โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 78 ค่าสถานะที่บิดเบี้ยว

    บทที่ 78 ค่าสถานะที่บิดเบี้ยว

     

     

     

    มุมมองของ เทส แฮนเซน

     

    ทหารหญิงที่มีเครื่องหมายคำถามลอยอยู่เหนือศีรษะเดินจากพวกเราไปพร้อมทิ้งคำขู่ไว้ว่าหากใครริอาจก้าวเท้าออกจากห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต...มีสิทธิ์โดนสับเป็นชิ้นๆ แน่

     

    สุดท้ายฉันเลยต้องมาลงเอยอยู่ร่วมห้องกับมายา

     

    มายาเป็นผู้หญิงที่น่าจะอายุมากกว่าฉันสักห้าปีร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ฉันเคยได้ยินคนพูดกันว่าเธอเคยเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสมาก่อนตอนอยู่บนโลก

     

    ในขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆสายตาของเธอก็หันมาจับจ้องที่ฉัน โดยไม่คิดจะปิดบังความไม่พอใจเลยสักนิด

     

    เธอมีทักษะที่ชื่อว่าสมาธิซึ่งเนเทลเคยบอกฉันว่ามันน่าจะช่วยให้เธอสามารถจดจ่อกับการต่อสู้ และช่วยทำให้การใช้มานาของเธอดีขึ้นแถมมันยังช่วยควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้อีกด้วยฟังดูแล้วก็น่าจะมีประโยชน์ไม่เบาเลยนะ

     

    "พระเจ้าช่วยเถอะ...นี่ฉันต้องมาแชร์ห้องร่วมกับ นังหมาผู้ซื่อสัตย์ของ ไอ้บ้าเนเทลเหรอ"

     

    มายาเปรยขึ้นขณะนั่งลงบนเตียงของตัวเอง

     

    ฉันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยดูเหมือนทักษะสมาธิอะไรนั่นคงไม่เหมาะกับคนแบบเธอหรอกขนาดคิมที่ไม่มีทักษะนี้ยังควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าเธอตั้งเยอะ

     

    "ถามหน่อยสิทำไมเธอต้องยอมก้มหัวฟังคำสั่งหมอนั่นขนาดนั้นด้วยล่ะ มันเป็นแฟนเธอหรือไง?"

     

    ฉันเลือกที่จะนิ่งเงียบไม่ยอมตอบและนั่นยิ่งทำให้เธอได้ใจจนพ่นคำพูดพล่อยๆ ออกมาต่อ

     

    "หรือว่าเธอยอมเลียแข้งเลียขามันเพื่อให้ตัวเองรอดชีวิตแบบนั้นหรอ?"

     

    "คงใช่มั้ง"

     

    ฉันตอบประชดกลับไปด้วยใบหน้านิ่งๆ ของฉัน

     

    "เหอะ!"

     

    เธอพ่นลมหายใจออกทางจมูกก่อนจะขยับขึ้นไปนอนแผ่หลาบนเตียงพลางทอดสายตามองตรงมาที่ฉันไม่วางตา

     

    "เธอพูดได้แค่นี้หรือไง?"

     

    มายากล่าวออกมาอย่างเหลืออด

     

    ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าควรจะชวนคุยหรือทำอะไรดีจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นเธอคอยช่วยเหลือลิลลี่ที่สติยังไม่สมบูรณ์ตอนออกจากป่าฉันก็คงเปิดศึกกับเธอไปแล้ว

     

    แต่เอาจริงๆ...บางทีเธออาจจะไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอก

     

    การที่เธอร่วมมือกันรุมจัดการเนเทลตอนที่เขาเพิ่งผ่านเข้าสู่ชั้นสองฉันก็พอเข้าใจได้เพราะเธอเคยโดนเขาซ้อมแบบไม่มีเหตุผลมาก่อนคนใจร้อนขี้โมโหแบบเธอหากได้โอกาสก็คงต้องเอาคืนเป็นธรรมดา

     

    เอาเถอะในเมื่อเธอมีน้ำใจช่วยลิลลี่...ฉันคงต้องเตือนเธอสักหน่อยก็แล้วกัน

     

    "เธอควรจะระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้เวลาอยู่ต่อหน้าเนเทลเป็นไปได้พยายามอยู่ให้ห่างจากเขามากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะดีกว่า"

     

    มายาหัวเราะออกมาเบาๆ

     

    "เรื่องนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ไอ้หมอนั่นมันบ้าหลุดโลก ฉันจะไปอยากอยู่ใกล้ทำไม"

     

    ยัยนี่ไม่เข้าใจความหมายที่ฉันต้องการจะสื่อเลยสักนิด

     

    "ฉันหมายถึงเนเทลน่ะ ไม่ใช่คนใจกว้างนักหรอกเขาเป็นพวกผูกใจเจ็บ ถ้าวันนั้นฉันไม่เข้าไปห้ามเอาไว้สภาพของพวกเธอคงดูไม่ได้เลยล่ะ”

     

    “เหอะ”

     

    เธอพ่นเสียงต่ำแววตายังคงเต็มไปด้วยความทะนงตน

     

    ฉันยักไหล่รู้สึกเหนื่อยที่จะอธิบายให้ยัยนี่ฟังแล้ว

     

    “รอดูสภาพแฮดวินพรุ่งนี้แล้วกันฉันบอกได้แค่นี้แหละ”

     

    ฉันเลิกสนใจเธอแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงของตัวเองทว่าเมื่อเหลือบมองกลับไป สีหน้าของมายากลับเปลี่ยนไปแล้วเธอเอาแต่จ้องมองเพดานพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา

     

    เอาเข้าจริงยัยนี่มองออกง่ายชะมัดปากบอกไม่กลัว... แต่สีหน้าตอนนี้น่ะ มันคนกำลังคิดไม่ตกชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?

     

    ......

     

    ในที่สุด...ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนอันคุ้นเคยก็หวนคืนมาเสียที!

     

    ตอนนี้บนท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์เพียงดวงเดียวเหมือนอย่างที่ควรจะเป็นแล้วแม้กระทั่งความยาวของกลางวันและกลางคืนก็ดูจะใกล้เคียงกับโลกเดิมที่พวกเราจากมาไม่มีผิด

     

    เพื่อนร่วมห้องของผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงครางในคอ ร่างกายของเขายังคงมีรอยฟกช้ำดำเขียวจางๆกระจายอยู่ทั่ว

     

    ส่วนแขนข้างที่โดนผมหักไปเมื่อคืนแม้ตอนนี้จะดูเข้ารูปขึ้นบ้างแต่เขาก็ยังคงต้องประคองมันเอาไว้จากร่องรอยที่เหลืออยู่ ดูเหมือนว่าค่าความคงทนของเขาจะช่วยฟื้นฟูร่างกายไปมากพอตัว

     

    แต่เอาเข้าจริงผมคาดไว้ว่าเขาจะฟื้นตัวได้ดีกว่านี้เสียอีก...หรือว่าค่าความคงทนของตาลุงนี่ไม่ได้สูงลิ่วอย่างที่ผมคิดกันนะ?

     

    ขณะที่ผมกำลังลุกจากเตียงประตูห้องพักก็ถูกผลักเปิดออกทหารคนเดิมที่พาพวกเรามาเมื่อวานโผล่หน้าเข้ามาสั่งสั้นๆ

     

    "ตามฉันมา"

     

    เขาเหลือบมองสภาพสะบักสะบอมของแฮดวินเล็กน้อยก่อนจะย้ำคำเดิมด้วยเสียงเรียบ

     

    “ตามมา... ทุกคน”

     

    ชายคนดังกล่าวเดินนำพวกเราออกจากห้องพักตรงดิ่งไปยังห้องโถงเมื่อวานซึ่งที่นั่นมีอาหารจัดเตรียมไว้รออยู่แล้ว ส่วนเมนูก็เหมือนเดิมเป๊ะๆจนผมแอบคิดว่าเป็นภาพฉายซ้ำจากเมื่อวานเสียอีก

     

    "กินให้เร็วที่สุด!"

     

    เขาออกคำสั่งทิ้งท้ายก่อนจะเดินเลี่ยงไป

     

    ไม่นานคนอื่นๆ ก็ทยอยเดินเข้ามาทุกคนดูจะตกใจกับสภาพสะบักสะบอมของแฮดวินอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะมายาเธอขมวดคิ้วแน่นจ้องมองตาลุงนั่นอยู่นานก่อนจะยอมเบือนหน้าหนี

     

    มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นสักหน่อยจริงไหม?

     

    อย่างน้อยลุงนี่ก็ยังเดินเหินได้สบายไม่ถึงขั้นต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มเสียหน่อย

     

    ตอนแรกผมยังอุตส่าห์คิดมุกแก้ต่างแทนเขาว่าลื่นล้มในห้องน้ำเอาไว้ให้เลยนะแต่เอาเถอะ... ไม่พูดออกไปน่าจะดีกว่า

     

    ผมขยับตัวหลบไปด้านข้างเล็กน้อยจากนั้นเทสก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ โดยมีเจ้าบิสกิตยืนทำตาละห้อยรอคอยอาหารอยู่ใกล้ๆ อย่างกระวนกระวาย

     

    พวกเรานั่งกินอาหารกันท่ามกลางความเงียบงันโดยมีผมคอยแอบแบ่งเศษเนื้อส่งไปให้เจ้าคอร์กี้ขาสั้นกินเป็นระยะๆ

     

    แฮดวินโดนอัดจนน่วม คิมก็แยกตัวออกห่างมายาก็เอาแต่หลบตา ลีออนเองก็เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ส่วนพวกฝาแฝดก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาคงเพราะกลัวว่าจะโดนผมอัดจนสภาพเหมือนแฮดวินละมั้ง

     

    และถ้าจะหวังให้เทสชวนคุย...อย่าหวังเลยดีกว่า

     

    ด้วยเหตุนี้มื้อเช้าของพวกเราจึงผ่านไปท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเชียบอย่างที่สุด

     

    หลังจากจัดการอาหารมื้อเช้าเรียบร้อยพวกเราก็ถูกคุมตัวมาหยุดยืนต่อหน้าเฮนรี่ที่กำลังนั่งรออยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่กลางลานฝึก

     

    ในมือของเขาถือปากกาขนนกพลางกวาดสายตามองกระดาษกองโตข้างตัวก่อนจะออกคำสั่งให้พวกเราเดินเข้าไปหาทีละคนเพื่อซักรายละเอียด

     

    “ข้าจะถามเจ้าทีละคำถามและเจ้าต้องตอบอย่างตรงไปตรงมา ห้ามปิดบัง ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าคิดลองดีเพราะวันนี้ข้าไม่ได้อารมณ์ดีนัก”

     

    ที่เขาอารมณ์บูดขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องเมื่อวานที่โดนท่านหญิงชุดดำเลเวลเครื่องหมายคำถามสี่ตัวข่มจนหน้าซีดนั่นแหละ

     

    แต่ก็นะ... สุดท้ายก็มาลงที่พวกเราอยู่ดี

     

    คำถามของเฮนรี่ไล่ตั้งแต่เลเวลปัจจุบันอาชีพ ทักษะ ไปจนถึงพรสวรรค์ติดตัวที่มีซึ่งเขายังเจาะลึกไปถึงกลไกการทำงานของแต่ละทักษะอย่างละเอียดอีกด้วย

     

    แน่นอนว่ารอบนี้ผมยอมตอบไปตรงๆโดยไม่คิดปิดบังสาเหตุที่ไม่กล้าเล่นแง่ก็เพราะผมสัมผัสได้ถึงกระแสมานาของเขาที่กำลังไหลเวียนตรวจจับรอบร่างกายของผมอยู่ตลอดเวลา

     

    หากให้เดาจากชื่ออาชีพนักล่ามานาของเขา เขาคงมีความสามารถไม่ต่างจากเครื่องจับเท็จการเสี่ยงโกหกออกไปจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก

     

    อย่างไรก็ตามในบรรดาข้อมูลระบบทั้งหมดที่พวกเรามองเห็น มีหลายส่วนที่เฮนรี่ไม่ได้เอ่ยถึงเลยเช่น เรื่องลักษณะเฉพาะ การอัปเกรดทักษะ หรือแม้กระทั่งทักษะติดตัวที่ได้จากอาชีพ

     

    ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คนในโลกนี้ไม่มีหรือเขาแค่จงใจข้ามไปเอง แต่ในเมื่อเขาไม่ถามผมก็ไม่โง่พอที่จะแส่หาเรื่องบอกออกไปหรอก

     

    การสอบสวนดำเนินไปจนถึงหมวดค่าสถานะซึ่งผมก็บอกตัวเลขเขาไปตามความจริง

     

    ทว่าทันทีที่เฮนรี่จดบันทึกลงกระดาษเสร็จเขาก็พลันขมวดคิ้วแน่นก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนตบโต๊ะ แล้วตะโกนใส่หน้าผมลั่นห้อง

     

    “ไอ้โง่เอ้ย! แกทำบ้าอะไรของแกเนี่ย?!”

     

    พวกทหารที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบๆต่างพากันสะดุ้ง ส่วนตัวผมเองก็งุนงงไม่แพ้กัน

     

    “ผมทำอะไรผิดงั้นเหรอครับ?”

     

    “อัปค่าสถานะมั่วซั่วแบบนี้แกอยากจะระเบิดตัวเองตายหรือไง!”

     

    เฮนรี่สบถด่าอีกรอบก่อนจะขว้างปากกาขนนกในมือลงพื้นอย่างหัวเสีย

     

    ตาลุงนี่โคตรใจร้อนเลย...

     

    แต่เอาเถอะผมพอจะเข้าใจเหตุผลที่เขาโกรธอยู่หรอกทว่าต่อให้ผมอธิบายความจริงเรื่องกลยุทธ์การอัปสเตตัสออกไปเขาก็คงไม่มีวันเข้าใจอยู่ดี ความชอบของคนเรามันไม่เหมือนกันนี่หว่า

     

    เฮนรี่ส่ายหัวอย่างระอาก่อนจะโบกมือไล่ตะเพิดผมออกไปราวกับขยะชิ้นหนึ่งแล้วเรียกคนต่อไปเข้าไปตอบคำถามต่อ

     

    ผมทำเพียงแค่ยักไหล่พรางเดินเลี่ยงออกไปเลือกมุมสงบๆแล้วทรุดตัวนั่งลงพร้อมกับครุ่นคิดถึงบางสิ่งบางอย่าง

     

    จากเมื่อคืนที่ผมสั่งสอนแฮดวินไป มันทำให้ผมฉุกคิดเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ตอนนี้ในร่างกายของผมยังมีโครงสร้างมานาที่โชอี้แอบฝังเอาไว้หลงเหลืออยู่

     

    ทว่าตอนนี้มันไม่ได้เติบโตขึ้นเหมือนช่วงแรกๆแล้ว สาเหตุก็เพราะผมใช้ทักษะการควบคุมมานาสร้างชั้นพลังงานห่อหุ้มกักมันเอาไว้ทำให้มันเติบโตได้ยาก

     

    จริงๆ แล้ว ด้วยทักษะการควบคุมมานาเลเวล10 ของผมในตอนนี้ มันมีศักยภาพพอที่จะบดขยี้ทำลายสิ่งแปลกปลอมนี้ทิ้งได้แล้ว แต่ผมยังไม่คิดจะทำลายมันหรอกนะ...

     

    สาเหตุก็เพราะหลังจากได้รับทักษะสมาธิคู่ขนานมาผมก็เกิดไอเดียแปลกๆ เกี่ยวกับโครงสร้างมานาชิ้นนี้ขึ้นมาเจ้าสิ่งนี้มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มก้อนมานาที่ถูกเซ็ตระบบให้ทำงานตามโปรแกรมอย่างอัตโนมัติ

     

    ถ้าหากผมสามารถวิเคราะห์ และลอกเลียนแบบโครงสร้างของมันได้สำเร็จผมก็อาจจะสามารถสร้างระบบมานาขนาดจิ๋วขึ้นมาได้ และสามารถสั่งการให้มันทำงานตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ได้

     

    นั้นมันคงไม่ต่างอะไรจากหุ่นยนต์มานาส่วนตัวที่ทำงานได้ด้วยตัวเองเลยละ

     

    สมมุติว่าถ้าผมสามารถเรียนรู้ทักษะสายรักษาและป้อนโปรแกรมนั้นเข้าไปในโครงสร้างมานาที่สร้างขึ้นผมก็จะมีหน่วยพยาบาลส่วนตัวที่คอยฟื้นฟูบาดแผลให้โดยอัตโนมัติ

     

    หรืออีกทางอาจจะดัดแปลงให้มัน ทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บรวบรวมมานาสำรองเอาไว้ใช้ในยามคับขันเหมือนแบตเตอรี่สำรองก็ยังได้

     

    เมื่อเห็นประโยชน์อันมหาศาลของมันผมจึงไม่อยากปล่อยให้เวลาว่างสูญเปล่า

     

    ผมจัดการเปิดใช้งานทักษะสมาธิคู่ขนานทันทีแล้วใช้สติทั้งสองส่วนช่วยกันดำดิ่งลงไปวิเคราะห์โครงสร้างมานาลึกลับชิ้นนั้นอย่างตั้งใจ

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน