แต่ละหน้าของตำราพลิกอ่านอย่างเบามือ ความชื้นทำให้แผ่นกระดาษขาดหลุดรุ่ยได้ง่าย ถึงจะนำออกมาตากลมเป็นระยะเวลานานแล้วก็ตาม เธอไม่สามารถปล่อยให้มันแห้งสนิทได้เพราะกระดาษจะติดกันเป็นแผ่นจึงต้องค่อยๆใช้ความพยายามพลิกอ่านแต่ละหน้าด้วยความละมัดระวังโดยที่มือยังสัมผัสได้ถึงความเย็นจากความชื้นที่เกาะอยู่ตามตำรา
“ คุณหนูกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ ”
เสวี่ยหรงมองไปยังต้นเสียงแล้วยิ้มเล็กน้อยจากนั้นจึงเก็บตำราเอาไว้ แต่ละหน้าจดจำเอาไว้ในความทรงจำทั้งหมดแล้วไม่มีทางที่เธอจะลืมได้ เป็นผลมาจากสกิลความทรงจำเป็นเลิศ
“ ท่านกลับมาแล้วหรือ แล้วเหตุใดชุดของท่านจึงไม่เหมือนเดิมเล่า ”
ชุดสีเขียวปักลวดลายลูกไม้ให้ความสบายตาคือเสื้อผ้าที่กำลังสวมใส่ บนศีรษะมีปิ่นปักผมทำมาจากไม้แกะสลักเป็นรูปดอกท้อบานสะพรั่ง ก่อนออกจากตระกูลเสื้อผ้าที่พี่สาวซินอี๋สวมใส่เป็นเพียงชุดข้ารับใช้เช่นเดียวกับแม่นมหลิงและยี่ยี่ เธอจึงไม่รู้ว่าพี่สาวได้ชุดนี้มาจากที่ใดกัน
“ หากอยากจะค้าขายให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ เสื้อผ้าหน้าผมจะต้องดูดีใช่หรือไม่เจ้าคะ ข้าจึงเลยแวะร้านเสื้อผ้าสักร้านสองร้าน ”
“ แล้วเป็นเช่นไรบ้าง มีผู้ใดรับซื้อหรือไม่ ”
ซินอี๋ค่อยๆเผยรอยยิ้มบนใบหน้า เสวี่ยหรงจึงยิ้มตามเมื่อรู้ว่ามีข่าวดี
“ ไข่มุกเรืองแสงทั้ง 10 ลูกข้าขายมันไปทั้งหมดแล้ว คุณหนูอยากรู้หรือไม่เจ้าคะว่าข้าได้มากี่เหลียง ”
“ 1,000 เหลียง ” ตามนิยายไข่มุกเรืองแสงจะมีราคาก้อนละ 10 กวน หรือก็คือ 100 เหลียง เธอมีทั้งหมด 10 ก้อนราคาของมันคงจะอยู่ที่ 1,000 เหลียง
“ ผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าได้มาทั้งหมด 2,000 เหลียง ”
“ ท่านคงไม่ได้ปล้นผู้ใดมาหรอกใช่หรือไม่ ”
“ ข้าไม่ได้ปล้นเลยเจ้าค่ะ ข้าใช้ความสวยของข้าให้เกิดประโยชน์เพียงเท่านั้น ”
เสวี่ยหรงสำรวจพี่สาวซินอี๋ หลังจากแต่งตัวแล้วเธอสวยเป็นอย่างมาก หากเปรียบเทียบแล้วสวยกว่าหญิงคณิกาที่พบตัวได้ยากหลายคนเลยด้วยซ้ำ
“ แล้วท่านขายให้ผู้ใดกัน ”
“ จุ๊จุ๊ ความลับ เมื่อถึงเวลาข้าจะบอกคุณหนูเอง แต่ข้าจะบอกใบ้ให้ท่านสักเล็กน้อย ข้าขายให้กับพ่อค้าคนหนึ่ง เขาร่ำรวยมาก เดิมทีเขาว่าจะรับซื้อจากข้าเพียงแค่ 1,000 เหลียงอย่างที่ท่านเอ่ย ข้าจึงใช้มารยาเล็กน้อยสุดท้ายก็อย่างที่เห็นเจ้าค่ะ ”
เสวี่ยหรงยิ้มด้วยความพอใจ เธอไม่สนว่าเงินนี้จะได้มาเช่นไร ขอเพียงไม่เกิดจากการปล้นเท่านั้นก็เพียงพอ เธอรู้ว่าพี่สาวซินอี๋ไม่มีทางปล้นก็เพราะว่าตระกูลม่อไม่สามารถมีปัญหาไปมากกว่านี้ได้ ก่อนออกจากบ้านเธอกำชับไม่ให้สร้างปัญหาดังนั้นจึงสบายใจไปช่วงหนึ่ง
เงิน 2,000 เหลียงถืออยู่ในมือของเสวี่ยหรง เธอสามารถใช้หนี้ตระกูลทั้งหมดที่ติดค้างได้ในตอนนี้เลย
เพียงแต่ว่าการใช้หนี้ อาจจะทำให้เธอต้องพบกับปัญหาใหม่ เธอคิดจะฟื้นฟูกิจการตระกูลม่อและคิดจะสร้างกิจการให้กับตนเอง เจ้าหนี้ที่เธอใช้หนี้หมดไปแล้วจะต้องหาทางสร้างปัญหาใหม่ให้เธออย่างแน่นอน
“ ให้พวกมันรู้ว่าตระกูลม่อไม่มีเงินนับเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว ”
“ มีสิ่งใดหรือเจ้าคะคุณหนู ” ยี่ยี่เดินมาหาคุณหนูด้วยท่าทางร่าเริง เธอกินข้าวอิ่มแล้ว แม้จะไม่มีห้องให้หลับนอน คืนนี้อากาศไม่หนาวและไม่มีฝนตก เธอจึงสามารถนอนกลางดินกินกลางทรายได้
“ ข้าจะเริ่มงานแล้ว ช่วยไปบอกทุกคนให้มารวมกันที่นี่หน่อย ”
“ เจ้าค่ะคุณหนู ” สาวรับใช้วิ่งออกไปด้วยความเร็ว เธอกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้วจึงสามารถวิ่งได้ทั้งวัน จนกระทั่งคนจากตรอกซิ่นฮวาทั้ง 53 คนเดินทางมารวมตัวกัน เสวี่ยหรงจึงลุกขึ้นพูดสิ่งที่ต้องการ
“ ข้ามีงานให้พวกเจ้าทำแล้ว พวกเจ้าพร้อมกันหรือไม่ ”
เสวี่ยหรงหันมองข้ารับใช้ ตามตัวของพวกเขาไม่ต่างจากคนปกติแล้ว จากสิ่งที่เห็นทำให้เธอรู้ว่าสกิลปัดเป่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของผู้คนให้เพิ่มสูงขึ้นได้ โรคและบาดแผลตามร่างกายของข้ารับใช้ทั้ง 53 ไม่ได้ร้ายแรงจึงสามารถหายได้ด้วยตนเอง ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็หายเป็นปกติ นอกจากเสื้อผ้าที่ยังคงดูเหมือนขอทานแล้ว ร่างกายของพวกเขาไม่ต่างจากผู้คนภายในเมืองชุยฉานเลย
“ ข้าจะให้พวกเจ้ากระจายไปทั่วเมืองชุยฉานพร้อมกับเงิน 1 เหลียง ข้าต้องการให้พวกเจ้าซื้อเสื้อผ้าใหม่ ทำตัวให้สะอาดสะอ้าน จากนั้นจึงหาบ้านเช่าสักหลังพักอาศัยอยู่ที่นั่นสักระยะหนึ่ง ”
“ คุณหนู ท่านคิดจะไล่พวกข้าออกไปเช่นนั้นหรือ ข้าสามารถทำงานหนักได้นะเจ้าคะ ”
หญิงผู้หนึ่งเอ่ยด้วยใบหน้าเศร้าหมอง เธอได้รับโอกาสให้ทำงาน คุณหนูกลับมอบเงินให้เธอออกไปใช้ชีวิตด้านนอก เธอจึงคิดว่าถูกไล่ออกจากงานแล้ว
“ เปล่าเลย ข้าไม่ได้ต้องการจะไล่พวกเจ้าออกไป พวกเจ้ายังคงเป็นคนของข้าเช่นเดิม เพียงแต่ข้ามีงานให้พวกเจ้าทำหลังจากกระจายกันไปทั่วเมืองแล้ว พวกเจ้ารู้ใช่หรือไม่ตระกูลม่อไม่เหลือแล้ว ร้านค้าถูกจองจำ ข้าไม่สามารถหาเงินได้จึงอยากให้พวกเจ้าช่วยข้าขายสินค้า ถ้าพวกเจ้าช่วยกันเราสามารถกระจายสินค้าไปทั่วเมืองได้รวดเร็ว ”
เหล่าข้ารับใช้เบิกตาโต ภายในแววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเมื่อรู้ว่าตนเองจะได้ทำประโยชน์แก่คุณหนู
“ อย่างที่ข้าพูดไป ให้พวกเจ้านำเงินไปสร้างตัวตนใหม่ พวกเจ้าจะต้องดูสะอาดและมีบ้านพัก หลังจากนั้นข้าจะให้พี่สาวซินอี๋นำของไปให้พวกเจ้าขาย ไม่ต้องขายให้ได้ทุกชิ้น ขอเพียงแค่พวกเจ้านั่งเฝ้ามันจนกว่าจะมีคนซื้อ เมื่อข้าได้รับร้านค้าตระกูลม่อกลับคืนมา ข้าจึงจะให้พวกเจ้ากลับมายังตระกูล ”
“ คุณหนู สิ่งที่ท่านต้องการให้พวกข้าขายคือสิ่งใดเช่นนั้นหรือ ”
“ สบู่ แต่มันเป็นสบู่ที่ดีกว่าท้องตลาด มันทำความสะอาดได้ดีกว่าและส่งกลิ่นหอมได้ยาวนานกว่า พวกเจ้าต้องจำเอาไว้ว่า ห้ามบอกผู้ใดว่ามาจากตระกูลม่อ พวกเจ้าเป็นเพียงพ่อค้าที่รับสบู่มาจากคนผู้หนึ่งเท่านั้น พวกเจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นถ้าหากมีคนรู้ว่าเจ้ามาจากตระกูลม่อ ”
เสวี่ยหรงมองเห็นความสงสัยจากแววตาของผู้คน เธอจึงอธิบาย
“ เจ้าหนี้ของตระกูลม่อจะส่งคนมาเล่นงานพวกเจ้าเพื่อไม่ให้เราหาเงินไปใช้หนี้พวกเขา ข้าจึงอยากให้พวกเจ้าปกปิดเรื่องเกี่ยวกับตระกูลม่อเอาไว้ จนกว่าเราจะแอบขายสบู่จนได้เงินมาใช้หนี้ เมื่อเราใช้หนี้ได้น่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เราได้ร้านค้าตระกูลม่อกลับมา เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะเรียกพวกเจ้ากลับทุกคน ”
เสวี่ยหรงบอกรายละเอียดเล็กน้อยให้ข้ารับใช้รู้ งานนี้เธอไม่มั่นใจเช่นกันว่าข้ารับใช้จะซื่อสัตย์ต่อตัวของเธอหรือเปล่า แต่ถ้าพวกเขาอยากจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีมากยิ่งขึ้น การเก็บความลับว่ารับสบู่มาจากใครจะเป็นหนทางให้พวกเขาได้อยู่สุขสบายกว่าเดิม
เสวี่ยหรงเริ่มแจกจ่ายเงินให้แก่ข้ารับใช้ แต่ละคนตัวสั่นเพราะไม่เคยจับเงินเหลียงมาก่อน การมอบเงินให้พวกเขาอาจจะเป็นเหมือนการหยิบยื่นมีดที่พร้อมจะแทงคอของพวกเขาได้ตลอดเวลา เสวี่ยหรงจึงเตือนให้ทุกคนระวังตัว เงินเหลียงที่ได้ไปอาจจะนำปัญหาใหญ่มาแก่พวกเขาได้
จากนั้นเธอจึงใช้ยันต์ทำความสะอาดให้ข้ารับใช้ ต่อให้เสื้อผ้าจะเก่ามันจะต้องสะอาด สิ่งนี้จะทำให้พวกเขาซื้อเสื้อผ้าและสร้างตัวตนใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น
เมื่อข้ารับใช้ที่มาจากตรอกซิ่นฮวาเดินทางออกจากตระกูลไปทั้งหมด เสวี่ยหรงได้กำชับให้พวกเขาหาทางติดต่อกันเพื่อให้พี่สาวซินอี๋ตามตัวเจอ หลังจากนั้นเธอจึงกลับมาให้ความสนใจกับวัตถุดิบที่พี่สาวซื้อกลับมา พรุ่งนี้เธอจะต้องเดินทางไปยังโรงเตี๊ยมตระกูลไป่เพื่อชำระล้างปราณปีศาจจึงไม่พลาดที่จะนำน้ำหอมไปเสนอขายแก่ทางฝั่งนั้นด้วยเช่นกัน
“ ยี่ยี่แม่นมหลิง ต้มพวกมันเหมือนเดิม ”
ยี่ยี่และแม่นมหลิงรับวัตถุดิบจากคุณหนูแล้วนำไปต้มไฟ พวกเธอจดจำวิธีทำน้ำหอมได้จึงไม่ยุ่งยากเหมือนวันแรก
เสวี่ยหรงยังคงทำในส่วนบ่มเพาะเหล้า ไม้จันทน์และอบเชยเข้าด้วยกัน เพียงแต่ว่าครั้งนี้เธอไม่ได้ซื้อยันต์กลับมาด้วย หนังสือพื้นฐานการใช้ยันต์ของตระกูลม่อทำให้เธอรู้ขั้นตอนและวิธีการสร้างยันต์บ่มเหล้าที่ใช้ในการบ่มน้ำหอม นอกจากนั้นแล้วตำราเขียนยันต์ที่ได้จากห้องลับตระกูลทำให้เธอสามารถดัดแปลงยันต์บ่มเหล้าให้สูงขึ้นยิ่งกว่าเดิมได้อีก ต้นทุนในการผลิตจึงลดลงมหาศาล
ถึงอย่างนั้นเธอกลับเสียใจที่ตนเองยังไม่สามารถใช้ยันต์และค่ายกลทั้งหมดจากตำราได้ เนื่องจากว่ามันมีข้อจำกัดในเรื่องของระดับพลังของผู้ใช้ นอกจากนั้นแล้วเธอยังไม่เข้าใจหลายส่วน สกิลพัฒนายังมีข้อจำกัด มันเหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่มีข้อมูลข้างใน การอ่านตำรายันต์ที่ได้จากห้องลับจึงทำให้มันต้องใช้เวลาวิเคราะห์อยู่นาน เพื่อให้เธอสามารถเข้าใจยันต์ต่างๆจากตำราห้องลับได้ เสวี่ยหรงจึงปล่อยให้สกิลพัฒนาทำงานต่อไปโดยไม่รู้ว่านานเท่าใดมันจะวิเคราะห์เสร็จ.