยๆประคองตัวเองที่บาดเจ็บขึ้นมา

              “ทำไมกัน….ฮึก…ฮือๆๆๆๆ”

              เด็กสาวตัวน้อยนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นคนเดียว…

              เวลาผ่านไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ยามเย็นลับขอบฟ้า

              :19.00น. ณ ห้องอาหารปราสาทรีเซล:

              “การงานช่วงนี้เป็นยังไงบ้างคะ..ท่านเซเฟอร์”

              “ตระกูลเราไม่ได้ปกครองอาณาจักรในรัชสมัยนี้…แต่ก็มีงานทางการฑูตกับอาณาจักรอื่นอยู่เยอะ..โดยรวมถือว่าเหนื่อยเหมือนกัน”

              “งั้นหรอคะ..ถึงจะเหนื่อยแต่อย่าหักโหมเกินไปนะคะ”

              หญิงสาวผมสีแดงตักอาหารให้

              “ขอบใจนะเลน่า..”

              “ท่านพ่อท่านแม่…ผมกลับมาแล้วครับ><”

              “ว่าไงรูดี้..พ่อรออยู่พอดี”

              “ว่าไงจ๊ะรูดี้…วันนี้มีสเต็กแกะหิมะที่ลูกชอบด้วยนะ…แม่สั่งให้พ่อครัวกับเมดเตรียมให้แล้ว…มานั่งทานได้เลย”

              “ขอบคุณครับ..”

              รูดี้นั่งลงบนโต๊ะอาหาร..ที่เต็มไปด้วยอาหารหรูหราและเลิศรสมากมาย

              เด็กน้อยใช้มีดหั่นสเต็กแล้วทานอย่างเอร็ดอร่อย

              “เรื่องกังวลใจอย่างหนึ่ง..คือการสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์ปีนี้..ตระกูลแคทเธอรีนได้ที่1นะ…เห้ออ..” ดยุคเซเฟอร์ถอนหายใจออกมา

              การได้ที่1ของโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะการได้ป่าวประกาศชื่อลงในหนังสือพิมพ์หน้า1ทั่วราชอาณาจักร...ถือเป็นการสร้างบารมีและชื่อเสียงของราชวงศ์ตระกูลนั้นๆเช่นกัน

              “หนุ่มน้อยผู้ชายที่ชื่อลูมิเอลสินะคะ…ได้ข่าวว่าเป็นองค์ชายที่หน้าตาหล่อเหลามากๆเลย…แถมเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์สุดๆด้วย”

              “กว่าเซเลน่ากับรูดี้จะสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์ก็ยังอีกตั้งหลายปี..น่าลุ้นเหมือนกันนะ”

              “ไม่ต้องห่วงครับท่านพ่อ..ถึงตอนนั้นผมจะเอาที่1ให้ได้เลย!!”  

              รูดี้กำหมัดชูขึ้นอย่างมั่นใจ

              “สมกับเป็นลูกพ่อจริงๆ..แต่พ่อกังวลเรื่องเซเลน่ามากกว่า..ว่าจะไหวหรือป่าว…เพราะไม่ว่ายังไงเซเลน่าก็ต้องสอบก่อนรูดี้อยู่ดี..เพราะอายุมากกว่ารูดี้ตั้ง1ปีแน่ะ..”

              “คนแบบนั้นอย่าไปสนใจเลยครับท่านพ่อ..ไม่ว่ายังไงท่านพี่ก็เอาที่1ไม่ไหวหรอก”

              “จริงสิ..รูดี้..เซเลน่าไม่มาทานมื้อเย็นหรอ?…นี่ก็ค่ำแล้วนะ” เลน่าผู้เป็นแม่ถาม

              ตอนนั้นเองมีเสียงเปิดประตูห้องอาหารเข้ามา

              เมดหลายคนโค้งหัวคำนับ

              “กลับมาแล้วค่ะ”

              เซเลน่ากลับมาในสภาพเนื้อตัวสะบักสะบอม..แถมมีบาดแผลมากมาย

              “มาช้าจริงๆนะเซเลน่า..ไปเสียเวลาที่ไหนมาอีก..” ดยุคเซเฟอร์ผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงดุ

              “…”

              เซเลน่าไม่ได้ตอบอะไร..เธอทำเพียงแค่นั่งลงทานอาหารอย่างเงียบๆ

              รูดี้มองเซเลน่าด้วยสีหน้าชิงชัง

              เลน่าผู้เป็นแม่มองเธอด้วยความเป็นห่วง

              “เซเลน่า..ตอนนี้หนูก็7ขวบแล้วนะลูก..อย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระมากเกินไปล่ะ”

              “ค่ะ”

              “หนูเป็นพี่สาวต้องคอยปกป้องรูดี้ซึ่งเป็นน้องชายให้ดีๆนะเข้าใจไหม..แล้วก็อย่าลืมทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีด้วยล่ะ”

              “เข้าใจแล้วค่ะ..” 

              เซเลน่าตอบด้วยน้ำเสียงหดหู่

              “เอาเถอะ..เดี๋ยวพ่อไปก่อนล่ะ..มีงานเอกสารกองเป็นภูเขาเลย…พวกลูกนั่งกินข้าวด้วยกันดีๆนะ” 

              “ให้ฉันช่วยนะคะ”

              เลน่าหยิบเสื้อคลุมแล้วคลุมให้สามีของเธอ

              พวกเขาทั้งคู่เดินออกจากห้องอาหารไป…เหลือไว้เพียงแต่เมดเฝ้าอยู่ในห้องอาหารเท่านั้น

              “..”

              เซเลน่านั่งกินอาหารเงียบๆ

              ตอนนั้นเองรู้สึกว่ามีบางอย่างเทใส่ศีรษะเธอ

              รูดี้ที่แอบเดินอ้อมมาด้านหลังหยิบจานสตูร์เนื้อ..เทราดลงบนหัวเซเลน่า

              “นี่แน่ะ..!”

              “!” 

              เมดที่อยู่บริเวณนั้นมองภาพนั้นด้วยความตกใจ

              “คุณหนู!..”

              เซเลน่าเอามือจับที่ศีรษะตัวเองที่เลอะเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด..แล้วหันมามองน้องชายของเธอ

              “รูดี้..ทำไมทำกับพี่แบบนี้ล่ะ”

              “มีกฎว่าห้ามทำแบบนี้ด้วยงั้นหรอ?”

              เซเลน่าเริ่มน้ำตาคลอออกมา

              “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะคะ”

              เมดรีบหาผ้าแล้วเช็ดศีรษะและเนื้อตัวของเซเลน่า

              “คุณชายทำแบบนี้มันเกินไปนะคะ!”

              “เงียบไปนะ!!..ฉันมีศักดิ์เป็นถึงองค์ชายเชียวนะ…คนรับใช้ประจำราชวงศ์อย่างเธอ..ไม่มีสิทธิมาเตือนฉัน”

              รูดี้ทำสีหน้าเคร่งขรึมมองไปยังเมด..จนเมดสาวคนนั้นเกิดความกลัว

              “ขะ..ขะ….ขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ”

              “ฮึกๆ…รูดี้..พี่ขอโทษนะ..ที่พี่เกิดมาเป็นพี่สาวที่แย่ๆของนาย…ถ้ารูดี้เกลียดพี่นักพี่ก็จะไปเอง..ฮือๆๆ”

              เซเลน่าปาดน้ำตาแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องอาหาร

              เมดหลายคนวิ่งตาม

              “ดะ..เดี๋ยวก่อนค่ะ..คุณหนู!!!”

             “ไม่ต้องตามฉันมานะ!…ฮึก...”  

              เซเลน่าวิ่งออกไปเรื่อยๆ..จนกระทั่งวิ่งออกไปนอกปราสาท

              ‘ไฟเยอร์แอเรียล’

              เธอใช้แอเรียลซึ่งเป็นเวทมนตร์ที่เพิ่งเรียนรู้ไม่นานบินหนีขึ้นไปทันที

              “เกิดอะไรขึ้นน่ะ!”

              พวกไนท์ที่เฝ้าหน้าปราสาทมองภาพนั้นด้วยความตกใจ  

              หลังจากนั้นไม่นานก็มีเมดวิ่งตามออกมาและคนสุดท้ายที่ตามมาคือรูดี้

              “รีบตามคุณหนูเซเลน่าไปเร็วเข้า!!”เมดรีบบอกกับไนท์ให้รีบตามไปด่วน

              “ไม่ต้องตาม!!…ถ้าพวกแกตามไปฉันจะฟ้องท่านพ่อว่าพวกแกบกพร่องต่อหน้าที่..ทำให้ท่านพี่หายตัวไป” รูดี้กล่าวห้ามเมดกับไนท์ไม่ให้ตามเซเลน่าไป..แถมยังขู่ซ้ำอีกด้วย

              “แต่ว่าคุณชายครับ..ปล่อยให้คุณหนูออกไปโดยพลการแบบนี้ไม่ได้นะครับ…เพราะคุณหนูเป็นถึงองค์หญิงแถมยังเด็กอยู่ด้วย..ถ้ามีราชวงศ์ออกไปเพ่นพ่านแบบนี้โดยไม่มีคนคุ้มกันต้องเกิดเรื่องร้ายๆแน่ๆ”

              “ไม่ต้องห่วงหรอกน่าาา…ออกไปไม่นานยัยพี่บ้าก็ต้องกลับมาอยู่ดีนั่นแหละ..แล้วก็นะ..พวกแกช่างใจให้ดีๆแล้วกันระหว่างตำแหน่งหน้าที่การงานของพวกแก..กับท่านพี่ของฉัน..แกจะเลือกอะไร”

              “ขะ..ขะ..เข้าใจแล้วครับ…”

              พวกไนท์กลับไปยืนเฝ้าหน้าปราสาทเหมือนเดิม..เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

              ส่วนเมดยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก

              “เอ้ารออะไรล่ะ..กลับเข้าไปในปราสาทได้แล้ว…ฉันยังกินมื้อเย็น..เอ้ยมื้อค่ำ..ไม่เสร็จเลยนะ”

              รูดี้เดินเข้าไปในประสาท..

              “ขะ..ขะ..เข้าใจแล้วค่ะ”

              เมดหลายคนเดินตามรูดี้เข้าไป