อลินตา... หมอผีข้ามภพ

บทที่ 164

อลินตาลุกจากเก้าอี้เดินไปหยิบผ้าคลุมและผ้าขนหนูพาดแขนพลางบอกเป๋าด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง

                “เป๋านายเดาถูกฉันคิดว่าจะช่วยเจ้า และถ้าเขาขอมาอีกรอบฉันก็จะตกลงแต่ฉันก็คงต้องเรียกค่าดูแลปกป้องราคาไม่แรงเท่าไหร่ฐานะระดับเจ้าจ่ายฉันได้สบายมาก คำนวณดูแล้วก็ประมาณสองสามแสนสำหรับคืนนี้เพราะฉันก็คงต้องออกแรงนิดๆหน่อยๆ หรือไม่ก็ต้องร่ายเวทย์มนต์คาถากันผี ฉันไม่ยอมเหนื่อยเปล่าหรอกแต่ถ้าเจ้าไม่ยอมก็เจ๊ากัน ฉันก็จะไม่ทำอะไรใดๆ ให้เจ้า แต่ถ้าเจ้าโอเคนอกจากฉันจะคอยดูแลกันท่าให้เจ้า ฉันก็จะยอมเดินแบบแนบชิดกับเจ้าอีกด้วยนะ”เป๋าได้ยินแปรงปัดแก้มถึงกับหลุดมือ

                “ต๊าย.. รอบตัวคุณอลินนี่มีเงินลอยว่อนยังกับฝุ่นในอากาศเลยนะคะไม่คิดว่าจะทำเพื่อเจ้าเพราะสนใจเขาอยู่ หรือไม่ก็ในฐานะคนที่เริ่มถูกคอกันแบบให้ความช่วยเหลือฟรีในฐานะคนที่เริ่มจะศึกษาซึ่งกันและกันอะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ”อลินตาหยิบชุดไทยในถุงพลาสติกซึ่งจิ๊กมาจากเฮือนทอผ้าของเนตรนภาขึ้นมาพาดแขนเจ้าตัวหันมาพยักหน้ากับเป๋า

                “ความคิดแบบนั้นไม่เคยอยู่ในสมองแม้เส้นสมองขดที่เล็กและซุกซ่อนอยู่ในหลืบเนื้อสมองก็ไม่เคยคิดนะแต่ก็เข้าใจที่นายพูด เกิดเป็นมนุษย์มันก็ต้องมีความรู้สึกแบบนั้นอยู่แล้วแต่เงินสำหรับฉันต้องมาก่อนอยู่ดี มือมันสั่นเวลามีงานเข้าน่ะหัวใจก็ทำหน้าที่ของหัวใจไป แต่สมองก็ต้องหาเงินด้วยไง ทำไมเหรอถามแปลกๆ นะเป๋าตุง”อลินตาพูดจบก็เข้าไปในห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป๋าถึงกับยิ้มค้างพลางพูดคนเดียว

                “ผะ ผู้หญิงคนนี้ ใช่คนรึเปล่า?หรือว่านี่คือสะสารของเกลือทะเลกลับชาติมาเกิดถ้าเจ้าภูแสนรู้ว่าคุณนายอลินคิดแบบนี้เจ้าจะดีใจหรือว่าเสียใจกันแน่นะ” เป๋าแอบขำประชดเจ้านายตัวเองในใจ

               ทางด้านหมิงที่เดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณนั้นก็เหลือบไปเห็นนาคทิพย์กำลังยืนมองวิวนอกหน้าต่างหมิงเดินเข้าไปใกล้นาคทิพย์รู้ว่าเป็นหมิงซึ่งเคยเห็นตอนอยู่สนามบินก็ไม่ได้หันกลับมามองยังคงเพลิดเพลินกับการชมวิวต่อเนื่องหมิงเอ่ยทัก

                “คุณนาคทิพย์ไม่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเหรอครับ?” นาคทิพย์ส่ายหน้า

                “ฉันไม่ได้เดินแบบกับพี่ฉันจะต้องเปลี่ยนชุดทำไม?”หมิงเดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้านาคทิพย์แล้วมองนาคทิพย์ตั้งแต่หัวจรดเท้านาคทิพย์มองหมิงตาขุ่นไม่ชอบใจ

                “มองผู้หญิงแบบนั้นมันเสียมารยาทไม่เคยมีใครสั่งสอนเหรอ?”นาคทิพย์ต่อว่าซึ่งๆ หน้า หมิงล้วงสองมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหันหลังยืนพิงหน้าต่างไม่สนใจวิวด้านนอก ก่อนจะพูดขึ้น

                “ชุดนี้คงตั้งใจแต่งมาเพื่อเจ้าภูแสนล่ะสิ”น้ำเสียงหมิงเรียบนิ่ง  “แต่ดันไม่ถูกเลือก!” นาคทิพย์เตรียมจะกรีดร้องอย่างไม่สบอารมณ์แต่หมิงรีบยกนิ้วชู่ว์ที่ปากตัวเอง

                “อย่าร้องนะคุณเสียคะแนนไปมากแล้ว อย่าให้เสียไปมากกว่านี้เลยเถอะนอกจากสิ่งนี้จะไม่ถูกใจเจ้าภูแสนแล้วผู้ชายส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบผู้หญิงขี้วีนเท่าไหร่มันจะกลายเป็นว่าผู้ชายทั้งงานจะผวาเมื่อเจอคุณได้นะ” นาคทิพย์เริ่มได้สติยืดตัวตรงสูดหายใจลึกๆหมิงมองเหล่าสต๊าฟที่เดินผ่านไปผ่านมาในโซนห้องแต่งตัวนาคทิพย์เพ่งมองหมิงหมายจะให้หมิงสนใจหลงใหลในตน แต่ทว่าเมื่อมองไปนานๆ นาคทิพย์กลับเห็นว่านายหมิงคนนี้มีประกายยันตร์มหาอุตม์แผ่ซ่านออกมารอบตัว! นาคทิพย์ตกตะลึงถอยฉากออกมาสองสามก้าวพลางคิดในใจ อลินตามีลูกน้องพลังวิญญาณแก่กล้าขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย..!

                ส่วนทางด้านไอรดาก็เดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามากระแทกก้นนั่งบนเก้าอี้ในห้องแต่งตัวของตัวเองโดยยังไม่ทันสังเกตเห็นไอดินผู้เป็นพี่ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกมุมหนึ่งของห้องไอรดากำลังสนใจกับอารมณ์ของตัวเองก็ได้แต่นั่งฟึดฟัดไปมาด้วยความไม่ได้ดั่งใจ

                “ผิดหวังมากเลยเหรอที่เจ้าไม่สนใจเธอน่ะรดา”ไอรดาสะดุ้งเฮือกเพราะจู่ๆ เสียงไอดินก็เอ่ยทักขึ้นท่ามกลางความเงียบนั่นยิ่งทำให้อารมณ์ที่พลุ่งพล่านของไอรดาลุกโชนขึ้นไปอีก ไอรดาหันมาประจันหน้ากับไอดินแล้วส่งเสียงแหลมตวาดกลับอย่างไม่อาจระงับอารมณ์

                “แล้วพี่ดูเหมือนอยู่ในความสนใจของนังอลินตามันมากนักรึไงขนาดชวนมันมานั่งด้วยมันยังไม่มาเลย มันเลือกไปนั่งชูคออยู่กับเจ้าภูแสนโน่นนี่ขนาดพี่ไอดินเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคคนนึงในวงสังคมแล้วนะคะ แต่ดูเหมือนหางตานังอลินตามันยังไม่แลพี่เลยด้วยซ้ำ”ไอดินยิ้มพรายแม้ในใจจะเดือดดาลไม่ใช่น้อยที่ผู้เป็นน้องสาวของตนพูดจาฉอดๆกับตนเช่นนี้

                “งั้น...เรามาพนันกันไหมล่ะว่าคืนนี้ใครจะทำให้คนที่หมายตามาสยบก่อนกัน” ไอรดาเงียบแม้จะกำลังอารมณ์ไม่ดีแต่ก็นิ่งคิด

                “พนันด้วยอะไร?” ไอดินยิ้มมีเลศนัยก่อนจะพูดขึ้น

                “ธุรกิจโรงแรมผีสิงที่ชลบุรี!ใครแพ้ได้มันไป พี่ไม่ได้อยากได้แต่แรกแต่คุณพ่อก็ดูเหมือนจะยัดเยียดให้พี่”ไอรดาตาเหลือก เพราะไม่อยากได้ธุรกิจอัปมงคลนั่นไว้ในครอบครองเช่นกันหญิงสาวนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ

                “ก็ได้ใครแพ้ได้โรงแรมอัปปรีย์นั่นไป!”ไอดินตบเข่าฉาดก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปที่ประตูห้อง ก่อนจะหันมาพูดส่งท้ายกับน้องสาวของตัวเอง

                “ตามนั้น...”พูดจบก็เปิดประตูห้องออกไปส่วนไอรดาหันกลับมามองตัวเองที่กระจกเงาแล้วยิ้มเย็น เพราะยังไงเธอก็จะมัดใจเจ้าให้ได้ไอรดาหยิบขวดน้ำมันพรายที่เหลือนิดหน่อยออกมาจากกระเป๋าถ้าป้ายไม่ได้ก็คงจะต้องดีดใส่ให้รู้แล้วรู้รอด จากนั้นก็ก้มลงยิ้มให้กับขวดน้ำมันพรายจิ๋วในมือตัวเองโดยไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า ในกระจกเงาสะท้อนของไอรดาไม่ได้ก้มลงมองขวดน้ำมนต์พรายแต่ทว่ากำลังนั่งมองตัวเองในกระจกแล้วยิ้มปากกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่!!

                ขณะเดียวกันทางด้านนาคทิพย์เมื่อเห็นว่าหนุ่มหมิงลูกน้องของอลินตาคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดแม้กระทั่งมนต์ละลวยเสน่ห์ที่เมื่อนาคทิพย์เป่าใส่ใครแล้วคนนั้นเป็นต้องหลงใหลและหลงรักเธอทุกรายไปกลับใช้กับนายหมิงคนนี้ไม่ได้เพราะเมื่อเสกเป่าเข้าไปทีไรหมิงก็จะมียันตร์มหาอุตม์ปรากฎขึ้นกางกั้นไม่ให้มนตราของนาคทิพย์ถูกตัวหมิงทุกครั้งไปนาคทิพย์รู้สึกสนใจหมิงขึ้นมาแต่ไม่ใช่สนใจในแบบความรักแต่สนใจที่จะรู้จักตัวตนของหมิงให้มากขึ้น

                “นายอยู่รับใช้อลินตามานานหรือยัง?”นาคทิพย์เอ่ยถามในที่สุด หมิงยิ้มใจเย็นก่อนจะพูดกลับ

                “ถ้าคุณไม่เปลี่ยนประโยคคำถามให้มันรื่นหูกว่านี้ผมก็ไม่ตอบ..” นาคทิพย์ยืดกายตรงทันทีด้วยความไม่พอใจทำไมเธอจะต้องเปลี่ยนคำถามเพื่อให้รูปประโยคมันเข้าหูนายคนนี้ด้วย

                “งั้นฉันก็ไม่อยากรู้ในเมื่อไม่ตอบก็ไม่เห็นอยากจะรู้เรื่องของนายเลย” หมิงยิ้มก่อนจะสวนกลับ

                “ก็ดีเพราะผมก็ขี้เกียจตอบคำถามคุณ มันไม่ได้ประโยชน์อะไรกับผมอยู่แล้ว” คราวนี้นาคทิพย์ตาขุ่นคอแข็งทันที ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าดีกับเธอขนาดนี้ แต่หมิงกำลังเป็นผู้ชายคนแรกที่บังอาจต่อกรกับเธอนาคทิพย์กำลังจะเอาเรื่องหมิง พลันเสียงเป๋าก็ดังแว้ดขึ้นจากหน้าประตูห้องแต่งตัวของอลินตา

                “นี่ไอ้หมิงแกยืนทำอะไรอยู่คุณอลินใกล้จะเสร็จแล้วเตรียมเคลียร์ทางเพราะคุณอลินของฉันจะกรุยกรายไปหลังเวทีแล้วย่ะ” หมิงหันไปทางเป๋ากำลังจะบอกว่าตัวเองยืนคุยกับนาคทิพย์อยู่ แต่เมื่อหันไปมองทางนาคทิพย์กลับพบแต่ความว่างเปล่าไม่มีนาคทิพย์ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วหมิงได้แต่บ่นเบาๆ แต่ก็พอฟังชัดเจนในบริเวณนั้น

                “อ้าวที่แท้เป็นผีหรอกเหรอ เฮ้อ... โดนหลอกอีกละ...” พูดจบก็เดินจากไปโดยที่ไม่เห็นว่ากายละเอียดของนาคทิพย์ยืนกระทืบเท้าอยู่ด้วยความไม่พอใจ

                “อร๊ายยยยฉันไม่ใช่ผีนะตาบ้า ฉัน.. เป็นนาคีสาวผู้มากด้วยบุญบารมี นายกลับคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ”แต่ไม่เป็นผล หมิงเดินห่างออกไปไกลเสียแล้ว...