นี้แหละคุณพ่อของพวกเรา

    บทที่ 21

    หลังจากให้พวกของเมฆจัดการเรื่องการก่อสร้างให้กับเขาเสร็จไม่มีกี่วันอยู่ๆ เมฆก็โทรมา
    “ไง มีอะไรถึงโทรมาหาฉัน” เอกรับโทรศัพท์อย่างสงสัยเพราะปกติแล้วถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เมฆจะไม่ค่อยโทรมาหาเอกสักเท่าไร
    “นายท่านครับ ตอนนี้พวกเรามีปัญหาแล้ว” เมฆกล่าวกับเอกอย่างร้อนรน
    “ใจเย็นๆ แล้วปัญหาที่นายว่ามันคืออะไร” เอกที่ยังสงบสติอารมณ์ได้อยู่ก็หันไปห้ามปราบเมฆ
    “คือ ตอนที่พวกเราจะไปขอสร้างตลาดอย่างถูกกฎหมายอยู่ๆ พวกมันก็ให้คำปฏิเสธกับเราว่าถ้าเราสร้างตลาดตรงนั้นมันจะกลายเป็นการทำลายธรรมชาติทำให้พวกเขาไม่อนุมัติให้กับเรา และอีกฝ่ายบอกอีกว่าถ้าอยากจะสร้างตลาดตรงนั้นให้ได้จริงๆ ต้องจ่ายให้กับพวกมัน คนละ 10 ล้านบาท ซึ่งผมเห็นมันเรียกร้องขนาดนี้ผมก็เลยปฏิเสธพวกมันไป ทำให้พวกมันหัวร้อนและขู่เราว่ายังไงพวกมันก็ไม่ยอมอนุญาตให้เราสร้างตลาดตรงนั้นแน่” เมฆพูดออกมาด้วยความเจ็บใจแม้เขาจะใช้เส้นสายที่เหลืออยู่ก็ไม่สามารถใช้ได้เพราะพวกเรามันคนละสายงานกัน
    “แล้วนายใช้เส้นสายเก่าของนายพอจะมีบางไหม” เอกถามเมฆอย่างใจเย็น
    “ไม่มีเลยครับ เพราะว่าตัวผมก็เป็นสายลับที่ไม่ได้มียศอะไรมากบวกกับที่ผมออกจากงานราชการแล้วทำให้ผมไม่สามารถใ้ชเส้นสายเก่าได้เลยครับ” เมฆกล่าวกับเอกด้วยความสำนึกผิด
    “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะหาวิธีแก้เรื่องนี้เอง” เอกกล่าวเรียบๆ
    “ผมต้องขอโทษนายท่านด้วยนะครับที่ทำให้เรื่องมันเกิดอย่างนี้”
    “ไม่ใช่ความผิดนายหรอก คนที่ผิดคือพวกมันต่างหากที่ใช้อำนาจในการหากินแบบนี้ ส่วนเรื่องการสร้างพวกนายก็สร้างกันต่อได้เลยแต่ยังไม่ต้องไปทำส่วนของตลาดเพราะด้วยพวกมันจะหาข้ออ้างมาใส่ร้ายพวกเราได้” เอกรู้ว่าคนที่ผิดนั้นไม่ใช่เมฆแต่คนที่ผิดคือคนที่ไม่ยอมอนุมัติให้เขามากกว่า
    “ครับนายท่าน”
    หลังจากที่เอกวางสายเสร็จก็กลับมาคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดีถึงเขาจะมีหลายวิธีในการจัดการพวกมันก็จริงแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากจะเอาตัวเองเขาไปเสี่ยงเลย
    “เฮ้อ สงสัยฉันคนนี้ต้องลงมือด้วยตัวแล้วสินะ” เอกถอนหายใจ
    “เย้ๆ พี่หมีพาน้ำทิพย์ไปตรงนั้นเลย” เอกที่มองดูน้ำทิพย์กำลังขี่หลังเจ้าคานอย่างมีความสุขก็ทำให้เขาคิดได้ว่าถ้าเขาไม่ลงมือทำอย่างจริงจังอนาคตที่เขาจะปูทางให้ลูกๆ ก็คงไม่เกิด
    “อย่าสิน้ำทิพย์พี่กำลังอ่านหนังสืออยู่นะ” ไมค์ที่โว้ยวายที่ทั้งสองคนวิ่งไปวิ่งมาจนฝุ่นมันตลบอบอวลไปหมดทำให้ไมค์ไม่สามารถตั้งสมาธิอ่านหนังสือได้
    “แบร่ๆ ก็พี่ไมค์ทำตัวน่าเบื่อออกวันหยุดทั้งที่ก็เอาแต่อ่านหนังสือ” น้ำทิพย์ที่แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ไมค์เอกก็รู้สึกจนใจกับลูกสาวคนนี้จริงๆ
    “หน่อยแน่” ไมค์ที่ทนกับการกลั่นแกล้งของน้องสาวไม่ไหวลุกขึ้นตั้งน้ำในขันสาดใส่น้ำทิพย์ทันที
    “กรี๊ด....พี่ไมค์บ้า พี่ทำอะไรของพี่เนี่ย” น้ำทิพย์โว้ยวายที่พี่ชายของเธอทำเธอเปียกไปหมดส่วนเจ้าคานที่พลอยได้รับผลกรรมไปด้วยก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่มันกลับดีใจซะอีกที่มีน้ำเย็นๆ มารดตัวของมัน
    “โฮก..ชื่นใจจริงๆ ขออีกได้ไหมคุณชาย” คานที่รู้สึกพึงพอใจกับน้ำที่ลูกของนายน้อยมันสาดใส่มา เพราะช่วงนี้มันเป็นช่วงหน้าร้อนเลยทำให้อากาศช่วงบ่ายร้อนมากเมื่อมันได้น้ำเย็นๆ ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมา
    “พี่หมีจะมาดีใจไม่ได้นะ พี่หมีต้องมาช่วยน้ำทิพย์เอาคืนพี่ไมค์สิ” น้ำทิพย์ที่เห็นว่าคานไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแบบเธอ เธอก็โว้ยวายใส่คานด้วยอีกคน
    “โฮก...ไม่ได้หรอกครับคุณหนูจะให้ข้ารับใช้อย่างผมทำร้ายนายของตัวเองไม่ได้” คานที่เห็นว่าตัวเองกำลังจะแย่ก็รีบหาข้ออ้างทันที
    “หึ...ถ้าอย่างนั้นน้ำทิพย์ทำเองก็ได้” น้ำทิพย์ที่งอนแก้มป่องก็ลงมาจากหลังเจ้าคานแล้ววิ่งที่หลังบ้านทันที
    ทำให้ไมค์ที่มองดูอยู่นั้นหัวเราะออกมาไม่หยุดกับท่าทีน้องสาวตัวเอง
    ส่วนเอกที่มองดูทั้งสองคนเล่นกันอย่างมีความสุขนั้นก็ทำให้เขาผ่อนคลายจากเรื่องเครียดๆ ไปด้วยอีกคน
    ซ่า-! (เสียงฉีดน้ำ)
    “อ่า...น้ำทิพย์เล่นกับพี่อย่างนี้เลยเหรอ” ไมค์ที่ยังไม่ทันตั้งตัว น้ำทิพย์ที่วิ่งมาจากไหนไม่รู้ถือสายยางฉีดน้ำฉีดใส่เขาเต็มตัว
    “ฮิฮิ...เจอน้ำทิพย์เอาคืนเป็นยังไงล้า” น้ำทิพย์ที่ยังคงยืนฉีดไมค์ไม่หยุดก็หัวเราะออกมาด้วยความซะใจ
    “หน่อยแน่งั้นเจอนี้หน่อยเป็นยังไง” ไมค์ที่เห็นว่าน้องสาวยังไม่เลิกร่าก็เจอเขาเอาสีผสมอาหารที่เหลือจากคาบเรียนวิทยาศาสตร์มาผสมน้ำในขันสาดใส่น้ำทิพย์ทันที
    “กรี๊ด...ไอ้พี่ไมค์บ้าชุดของน้ำทิพย์เปลี่ยนสีหมดเลย” น้ำทิพย์ที่เห็นว่าชุดของเธอเปลี่ยนจากสีฟ้ากลายเป็นสีเขียวจากสีผสมอาหารที่เป็นสีเหลือสาดเขาใส่
    “นี้แหละผมของการเอาคืนพี่” ไมค์หัวเราะน้ำทิพย์คืนด้วยความซะใจ
    “หน่อยแน่งั้นเจออย่างนี้หน่อยเป็นไง” น้ำทิพย์ที่ทนกับพี่ชายของเธอไม่ไหวก็วิ่งไปหาอีกฝ่ายทันที
    “เห้ย...น้ำทิพย์อย่าเข้ามา” ไมค์ที่เผลอแป๊บเดี๋ยวน้องสาวของเขาก็วิ่งมาหาอย่างไม่รู้ตัว
    “นี่แหละๆ เป็นยังไงละที่นี้เราก็เหมือนกันแล้ว ฮิฮิ” น้ำทิพย์วิ่งเข้าไปกอดพี่ชายของเธอด้วยสีผสมอาหารที่เปื้อนเต็มตัวอย่างมีความสุข แล้วเอาหน้าและตัวถูไถให้เสื้อผ้าของพี่ชายเธอติดไปด้วยสีผสมอาหาร
    “หน่อย...น้ำทิพย์ตัวแสบ” ไมค์ที่ไม่สามารถสู้กับเธอได้แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
    เอกที่เห็นทั้งสองแกล้งกันไปแกล้งกันมาตอนแรกเขาก็จะเข้าไปห้ามเพราะเขาคิดว่าการแกล้งนี้มันจะเลยเถิดเกินไปรึเปล่า แต่สุดท้ายเขาไม่เข้าไปห้ามเพราะเขาอยากดูว่าทั้งสองจะจบเรื่องนี้เองยังไง
    แต่ผลสุดท้ายเขาก็รู้สึกโล่งใจที่ทั้งสองยังแกล้งกันอย่างมีขอบเขตกันบ้าง
    “ฮิฮิ...สนุกจังเลย” น้ำทิพย์ที่เลิกแกล้งพี่ชายแล้วก็พูดออกมาอย่างมีความสุข
    “อืม..สนุกมากเลยละ” ไมค์ที่กล่าวยิ้มๆ ให้กับน้องสาวตัวเองก็มีความสุขเหมือนกัน
    “เอาละ ทั้งสองคนพอแค่นี้แล้วไปอาบน้ำได้แล้ว แล้วก็เอาเสื้อผ้าไปใส่ถังซักผ้าด้วยเล่นอะไรไม่เล่นมาเล่นสีผสมอาหารกันได้” เอกส่ายหัวแล้วเข้าไปหยุดทั้งสองอย่างจนใจ โดยบอกให้ทั้งสองไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพระาเขากลัวว่าทั้งสองจะเป็นหวัดไปซะก่อน พร้อมกับลูบหัวทั้งสองคนอย่างเอ็นดู